โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 436 พลิกฝ่ามือเป็นเมฆา…คว ่าฝ่ามือบังคับหยาด
พิรุณ
(翻手为云…覆手为雨 Fān shǒu wéi yún… Fù shǒu wéi yǔ หมายถึง คนที่มีอำนาจมาก จะสั่งอะไรก็ได้ เปรียบเปรยว่าแค่พลิก มือก็ควบคุมเมฆได้ หมุนมือก็บังคับฝนให้ตกได้)
แน่นอนว่า ผู้ที่มาย่อมเป็นหลิวซื่อหลู…
เหตุผลที่พวกเย่ชิวไป่และคนอื่นๆ หยุดนั้น เป็นเพราะการมาถึง ของหลิวซื่อหลูนั่นเอง
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้งสามที่อยู่ขั้นสูงสุดขอบเขต รวบรวมเต๋า พวกมันไม่มีอำนาจที่จะต่อต้านหลิวซื่อหลูได้เลยแม้แต่ น้อย
หลิวซื่อหลูคว้าพวกมันด้วยมือเดียว แล้วพาทั้งสามกลับมา
หลิวซื่อหลูมองไปที่เย่ชิวไป่แล้วถามว่า “เจ้าต้องการจัดการกับ มันอย่างไร?”
เย่ชิวไป่คือลูกศิษย์คนโตสุดของหลู่ฉางเซิน
แน่นอนว่า หลิวซื่อหลูยังต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเย่ชิวไป่ เช่นกัน
เย่ชิวไป่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโส ท่านช่วย สอบปากคำและค้นหาว่าใครคือผู้สั่งเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้ง สามนี้ได้หรือไม่?”
“ข้าอยากจะถามด้วยว่า ผนึกนั้นคลายออกมามากแค่ไหนแล้ว”
หลิวซื่อหลูยังไม่ทันได้ตอบเย่ชิวไป่
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้งสามก็ฟื้นขึ้นมาจากอาการตก ตะลึง…
พวกมันเยาะเย้ยและกล่าวว่า…
“พวกเจ้าดูถูกพวกข้าเกินไป อยากสอบปากคำข้างั้นเหรอ เฮอะ…ไม่มีทาง!”
หลิวซื่อหลูกล่าวอย่างดูถูกว่า “ใครบอกว่าข้าจะถามพวกเจ้า?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้งสามตกใจ เล็กน้อย
หลังจากนั้นไม่นาน หลิวซื่อหลูก็ไม่ได้อธิบายอะไรอีกต่อไป
เขาจับศีรษะของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางตัวหนึ่งด้วยมือ ข้างเดียว
ทันใดนั้น ฝ่ามือของหลิวซื่อหลูก็สั่นเล็กน้อย และเกิดคลื่นพลังที่
ทำให้ผู้คนไม่สามารถต้านทานได้
พลังที่ไม่อาจต้านทานได้เข้าสู่สมองของเผ่าพันธุ์ชั่วร้าย ระดับเซี่ยหวางตัวนี้..
หลังจากนั้น มันพุ่งตรงเข้าสู่จิตวิญญาณทันที!
ทันใดนั้น ข้อความก็ถูกส่งจากวิญญาณของเผ่าพันธุ์ชั่วร้าย ระดับเซี่ยหวางไปยังจิตใจของหลิวซื่อหลู
ทุกคนเห็นร่างของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางเริ่มสั่นอย่าง รุนแรง!
มีเส้นเลือดสีน ้าเงินหลายเส้นพุ่งขึ้นมาบนใบหน้าสีน ้าเงิน!
ดวงตาของมันเจ็บปวดอย่างมาก และมันเริ่มกลอกตาขึ้นมาด้วย ซ ้า
ทักษะค้นวิญญาณ!
ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเผ่าพันธุ์ชั่วร้าย ระดับเซี่ยหวางอีกสองตัว!
พวกมันอยู่เขตแดนมิติโลกระดับกลาง…
การค้นวิญญาณไม่ใช่ทักษะที่หายาก
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดในใช้ทักษะค้นวิญญาณนั้นสูงมาก
ถ้าเจ้าไม่มีพลังที่จะบดขยี้คนๆ นี้ เจ้าจะไม่สามารถใช้ทักษะค้น วิญญาณได้อย่างแน่นอน!
มันจะเห็นได้ว่าขอบเขตของคนตรงหน้านั้นเหนือกว่าพวกมัน มาก!
เขาได้มาถึงขอบเขตที่อยู่เหนือกว่าขั้นสูงสุดขอบเขตรวบรวม เต๋าอย่างแน่นอน!
สิ่งนี้ทำให้เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางอีกสองตัวหวาดกลัว อย่างยิ่ง!
แน่นอนว่า ข้อมูลในจิตวิญญาณมันไม่สามารถปกปิดได้
เมื่อมีการใช้ทักษะค้นวิญญาณนี้
อีกฝ่ายจะรู้ความลับทั้งหมด!
ทั้งสองมองหน้ากัน หลังจากนั้นจึงพยักหน้าให้กันอย่างแน่วแน่
ออร่าปราณที่รุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของทั้งสอง ตัวอย่างต่อเนื่อง!
ปราณชั่วร้ายสีดำเริ่มกลายเป็นหมอกสีดำปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า!
หือ…ทำลายตัวเองงั้นเหรอ?
การแสดงออกของตงเสี่ยวฉินก็เปลี่ยนไป…
การทำลายตนเองของผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดขอบเขตรวบรวมเต๋า สองตัวในเวลาเดียวกัน มันอาจจะส่งผลกระทบต่อครึ่งหนึ่งของ เทือกเขาหลินเจี่ยได้เลยใช่ไหม?
และที่ตั้งของพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากกองทหารรักษาการณ์นอก ภูเขาหลินเจี่ยเท่าไหร่นัก!
หากเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้งสองตัวทำลายล้างตัวเอง มันจะทำให้กองทหารทั้งหมดหายไปอย่างแน่นอน!
แต่ใบหน้าของหลิวซื่อหลูยังคงสงบ เมื่อเขารู้สึกถึงออร่าที่รุนแรง สีหน้าของเขายังไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
“เจ้าจะทำลายตัวเองงั้นเหรอ?”
ทันใดนั้น…หลิวซื่อหลูก็ยื่นมืออีกข้างออกมา
เขากดฝ่ามือลงเล็กน้อย!
ชั่วพริบตา ปราณงชั่วร้ายสีดำที่รุนแรงก็ถูกยับยั้งด้วยยพลังที่
มองไม่เห็น!
เมื่อเห็นฉากนี้ ดวงตาของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้งสอง ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นหวัง…
พวกข้าทำอะไรได้อีกบ้าง?
การต่อต้าน ข้าไม่สามารถเอาชนะได้…
แม้แต่การทำลายตนเอง มันยังเป็นไปไม่ได้เลย!
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้งสามอยู่ในมือของหลิวซื่อหลู โดยสมบูรณ์ เช่นเดียวกับมดตัวจ้อย เขาสามารถทำสิ่งใดกับพวกมัน ได้ตามต้องการ!
เช่นเดียวกับราชาแห่งยมโลก เขาสามารถควบคุมชีวิตและความ ตายของผู้อื่นได้ตามต้องการ!
ข้าอยากให้เจ้าตายและมันจะเสร็จเพียงแค่ดีดนิ้ว
แต่ถ้าข้าต้องการให้เจ้ามีชีวิตอยู่ เจ้าจะไม่สามารถฆ่าตัวตายได้ อย่างแน่นอน!
นี่คือจุดแข็งของผู้เชี่ยวชาญระดับสูง
ทันใดนั้น ดวงวิญญาณของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้ง สามตัวก็ถูกค้นจนเสร็จสิ้น
และความเสียหายที่เกิดจากการค้นวิญญาณนั้น
มันคือการบาดเจ็บถาวรของจิตวิญญาณ!
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้งสามนี้ที่เคยสง่างามและหยิ่ง ผยอง
ในตอนนี้สีหน้าของพวกมันดูหม่นหมอง และมีของเหลวใสไหล อยู่ข้างปากของเขา
พวกมันดูราวกับกลายเป็นเด็กอายุสามขวบ!
หลิวซื่อหลูโบกมือโดยไม่แม้แต่จะมอง
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้งสามตัวนี้กลายเป็นเถ้าถ่าน และหายตัวไปในอากาศทันทีอย่างไร้ร่องรอย
ราวกับว่าพวกมันทั้งสามตัว…ไม่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน
หลิวซื่อหลูสังหารเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางทั้งสามได้อย่าง ง่ายดายมาก…ราวกับพลิกฝ่ามือ!
มู่ฟู่เฉิงถามอย่างสงสัยว่า “ความแข็งแกร่งระหว่างท่านกับท่าน อาจารย์มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน? หรือว่าพอๆ กัน”
หลังจากเห็นฉากที่เกิดขึ้น
ถ้ามองจากมุมมองของพวกเขา
ทั้งหลู่ฉางเซิน และหลิวซื่อหลูสามารถทำลายล้างศัตรูทั้งหมดได้ อย่างง่ายดายมาก
ในแง่ของความแข็งแกร่ง ไม่มีความแตกต่างแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ร่างกายของหลิวซื่อหลูเริ่มสั่นเทา
เขาจำได้ว่า เขาถูกหลู่ฉางเซินทุบตีอย่างหนักในช่วงนี้ บางครั้ง เขาไม่สามารถลุกจากเตียงได้ หลู่ฉางเซินเรียกการทุบตีนี้ว่าการ ฝึกฝน…
ข้ารู้สึกกลัวเล็กน้อยจริงๆ!
ทันใดนั้น หลิวซื่อหลูจ้องมองไปที่มูฟู่เฉิงอย่างดุเดือด
ทำไมเด็กคนนี้ถึงตาบอดขนาดนี้?
ข้าถูกหลู่ฉางเซินทุบตีจนนอนลงกับพื้น!
อย่างไรก็ตาม เขาอายเกินกว่าที่จะกล่าวแบบนี้ต่อหน้ารุ่นเยาว์ เขาแกล้งไอแล้วกล่าวว่า “อะแฮ่ม…ข้ามีข้อมูลทั้งหมดที่เจ้าต้องการ แล้ว”
เมื่อเห็นการแสดงออกของหลิวซื่อหลู ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ออกมา
ผลลัพธ์นี้ชัดเจนแล้ว…
ท่านอาจารย์ย่อมแข็งแกร่งมากกว่าแน่นอน!
หลิวซื่อหลูมองไปที่การแสดงออกของทุกคนและคิดกับตัวเองว่า
ทำไมลูกศิษย์ของผู้อาวุโสหลู่ถึงทำตัวน่ารำคาญเหมือนเขากัน นะ?
อย่างไรก็ตาม เขายังคงกล่าวอย่างไร้ความรู้สึกว่า “เจ้าอยากจะ เริ่มจากตรงไหนก่อน?”
มู่ฟู่เฉิงที่อยู่ด้านข้างถามว่า “ท่านผู้อาวุโส เรื่องผนึกเป็นยังไง บ้าง?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้หลิวซื่อหลูตอบว่า “ในตอนแรก มันต้องใช้เวลาถึง เจ็ดวันก่อนที่ผนึกจะถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ที่สำคัญ ดูเหมือนว่าจะ มีเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ยหวางที่ทรงพลังมากในหมู่พวกมัน”
“อย่างไรก็ตาม จู่ๆ ผนึกนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้ และ ไม่ว่าพวกมันจะทำอะไร พวกมันก็ไม่สามารถหลุดออกมาได้”
“ด้วยเหตุนี้ เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายจึงดูวิตกกังวลมาก…”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ตงเสี่ยวฉินก็ประหลาดใจและกล่าวว่า “มัน ควรจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายระดับเซี่ย หวาง”
ผู้บัญชาการระดับเซี่ยหวางคือผู้บัญชาการในช่วงเริ่มต้นของ การรุกรานเขตแดนไร้พรมแดนเืื่อครั้งอดีต
ความแข็งแกร่งของมันได้มาถึงครึ่งก้าวขอบเขตเปลี่ยนแปลง โลหิต(เปี้ยนเสี่ย) แล้ว ในเวลานั้นไม่มีใครในเขตแดนไร้พรมแดนที่
เป็นคู่ต่อสู้ของมันแม้แต่ผู้เดียว
ด้วยพลังที่แข็งแกร่งเยี่ยงนี้ ทำให้จักรพรรดิดาบดาวตกต้องทำ การสละร่างกายและจิตวิญญาณของเขาเพื่อผนึกมันอย่างเข้มแข็ง!
หากไม่เป็นเช่นนั้น…
เกรงว่าเขตแดนไร้พรมแดนหรือเขตแดนมิติโลกระดับต ่าทั้งหมด นั้น คงสูญสิ้นไปนานแล้ว…
ดังนั้น เมื่อพวกเขาได้ยินข่าวว่าผู้บัญชาการระดับเซี่ยหวางยังไม่ สามารถออกมาได้
ตงเสี่ยวฉิน มู่ฟู่เฉิงและหลินเจี่ยต่างก็ดูมีความสุข
เย่ชิวไป่ถามต่อว่า “แล้วข่าวอย่างอื่นล่ะ?”
หลิวซื่อหลูมองไปที่เย่ชิวไป่แล้วกล่าวว่า “โอ้…ไม่มีอะไรมาก แค่ เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายส่งอัจฉริยะสายเลือดเผ่าปีศาจ(กุ่ยซู) มาที่นี่”
“ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ยุยงเรื่องนี้”
“อ๋องหลินหลงคนนั้นกลายเป็นผู้ติดตามของเขา”
เย่ชิวไป่และคนอื่นๆ ดูเคร่งขรึม
สายเลือดของเผ่าปีศาจ!
กองกำลังเขตแดนมิติโลกระดับสูง…
“แต่เจ้าอย่ากังวล แม้ว่าสายเลือดเผ่าปีศาจจะถูกเปิดใช้งานแล้ว แต่มันยังเจือจางมาก มันมีร่องรอยของเผ่าปีศาจเพียงเล็กน้อย เท่านั้น”
“แล้วขอบเขตปัจจุบันของเขาล่ะ?”
“ก็แค่ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต(เปี้ยนเสี่ย)”
ทุกคน “……”
นี่เจ้าหมายถึง พวกข้าไม่ต้องกังวลใช่ไหม?
แม้แต่ครึ่งก้าวขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต พวกเขายังไม่มีด้วย ซ ้า!
แล้วจะจัดการกับขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตได้ยังไง?
มู่ฟู่เฉิงกล่าวออกมาว่า “ท่านผู้อาวุโส ท่านดูสิ ความแข็งแกร่ง ของเรายังตามหลังอัจฉริยะเผ่าพันธ์ืุชั่วร้ายมาก ท่านว่า…”
หลิวซื่อหลูโบกมือแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าจะไม่ช่วยอีก ต่อไป”
“การแทรกแซงมากเกินไป มันจะไม่เป็นผลดีต่ออนาคตของเจ้า”
“ถึงแม้ว่ามันจะยาก แต่รางวัลสำหรับเจ้าก็จะยิ่งใหญ่มาก หาก เจ้าเอาชนะอุปสรรคนี้”
“ข้าคิดว่า…อาจารย์ของเจ้าก็คงคิดเช่นนี้เหมือนกัน”