โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 489 ก้าวเดียว…เลือดกระเซ็น!
ดวงตาของคังไห่ฉงตกตะลึงเล็กน้อย เมื่อนางมองดูชายที่ถือดาบ ที่อยู่ข้างหน้า
“อาการบาดเจ็บของเจ้าหายดีแล้วหรือยัง?”
เย่ชิวไป่ยิ้มตอบเบาๆ
หญิงสาวผู้นี้มีจิตใจดีจริงๆ ขนาดอยู่ในสถานการณ์เข่นนี้ สิ่ง แรกที่นางกล่าวคือถามเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเขา
“ดีขึ้นแล้ว ข้าขอขอบคุณเจ้ามาก”
เย่ชิวไป่หันไปมองหยางหมิง
เขาได้เข้าใจถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายคร่าวๆแล้ว
ในหมู่พวกเขา คนที่อยู่ข้างๆ หยางหมิง อยู่ขั้นกลาขอบเขต ภวังค์เทพ ในขณะที่หยางหมิงอยู่เพียงครึ่งก้าวภวังค์เทพเท่านั้น
คนที่เหลืออีกหลายสิบคนอยู่ขั้นปลายขอบเขตมหาจักรพรรดิ…
อือ…ไม่น่าแปลกใจ ที่คังไห่ฉงซึ่งอยู่ขั้นปลายมหาจักรพรรดิสู้ ไม่ได้
แต่ถ้าคิดดีๆ แล้ว…
ช่องว่างระหว่างมิติโลกระดับกลางและระดับต ่านั้นกว้างมากจริงๆ
ที่นี่เป็นเพียงเมืองที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ในตระกูลก็มีคนที่อยู่ ขอบเขตรวบรวมเต๋าแล้ว
หยางหมิงขมวดคิ้วในเวลานี้ และถามว่า “ตระกูลคังไม่มีผู้ฝึกฝน ดาบ เจ้าเป็นใคร?”
เย่ชิวไป่ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อตอบแทนความเมตตา ของนาง”
คังไห่ฉงรู้สึกยินดีหลังจากได้ยินสิ่งนี้ แต่ดวงตาของนางยังคงเต็ม ไปด้วยความวิตกกังวล “เจ้ากับตระกูลของข้าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เจ้าจงรีบออกไปเสีย ตระกูลหยางก็จะปล่อยเจ้าไป”
เห็นได้อย่างชัดเจน…
คังไห่ฉงเชื่อว่าความแข็งแกร่งของเย่ชิวไป่ไม่เพียงพอที่จะ จัดการกับตระกูลหยาง
“ปล่อยเจ้าไปงั้นเหรอ?” หยางหมิงเยาะเย้ยและกล่าวว่า “เฮอะ… เจ้าเข้ามายุ่งกับตระกูลหยางแล้วจะไปง่ายๆ งั้นเหรอ”
หลังจากกล่าวจบ เขาก็มองดูองครักษ์ที่อยู่ด้านข้างแล้วกล่าวว่า “จัดการซะ!”
องครักษ์เดินออกไปด้วยรอยยิ้มเคร่งขรึม และหยิบหอกในมือ ขึ้นมา
ลมแรงปกคลุมตัวหอก!
เจตจำนงแห่งลม…
ดูเหมือนว่าสำหรับคนในมิติโลกระดับกลาง เจตจำนงคือพื้นฐาน ของพวกเขาทั้งหมดสินะ
แต่มันย่อมไม่แปลก
ในเขตแดนที่เต็มไปด้วยเจตจำนงที่หนาแน่น มันไม่ใช่เรื่องยากที่
จะเชี่ยวชาญมัน
เย่ชิวไป่เห็นอีกฝ่ายวิ่งเข้าหา
เขาก้าวเท้าเบาๆ…
ดาบดาวตกยาวเก้าฉื่อในมือถูกฟันไปข้างหน้า
ฉับ!
แสงดาบแวบวาบผ่ามไปมา!
องครักษ์ที่วิ่งมาหยุดชะงัก
สีหน้าของเขาดูสับสน…
สักพัก ส่วนหัวถูกแยกออกจากลำตัวทันที!
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วชายหาด!
เมื่อเห็นฉากนี้ สีหน้าทุกคนดูตกใจ!
แม้ว่าระดับขององครักษ์จะไม่สูงนักก็ตาม
แต่เขาก็อยู่ขั้นสูงสุดขอบเขตมหาจักรพรรดิแล้ว!
แต่ตอนนี้ ผู้ฝึกฝนดาบที่อยู่ตรงหน้า ตัดหัวของเขาด้วยดาบ เดียว!
หนึ่งก้าว…หนึ่งดาบ!
คังไห่ฉงและตระกูลคังที่เหลือโดยรอบมองดูเย่ชิวไป่ด้วยสีหน้า ตกตะลึง
ชายที่ได้รับการช่วยเหลือจากชายหาดมีความแข็งแกร่งขนาดนี้
เลยหรือ?
หยางหมิงสีหน้าดูน่าเกลียดและกล่าวว่า “รุมมัน!”
ทันทีที่เขากล่าวจบ องครักษ์มทั้งหมดก็รีบวิ่งเข้าหาเย่ชิวไป่!
เย่ชิวไป่เห็นฉากนี้…
สีหน้าของเขายังไม่เปลี่ยนแปลง
เขายังดูผ่อนคลาย
ดาบดาวตกเก้าฉื่อในมือของเย่ชิวไป่ชี้ไปข้างหน้า
เจตจำนงของบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์ได้พุ่งออกมาจากร่างกาย ของเย่ชิวไป่ในตอนนี้!
เจตจำนงดาบครอบคลุมองครักษ์หลายสิบคนของตระกูลหยาง ทันที!
อาณาเขตดาบ!
สีหน้าขององครักษ์หลายสิบคนเปลี่ยนไป
เจคจำนงดาบมีอยู่ทุกที่รอบตัวพวกเขา ทุกจังหวะและทุกพื้นที่
เต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่าหวาดกลัว!
ดูเหมือนว่าถ้าพวกเขาขยับแม้แต่นิดเดียว พวกเขาจะถูกฆ่า ทันที!
เย่ชิวไป่ไม่มีความตั้งใจที่จะปราณี
เขาไม่มีความลังเลในใจ
เขาชี้ปลายดาบชี้…
อาณาเขตดาบเกิดความปั่นป่วนทันที!
เจคจำนงดาบนับไม่ถ้วนกลายเป็นลมที่รุนแรงราวกับพายุทอร์นา โด!
พวกมันตัดคอองครักษ์หลายสิบคนโดยตรง!
หัวหน้าผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างๆ คังไห่ฉงกล่าวด้วยความหวาดกลัว “ข้าเกรงว่า…ข้าไม่สามารถต้านทานเจตจำนงดาบอันทรงพลังนี้ได้!”
หยางหมิงก็ดูหวาดกลัวเช่นกัน
ผู้ชายคนนี้มาจากไหน?
ทำไมตระกูลคังถึงมีมิตรภาพกับผู้ฝึกฝนดาบที่ทรงพลังเช่นนี้?
“เจ้าก็เข้าไปด้วย!”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหยางหมิง ผู้เชี่ยวชาญขั้นกลางขอบเขต ภวังค์เทพที่อยู่ด้านข้างก็ก้าวไปข้างหน้า!
เขายกดาบกว้างในมือ และเจตจำนงแห่งก็น ้าปะทุออกมา
เจตจำนงรวมตัวกันเป็นกลุ่ม…กลายเป็นคลื่นสึนามิขนาดมหึมา
เขาฟันไปทางอาณาเขตดาบราวกับกระสุนปืนใหญ่!
ใบหน้าของคังไห่ฉงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อนางเห็นผู้เชี่ยวชาญ ขอบเขตภวังค์เทพของศัตรูลงมือ และกล่าวว่า “ลุงเหอ…ช่วยเขาที!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หัวหน้าผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านข้างก็พยักหน้าเล็กน้อย และกำลังจะเข้าไปช่วย
แต่เมื่อเขาเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวินาทีต่อมา ใบหน้าของ เขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาเห็นดาบในมือของเย่ชิวไป่ มันส่องแสงด้วยเจตจำนงแห่ง ชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุด!
ในเวลาเดียวกัน…
ในอาณาเขตรดาบก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจเช่นกัน!
เจตจำนงสี่รูปแบบที่แตกต่างกันรวมตัวอยู่ในอาณาเขตดาบ!
สร้างค่ายกลดาบที่ทรงพลัง!
ค่ายกลดาบผสานเข้ากับอาณาเขตดาบ กลายเป็นปราณดาบ ขนาดยักษ์ที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
ปราณเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง!
ชายผู้แข็งแกร่งขอบเขตภวังค์เทพเริ่มมีสีหน้าเคร่งขรึมแล้ว
เขาจับด้ามดาบจนแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ร้องตะโกนออกมาเสียงดัง!
“เลี่ยไห่จาง(แยกสมุทร)!”
ทันใดนั้น!
ดาบกว้างในมือของชายผู้แข็งแกร่งขอบเขตภวังค์เทพ ดูเหมือน จะกลายเป็นปราณดาบอันคมกล้า ซึ่งมันสามารถตัดผ่านภูเขา แม่น ้าและมหาสมุทรได้อย่างง่ายดาย!
แต่อย่าลืมว่าเย่ชิวไป่เข้าสู่ขอบเขตภวังค์เทพแล้ว
ขนาดตอนเขาอยู่ขั้นกลางมหาจักรพรรดิ เขายังสามารถสังหาร ผู้คนในขอบเขตภวังค์เทพได้เลย
ยิ่งตอนนี้เขาอยู่ขอบเขตภวังค์เทพและทักษะดาบของเขาดี มากกว่าเก่า แล้วขั้นกลางขอบเขตภวังค์เทพที่อยู่ตรงหน้า มันจะสู้ เขาได้ยังไง?
ทันใดนั้น เยว่ชิวไห่ก็กำมือเปล่าในอากาศ
ซื่อเจ๋ไท่จู(ดาบสี่สมบูรณ์ผสานไท่จู)
พร้อมกันนั้น เขาก็ใช้ทักษะดาบดาวตก
ทั้งหมดพุ่งเข้าหาปราณดาบอันคมกล้าทันที
ตูม!
มีเสียงดังปะทุขึ้นจากตรงกลางที่ปราณดาบทั้งสองปะทะกัน!
บนชายหาด ทรายละเอียดกลายเป็นลมแรงและกระจายไปรอบๆ หลายร้อยลี้!
คลิก!
เสียงเหมือนโลหะแตกหัก
ทุกคนตกใจเมื่อรู้ว่า…
ดาบกว้างในมือของชายผู้แข็งแกร่งขอบเขตภวังค์เทพ มัน พังทลายลงแล้ว!
ดาบในมือของเย่ชิวไป่ไม่หยุด และตัดผ่านร่างของคู่ต่อสู้ โดยตรง!
ฉับ!
เลือดสาด!
เหมือนฝนที่เทลงมา
ชายผู้ที่อยู่ขั้นกลางขอบเขตภวังค์เทพมีสายตาไม่น่าเชื่อ
ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้อยู่เพียงขั้นต้นภวังค์เทพเท่านั้น แล้ว ทำไมถึงสังหารเขาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้?
ชายผู้แข็งแกร่งได้สูญเสียพลังชีวิตไปพร้อมกับความสงสัย…
หยางหมิงมีสีหน้าหวาดกลัวและรีบหนีทันทีเมื่อเห็นฉากนี้
แต่สีหน้าของเย่ชิวไป่ไม่เปลี่ยนไปเลย เขาถือดาบดาวตกเก้าฉื่อ แล้วก้าวออกมาก้าวเดียว!
ฟิ้ว!
ร่างกายเขาปลิวไปราวกับลูกธนูหลุดจากเชือก!
หยางหมิงรู้สึกว่าจิตสังหารกำลังเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่เขาวิ่ง เขาก็ร้องตะโกนว่า “ข้าคือนายน้อยคนที่สองของ ตระกูลหยาง หากท่านปล่อยข้าไป ข้าจะตอบแทนท่านอย่างแน่นอน ในอนาคต!”
คำกล่าวสุดท้ายเพิ่งจบลง
หยางหมิงหยุดร่างกาย เขาลดศีรษะลง และมองดาบยาวเก้าฉื่
อด้วยความไม่เชื่อ ขณะที่ดาบเจาะทะลุตันเถียนของเขาจากด้านหลัง
เมื่อรู้สึกถึงการสูญเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ดวงตาของหยางหมิง เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเสียใจ
เขาอ้าปาก แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา
พลังชีวิตหมดสิ้นไปโดยสิ้นเชิง
เขาได้ทิ้งร่างอยู่บนชายหาดแห่งนี้ตลอดกาล
เย่ชิวไป่ดึงดาบดาวตกออกมา แต่ไม่มีเลือดสักหยดบนตัวดาบ…
คังไห่ฉงมองดูฉากนี้ด้วยความประหลาดใจและถามว่า “เจ้าคือ ใครกันแน่? ไม่มีผู้ฝึกฝนดาบหนุ่มที่ทรงพลังเช่นนี้ในเมืองชิงไห่”
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า: “มันไม่สำคัญว่าข้าจะมาจากไหน เจ้า ช่วยชีวิตข้าไว้ ดังนั้นข้าต้องตอบแทนเจ้า”
และตอนนี้การสนับสนุนจากตระกูลคังก็มาถึงแล้วเช่นกัน
ผู้นำที่มาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคังเฉิง
คังเฉิงเห็นคราบเลือดปกคลุมชายหาด
เขามาหาคังไห่ฉงแล้วถามอย่างกังวลว่า: “ท่านพี่ ท่านเป็นอะไร หรือเปล่า?”
คังไห่ฉงยิ้มและส่ายหัว นางกล่าวด้วยความรู้สึกหวาดผวา “โชค ดีที่เย่ชิวไป่มาทันเวลา…”