โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 385 ความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่
เขตแดนวิญญาณสวรรค์
ในพระราชวังหยุนหวง
หลู่ฉางเซินนั่งอยู่หน้าโต๊ะกลม
ที่หน้าโต๊ะกลมมีซุปปลาที่หอมหวานแสนอร่อย
อือ..ถามว่าทำไมหลู่ฉางเซินถึงมาอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?
แน่นอน ข้าก็แค่อยากดื่มซุปปลาจากฝีมือหงหยิงแค่นั้น!
เวลานางอยู่ที่ศาลาเฉาถัง ซุปปลาของหงหยิงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก
ดังนั้นเวลาที่อยากดื่มซุปปลา ข้าก็ต้องมาหานางที่นี่…
หงหยิงมองดูหลู่ฉางเซินดื่มซุปปลาอย่างช้าๆ แล้วนางถามด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านอาจารย์ ฝีมือทำอาหารของข้ายังอร่อยเหมือนเดิมใช่ไหม?”
หากมีคนนอกเห็นว่า จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิหยุนหวงผู้ปกครองเขตแดนวิญญาณสวรรค์ นางสวมผ้ากันเปื้อนที่เรียบง่ายและสง่างาม พลางเฝ้ามองดูชายผู้หนึ่งด้วยรอยยิ้ม และยังคงทำซุปปลาให้เขาดื่ม
ข้ากลัวกรามของเขาจะหลุดค้าง…
อย่างไรก็ตาม มหาเสนาบดีและกองพลเก้าสวรรค์คนอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้าง พวกเขาก็คุ้นชินกับมันแล้ว…
ต่อหน้าชายผู้แข็งแกร่งจนจินตนาการไม่ออก
นั่นคืออาจารย์ของหงหยิง
มีเพียงเวลาที่อาจารย์ของจักรพรรดินีมาเท่านั้น
นางถึงจะกลายร่างเป็นสาวน้อย…
หลังจากหลู่ฉางเซินได้ยินที่หงหยิงถาม
เขาโค้งริมฝีปากแล้วตอบว่า “ฝีมือเจ้าแย่ลงเล็กน้อย เติมเครื่องเทศมากเกินไปหน่อย ทำให้กลบรสชาติที่อร่อยของตัวปลา”
“แม้ว่าเจ้าจะบ่มเพาะหรือต้องบริการงาน เจ้าต้องอย่าลืมฝึกทำอาหารไปด้วย!”
มหาเสนาบดี:……
กองพลเก้าสวรรค์:……
ดีแค่ไหนที่จักรพรรดินีทำซุปให้เจ้ากิน เจ้ายังเรื่องมากอีกหรือ?
อย่างไรก็ตาม จักรพรรดินีของพวกเขาไม่ได้บ่นเลย แต่นางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ตกลง ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะฝึกซ้อมทำอาหารทุกวันนับต่อจากวันนี้ไป”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลู่ฉางเซิงก็พยักหน้า “อือ…ดีมาก เจ้ายังสามารถสั่งสอนได้”
เมื่อได้ยินที่ทั้งสองคุยกัน
มหาเสนาบดีและกองพลเก้าสวรรค์ยิ่งพูดไม่ออก…
ในตอนนี้เอง
หงหยิงถามว่า “ยังไงก็ตาม ข้าได้ยินมาว่า ท่านอาจารย์รับศิษย์คนใหม่แล้ว?”
ข่าวนี้นางรู้มาจากศิษย์พี่ใหญ่ เย่ชิวไป่
แม้ทั้งสองจะอยู่ห่างไกลกันคนละเขตแดน
แต่ยังคงมีการส่งข้อมูลระหว่างกันอยู่
โดยพวกเขาใช้จี้หยกส่งเสียงที่ทำโดยหลู่ฉางเซิน
สมบัติชิ้นนี้ดูเหมือนว่า มันจะสามารถข้ามระยะห่างระหว่างพื้นที่เขตแดนได้ มันคือเครื่องมือสื่อสารไร้สายสำหรับการส่งข้อมูล
หลังจากที่หลู่ฉางเซิงจิบซุปปลาแล้ว เขาก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มและกล่าวว่า “ศิษย์น้องคนใหม่ของพวกเจ้าผผู้นี้ เขาดีกว่าพวกเจ้ามาก”
หงหยิงถามด้วยรอยยิ้ม “โอ้…เขามีพรสวรรค์อันใด? ท่านอาจารย์ถึงยกย่องเขาได้มากถึงขนาดนี้?”
พวกเขาเป็นศิษย์พี่น้องอาวุโสทั้งห้าคน
แต่เป็นเรื่องยากยิ่ง ที่จะได้รับคำชมเชยจากหลู่ฉางเซิน
นี่เป็นครั้งแรก ที่ท่านอาจารย์ยกย่องใครสักคนอย่างเปิดเผย
หลู่ฉางเซินอธิบายว่า “เจ้าศิษย์น้องคนใหม่ของพวกเจ้าน่ะ เขาสามารถตระหนักถึงความหมายที่แท้จริงของการบ่มเพาะ!”
“รู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้”
“แม้ว่าเขาจะทำบางสิ่ง เขาก็จะระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง!”
“นอกจากนี้ การคิดถึงเรื่องราวบางอย่าง การป้องกันตัวเอง ข้าไม่จำเป็นต้องสอนเขาเรื่องนี้เลย!”
“ในทางตรงกันข้าม……”
หลู่ฉางเซินเหลือบมองหงหยิงด้วยท่าทางรังเกียจและกล่าวว่า “ดูสิ…อย่างเรื่องง่ายๆ อย่าง อย่า…หา…เรื่อง ข้ายังไม่สามารถสอนพวกเจ้าได้เลย!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หงหยิงยิ้มอย่างขมขื่น
ดูเหมือนว่าศิฺ ษย์น้องคนใหม่ของข้าผู้นี้ เขาช่างมีความคล้ายคลึงกับท่านอาจารย์มากซะเหลือเกิน
“แต่…”
“แต่?”
“สิ่งที่น่าพึงพอใจที่สุดเกี่ยวกับศิษย์น้องคนใหม่ของเจ้าก็คือ เขาสามารถเก็บซ่อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา”
หงหยิงเริ่มสนใจและอุทานว่า “โอ้…งั้นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของศิษย์น้องผู้นี้สูงมากเลยงั้นเหรอ?”
“ข้าไม่รู้ว่ามันสูงหรือเปล่า?”
หลู่ฉางเซินกล่าวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “แม้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับข้า แต่เขาก็ยังคงไม่แสดงฐานบ่มเพาะที่แท้จริงของเขา เขาใช้วิธีการมากมายเพื่อซ่อนขอบเขตที่แท้จริงของเขา”
“เจ้าดูไว้ซะ แล้วเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องนี้จากศิษย์น้องของเจ้า!”
อือ…ถ้าเป็นอย่างนี้
หงหยิงชักเริ่มสนใจที่จะพบกับศิษย์น้องคนใหม่ผู้นี้แล้วจริงๆ
ดีล่ะ…หลังจากข้าเสร็จสิ้นเรื่องงานในเขตแดนวิญญาณสวรรค์แล้ว
ข้าก็จะส่งมอบกิจการของจักรวรรดิหยุนหวงให้กับท่านมหาเสนาบดีซะ
หลังจากนั้นข้าสามารถไปผจญภัยที่เขตแดนไร้พรมแดนได้ด้วยตัวเอง
…
ในเวลาเดียวกัน
ณ เขตแดนไร้พรมแดน
ด้านในของภูเขาหลินเจี่ย
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงเริ่มหอบเล็กน้อย และม่านตาสีดำดวงเดิมของมันก็เต็มไปด้วยสีแดงแห่งความโกรธ!
มันมองไปที่มู่ฟู่เฉิงตรงหน้าแล้วกล่าวว่า “ทำไมเจ้าถึงยังมียันต์หลบหนีอยู่อีก?”
มู่ฟู่เฉิงแบมือออกแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่เคยบอกเจ้าว่า ยันต์หลบหนีของข้าหมด ใช่ไหม?”
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียง:……
เอ่อ…นั่นดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง
แต่เจ้ามียันต์หลบหนีกี่แผ่นกันแน่?
เผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้นี้ร้ายกาจมาก!
ทันใดนั้นเอง
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงเริ่มสงบสติลงและคิดถึงสิ่งที่มู่ฟู่เฉิงเคยทำมาก่อน
พยายามนึกย้อนคืนพฤติกรรมก่อนหน้านี้ทั้งหมดของเขา
ในที่สุด เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงเข้าใจแล้ว มันมองไปที่มู่ฟู่เฉิงแล้วกล่าวอย่างเย็นชา “ไอ้มดตัวน้อย เจ้าเพียงแค่อยากจะรั้งข้าไว้เท่านั้นเหรอ?”
มู่ฟู่เฉิงยิ้มและไม่กล่าวอะไร
หลังจากเล่นกันมาอย่างยาวนาน มันก็น่าจะค้นพบได้แล้ว
หากมันไม่พบสิ่งนี้
มันก็คงไม่สมควรเป็นถึงระดับเซี่ยเจียง
“แต่เจ้าคิดว่าฝ่ายนั้นจะชนะ ถ้าเจ้ารั้งข้าไว้?”
“เจ้าประมาทเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายของข้ามากเกินไป”
มู่ฟู่เฉิงยิ้มและกล่าวว่า “ข้าไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาได้ คนที่ข้าต้องควบคุมก็คือเจ้าเท่านั้น”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…แค่เจ้างั้นเหรอ?”
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงเยาะเย้ย “ฮึฮึฮึ…ข้าจะดูแลเจ้าในภายหลัง”
หลังจากกล่าวอย่างนั้น เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงก็กลับมามีสติและเตรียมที่จะกลับไปยังจุดที่มู่ชิงชิงและคนอื่นๆ อยู่!
แต่ว่า!
ในช่วงเวลานี้
เบื้องหลังเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียง มีออร่าปราณอันแข็งแกร่งแผ่กระจายไปทั่วภูเขาหลินเจี่ยแห่งนี้!
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงรู้สึกถึงกลิ่นอายนี้ และจู่ๆ มันก็หันหลังกลับมา
มีแววตาที่น่าเหลือเชื่อในดวงตาของมัน!
ออร่าปราณนี้มัน ขั้นแรกของขอบเขตภวังค์เทพในหมู่เผ่าพันธุ์มนุษย์!
แน่นอน คนที่ระเบิดลมปราณนี้ออกมาไม่ใช่ใครอื่น
เพราะไม่มีใครอื่นอยู่ที่นี่อีกแล้ว!
ถูกต้อง…มันคือมู่ฟู่เฉิง!
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย มันมองไปที่มู่ฟู่เฉิงด้วยรอยยิ้ม แล้วกล่าวว่า “เจ้าซ่อนขอบเขตของเจ้าไว้?”
มู่ฟู่เฉิงกล่าวว่า “แลัวผู้ใครเป็นคนกำหนดว่า ห้ามซ่อนขอบเขตล่ะ?”
“อย่างไรก็ตาม ด้วยขอบเขตของข้า ข้าคงสามารถรั้งเจ้าไว้ได้ใช่ไหม?”
ถึงแม้ขอบเขตของมู่ฟู่เฉิงจะถูกเปิดเผยออกมา
แต่ก็เป็นขั้นแรกขอบเขตภวังค์เทพเท่านั้น เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงยังคงมองอย่างเหยียดหยามอยู่ดี
เจ้าต้องรู้ว่ากลุ่มเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงนั้น พวกมันแข็งแกร่งกว่าขั้นปลายขอบเขตภวังค์เทพทั่วไปอยู่หนึ่งขั้น
แค่มู่ฟู่เฉิงเปิดเผยขั้นแรกขอบเขตภวังค์เทพ เขาทำได้เพียงต้านทานตัวมันได้นิดหน่อยเท่านั้น
เมื่อเจ้าเข้าสู่ขอบเขตภวังค์เทพ มันเป็นเรื่องยากมากที่จะต่อสู้ข้ามระดับแม้แต่ขั้นเล็กๆ!
ดังนั้นแล้ว
เขาใช้เวลานานมากในการใช้กลยุทธ์
และตอนนี้เขาเปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริง
วิธีนี้ก็แค่ทำให้เจ้าถ่วงเวลาได้นานขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!
“แม้ว่าเจ้าจะรั้งข้าไว้ แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?”
“สิ่งรบกวนสมาธิส่วนใหญ่ของเจ้าอยู่ที่จุดนั้น”
“ที่สำคัญ เจ้าจะต่อสู้กับความแตกต่าง ด้านความแข็งแกร่งระหว่างเราได้อย่างไร?”
หลังจากสิ้นเสียงประโยคนี้ มู่ฟู่เฉิงก็หายตัวไปในจุดที่เขายืนอยู่
พริบตาเดียว เขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงและชกออกไป!
“ข้าบอกแล้วว่า ที่ตรงนั้นมันไม่ใช่เรื่องของข้า ภารกิจของข้าคือการรั้งเจ้าไว้”
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงหัวเราะเยาะ “ในที่สุดก็ไม่จำเป็นต้องใช้สมบัติภายนอก? อย่างไรก็ตาม เจ้าจะต้านทานการโจมตีของข้าได้อย่างไร โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสมบัติภายนอก!”
หลังจากกล่าวแบบนี้ มันก็ต่อยหมัดสวนออกไป!
แต่ตอนนี้เอง…
มุมปากของมู่ฟู่เฉิงโค้งขึ้นเล็กน้อย
มือของเขาเปิดออกทันที!
เขาเปลี่ยนหมัดให้เป็นฝ่ามือ!
และบนฝ่ามือของเขา มียันต์หนึ่งแผ่นที่เปล่งประกายสายฟ้า…