โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 382 หลอกล่อ!
ในฐานะองค์ชายผู้สืบทอดบัลลังก์แห่งจักรพรรดิ
รัชทายาทที่ได้รับการแต่งตั้งโดยมู่เจิ้งถิง ผู้นำของราชวงศ์ไร้ขอบเขต
แม้ว่าในยามปกติ มู่ฟู่เฉิงดูจะไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวก็ตาม
เขามักทำตัวไม่สมกับเป็นรัชทายาทสักเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม ถ้ามีเหตุให้เขาได้รับมอบหมายงานสำคัญ
มู่ฟูเซิงยังคงไม่ปฏิเสธ
ถ้ามู่ฟู่เฉิงเป็นบุคคลที่ไม่มีความรับผิดชอบ
เขาคงไม่ได้รับความไว้วางใจให้ทำภารกิจสำคัญจากมู่เจิ้งถิงแน่นอน
ดังนั้น มู่ฟู่เฉิงจึงตกลงตามคำขอของมู่ชิงชิงโดยไม่ลังเลใจ
ในตอนนี้
ช่องว่างความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายนั้น มันค่อนข้างกว้างอย่างเห็นได้ชัด
ต่อให้รวมพวกผู้บัญชาการองครักษ์เกราะเงินทั้งสามคนที่รอดชีวิต ฝ่ายมู่ชิงชิงก็มีขอบเขตภวังค์เทพเพียงแปดคนเท่านั้น
แต่พวกเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขต มีขอบเขตภวังค์เทพถึงสิบตัว!
อีกทั้งในแง่ของความแข็งแกร่งส่วนตัว ยังมีความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายอีกด้วย
ในสถานการณ์ของสงครามแบบนี้ ช่องว่างของขอบเขตพลังต่อสู้ขั้นสูงสุด มันมักจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทั้งหมด
ในตอนนี้ สิ่งที่มู่ฟู่เฉิงควรพิจารณาคือ หาวิธีเอาชนะศัตรูให้ได้โดยลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด และหยุดยั้งขอบเขตภวังค์เทพทั้งสิบตัวไว้ให้ได้
แต่ผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายไม่รอให้มู่ฟูเฉิงได้คิดวางแผนเลย
แม้ว่ามันจะมีข้อได้เปรียบในด้านขอบเขตพลังต่อสู้ขั้นสูงสุดก็ตาม
แต่เผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียง(ขุนพล) ตัวนี้ไม่ได้ประมาทเลย เมื่อมันเห็นม้วนหนังสือในมือของมู่ชิงชิง มันก็โบกมือทันทีแล้วพูดว่า “รีบสังหารนังผู้หญิงนั่นก่อน”
(หมายเหตุจากผู้แต่ง : ก่อนหน้านี้ฉันเขียนผิด ระดับของเผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายคือ ระดับเซี่ยปิง(นักรบ) ระดับถงหลิง(ควบคุม)ระดับเซี่ยเจียง(ขุนพล) ระดับเซี่ยหวาง(ราชา) โดยเซี่ยเจียง(ขุนพล)เทียบเท่ากับขอบเขตภวังค์เทพ)
ทันใดนั้น ระดับเซี่ยเจียงทั้งสิบตัวก็ลงมือพร้อมกัน!
พวกมันทั้งหมดรีบพุ่งไปทางด้านทิศทางของมู่ชิงชิงทันที!
เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าของมู่ฟู่เฉิงก็เคร่งขรึมขึ้น
ตามที่คาดไว้ ผู้ที่สามารถมาถึงระดับนี้ได้ ย่อมไม่ใช่คนโง่
ข้าได้เปรียบ ข้าเลยออมมือให้เจ้า?
ปนะโยคนี้ไม่มีอยู่จริง
สำหรับศัตรู เป็นเรื่องปกติที่จะทุ่มเทสังหารด้วยกำลังทั้งหมดอยู่แล้ว!
ถ้าเป็นมู่ฟู่เฉิง เขาก็จะทำสิ่งเดียวกันนี้อย่างแน่นอน
เมื่อเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
มู่ฟู่เฉิงก็ทำการตอบโต้ทันที
“อย่าเพิ่งเริ่มโจมตี ผู้คนที่อยู่ในขอบเขตภวังค์เทพ ใช้พลังทั้งหมดของเจ้า ปลดปล่อยปราณป้องกันออกมาอย่างเต็มกำลัง!”
“ส่วนผู้คนในขอบเขตมหาจักรพรรดิ ระวังการโจมตีอย่างกะทันหันจากเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายที่อยู่รอบตัวเจ้า”
“ในขณะเดียวกัน พวกเจ้าก็ให้ความสนใจกับหมอกสีดำอยู่เสมอเพื่อป้องกันการลอบโจมตี”
เป็นเพราะช่องว่างของขอบเขตพลังต่อสู้ขั้นสูงสุดนั้นแตกต่างกันมาก
หากเจ้าเริ่มโจมตีก่อน มันก็เหมือนกับแมลงเม่าที่วิ่งเข้าหาเปลวไฟเพื่อค้นหาความตายของเจ้าเอง
การป้องกันคือทางออกที่ดีที่สุด
ในเวลาเดียวกัน มู่ฟู่เฉิงมองไปที่พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคน และถามว่า “ศิษย์พี่ทั้งสาม ถ้าพวกเจ้าทั้งสามโจมตีด้วยกำลังทั้งหมดของเจ้าเจ้าสามารถหยุดขอบเขตภวังค์เทพได้ไหม”
ขอบเขตภวังค์เทพ!
มันแตกต่างจากครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิมากกว่าหนึ่งขอบเขต
อาจกล่าวได้ว่า บุคคลในขอบเขตภวังค์เทพสามารถสังหารบุคคลในขอบเขตมหาจักรพรรดิได้ด้วยนิ้วเดียว นับประสาอะไรกับครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิ?
แต่ว่า…
หากพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนใช้ไพ่ตายของพวกเขา พวกเขาพอที่จะสามารถต้านขอบเขตภวังค์เทพได้
เมื่อเย่ชิวไป่ได้ยินสิ่งที่มู่ฟู่เฉิงพูด
เย่ชิวไป่พยักหน้าและพูดว่า “แน่นอนว่าเราสามารถรั้งเขาไว้ด้วยกำลังทั้งหมดของเรา แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเหลือขอบเขตภวังค์เทพอีกตัวหนึ่ง”
(ฝ่ายมู่ชิงชิงมีแปด เผ่าชั่วร้ายมีสิบ สามคนเย่ชิวไป่ต้านหนึ่งตัวก็จะเหลืออีกหนึ่งตัว)
มู่ฟู่เฉิงชี้ไปที่ตัวเองด้วยรอยยิ้มเบี้ยวและตัดสินใจโดยไม่คาดคิด
“ข้าจะจัดการตัวที่เหลือเอง”
มู่ฟู่เฉิงเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญมหาจักรพรรดิขั้นปลายคนหนึ่งเช่นกัน
แม้ว่าปกติแล้ว เขาจะไม่ค่อยแสดงพลังของเขาออกมาก็ตาม
แต่ในความเป็นจริงนั้น พรสวรรค์ของเขาโดดเด่นมาก
ในฐานะรัชทายาท เขามีทรัพยากรของราชวงศ์ไร้ขอบเขตอย่างมหาศาลเป็นพื้นหลัง
อีกทั้งสภาพจิตใจของมู่ฟู่เฉิงเอง เขาก็ไม่ได้เลวร้ายนักโดยธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ยินคำตอบรับของมู่ฟู่เฉิง เย่ชิวไป่ถึงกับตกตะลึงในทันที
ท้ายที่สุดแล้ว บุคลิกของมู่ฟู่เฉิงนั้น ช่างคล้ายคลึงกับท่านอาจารย์ของเขา
โดยเฉพาะในเรื่อง ข้าจะไม่ทำบางสิ่งถ้าข้าไม่แน่ใจ
ขั้นปลายมหาจักรพรรดิแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากขอบเขตภวังค์เทพ!
นี่ไม่ใช่ความแตกต่างเหมือนครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิไปขอบเขตมหาจักรพรรดิ
ยิ่งขอบเขตสูงเท่าไร การต่อสู้ข้ามขอบเขตก็ยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น
ในขอบเขตมหาจักรพรรดิ
แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะข้ามไปจัดการกับบุคคลที่แข็งแกร่งขอบเขตภวังค์เทพ
เท่าที่รู้มา สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเขตแดนไร้พรมแดน!
ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันนี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความเสี่ยงของมู่ฟู่เฉิงนั้นสูงมาก
หากเขาจัดการมันไม่ดี ศัตรููอาจจะสังหารเขาได้!
มู่ฟู่เฉิงอาจกลายเป็นอาหารเสริม…
อย่างไรก็ตาม เมื่อมู่ฟูเฉิงพูดเช่นนี้ เขาก็ย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง
พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนพยักหน้าและพูดว่า “เจ้าระวังตัวด้วย”
มู่ฟู่เฉิงพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หลังจากที่ทั้งสี่คนบรรลุข้อตกลงร่วมกันแล้ว พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนก็รีบพุ่งไปหาเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียง(ขุนพล) ตัวหนึ่ง!
เทพมารจุติ!
ค่ายกลดาบสี่สมบูรณ์ขั้นสูงสุด!
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว!
ทั้งสามทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อต่อกร!
ในเวลาเดียวกัน เสี่ยวเฮยก็ได้หยิบทวนมารเก้าชั้นฟ้าออกมาทันที
เย่ชิวไป่เองก็หยิบดาบชิงหยุนออกมาด้วย!
ซือเฉิงใช้พลังของแกนดารา แถมตอนนี้เป็นคืนที่มืดมิด ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาพุ่งสูงขึ้นมาก!
เมื่อเห็นฉากนี้ มู่ฟู่เฉิงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และกะพริบตา
หลังจากนั้นเขาได้ปรากฏตัวต่อเผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงแล้ว
และเผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายตัวนี้ก็คือ เผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงที่ปัจจุบันกำลังสั่งการเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดนทั้งหมด!
เผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงเลิกคิ้วเล็กน้อย มันมองมู่ฟู่เซิงด้วยความสนใจ และพูดอย่างเหยีดหยามว่า
“โอ้…มดขั้นปลายมหาจักรพรรดิ เจ้ากล้าดียังไงมาเผชิญหน้ากับข้าแบบนี้”
“เจ้ากระตือรือร้นที่จะเป็นอาการเสริมของเซี่ยเจึยงผู้นี้งั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินประโยคข้างต้น คิ้วของมู่ฟู่เฉิงก็กระตุก
หากไม่ใช่ว่าตอนนี้ไม่มีทางถอยละก็
มู่ฟู่เซิงสาบานว่า แม้ว่าเขาจะถูกสังหาร เขาก็จะไม่ทำสิ่งที่อันตรายเช่นนี้!
มู่ฟู่เฉิงมองดูแม่ทัพที่ชั่วร้ายตัวนี้ เขาเยาะเย้ยด้วยน ้าเสียงประชดประชัน “ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ลองดูได้ว่าข้า ซึ่งเป็นมดขั้นปลายมหาจักรพรรดิ จะสามารถทนต่อการโจมตีของเจ้าได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงก็หัวเราะเยาะ
มันใช้นิ้วเดียวชี้ออกมา
รังสีปราณแห่งความมืดที่ควบแน่นมาจากหมอกสีดำ ซึ่งเป็นปราณที่มีความเข้มข้นสูงมาก มันได้ยิงไปที่หน้าอกของมู่ฟู่เฉิงทันที!
การโจมตีนี้ เป็นสิ่งที่แม้แต่ผู้แข็งแกร่งขอบเขตภวังค์เทพก็ยังไม่กล้าประมาท!
เมื่อเห็นปราณรังสีอันชั่วร้ายพุ่งเข้ามา มันทำให้ใบหน้าของมู่ฟู่เฉิงเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
เขาครางเสียงต ่า
ปราณป้องกันปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา!
รังสีปราณสีดำมีพลังมาก จนมันทะลุผ่านปราณป้องกันนี้ได้โดยตรง!
เมื่อปราณรังสีมาถึงตัวมู่ฟู่เฉิง มันกลับถูกป้องกันได้!
เผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงเห็นมู่ฟู่เฉิงถือจี้หยกอยู่ในมือ
จี้หยกนี้เต็มไปด้วยออร่าของขอบเขตภวังค์เทพ
เมื่อรังสีปราณสีดำหายไป
จี้หยกนี้ก็แตกสลายไปเช่นกัน!
มันกลายเป็นผงและกระจายหายไปในหมอกสีดำ
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเพียงสิ่งของที่ใช้แล้วทิ้งเท่านั้น
เผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
แต่มันก็ไม่รู้สึกแปลกใจอยู่แล้ว
เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์เหล่านี้จะมีสมบัติช่วยชีวิตอยู่ในมือ
แต่มันก็เพียงเท่านั้น……
“แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ามีจี้หยกกี่อัน แต่มันก็ต้องมีวันหมดใช่ไหม?”
กล่าวจบประโยคนี้
เผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงก็ใช้ปราณรังสีออกมาด้วยสามนิ้ว!
รังสีปราณสีดำสามเส้นพุ่งเข้าหามู่ฟู่เฉิงอีกครั้ง!
มู่ฟูเซิงมองดูฉากนี้แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉย “ข้ายังมีอีกเยอะ … ”
ทันใดนั้น จี้หยกสามชิ้นก็ถูกโยนออกมาทันที!
ปราณป้องกันจากจี้หยกต้านทานรังสีปราณสีดำทั้งสามเส้นนี้อีกครั้ง!
ในฐานะรัชทายาท เขาย่อมมีหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อปกป้องชีวิตของเขา
ไม่ต้องพูดถึง……
มู่ฟู่เซิงก็มีแผนอื่นเช่นกัน
เผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงขมวดคิ้วและถามว่า “เจ้ายังมีอีกไหม?”
มู่ฟู่เซิงแบมือยักไหล่แล้วตอบว่า “ใครจะรู้?”
ทันใดนั้น ร่างของมู่ฟู่เฉิงก็กะพริบและหายไปจากจุดนี้ทันที
เขาหนีอย่างบ้าคลั่งไปอยู่อีกด้านหนึ่ง!
ในเวลาเดียวกัน เขาใช้จิตสัมผัสเพื่อมองดูศัตรูที่อยู่ด้านหลังของเขา
เมื่อมู่ฟู่เฉิงเห็นเผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงไล่ตามเขามา
มู่ฟู่เฉิงจึงหัวเราะ
“ฮ่าฮ่าฮ๋า…ในที่สุดข้าก็วางเหยื่อล่อปลาได้แล้ว”