โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 477 ชัยชนะในการต่อสู้ครั้งแรก
หลังจากนั้น…
หัวหน้าหมู่บ้านอธิบายกฎของการทดสอบครั้งที่สาม
แต่ละคนจะมีแผ่นหยกผนึก และในแผ่นหยกผนึกนั้นมีทักษะที่อยู่ ในกำแพงหินที่สูงเสียดฟ้า
ผู้ที่จะผ่านได้ เขาจะต้องรวบรวมทักษะที่แตกต่างกันเก้าแบบที่
อยู่ในกำแพงหิน
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าต้องเข้าใจทั้งหมดและรวมพวกมันเป็นทักษะ เดียวก่อน เจ้าจึงจะสามารถผ่านการทดสอบนี้ได้
ทักษะทั้งเก้านี้เป็นทักษะที่มีอยู่ในเขตแดนเทียนเหอ
มันค่อนข้างยากอยู่แล้วที่จะเข้าใจแม้เพียงทักษะเดียว
ยิ่งต้องรวมพวกมันทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว?
เรียกได้ว่ายากพอๆ กับการปีนขึ้นไปบนท้องฟ้าเลยทีเดียว
นี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมที่ผ่านมา มันถึงมีเพียงสองคนเท่านั้นที่
ผ่านการทดสอบของหมู่บ้านฟ่านเหริน
และหยกผนึกของหลู่ฉางเซินก็อยู่ที่ซิงเฉิง
ดังนั้น…หากหลู่ฉางเซินต้องการหลีกเลี่ยงการถูกกำจัด อย่าง แรกที่เขาต้องทำคือ การปกป้องหยกผนึกในมือของซิงเฉิง
เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ได้ถูกกำจัด…
ในตอนนี้…
ต้วนเฉาเหอมองไปและเห็นจี้เฉียนเหยายังคงยืนอยู่ข้างหลู่ฉาง เซิน
สิ่งที่ต้วนเฉาเหอเห็นคือ…นางสนทนากับเขาด้วยรอยยิ้มที่มี เสน่ห์
แต่ทว่า…สถานการณ์จริงก็คือจี้เฉียนเหยากำลังคุยอยู่คนเดียว
ในทางกลับกัน หลู่ฉางเซินแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินด้วยสีหน้า เคร่งเครียด
เมื่อดูฉากนี้…
ต้วนเฉาเหอกัดฟันแล้วเดินเข้าไปหา
“ดูเหมือนว่าเจ้าเป็นเพียงผู้ติดตามตระกูลซิงใช่ไหม?”
คิ้วของหลู่ฉางเซินกระตุก
หลังจากนั้นเขาก็มองไปที่จี้เฉียนเหยาและกล่าวว่า “ทั้งหมดเป็น เพราะเจ้า เจ้าจัดการกับมัน”
จี้เฉียนเหยาม้วนริมฝีปากของนาง
หลังจากการแลกเปลี่ยนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
นางมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับนิสัยของหลู่ฉางเซินแล้ว
นางสรุปได้ว่า…เป็นเพียงห้าคำเท่านั้น
ไม่อยากมีปัญหา!
“ต้วนเฉาเหอ ข้าบอกแล้วไง ไม่ว่าเรื่องอะไร มันก็ไม่เกี่ยวอะไร กับเจ้า!”
แต่ใครจะคิดละว่า….
คำพูดที่เย็นชาของจี้เฉียนเหยาจะมีผลเป็นอย่างอื่น
ในตอนนี้ หัวใจของต้วนเฉาเหอเต็มไปด้วยความโกรธอย่างท่วม ท้น!
มันเป็นเพียงผู้ติดตามเท่านั้น
เจ้าถึงกับพูดกับข้าแบบนี้เลยเหรอ?
“ได้! เฉียนเหยา มันจะไม่ใช่ธุระของข้าอีกต่อไป”
ต้วนเฉาเหอมองไปที่หลู่ฉางเซินด้วยความดูถูกและกล่าวว่า “ข้า หวังว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่เพื่อให้ข้าได้พบเจ้า เมื่อถึงเวลา ข้าจะทำให้เจ้า รู้ว่า…ช่องว่างระหว่างเรากว้างมากแค่ไหน!”
“ไม่ว่าจะเป็นสถานะหรือความแข็งแกร่ง!”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันหลังกลับและเดินจากไป
และที่อยู่ด้านหลัง…
หัวหน้าหมู่บ้านมองดูฉากนี้แล้วกล่าวว่า “เหอเจิ้น นี่คือคนที่เจ้า กำลังมองหาใช่ไหม?”
เหอเจิ้นหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ข้าไม่ได้คาดหวังว่า เจ้าใน ฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน วิสัยทัศน์ของเจ้าแย่มากจนเจ้าใช้ใครก็ไม่รู้ เจ้า ไว้วางใจคนี่เป็นเพียงผู้ติดตามเท่านั้นผู้นี้งั้นเหรอ?”
“เจ้ารู้ไหม? ต้วนเฉาเหอมาจากวังมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิง และ เขาคือศิษย์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในหมู่ศิษย์ทั้งหมด”
“คนที่เป้นเพียงผู้ติดตาม เขาจะเปรียบเทียบกับต้วนเฉาเหอได้อ ย่างไร?”
หัวหน้าหมู่บ้านมองไปที่เหอเจิ้น และกล่าวด้วยสีหน้ามืดมน “ดู เหมือนว่าเจ้าจะสมรู้ร่วมคิดกับวังมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิง”
ดวงตาของเหอเจิ้นเปล่งประกายด้วยความชั่วร้าย หลังจากนั้น เขาก็หัวเราะเบาๆ “ผู้คนในหมู่บ้านฟ่านเหรินไม่จำเป็นต้องสมรู้ร่วม คิดกับกองกำลังใดๆ และไม่มีใครคู่ควรที่จะร่วมมือกับเรา”
หัวหน้าหมู่บ้านมองดูเหอเจิ้นอย่างลึกซึ้ง
เขาย่อมรู้ดีว่า…
เรื่องตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อีกต่อไป
หากไม่ได้รับการจัดการอย่างดี
หมู่บ้านฟ่านเหรินจะแตกสลาย!
ในตอนนี้เอง….
หยกผนึกที่อยู่ในมือของคนทั้งสิบแปดคน…ล้วนถูกล้อมรอบด้วย แสงสีเขียว
ทันทีที่มีแสงสีเขียววาบ พวกเขาทั้งหมดก็หายไปและถูก เคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่างๆ ในป่าลึก
หัวหน้าหมู่บ้านถอนหายใจพลางกล่าวว่า “เหอเจิ้น แผนของเจ้า ไม่มีทางสำเร็จ”
“เจ้าจะพึ่งคนอย่างผู้ติดตามผู้นั้นงั้นเหรอ? เยี่ยม…ข้าจะรอดู!”
…
ที่ไหนสักแห่งในป่าลึกมีน ้าพุภูเขาอยู่
และผู้ที่อยู่ติดกับน ้าพุภูเขา…
หลู่ฉางเซินและซิงเฉิงถูกเคลื่อนย้ายมาที่นี่พร้อมกัน
ซิงเฉิงกล่าวอย่างเป็นกังวลว่า “พี่หลู่ ต้วนเฉาเหอจะต้องตอบโต้ ความโกรธของเขาอย่างแน่นอน”
“ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าได้สัมผัสด้านชั่วร้ายของเขาแล้ว ดังนั้นพวก เราต้องระวังว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เมื่อเขาจับพวกเราได้ เขาจะปลิด ชีวิตพวกเราอย่างแน่นอน”
หลู่ฉางเซินมีสีหน้าหมดหนทาง
ทำราวกับว่าข้าเป็นผู้เริ่มยั่วยุเขางั้นสิ?
ทั้งหมดเป็นความผิดของผู้หญิงคนนั้น!
แม้ว่าพี่ชายอย่างข้าจะมีเสน่ห์มากก็ตาม
แต่เจ้าจะมาติดใจข้าไม่ได้!
หลู่ฉางเซินถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และกล่าวว่า “เจ้าไม่ต้อง กังวลเกี่ยวกับข้า แค่ตามข้ามาอย่างใกล้ชิดก็พอ”
หลังจากนั้น หลู่ฉางเซินก็ยื่นมือออกสำรวจทันที
ภายใต้ดวงตาที่น่าหวาดกลัวของซิงเฉิง มือของหลู่ฉางเซินก็ เจาะเข้าไปในมิติอากาศโดยตรง!
เขาหยิบม้วนหนังสือออกมาสองสามม้วนแล้วโยนให้เขา
นี่มัน?
มิติพื้นที่ในหมู่บ้านฟ่านเหรินนั้นมั่นคงมาก
แล้วเจ้าเจาะเข้าไปในมิติได้ยังไง?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซิงเฉิงก็มองไปที่หลู่ฉางเซินอย่างอธิบายไม่ได้
ดูเหมือนว่าชายที่ข้าสุ่มพบบนถนน
ค์ไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดเท่านั้น แต่ความ แข็งแกร่งของเขายังไม่อาจหยั่งรู้ได้อีกด้วย!
“เจ้าเอาไป” หลู่ฉางเซินชี้ไปที่ม้วนคัมภีร์แล้วกล่าวว่า “นี่คือม้วน คัมภีร์ค่ายกลบางส่วน หากมีอันตรายและข้าไม่สามารถเข้า ช่วยเหลือได้ เจ้าสามารถเปิดใช้มันได้โดยตรง เจ้าเข้าใจใช่ไหม?”
ซิงเฉิงพยักหน้ารับทันที
หลู่ฉางเซินคิดอีกครั้ง
เขาก็โบกมือของเขาในอากาศ
กฎแห่งดาบก็ออกมาซ่อนอยู่รอบๆ ตัวของซิงเฉิง
ข้าเผื่อไว้ละกัน……
“เอาล่ะ เราไปหาใครสักคนกันเถอะ”
“เอ่อ…เราจะหาใครเจอได้อย่างไร? มีค่ายกลอยู่ที่นี่ และข้าก็ ปล่อยจิตสัมผัสของข้าออกไปไม่ได้…เจ้าทำอะไร?”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้แล้ว
จิตสัมผัสอันท่วมท้นของหลู่ฉางเซินก็ปล่อยออกมาจากทั่ว ร่างกายของเขา
ดวงตาของซิงเฉิงเบิกกว้างราวกับไข่ห่าน
เจ้าทำได้อย่างไร?
ไม่ใช่ว่าภูเขาด้านหลังถูกค่ายกลปิดกั้นสัมผัสไว้ไม่ใช่เหรอ?
พวกเราไม่สามารถบินในอากาศได้หรือปล่อยจิตสัมผัสได้ไม่ใช่ หรือ?
แล้วคนผู้นี้สามารถปลดปล่อยการรับรู้อันทรงพลังเช่นนี้ได้ อย่างไร?
ซิงเฉิงที่อยู่ตรงหน้าหลู่ฉางเซิน เขาเหมือนชายเปลือยที่ถูก เปลื้องผ้าทันที
เพียงปัดเบาๆ
เขาก็สามารถมองผ่านมันได้
หลู่ฉางเซินเหลือบมองซิงเฉิงโดยไม่ได้ตั้งใจ และอดไม่ได้ที่จะขด มุมปากเผยให้เห็นรอยยิ้มที่อธิบายไม่ได้
อา……
เหตุใดเจ้าจึงต้องพกเข็มอันเล็กติดตัวไปด้วยในระหว่างการ ทดสอบ?
อะแฮ่ม…
โทษที…ข้าไม่ควรบูลลี่ขนาดของเจ้า
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง…
หลู่ฉางเซินลืมตาแล้วเดินไปทางทิศตะวันออก
เมื่อเห็นสิ่งนี้ซิงเฉิงก็ถามว่า “เจ้าพบสิ่งใด?”
แม้ว่าจะเป็นเนินเขาด้านหลังของหมู่บ้านฟ่านเหรินก็ตาม
แต่จริงๆแล้วมันเป็นเทือกเขาที่ทอดยาวหลายพันลี้…
ถ้าเจ้าอยากเจอใครสักคน มันไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าเจ้าจะใช้จิต สัมผัสก็ตาม…
แต่หลู่ฉางเซินพยักหน้าและกล่าวว่า “ตามข้ามา”
ใบหน้าของซิงเฉิงเต็มไปด้วยความซับซ้อน
ผู้ชายคนนี้คือใคร…
ความสามารถนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
ข้าไม่สามารถมองทะลุเขาไปได้เลย…
…
เวลาผ่านไปธูปหนึ่งก้าน
หลู่ฉางเซินนำซิงเฉิงไปไกลหลายพันลี้
แล้วเขาก็เห็นชายคนหนึ่ง
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองหลู่ฉางเซินแล้วกล่าวว่า “ผู้ติดตาม ตระกูลซิงงั้นเหรอ?”
ซิงเฉิงตกใจมากเมื่อเห็นชายคนนี้
“เล่ยเต้าซือจากนิกายเล่ยหยู(กรงสายฟ้า) พรสวรรค์ของเขาเป็น รองเพียงต้วนเฉาเหอและจี้เฉียนเหยา…”
จี้เฉียนเหยามีพรสวรรค์งั้นเหรอ?
หลู่ฉางเซินเม้มริมฝีปาก หลังจากนั้นเขายื่นมือออกแล้วกล่าวว่า “มอบหยกผนึก อย่าเสียเวลา”
ใบหน้าของเล่ยเต้าซือจริงจัง เมื่อได้ยินสิ่งนี้ก็มีสายฟ้าหมุน วนรอบตัวเขา!
เหมือนรอบตัวเขาอยู่ในกรงที่เต็มไปด้วยสายฟ้า!
ออร่าปราณช่างน่ากลัวยิ่งนัก
“เจ้าเป็นเพียงผู้ติดตาม แต่หยิ่งผยองมากจริงๆ”
“หยกผนึกอยู่บนร่างกายของข้า หากเจ้าต้องการมันก็ขึ้นอยู่กับ ความสามารถของเจ้าแล้ว”
หลู่ฉางเซินชี้นิ้วออกไป
พลังที่มองไม่เห็นกดตรงไปยังเล่ยเต้าซือ!
เพียงไม่นาน!
กรงสายฟ้ารอบตัวเขาแตกสลาย และกลายเป็นความว่างเปล่า!
เมื่อเห็นฉากนี้ สีหน้าของเล่ยเต้าซือเปลี่ยนไป
อะ……
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขากำลังจะลงมืออีกครั้ง เขาก็เห็นนิ้ว หนึ่งแตะคิ้วของเขาแล้ว
“ส่งมอบหยกผนึกมา”