โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 56 ปรากฎว่านี่คือผู้เชี่ยวชาญ!
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หยุนหมิง ได้เฝ้าสังเกต หลู่ชางเฉิง
“นี่คืออาจารย์ของฝ่าบาทใช่หรือไม่”
ในช่วงเวลานี้ หยุนหมิง สังเกตทุกการเคลื่อนไหวของ หลู่ชาง
เฉิง ในความมืดนับครั้งไม่ถ้วน
ต้องการทราบรายละเอียดของเขา
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเฝ้าสังเกตเหล่านี้ หยุนหมิง เริ่มไม่
เข้าใจ หลู่ชางเฉิง มากขึ้นเรื่อยๆ
เข้านอนทุกวันโดยไม่ได้ฝึกซ้อม และยากมากที่จะลุก และค่อย
ตื่นจนกว่าจะเที่ยง!
หลังจากลุกขึ้น ไม่จักรพรรดินี ก็ เย่ ชิวไป่จะถูกสั่งให้ทำอาหาร
กินเสร็จแล้วก็นอนบนแคร่ไม้ไผ่ที่แดดส่องถึง ข้างเก้าอี้มีโต๊ะไม้
เล็กๆวางผลไม้วิญญาณต่างๆ…
ลุกขึ้นไปรดน ้าสิ่งที่เรียกว่า “แปลงผัก” พร้อมพรวนดิน…
และแล้ว…ก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ไปกินข้าวเย็นกันต่อ
หลังอาหารเย็น ก็ไปเดินเล่นที่สำนักเพื่อหาอะไรกินเล่น
เสร็จก็กลับไปนอน…
วันแล้ววันเล่า สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า
หยุนหมิงรู้สึกโง่เขลา นี่มันแตกต่างจากความคิดของเขาอย่าง
สิ้นเชิง!
เป็นอาจารย์ของท่านจักรพรรดินี.
อย่างน้อยเจ้าก็ต้องเป็นชายชราที่เป็นอมตะใช่ไหม?
ยิ่งกว่านั้น เจ้าต้องไปปลีกวิเวกเป็นคราว ๆ ไป หรือประสบความ
วิบัติเป็นคราว ๆ ไป
มิฉะนั้นทักษะวิชาที่น่าตกใจบางอย่างจะไม่ได้รับการพัฒนา
คนแบบนี้เท่านั้นที่สมควรเป็นอจารย์ของฝ่าบาท!
แต่หลู่ชางเชิงคนนี้เป็นอย่างไร
ไม่เคยบ่มเพาะ กินและนอน นอนและกิน เดินเล่นและดื่มน ้า
สิ่งนี้เรียกอะไร?
นี่มันปลาเค็มไม่ใช่เหรอ!
ในตอนแรก หยุนหมิง ไม่รู้สึกถึงขอบเขตของ หลู่ชางเฉิง โดย
คิดว่าขอบเขตของเขาสูงเกินไปและไกลเกินกว่าตัวเขาเอง ดังนั้นเขา
จึงไม่สามารถรับรู้ได้
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หยุนหมิงสงสัยว่าหลู่ชางเชิงคนนี้น่าจะเป็น
คนธรรมดา!
แต่ถ้าเป็นเช่นนี้เหตุใดพระองค์จึงทรงนับถือเป็นอาจารย์เล่า?
วันหนึ่ง หยุนหมิง พบ หลู่ชางเฉิง และถามว่า “เจ้าเชี่ยวชาญ
ทักษะอะไร?”
ทักษะ?
หลู่ชางเฉิง ตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เอียงศีรษะ ขมวดคิ้ว
และคิดอย่างรอบคอบ
“อาจจะไม่มี.”
หยุนหมิง กำลังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
ฉินเทียนหนานเข้ามา และข้างหลังเขาคือหญิงสาวคนหนึ่ง
“ชางเฉิน ข้านำเมล็ดพันธุ์ที่ดีมาให้เจ้า”
หลู่ชางเฉิง พูดอย่างหมดหนทาง: “ลุงฉิน อย่างที่ข้าพูด ข้าไม่
ต้องการหลอกลวงศิษย์ของข้า ดังนั้นอย่าบังคับให้ข้ารับศิษย์”
ฉินเทียนหนานแสร้งทำเป็นจริงจังและกล่าวว่า: “ชางเฉิน ความ
เจียมตัวที่มากเกินไปไม่ใช่สิ่งที่ดี พรสวรรค์ของนางดีมาก ถ้าเจ้าสั่ง
สอนนาง ข้าสามารถมีอัฉริยะอีกคนในสำนักชางเต๋า!”
หลู่ชางเฉิง ปิดหน้าของเขาและพูดว่า: “ข้าไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้
จริงๆ นอกจากนี้ ข้ามีศิษย์สองคนแล้ว และข้าปวดหัวกับทั้งสองคนนี้
ถ้าท่านไม่รู้วิธีทำอาหาร ข้าจะส่ง ศิษย์ข้าไปให้”
เย่ ชิวไป่ และ หงหยิง กำลังออกมา และเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูด
เหล่านี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดไม่ออกชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อเห็น เย่ ชิวไป่ และ หงหยิง ออกมา ฉินเทียนหนานได้แต่ถอน
หายใจและพูดว่า “โอ้ ลุงฉินรู้ว่าเจ้าชอบพักผ่อน ไม่เป็นไร งั้นข้าไป
ก่อน”
หลังจากพูดแล้ว ฉินเทียนหนานก็พาหญิงสาวผู้นั้นจากไป
หยุนหมิงมองไปที่ฉากนี้และอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
เห็นได้ชัดว่าไม่มีความสามารถ เหตุใดเจ้าสำนักจึงมาด้วย
ตนเอง เพื่อบังคับให้ผู้อื่นเป็นศิษย์ของเขา?
ในขณะนี้ เย่ ชิวไป่ และ หงหยิง ก้าวไปข้างหน้า
“เจ้าสองคนมีอะไร”
เย่ ชิวไป่ ถาม: “อาจารย์ มีบางสิ่งที่ข้าไม่เข้าใจในตำราดาบไท่
จู”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลู่ชางเชิงก็พูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าถามได้”
หลังจากที่ เย่ ชิวไป่ ถามคำถามแล้ว หลู่ชางเฉิง ก็พูดด้วยความ
ขยะแขยงบนใบหน้าของเขาว่า “ทำไมเจ้าถึงโง่จัง ลองคิดดูในอีกมุม
หนึ่งสิ”
จากนั้น หลู่ชางเฉิงแนะนำ เย่ ชิวไป่
ที่สุดแล้ว วิชานี้มันส่งต่อมาจากเขา ดังนั้นหลู่ชางเฉิงจึงเข้าใจ
วิชาดาบไท่จูแน่นอนอยู่แล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน
ปราณของ เย่ ชิวไป่ ระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน!
พุ่งตรงสู่ท้องฟ้า!
เจตจำนงของดาบพุ่งทะยาน!
ขอบเขตก็บุกทะลุไปยัง ขอบเขตมหาสมุทรปราณ!
เดิมที ขอบเขตของ เย่ ชิวไป่ สามารถทะลวงผ่านขอบเขต
มหาสมุทรปราณ มานานแล้ว แต่เขาต้องการทำให้รากฐานมั่นคง
มากขึ้น ดังนั้นเขาจึงปราบปรามมันต่อไป!
ตอนนี้ ด้วยความเข้าใจที่มากขึ้น เย่ ชิวไป่ไม่สามารถระงับมันได้
อีกต่อไป และขอบเขตดูเหมือนจะกดไว้ไม่ไหว ทะลุทะลวงไปยัง
ขอบเขตมหาสมุทรปราณโดยตรง!
เย่ ชิวไป่ ลืมตาขึ้นและพูดกับ หลู่ชางเฉิง ว่า “ขอบคุณ ท่าน
อาจารย์”
น ้าเสียงเต็มไปด้วยความคารวะ
สิ่งนี้ทำให้หยุนหมิงประหลาดใจ
แค่ชี้แนะแปปเดียว ให้ข้อมูลเชิงลึก และทะลวงผ่านขอบเขต
โดยตรงด้วย?
นี่มันง่ายไปไหม!
อย่างไรก็ตาม การทะลวงผ่านจาก ขอบเขตคฤหาสน์ม่วง ไปยัง
ขอบเขตมหาสมุทรปราณ มันไม่ใช่เรื่องยาก
ถ้าจะให้สอนฝ่าบาทคงไม่พอ
เย่ ชิวไป่ กลับไปที่ห้องของเขาเพื่อทำความเข้าใจ ตำราดาบไท่
จู ต่อไป
ในเวลานี้ หงหยิง ก็ก้าวไปข้างหน้าและเริ่มถามคำถาม
หลู่ชางเฉิง ก็ตอบทีละข้อ
“โง่เง่า เจ้ายังถามคำถามง่ายๆ แบบนี้กับข้าอีกเหรอ”
“ใช้สมองของเจ้าเองและคิดต่างออกไป”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง…อา ใช่…นั่นสินะ…”
หลังจากหงหยิงฟังจบ นางก็ดูเคร่งขรึมและนั่งไขว่ห้างทันที!
การเข้าถึงขอบเขตแห่งสวรรค์และมนุษย์!(เทียนเหรินฉือ)
หงหยิง เข้าสู่การเข้าถึงขอบเขตแห่งสวรรค์และมนุษย์โดยตรง!
ในการเข้าถึงขอบเขตแห่งสวรรค์และมนุษย์ ความเข้าใจของ
ทักษะวิชาและวรยุทธ์จะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ!
ขอบเขตนี้เข้าถึงยากมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความก้าวหน้าของขอบเขตนี้ ยิ่งมีความ
เข้าใจในวรยุทธ์สูงเท่าไหร่ การเข้าสู่การเข้าถึงขอบเขตแห่งสวรรค์
และมนุษย์ก็จะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น!
สำหรับ หงหยิง เธอเข้าสู่สังสารวัฏใหม่เก้าครั้ง
ทุกการเกิดใหม่ ความเข้าใจของวรยุทธ์จะยากยิ่งขึ้น!
กล่าวคือ เป็นไปไม่ได้เลยที่หงหยิงจะเข้าสู่การเข้าถึงขอบเขต
แห่งสวรรค์และมนุษย์ในวันนี้!
และตอนนี้.
หลังจากคำแนะนำของ หลู่ชางเฉิง นางก็เข้าสู่การเข้าถึง
ขอบเขตแห่งสวรรค์และมนุษย์โดยตรง!
สิ่งนี้ทำให้หยุนหมิงประหลาดใจ
เห็นได้ชัดว่าเขามีความสามารถมาก
เป็นเพียงแค่ว่า ไม่ยอมแสดงมันออกมา!
นี่คือสภาวะจิตใจที่ไม่ปรากฏยินดีหรือยินร้าย
ท่านคือผู้เชี่ยวชาญของโลก…
หาก หลู่ชางเฉิง รู้ว่า หยุนหมิง กำลังคิดอะไรอยู่ในขณะนี้ เขา
อาจจะพูดไม่ออก
คนของเจ้าในอาณาจักรหยุนหวง(เมฆาหงส์ชาด)ล้วนมี
ลักษณะเฉพาะบางอย่างเหมือนกัน
ชอบคิดไปเองหรือไม่?
ในขณะเดียวกันในดินแดนทางเหนือ
ชายผู้แต่งกายเป็นนักวิชาการอำลาหมู่บ้านบนภูเขาอีกแห่ง
เดินอยู่บนถนนในป่า อดรู้สึกถึงบางอย่างไม่ได้: “ในตอนแรก ข้า
ได้พบกับอาจารย์หลังจาก…”
คิดถึงสิ่งนี้
ชายคนนั้นอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและหัวเราะและพูดว่า: “ข้าไม่รู้ว่า
อาจารย์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? ไปที่แดนใต้ดีกว่า ไปยังสถานที่ที่
อาจารย์อยู่และไปเยี่ยมศิษย์พี่ทั้งสองด้วย”
หลังจากพูดจบ ชายคนนั้นก็เดินช้าๆ ไปยังภูมิภาคแดนใต้โดยมี
ตะกร้าหนังสืออยู่บนหลัง
P.S.(ผู้แปล)
ผมไม่แน่ใจนะว่าขอบเขตแห่งสวรรค์และมนุษย์!(เทียนเหรินฉือ)
นี้เป็นขั้นการบ่มเพาะที่สูงขึ้น หรือเป็นสภาวะที่ผู้ฝึกวิชาเข้าถึง
เหมือนอย่าง เจตจำนง
天人之境 เทียนเหรินฉือจิง ขอบเขตแห่งสวรรค์และมนุษย์
กับ 乾元境 เฉียนหยวนจิง ขอบเขตก้าวข้ามแดนหยวน
ใช้ 境 จิง (อาณาจักร) เหมือนกัน แต่แปลแล้วผมว่าบริบทไม่
เหมือนกัน
ในที่นี้ผมจะขอหมายความว่า เป็นการเข้าใจในวิชามากขึ้นละ
กัน ไม่ใช้ขอบเขตบ่มเพาะ ถ้าในอนาคตมีเปลี่ยแปลง ผมจะทยอย
แก้ไขให้ครับ
ชอบคุณที่ติดตามผลงานนะครับ
(คนไร้นาม เรียกขานไมตอบ)