โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 431 กระชับวงล้อม!
หลังจากที่ชายชุดคลุมดำทั้งเจ็ดได้ทำการลอบโจมตี…
มีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ณ ราชวงค์ไร้ขอบเขต
เมื่อจักรพรรดิมู่เจิ้งถิงได้รู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเขตแดนราตรี เยือกแข็งแล้ว
เขากล่าวเยาะเย้ยทันทีว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะเดาถูก เจ้า…เข้า มา!”
หลังสิ้นคำสั่ง ด้านนอกพระราชวัง ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะ ทองก็เข้ามาและคุกเข่าลงต่อหน้ามู่เจิ้งถิง
ทันใดนั้น ขุนพลหรือขุนนางหลายคนที่มีอำนาจสำคัญในราช สำนักก็ได้รับการขานชื่อ
“นำคนเหล่านี้มาหาข้า หากพวกเขาขัดขืนคำสั่ง เจ้าจะได้รับ อนุญาตใช้กองทัพองครักษ์เกราะทองสังหารได้ทันที!”
เมื่อฟังคำสั่งนี้…
ใบหน้าขององครักษ์เกราะทองก็ตกตะลึง!
เป็นเพราะว่า…
รายชื่อจากปากของมู่เจิ้งถิงทั้งหมดที่เอ่ยออกมานั้น
พวกเขาคือผู้มีอิทธิพลอย่างมากในราชสำนักหรือในกองทัพ!
ที่สำคัญ…
คำสั่งเสียงของมู่เจิ้งถิงนั้น มันเต็มไปด้วยโกรธและจิตสังหาร อย่างเห็นได้ชัด
ถ้าจักรพรรดิต้องการสังหารคนเหล่านี้ทั้งหมด
ข้าเกรงว่า…ทั่วทั้งราชวงศ์ไร้ขอบเขตจะเกิดการสั่นสะเทือนครั้ง ใหญ่!
อย่างไรก็ตาม ในฐานะองครักษ์เกราะทองที่รับคำสั่งโดยจาก จักรพรรดิ…
เขามีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของมู่เจิ้งถิงเท่านั้น…ไม่มีสิทธิตั้ง คำถาม!
ทำได้เพียงจัดการตามคำบัญชาให้สมบูรณ์แบบเท่านั้น!
ผลที่ตามมาล่ะ?
แน่นอน…นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองอยู่ แล้ว
“รับบัญชา!”
หลังจากนั้น ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองก็ออกไปด้วยสีหน้า เคร่งขรึม เขาเรียกระดมพลกองทหารองครักษ์เกราะทอง และรีบ จัดการมองหาผู้คนในรายชื่อทีละคน
…
เมื่อผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองออกไปจัดการตามคำสั่ง ใน พระราชวังแห่งนี้ก็ว่างเปล่า
มู่เจิ้งถิงนั่งลงช้าๆ…
ปรากฏว่า…ด้านหลังบัลลังก์ของเขามีร่างในชุดดำเดินออกมา
“ดูเหมือนว่า สายลับของอ๋องหลินหลงทั้งหมดจะถูกเปิดเผย แล้ว?”
มู่เจิ้งถิงหัวเราะเยาะ เขาพยักหน้าและกล่าวว่า “เหตุผลที่ข้าส่งฟู่ เฉิงไปยังเขตแดนอื่นก็เพราะ…ข้าใช้เขาเป็นเหยื่อล่อ เพื่อต้องการให้ อ๋องหลินหลงงับเหยื่อ”
“เรื่องที่มู่ฟู่เฉิงเดินทางไปเขตแดนราตรีเยือกแข็งนั้น มีคนเพียง ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่นั่น คนเหล่านี้ย่อมน่าสงสัยทุกคน!”
“สิ่งที่เราต้องทำคือ ตรวจสอบพวกมันทีละตัว!”
ชายชุดดำกล่าวอย่างใจเย็นว่า “เจ้าโหดร้ายมาก เจ้าใช้บุตรชาย ของเจ้าเป็นเหยื่อล่อ?”
“เฮอะ…ถ้าข้าไม่ทำเช่นนี้ อีกฝ่ายจะงับเหยื่อได้อย่างไร”
มู่เจิ้งถิงยิ้มอย่างสงบ แล้วกล่าวต่อว่า “ตอนนี้อ๋องหลินหลงไม่มี ทางถอยแล้ว หากเขาต้องการยึดบัลลังก์ข้า เขาจะต้องดำเนินการ อย่างสิ้นหวัง!”
“ถ้าเจ้าเอาเหยื่ออื่นออกไปล่อ อีกฝ่ายก็อาจจะไม่กัดตะขอ”
“แต่ฟู่เฉิงนั้นแตกต่าง เขาคือผู้สืบทอดจักรพรรดิคนต่อไป มันจะ เยี่ยมมากแค่ไหนถ้าเขาถูกจับไปเป็นตัวประกันทั้งเป็น”
ชายชุดดำพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ข้าก็จะไปที่นั่นเหมือนกัน”
มู่เจิ้งถิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ดีที่สุดแล้ว ข้าจะโล่งใจมากหาก เจ้าไปที่นั่น”
หลังจบประโยคนี้
ชายชุดดำก็หายตัวไปจากที่ที่เขาอยู่…
…
ผ่านไปหนึ่งวันหลังคำสั่งของมู่เจิ้นถิง…
ในวันนี้…
ราชวงศ์ไร้ขอบเขตประสบกับเรื่องสั่นสะเทือนครั้งแล้วครั้งเล่า!
ขุนนางในราชสำนักทุกคน
พวกเขาทั้งหมดได้รู้ว่า จักรพรรดิได้สอบปากคำขุนนางหลาย คนในราชสำนักและในกองทัพ
หลังการสอบสวน มีผู้ถูกตัดหัวถึงสองคน!
สองคนนี้ หนึ่งในนั้นคือขุนนางชั้นสูงในราชสำนักและเขามี อิทธิพลอย่างมาก!
อีกคนคือขุนพลของกองทัพ!
หลังจากตัดหัวทั้งสองคนนี้แล้ว ปรากฏข่าวลือตามมาว่า
สองคนนี้เป็นกบฏและเป็นสายลับของอ๋องหลินหลง
และตอนนี้ พวกมันทั้งหมดได้ถูกถอนรากถอนโคนจนหมดแล้ว!
เพราะเรื่องนี้ มันทำให้ขุนนางที่เหลือได้สัมผัสกับจิตใจที่โหดร้าย ของจักรพรรดิมู่เจิ้งถิง…
…
ในเวลาเดียวกัน…
ในป่าภูเขาแห่งหนึ่ง
อ๋องหลินหลงทราบข่าวร้ายนี้แล้ว…
เพราะข่าวนี้ มันทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือด
ไม่เพียงแต่องครักษ์ส่วนตัวทั้งเจ็ดคนของเขาหายไปเท่านั้น แต่ ผู้ให้ข้อมูลที่ทรงพลังที่สุดสองคนก็ถูกตัดหัวด้วย!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขากลัวที่สุดคือ…
ในสายตาของชายหนุ่มรูปงาม เขาสูญเสียคุณค่าทั้งหมดไป แล้ว!
แต่เดิมที ชายหนุ่มรูปงามร่วมมือกับอ๋องชายหลินหลง…ไม่ใช่ ไม่ สามารถเรียกได้ว่าเป็นความร่วมมือ
การที่ชายหนุ่มรูปงามตัดสินใจรับเขามาเป็นผู้ติดตามนั้นเป็น เพราะ…อิทธิพลของอ๋องหลินหลงในราชวงศ์ไร้ขอบเขตต่างหาก
ตอนนี้สิ่งดังกล่าวหายไปหมดแล้ว
เพราะเรื่องนี้ มันทำให้เขาเสียคุณค่าทั้งหมดไป…
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อ๋องหลินหลงมองดูชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าด้วย สีหน้ามืดมิด
และดูเหมือนชายหนุ่มรูปงามจะรับรู้ถึงความคิดของอ๋องหลินหลง
ชายหนุ่มรูปงามหันกลับมาแล้วยิ้ม แล้วกล่าวว่า “เจ้ามองข้า ทำไม? เจ้ากลัวว่าข้าจะสังหารเจ้าทิ้งเพราะเจ้าหมดคุณค่างั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองเห็นความคิดของเขา อ๋องหลินหลงก็พยัก หน้าด้วยแววตาที่หวาดกลัว
ชายหนุ่มรูปงามเดินไปหาอ๋องหลินหลงทีละก้าว
อย่างช้าๆ…
เขาเหยียบใบไม้ที่ร่วงหล่นและรากของต้นไม้เล็กๆ จนเกิดเสียง ซวบซาบ
รากไม้เล็กๆ ถูกเหยียบย ่าจนแตกหัก
ในมุมมองของอ๋องหลินหลง ชะตากรรมของรากไม้เล็กๆ เหล่านี้ มันก็เหมือนกับชะตากรรมของเขาในภายหลัง…
เมื่อชายหนุ่มรูปงามเดินไปถึงตรงหน้าอ๋องหลินหลง เขาก็ตบ ไหล่อ๋องหลินหลงเบาๆ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าอย่างนั้น เจ้าคิด ว่าข้าจะสังหารเจ้าไหม?”
เมื่อฟังคำถามนี้แล้ว…
อ๋องหลินหลงตอบทันทีว่า “ไม่!”
“โอ้…บอกข้าหน่อยว่าทำไมข้าถึงไม่สังหารเจ้า?”
“ถ้าเจ้าคิดจะสังหารข้า เจ้าก็ทำเลย เจ้ากล่าวมากความเพื่อ อะไร?”
“เฮอะ..เจ้ายังค่อนข้างฉลาด”
ชายหนุ่มรูปงามพยักหน้าและกล่าวว่า “แม้ว่ามูลค่าของเจ้าจะ ลดลงเหลือต ่าสุดแล้ว แต่เจ้าก็ยังไม่ได้ไร้ค่าแต่อย่างใด”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ อ๋องหลินหลงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
เมื่อชายหนุ่มรูปงามกล่าวประโยคนี้ มันทำให้เขามีลางสังหรณ์ที่
ไม่ดีในใจเกิดขึ้น!
ชายหนุ่มรูปงามยิ้มและกล่าวต่อว่า “มู่เจิ้งถิงชอบงับเหยื่อไม่ใช่ เหรอ? เนื่องจากเขาเก่งในการทำเหยื่อล่อ ดังนั้นเจ้าจึงควรริเริ่มทำ เหยื่อล่อด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ การแสดงออกของอ๋องหลินหลงก็เปลี่ยนไป อย่างมาก!
เขาเดาได้แล้วว่าชายหนุ่มรูปงามต้องการจะทำอะไร!
“ห้ามปฏิเสธ! เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะปฏิเสธ!”
ดวงตาของชายหนุ่มรูปงามกลายเป็นปีศาจในตอนนี้ และมันเต็ม ไปด้วยจิตสังหาร!
เมื่อมองดูดวงตาเหล่านี้ อ๋องหลินหลงดูเหมือนจะตกลงไปในหุบ เหวลึกไร้ก้น!
ชายหนุ่มรูปงามกล่าวต่อว่า: “เจ้าต้องรู้ว่า…เจ้าไม่มีค่าอีกต่อไป”
“ข้าจะเป็นผู้มอบคุณค่านี้ให้กับเจ้า”
“และมันคือโอกาสสุดท้ายของเจ้าเช่นกัน!”
“ถ้าเจ้าไม่เห็นด้วย เจ้าก็ควรรู้ผลที่จะตามมาด้วย…ใช่ไหม?”
อ๋องหลินหลงเอามือแตะนิ้วของเขาโดยไม่รู้ตัว
บนนิ้วนั้นมีแหวนสีดำสวมใส่อยู่…
ถูกต้อง!
หากเขาฝืนความตั้งใจของชายหนุ่มรูปงาม
แน่นอนว่า…สิ่งที่รอคอยเขาอยู่ก็คือความตายของจิตวิญญาณ เขา!
หรืออีกนัยหนึ่ง
ในปัจจุบัน เขาไม่สามารถล่าถอยได้อีกต่อไปแล้ว!
“ข้าตกลง……”
เมื่ออ๋องหลินหลงกล่าวประโยคนี้แล้ว
อ๋องหลินหลงดูเหมือนจะหมดสิ้นเรี่ยวแรง
เหมือนดั่งสุนัขตาย!
เขาไม่มีร่องรอยของจิตวิญญาณแห่งอ๋องราชวงค์และความ เย่อหยิ่งเหมือนก่อนหน้านี้!
ชายหนุ่มรูปงามพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและกล่าวว่า “ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา เจ้าแค่รอก่อน”
“แล้วข้าจะแจ้งให้ทราบเมื่อเราพร้อม ในช่วงนี้…เจ้าควรพักผ่อน เยอะๆ”
“เพราะถ้าเจ้าล้มเหลว นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายของเจ้า”
“แน่นอน หากเจ้าทำสำเร็จ เจ้าจะมีคุณสมบัติที่จะติดตามข้า ต่อไป”
หลังจากกล่าวจบแล้ว ชายหนุ่มรูปงามก็หายตัวไปจากที่ที่เขาอยู่ ทันที
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มรูปงามหายไปแล้ว
ดวงตาของอ๋องหลินหลงก็มัวหมอง
ในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเสียใจเล็กน้อย…
ข้าเสียใจว่า ทำไมข้าถึงร่วมมือกับชายปีศาจผู้นี้…
ทำไมข้าถึงมีใจคิดกบฏ?
จริงๆ แล้ว การที่ข้าเป็นอ๋องหลินหลงแห่งราชวงค์ไร้ขอบเขต ข้า ไม่เห็นว่ามันเลวร้ายตรงไหนเลย…