โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 388 ดูเหมือนเจ้าไม่เข็ดนะ!?
นิกายดาบดาวตก
ในห้องโถงใหญ่ เจี้ยนหวู่เฟิงกำลังเช็ดดาบไร้คม(หวู่เฟิง)ในมือของเขาอย่างระมัดระวัง
(剑无锋 Jiàn wú fēng แปลว่าดาบหนักไร้คม)
ในเวลานี้ ดูเหมือนเขาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
เขาเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปทางทิศตะวันออก
นั่นคือทิศทางของภูเขาหลินเจี่ย
“พลังของกฎแห่งดาบ?”
เจี้ยนหวู่เฟิงรู้สึกได้ว่า แม้ว่าพลังของกฎแห่งดาบนี้ มันจะทรงพลังเท่ากับชายผู้แข็งแกร่งที่สุดที่มาช่วยเหลือนิกายในเวลานั้น
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามันจะมาจากแหล่งเดียวกัน
และชายที่แข็งแกร่งสุดๆ ผู้นั้นก็คืออาจารย์ของเย่ชิวไป่
แน่นอน นิกายดาบดาวตกย่อมเคยได้ยินเรื่องของภูเขาหลินเจี่ยมาบ้างแล้ว
“เป็นไปได้ไหมที่เขาจะอยู่ที่นั่น?”
หลังจากเขานิ่งคิดสักพัก
เจี้ยนหวู่เฟิงก็หยิบดาบขนาดใหญ่ที่ไม่มีคมออกมา จุ่มดาบลงในสระดาบ แล้วใช้ผ้าสีขาวค่อยๆ เช็ดมันอีกครั้งจนเสร็จ
หลังจากนั้น เขาเรียกผู้นำยอดเขาทั้งสามมาและกล่าวว่า
“ในตอนนี้ ให้นิกายดาบดาวตกเข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงคราม”
ผู้นำยอดเขาทั้งสามดูเคร่งขรึมและไม่ได้ถามว่าทำไม
มันไม่จำเป็นต้องถาม!
เหตุการณ์ที่ภูเขาหลินเจี่ย มันได้แพร่กระจายไปทั่วกองกำลังหลักของเขตแดนไร้พรมแดนแล้ว!
เนื่องจากหลายกองกำลังเริ่มเตรียมตัวไว้ล่วงหน้ามาบ้างแล้ว
เพราะการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในภูเขาหลินเจี่ย มันย่อมเกิดจากเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดน!
ที่สำคัญ เรื่องนี้คือภารกิจหลักของนิกายดาบดาวตกอยู่แล้ว
ตั้งแต่จักรพรรดิดาบดาวตกก่อตั้งนิกายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัญนี้ภารกิจเดิมยังคงอยู่!
นิกายดาบดาวตกมีหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ และสังหารเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดนทั้งหมด!
…
อีกด้าหนึ่ง
ณ ราชวงศ์ไร้ขอบเขต
มู่เจิ้งถิงไขว้มือไว้ด้านหลังและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออก
มีออร่าปราณอันรุนแรงไหลออกมาจากเล็กน้อยที่นั่น
“นี่คือพลังแห่งกฎที่บันทึกไว้ในตำราโบราณหรือเปล่านะ?”
“ดูเหมือนว่าฟู่เฉิงจะมีอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่…”
มู่เจิ้งถิงหันหลังกลับและจากไปทันที
เขาเองก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม!
ในสมัยก่อน เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดนสามารถสร้างความเสียหายให้เขตแดนมิติโลกระดับต ่าอย่างมาก
และตอนนี้อีกฝ่ายกำลังจะกลับมาอีกครั้ง
แน่นอนว่า เขาต้องเตรียมตัวล่วงหน้า!
เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ในอดีตบังเกิดขึ้นอีกครั้ง!
…
บนภูเขาหลินเจี่ย เมฆเคลื่อนตัวไปทุกทิศทุกทาง!
พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคน ได้เปิดเผยไพ่ตายของพวกเขาทั้งหมดแล้ว!
การโจมตีสามครั้งที่อยู่เหนือขอบเขต มันทำให้เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียงบาดเจ็บสาหัส!
ในตอนนี้เอง
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียที่ถูกมู่ฟู่เฉิงลากไป มันได้กลับมาแล้ว
เมื่อมันมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า สีหน้าของมันดูน่าเกลียดมาก
ในตอนนี้ ค่ายกลชำระล้างโลกได้เปิดใช้งานแล้ว
แม้แต่ตัวมัน ความแข็งแกร่งก็ยังลดลงจนเหลือแค่เจ็ดส่วน
ภายใต้อิทธิพลของค่ายกลชำระล้างโลก เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยปิง(นักรบ) ทั้งหมดถูกสลายหายไป!
ส่วนเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับถงหลิน(ควบคุม) ก็ได้รับความเสียหายอย่างมากเช่นกัน
สถานการณ์ตอนนี้ของพวกมันจบสิ้นแล้ว!
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียคำรามสั่งด้วยเสียงอันดัง “ถอย!”
หลังจากสั่งแล้ว เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยเจียและระดับถงหลินที่เหลือ ทั้งหมดอพยพออกจากสถานที่นี้ทันที
พวกมันวิ่งเข้าไปในหมอกสีดำที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้…
เมื่อเห็นฉากนี้
มู่ชิงชิงไม่ได้ออกคำสั่งให้ติดตาม
ประการแรก ค่ายกลชำระล้างโลกนั้น มันถูกจารึกไว้ในรูปแบบของคัมภีร์ และพลังที่ปล่อยออกมานั้นมีจำกัด
ขอบเขตของอิทธิพลสามารถอยู่ภายในรัศมีหนึ่งร้อยลี้นี้เท่านั้น
ห่างออกไปจากขอบเขตของค่ายกล มันยังคงมีหมอกสีดำอยู่
ถ้าพวกเขาเข้าสู่หมอกสีดำ มันจะทำให้การมองเห็นและการรับรู้มีจำกัด ที่สำคัญคือ ความแข็งแกร่งจะถูกยับยั้ง
ประการที่สอง แม้ว่าเผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายนอกเขตแดนจะถูกขับไล่ชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เชี่ยวชาญทางฝั่งของมู่ชิงชิงเองก็ถือว่าเสียหายอย่างร้ายแรง
อาจกล่าวได้ว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก!
ทำให้ไม่สามารถรวบรวมพลังเพื่อไล่ตามไปได้
ดังนั้นมู่ชิงชิงย่อมไม่ยินดีกับชัยชนะชั่วคราว นางเลยสั่งไม่ให้ผู้ใดไล่ตาม
แถมตอนนี้ ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะเงินก็มีข้อมูลบางอย่างที่นางยังไม่ได้อ่าน
ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดูเนื้อหาของข่าวสารที่เขาสืบมาได้
แลัวใช้สิ่งนี้เพื่อพิจารณาแผนการข้างหน้าต่อไป
หลังจากมู่ชิงชิงจัดระเบียบความคิดแล้ว นางก็โบกมือแล้วกล่าวว่า “ผู้บาดเจ็บหนักอยู่ตรงกลางทีม และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหรือยังสามารถต่อสู้ได้ให้ล้อมรอบวงกลมด้านนอก ข้าขอให้ทุกคนสนใจกับสถานการณ์รอบตัวเจ้าอยู่เสมอ เอาล่ะ…ล่าถอยได้แล้ว!”
ทุกคนไม่พูดอะไร และเริ่มล่าถอยตามคำสั่งของมู่ชิงชิง
มู่ฟู่เฉิงก็กลับมาร่วมทีมอีกครั้งในตอนนี้ หลังจากรายงานสถานการณ์ให้มู่ชิงชิงทราบแล้ว เขาก็มาหาพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามทันที
“ข้าได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้ว”
มู่ฟูเซิงกระซิบถาม “ศิษย์พี่ใหญ่ เจ้ามีไพ่ตายอื่นอีกไหม?”
เย่ชิวไป่สะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นส่ายหัวและตอบว่า: “ดาบชิงหยุนคือไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของข้าแล้ว”
ซือเฉิงและเสี่ยวเฮยก็พยักหน้าเห็นพ้องด้วยเช่นกัน
ถ้าศัตรูยังมีความแข็งแกร่งที่มากกว่านี้
ข้าเกรงว่ามันคงทำได้เพียงสิ้นหวัง
มู่ฟูเฉิงปิดหน้าผากแล้วถอนหายใจ “เอาเถอะ เรื่องในคราวนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ครั้งต่อไป เราไม่สามารถเปิดเผยไพ่ตายของเราได้อีก!”
“ถึงแม้ว่ามันจะถูกเปิดเผย แต่เจ้าก็ยังต้องเตรียมไพ่ตายอื่นๆหรือไพ่ตายที่แข็งแกร่งกว่าไว้ เจ้ารู้ไหมว่าข้าหมายถึงอะไร?”
เย่ชิวไป่ดูขบขันและพยักหน้ากล่าวว่า “ตกลง ข้าเข้าใจแล้ว”
“ข้าคาดว่าต่อจากนี้ไป เจ้าจะกลายเป็นศิษย์คนโปรดของท่านอาจารย์แน่นอน”
นิสัยแบบนี้ไม่ต้องเดา มันช่างสอดคล้องกับรสนิยมของท่านอาจารย์ซะเหลือเกิน
แต่นิสัยมู่ฟู่เฉิงอาจใกล้เคียงท่านอาจารย์
แต่มีความแตกต่างบ้างเล็กน้อย…
หลูฉางเซินไม่ต้องการสร้างปัญหาเลย และพยายามทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุและผลที่จะตามมา
ส่วนมู่ฟู่เฉิงอาจกล่าวได้ว่าไม่ต้องการสร้างปัญหา แต่เขาก็ไม่กลัวที่จะมีปัญหาเช่นกัน!
ทั้งสามเห็นมู่ฟู่เฉิงจับคางของเขา แล้วกล่าวว่า “ข้าจะให้คนทั้งหมดถูกแยกย้ายไปที่อื่น เพื่อพวกเขาจะได้ไม่บอกใครเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้าทำ”
“ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์มากนัก แต่อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่รวมตัวกันเพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับวิธีการของเจ้า ดังนั้นมันน่าจะช่วยปกปิดได้บ้างเล็กน้อย”
เย่ชิวไป่ส่ายหน้าและหัวเราะ “ศิษย์น้องหก จากนี้ไป ข้าคงจะยกตำแหน่งศิษย์รักของท่านอาจารย์แก่เจ้าแล้ว”
เมื่อฟังประโยคนี้
เสี่ยวเฮยและซือเฉิงมองไปที่เย่ชิวไป่ด้วยสีหน้าหวาดกลัว
เจ้าไม่เข็ดใช่ไหม!?
เจ้ายังคงล้อเลียนท่านอาจารย์อยู่!
ปรากฏว่าศิษย์พี่ใหญ่คงลืมการลงโทษของท่านอาจารย์ไปแล้วสินะ…
เจ้าจะรู้สึกอย่างไร ถ้าท่านอาจารย์พร้อมที่จะบีบคอเจ้าจนตาย?
…
ระหว่างที่ออกมาจากภูเขาหลินเจี่ย ทุกคนตื่นตัวตลอดทาง
แม้ว่ากองกำลังเล็กๆ ของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายจะถูกขับไล่ออกไปชั่วคราวก็ตาม
แต่อาจเป็นไปได้ที่ศัตรูจะซุ่มโจมตีในหมอกสีดำ
เพื่อปิดกั้นเส้นทางกลับของมู่ชิงชิงและคนอื่นๆ
แต่โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทุกคนสามารถกลับมาที่เมืองหลงฉีได้สำเร็จ
ซึ่งตอนนี้ เจ้าเมืองหลงฉีได้รับกองหนุนเพิ่มขึ้นอีกหลายกองกำลัง!
ทั้งหมดนี้รวมถึงนิกายดาบดาวตกและราชวงศ์ไร้ขอบเขตด้วย!
ตัวแทนนิกายดาบดาวตกคือ จางหยุนจง!
ตัวแทนจากราชวงศ์คือ ผู้บัญชาการกองทัพที่รับคำสั่งโดยตรงของจักรพรรดิมู่เจิ้งถิง กองทัพองครักษ์เกราะทอง!
และผู้บัญชาองครักษ์เกราะทองผู้นี้ เขาอยู่ขอบเขตครึ่งก้าวรวบรวมเต๋า!
เมื่อมู่ชิงชิงมาถึงเมืองหลงฉี นางพยักหน้าให้ทุกคนเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ทุกคนตามข้ามา”
ทุกคนตามนางไปที่ห้องประชุม
แน่นอนว่า พวกเย่ชิงไป่ทั้งสามย่อมตามมาด้วยอยู่แล้ว
ส่วนมู่ฟู่เฉิงไม่จำเป็นต้องพูดถึง
แล้วพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนสามารถเข้าร่วมประชุมด้วย?
หลังจากการต่อสู้ในภูเขาหลินเจี่ย ไม่มีผู้ใดจะดูถูกความแข็งแกร่งของทั้งสามคนนี้อีกต่อไป
ในทางตรงกันข้าม
พวกเขาเริ่มประจบประแจงแทน
พรสวรรค์สุดยอดของทั้งสามคนในการต่อสู้ข้ามระดับนั้น มันสามารถเติบโตขึ้นได้
บางทีพวกเขาอาจจะเป็นผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังมากในอนาคต!
ในตอนนี้ขอบเขตของทั้งสามยังคงอ่อนแอเล็กน้อย ทำให้พวกเขายังสามารถเข้าหาได้ในตอนนี้
ถ้าอนาคตทั้งสามแข็งแกร่งขึ้น
ทั้งสามคงไม่ชายตามองอย่างแน่นอน!
เมื่อทุกคนมาถึงห้องประชุม
มู่ชิงชิงมองไปที่ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะเงิน
นางกำลังรอข้อมูลจากเขา
ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะเงินกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึมว่า “ข้ามีข่าวเดียวเท่านั้น จุดประสงค์ของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดนใน
ครั้งนี้คือ การปิดกั้นภูเขาหลินเจี่ย เพราะพวกมันกำลังไปที่แดนมาร!”
แดนมาร(โม่หยวน)!
สถานที่ที่อยู่อีกฟากของภูเขาหลินเจี่ย
เขตต้องห้ามหนึ่งในสามของเขตแดนไร้พรมแดน!