โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 488 เมืองชิงไห่
ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างมิติโลกระดับกลางและระดับต ่าคือ
(ขอย่อจากเขตแดนมิติโลกระดับกลาง เป็นมิติระดับกลางแทน นะครับ อันเก่ามันยาวไป)
เจตจำนงที่แทรกซึมอยู่ทุกหนแห่งและความเข้มข้นของปราณ จิตวิญญาณนั่นเอง
ชายฝั่งทะเล
บนชายหาด…
ปูคลานไปตามแก้มของชายผู้นี้ทีละตัว
ในเวลานี้ มีเรือลำใหญ่ลำหนึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือน ้าทะเล
หลังจากเทียบท่าที่ฝั่งแล้ว
ผู้หญิงในชุดสีเขียวก้าวลงจากเรือภายใต้การคุ้มครองของ องครักษ์
“หืม? ช้าก่อน”
ผู้หญิงคนนี้หยุดเดินกะทันหัน
นางมองดูชายคนหนึ่งนอนที่อยู่บนชายหาดแล้วเดินเข้าไป
องครักษ์คนหนึ่งรีบกล่าวว่า “คุณหนู! โปรดรีบกลับทันที! ตระกูลหยางได้เริ่มโจมตีตระกูลคังของเราอย่างเปิดเผยแล้ว หากเรา ล่าช้า อีกฝ่ายอาจขัดขวางเรา!”
ด้านข้างผู้หญิงชุดเขียว มีชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวว่า “อย่ากังวล ไป มันใช้เวลาไม่นานนัก”
พวกองครักษ์แยกย้ายกันไป แต่พวกเขายังคงระวัง สภาพแวดล้อมรอบตัว
หญิงสาวชุดเขียวเดินไปข้างหน้า โน้มตัวลงตรวจดูอาการของ ชายคนนี้ นางพบว่าแม้เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังมีชีวิต อยู่
“มาอุ้มเขากลับตระกูล”
ชายหนุ่มเดินเข้ามาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “พี่สาว ถึงแม้ ข้าจะรู้ว่าท่านมีจิตใจดี แต่ในช่วงเวลาตึงเครียดเช่นนี้ ถ้าเราไม่รู้ตัว ตนของอีกฝ่าย ท่านอย่าก่อปัญหาจะดีกว่า” ”
หญิงสาวผู้นี้ส่ายหน้า แล้วกล่าวว่า “ตระกูลหยางเป็นหนึ่งใน ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชิงไห่ พวกเขาจะไม่ใช้วิธีการต ่าช้าที่เห็น ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้”
“ยิ่งไปกว่านั้น คนผู้นี้มีเจตจำนงดาบจางๆ ทั่วร่างกายของเขา เขาน่าจะเป็นผู้ฝึกฝนดาบ ข้ารู้มาว่าไม่มีผู้ฝึกฝนดาบในตระกูลห ยาง”
ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า เขากล่าวกับ ผู้บังคับบัญชาที่อยู่ด้านข้างว่า “พาเขาไปด้วย”
ผู้บังคับบัญชาพยักหน้ารับทราบทันที
…
เมื่อเย่ชิวไป่ลืมตาขึ้น เขาเห็นหลังคาไม้สีแดง
เขาพยายามดิ้นรนเพื่อลุกขึ้น ปราณจิตวิญญาณในร่างกาย ของเขายังคงเบาบาง
หลังจากเผชิญหน้ากับพายุมิติอวกาศ จี้หยกป้องกันตัวที่ท่าน อาจารย์มอบให้สามารถต้านทานความเสียหายส่วนใหญ่ได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ลอยอยู่ในอวกาศมาเป็นเวลานาน
ปราณจิตวิญญาณในร่างกายเขาไม่เพียงพอที่จะรองรับบาเรีย ป้องกันของจี้หยกอีกต่อไป
มันนำไปสู่การสูญเสียปราณจิตวิญญาณและจี้หยกก็สลายไป…
สักพัก เย่ชิวไป่ดูเหมือนจะได้ยินเสียงภายในบ้าน
สาวใช้หน้าตาธรรมดาเดินเข้ามาถามด้วยความประหลาดใจว่า “ท่านตื่นแล้วเหรอ?”
เย่ชิวไป่มองดูและเห็นว่าสาวใช้ไม่มีฐานบ่มเพาะเลย นางเป็น เพียงมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น
“ที่นี่คือที่ไหน…? เจ้าช่วยข้าไว้หรือเปล่า?”
สาวใช้วางยาไว้ข้างเตียงและกล่าวอย่างอดทนว่า “ที่นี่คือ ตระกูลคังแห่งเมืองชิงไห่ ส่วนผู้ที่ช่วยชีวิตท่านไว้คือคุณหนูใหญ่”
“หลังจากนี้ท่านต้องขอบคุณนาง คุณหนูใหญ่ใจดีมาก!”
เย่ชิวไป่พยักหน้า “ขอบใจเจ้ามากที่บอก”
“เอาล่ะ ท่านหันหลังให้ข้าที”
เย่ชิวไป่ทำตามที่เขาบอก
สาวใช้ทายารักษาบาดแผลบนหลังของเย่ชิวไป่
สิ่งนี้ทำให้เย่ชิวไป่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ถึงยารักษาบาดแผลเหล่านี้ไม่ดีเท่ากับโอสถรักษาแผลที่ท่าน อาจารย์กลั่น
แต่ในมิติโลกระดับต ่าทั้งหมด มันยังเป็นโอสถระดับสูงสุด!
ดูเหมือนสาวใช้จะสังเกตเห็นความสงสัยของเย่ชิวไป่
สาวใช้กล่าวว่า “ยานี้คือระดับที่ต ่าสุดในบ้าน แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่
คุณหนูใหญ่หามาให้ ท้ายที่สุดแล้ว สถานการณ์ระหว่างตระกูลคัง
และตระกูลหยางในตอนนี้อยู่ในภาวะตึงเครียด ทำให้เราไม่สามารถ จัดสรรทรัพยากรอื่นๆ ได้อีก”
ดูเหมือนว่าเราจะมาถึงมิติโลกระดับกลางแล้ว…
ยารักษาบาดแผลระดับต ่าสุดที่นี่ กลายเป็นยารักษาบาดแผล ระดับสูงสุดที่สามารถใช้ได้ในมิติโลกระดับต ่า
“ตามที่เจ้าพูดมา แสดงว่าตอนนี้ตระกูลคังกำลังประสบปัญหา?”
“ถูกต้อง!” สาวใช้กล่าวอย่างช่วยไม่ได้ “ตระกูลหยางมีพลัง มากกว่าตระกูลคัง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขาสนใจพื้นที่ทะเล ที่เป็นของตระกูลคังของเรา และพวกเขาต้องการต่อสู้เพื่อมัน”
“ตระกูลคังจะไม่มอบพื้นที่ทะเลให้กับตระกูลหยางโดยธรรมชาติ ดังนั้นสถานการณ์ปัจจุบันจึงเกิดขึ้น”
เย่ชิวไป่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง…
เนื่องจากเขาได้รับการช่วยเหลือจากตระกูลคัง
มันควรได้รับการชำระคืน
ในตอนนี้เอง…
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา
สาวใช้ลุกขึ้นทันทีและกล่าวด้วยความเคารพ “คุณชาย”
คังเฉิงพยักหน้า จากนั้นมองไปที่เย่ชิวไป่แล้วกล่าวว่า “เจ้าตื่น แล้วใช่ไหม ในเมื่อเจ้าตื่นแล้ว ออกไปจากที่นี่ซะเถอะ”
เย่ชิวไป่พยักหน้าและถามว่า “ข้าจะไป แต่มีอะไรที่ข้าสามารถ ช่วยได้ไหม?”
คังเฉิงรู้ทันทีว่าสาวใช้ได้บอกเย่ชิวไป่เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว หลังจากจ้องมองไปที่นาง เขาจึงกล่าวว่า “ด้วยพลังเพียงเท่านี้ของ เจ้า เจ้าไม่สามารถช่วยเราได้ หากเจ้าติดอยู่ในปัญหานี้ เจ้าจะไม่ รอดชีวิตอย่างแน่นอน”
ความแข็งแกร่งของคังเฉิงอยู่ขั้นต้นขอบเขตมหาจักรพรรดิ เท่านั้น
แต่ตอนนี้ ร่างกายของเย่ชิวไป่ขาดปราณจิตวิญญาณ และโดย ธรรมชาติ คังเฉิงถือว่าเย่ชิวไป่เป็นผู้ฝึกตนระดับต ่า
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เย่ชิวไป่ก็ยิ้มและพยักหน้ารับ
เนื่องจากทุกคนกล่าวเช่นนั้น
เย่ชิวไป่ย่อมไม่อยู่ที่นี่อย่างไร้ยางอาย
หลังจากขอบคุณเขาอีกครั้ง เขาก็ออกจากตระกูลคัง
หลังจากเข้าไปในร้านอาหารแล้ว
เย่ชิวไป่ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน
เมืองชิงไห่เป็นเมืองที่ไม่มีใครรู้จักในเขตแดนมิติกลาง ซึ่งเป็น เมืองที่อ่อนแอที่สุด
ทรัพยากรมีไม่มากนัก
พวกเขาสามารถพึ่งพาสัตว์อสูรในทะเลเพื่อรับทรัพยากรจาก โลกภายนอกเท่านั้น
พื้นที่ทะเลทั้งหมดอยู่ในสภาพน่านฟ้าที่ถูกจำกัด
หากพวกเขาต้องการล่าสัตว์อสูรร์ในทะเล พวกเขาสามารถใช้ เรือขนาดใหญ่ได้เท่านั้น
ในขณะเดียวกัน…
ในเมืองชิงไห่แบ่งออกเป็นสามกองกำลังหลัก
ตระกูลคัง ตระกูลหยาง และคฤหาสน์เจ้าเมือง
วัคฤหาสน์เจ้าเมืองตั้งอยู่บนพื้นที่ทะเลสามแห่ง
หนึ่งส่วนของตระกูลคัง
อีกสองส่วนเป็นของตระกูลหยาง
อย่างไรก็ตาม ความทะเยอทะยานของตระกูลหยางนั้นยิ่งใหญ่ มาก
ตอนนี้พวกเขาอยากจะกลืนทะเลเพียงส่วนเดียวของตระกูลคัง
เพื่อเพิ่มพลังของตัวเอง!
คฤหาสน์ของเจ้าเมืองไม่ได้หยุดเรื่องนี้ และไม่ได้ช่วยเหลือ ตระกูลหยางด้วย
พวกเขาเพียงแค่นั่งบนภูแล้วดูเสือกัดกัน!
“ตอนนี้ตระกูลหยางได้ทำสงครามเต็มรูปแบบกับตระกูลคังแล้ว ใช่ไหม?”
“ถูกต้อง มันเปลี่ยนจากการซุ่มซ่อนเป็นการโจมตีอย่างเปิดเผย แล้ว ไม่สิ ตระกูลหยางได้ส่งคนไปที่บริเวณทะเลของตระกูลคังแล้ว”
“ข้ารู้ว่าบุตรสาวคนโตของตระกูลคัง…คังไห่ฉง นางได้มา สนับสนุนแล้วใช่ไหม?”
“มันก็แค่ว่าผู้บริหารระดับสูงของตระกูลคังถูกตระกูลหยางลาก ลงมา ข้าเกรงว่าคังไห่ฉงจะถูกโจมตีจากทั้งสองฝ่าย…”
ดูเหมือนว่าข้าได้รับการช่วยเหลือจากบุตรสาวคนโตของ ตระกูลคังใช่ไหม?
เมื่อเขายิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง…
เย่ชิวไป่วางหินวิญญาณลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปที่บริเวณทะเลของ ตระกูลคัง!
แล้วปราณจิตวิญญาณที่ขาดหายไปล่ะ?
แน่นอนว่า หลังจากกินโอสถที่หลู่ฉางเซินมอบให้มาแล้ว เขาก็ ฟื้นตัวอย่างเต็มที่
อืม…
เป็นเรื่องดีที่มีอาจารย์ขั้นสุดยอด!
อย่างน้อยเขาก็มีโอสถเทพๆ ใช้ได้อย่างสบายใจ…
…
พื้นที่ทะเลตระกูลคัง
คังไห่ฉงเป็นผู้นำทีมคุ้มกันและมองไปที่ตระกูลหยางที่อยู่ ตรงหน้า ใบหน้าของนางดูน่าเกลียดเล็กน้อย
“หยางหมิง ตระกูลหยางของเจ้าช่างน่าเกลียดยิ่งนัก?”
หยางหมิงเป็นนายน้อยคนที่สองของตระกูลหยาง
ในตอนนี้ หยางหมิงมองดูร่างกายอันบอบบางของคังไห่ฉงที่
ห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าสีเขียวด้วยสีหน้าหื่นกาม เขาเลียริมฝีปากแล้ว กล่าวว่า “ข้าสามารถหยุดในตอนนี้ได้ แต่เจ้าต้องตามข้ากลับไปที่
ตระกูลหยาง”
“ถ้าเจ้าตามข้ามา บางทีเจ้าอาจจะสามารถรักษาตระกูลคังไว้ได้”
“ไปกับเจ้า?”
คังไห่ฉงตะโกนและตบหยางหมิงด้วยฝ่ามือ!
ปราณฝ่ามือที่ปกคลุมไปด้วยเจตจำนงน ้านั้นช่างน่าสะพรึงกลัว!
หยางหมิงหัวเราะเยาะเมื่อเห็นสิ่งนี้และต่อยออกไป!
หมัดปะทะจนปราณฝ่ามือหายไป คังไห่ฉงก็ร้องออกมาและก้าว ถอยหลัง โดยมีเลือดไหลออกมาจากมุมปากของนาง
“ดูเหมือนว่าตระกูลคังต้องการหายไปจากเมืองชิงไห่สินะ?”
ทันทีที่โบกมือ ทุกคนในตระกูลหยางก็โจมตีคังไห่ฉง!
ในตอนนี้เอง!
ชายคนหนึ่งถือดาบยาวเก้าฉื่อยืนอยู่ต่อหน้าคังไห่ฉง…