โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 74 ศิษย์โง่เขลา
“ศิษย์คนที่สามของข้า ช่างน่าสมเพช ขอบเขตมนุษย์?”
เมื่อมองไปที่แผงควบคุมของ หนิงเฉินซิน แล้ว หลู่ชางเฉิน ก็อด
คิดไม่ได้
ข้าต้องจัดยาให้เขาบ้างไหมนะ?
อัดยาเพื่อเพิ่มขอบเขต?
【โฮสต์ไม่ต้องกังวล หนิงเฉินซิน จะฝ่าพันธนาการและไปถึง
ระดับที่สูงมาก เมื่อเจตจำนงขงจื๊อและเต๋า รวมเข้ากับตัวเขาอย่าง
สมบูรณ์】
หลู่ชางเฉิน พยักหน้า
แม้ว่าข้าจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่มันก็ถูกต้องที่จะพยักหน้า!
ในเวลานี้ ฉินเทียนหนานก็กลับไปที่สำนักแล้วเช่นกัน
ตรงไปที่ศาลาเฉาถัง
เมื่อเห็นหลู่ชางเชิง เขาถามตรงๆ: “เจ้าพบสัตว์ประหลาดเหล่านี้
ได้อย่างไร”
หลู่ชางเฉิน ส่งเสียง “หะ?”
ฉินเทียนหนานกล่าวด้วยความโกรธ: “อา สิ่งที่ข้าหมายถึงคือ เย่
ชิวไป่ หงหยิง และหนิง เฉินซิน เจ้าหาคนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ ได้จาก
ที่ไหน?”
“E…”(额 é ความหมายดั้งเดิมคือหน้าผาก ต่อมาได้กลายเป็น
ภาษาอินเทอร์เน็ต เนื่องจากการออกเสียงคล้ายกับ “e” ใน
ภาษาอังกฤษ หมายความว่าอีกฝ่ายกำลังคิดว่าจะตอบกลับอย่างไร
ในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือสับสนกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด) หลู่ชางเฉิน
กล่าวอะไรได้บ้าง?
มันคืองานของระบบ! ก็ไม่มีอะไรมาก…
ฉินเทียนหนาน เล่าถึงการกระทำของ เย่ ชิวไป่ ในสำนักหลัก
แม้แต่เจ้าสำนักหลัก ก็ยังชื่นชม เย่ ชิวไป่ อย่างเต็มที่
เขาต้องการให้ เย่ ชิวไป่ เข้าร่วมสำนักชางเต๋าหลักต้นสังกัด
โดยตรงด้วยซ ้า!
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลู่ชางเชิงก็กังวลและกล่าวว่า “เป็นไป
ไม่ได้!”
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ฉินเทียนหนานหัวเราะและกล่าวว่า “ข้าก็เองทน
ไม่ได้ ที่จะแยกทางกับศิษย์สัตว์ประหลาด อย่างเย่ ชิวไป่”
“พรสวรรค์สูงมาก ข้าไม่อยากปล่อยมือไป”
“แต่ไม่ต้องห่วง ข้าปฏิเสธเพื่อเจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลู่ชางเฉิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและ
กล่าวว่า “ดี คงจะแย่ถ้าไม่มีพ่อครัว”
“???” ฉินเทียนหนานตกตะลึง “พ่อครัว?”
หลู่ชางเฉิน เปลี่ยนคำกล่าวของเขาทันที: “ไม่ ไม่ ศิษย์ เย่ชิวไป่
เป็นศิษย์ที่ดีของข้า ข้าจะปล่อยเขาไปได้อย่างไร”
ปากของฉินเทียนหนานกระตุก “แต่เจ้าเก่งมากในการสอนศิษย์
เจ้าควรพิจารณาไปสอนตามห้องโถงต่างๆ ดีหรือไม่?”
“ผู้อาวุโสโถงยา อยากให้เจ้าไปสอนลูกศิษย์พวกนั้น เรื่องการ
เล่นแร่แปรธาตุและการปรุงยาด้วย”
“ผู้อาวุโสของห้องโถงดาบ ขอให้เจ้าพูดคุยเกี่ยวกับ ความเข้าใจ
ในดาบของเจ้าด้วย”
“ผู้อาวุโสของฝ่ายปราชญ์เต๋าขงจื้อ ก็ต้องการคุยกับเจ้าเช่นกัน”
ท้ายที่สุด หลู่ชางเฉิน ได้แสดงความสามารถในการปรุงยาของ
เขาแล้ว และผู้อาวุโสโถงยา ก็รู้สึกละอายใจในความด้อยกว่า ของ
ตนเองเช่นกัน
ในมุมมองของเขา เห็นได้ชัดว่าหลู่ชางเชิงได้รับการยกย่องว่า
เป็นนักปรุงยาอันดับหนึ่งในแดนใต้!
สำหรับผู้อาวุโสของโถงดาบ เมื่อเห็นว่า เย่ ชิวไป่ นั้นพัฒนา
ทางด้านดาบมาก เขายกความดีความชอบให้กับ หลู่ชางเฉิน อย่าง
แน่นอน
แน่นอนข้าเองก็ต้องการ ให้เขาบรรยายด้วย
ผู้อาวุโสของฝ่ายปราชญ์เต๋าขงจื้อ?
ไม่ต้องกล่าวถึง!
หนิงเฉินซิน ได้แต่บอกว่า ที่เขาสามารถบรรลุความรู้ขงจื๊อและ
เต๋าได้ขนาดนี้ เป็นเพราะ หลู่ชางเฉิน เป็นคนพิสูจน์เต๋าให้เขาเอง
ทำให้ หนิงเฉินซิน มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งอยา่่งมาก เกี่ยวกับ
ขงจื๊อและเต๋า
ปรมาจารย์หลู่ชางเฉิง?
จะมีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกเหรอ?
เมื่อ หลู่ชางเฉิน ได้ยินคำกล่าวของฉินเทียนหนาน เขาไม่ได้
แสดงความภาคภูมิใจเหมือนคนอื่น ๆ
ปากของเขากลับขมขื่น ราวกับว่าเขากินหงเหลียน!(黄连 อึ่ง
โน้ย(หวงเหลียน) เป็นหนึ่งในสมุนไพรแห้ง ที่มีฤทธิ์เย็นและขมที่สุด
ในทางการแพทย์แผนจีน มักใช้สำหรับการรักษาถอนพิษไฟของตับ
และหัวใจ )
“ลุงฉิน ปล่อยข้าไปเถอะ ดูข้าสิ ตัวข้ายังไม่รู้วิธีบ่มเพาะตัวเอง
เลย ถ้าข้าสอนอะไรไป เด็กพวกนั้นจะไม่เข้าใจเนื่อหาผิดไปเหรอ?”
ใบหน้าของ ฉินเทียนหนาน เปลี่ยนเป็นสีดำ
ทำให้เด็กเข้าใจผิด?
ถ้าเจ้าสามารถสอนศิษย์เช่น เย่ ชิวไป่, หงหยิงและ หนิงเฉินซิน
ไม่สำคัญว่าเจ้าจะสอนผิดหรือถูก!
“ไม่ วันนี้เจ้าต้องไปกับข้า!”
หลู่ชางเฉิงจับท้องของเขาแล้วกล่าวว่า “แต่ข้ายังไม่ได้กินอะไร
เลย…”
“ข้าจะให้ครัวที่ลานด้านนอกจัดการให้!”
ในลานด้านนอก ยังมีศิษย์บางคนที่ยังไม่ถึงอาณาจักร พีกู๋(ไม่
กินธัญพืช ทั้ง 5 หมู่)
“แล้วถ้า มันไม่อร่อยล่ะ…”
“งั้นข้าจะส่งคนไปซื้อมาจากร้านอาหารข้างนอก!”
เขาจะกล่าวอะไรได้อีก!
ข้าจะกล่าวอะไรได้อีก!
เมื่อดูท่าทางของฉินเทียนหนานแล้ว เขาต้องไปวันนี้ และเขา
จะต้องไป แล้วถ้าไม่ไป!
ถ้าข้าไม่ไป ข้าเกรงว่าเขาจะไม่ยอมแพ้!
หลู่ชางเฉิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้าด้วยใบหน้าที่ขม
ขื่น: “ตกลง แต่อย่าหาว่าข้าสอนไม่ดี”
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ฉินเทียนหนานก็พอใจและกล่าวว่า: “ดีมาก ไม่
เป็นไร ถ้าอย่างนั้นตามข้าไปที่ห้องโถงปรุงยาก่อน”
หลู่ชางเฉิน สามารถทำอะไรได้อีก?
ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตาม
มาถึงโถงปรุงยา.
ผู้อาวุโสโถงปรุงยา ได้รับข่าวจากฉินเทียนหนานแล้ว และออก
จากที่พักมาแล้ว
และรอบๆ เตาปรุงยา
มีศิษย์นั่งเต็มแล้ว
ในขณะนี้ สายตาของศษย์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ท้ายที่สุด นี่ก็คือหลู่ชางเชิง!
ผู้อาวุโสศาลาเฉาถัง ผู้สอน เย่ ชิวไป่, หงหยิง และ หนิงเฉินซิน
ปรมาจารย์ที่เก่งกาจเช่นนี้!
กับศิษย์ธรรมดาทั่วไป มันจะง่ายแค่ไหนกันที่จะสอน?
และได้ยินมาว่าหลู่ชางเฉิงก็ประสบความสำเร็จในการเล่นแร่แปร
ธาตุและปรุงยาเช่นกัน
แม้แต่ยาเพิ่มพรสวรรค์ ที่สามารถทะลวงขอบเขตก้าวข้ามแดน
หยวนได้เต็ม 10 ส่วน!
แม้แต่ผู้อาวุโสโถงปรุงยา ก็กลั่นเม็ดยาแบบนี้ไม่ได้!
ได้ฟังคำสอนของปรมาจารย์ปรุงยาระดับนี้แล้วจะไม่ตื่นเต้นได้
อย่างไร?
ณ ขณะนี้.
ฉินเทียนหนาน นำ หลู่ชางเฉิน มาที่นี่
ศิษย์ทุกคนยืนขึ้นคำนับฉินเทียนหนานด้วยความเคารพ:
“คารวะ ท่านเจ้าสำนัก”
ฉินเทียนหนานพยักหน้า ชี้ไปที่ชายที่อยู่ข้างหลังเขาและกล่าว
ด้วยรอยยิ้ม: “นี่คือผู้อาวุโสของศาลาเฉาถัง หลู่ชางเฉิง หลังจากนี้
เขาจะอธิบายความรู้เกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุและปรุงยาให้เจ้าฟัง
ดังนั้นจงตั้งใจฟัง”
ทุกคนตอบตกลงอย่างตื่นเต้น
ผู้อาวุโสโถงยาก็เข้ามาด้วยใบหน้าตื่นเต้น
“หลงเฉิง เจ้าจะสอนเรื่องอะไร?”
หลู่ชางเฉิน กล่าวไม่ออกเล็กน้อย
ตัวเขาจะรู้ได้อย่างไร ว่าต้องสอนเรื่องอะไร?
ข้าถูกดึงลงมาโดยไม่ได้เตรียมตัว!
ตอนนี้ช๊อต….สมองโล่ง!
“งั้นข้าจะปรุงยาละกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสก็ตกตะลึง “เจ้ากำลังพยายามใช้การ
ปรุงยาที่แท้จริงเพื่อสอนพวกเขาหรือ? แต่ มันก็ไม่ใช่ เรื่องที่เป็นไป
ไม่ได้”
แล้วจะให้ข้าสอนอะไร
เตาหลอมคืออะไรงั้นเหรอ?
ยาเม็ดนับเป็นเม็ดงั้นเหรอ?
ฉินเทียนหนานถอยกลับไปด้านหลัง เขาต้องการเห็นว่าหลู่ชาง
เฉิงจะสอนอย่างไร
เมื่อมองดูศิษย์ที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง หลู่ชางเฉิงกล่าวว่า
“ตอนนี้ข้าปรุงยาแล้วนะ ดังนั้นจงตั้งใจให้ดีและศึกษาให้หนัก”
ได้ยินว่าหลู่ชางเชิงต้องการปรุงยาด้วยตัวเอง
ทุกคนตื่นเต้น!
อาจเป็นครั้งเดียวในชีวิต ที่ได้ดูปรมาจารย์ปรุงยา ในระยะใกล้
เช่นนี้!
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลู่ชางเฉิงไม่ได้กล่าวอะไร แต่คิดกับตัวเอง
เอาเม็ดยาอะไรดี?
ยารักษา ที่ข้ามักจะให้เย่ ชิวไป่?
หรือเม็ดยาทะลวงขอบเขต?
แต่ด้วยผู้คนจำนวนมากที่นี่ เป็นการดีกว่าที่จะทำตัวโลว์โปรไฟล์
ไว้ เพื่อไม่ให้ลุงฉินและคนอื่น ๆ รบกวนเขาอีกครั้งหน้า
หลู่ชางเฉิน ตัดสินใจแล้ว เขาจะปรับแต่งยาศักดิ์สินธิ์ ที่สามารถ
ทำให้จิตใจสงบ!
มันควรจะ โลว์โปรไฟล์พอ!
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ หลู่ชางเฉิงก็หัวเราะเบา ๆ
โยนวัสดุยาและสมุนไพรทีละชิ้น ลงไปในเตาปรุงยา
ทันใดนั้น เปลวไฟก็ลุกโชนไปทั่วเตาปรุงยา!
ฝ่ามือหมุนอย่างต่อเนื่อง สกัดยาเหลวในนั้น!
ผู้อาวุโสโถงยา มองดูฉากนี้ เขากำลังวิเคราะห์ว่านี่ คือยาชนิด
ใด?
ทำไมการผสมผสานของวัสดุยา จึงดูแปลกๆ?
ในขณะที่กำลังปรุงยา หลู่ชางเชิงคิดว่าเขาควรจะสอนศิษย์
ดังนั้นเขาจึงกล่าวเชิงสัญลักษณ์ว่า “ดูสิ นี่นี่ไม่เป็นไร”
“ก็นี่ไง ทำแบบนี้เดี๋ยวก็เสร็จ”
“ก็แค่นั้น เข้าใจไหม”
พอได้ยิน.
ศิษย์เหล่านั้นโง่งมในทันที
นี่…
ใครสามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้บ้าง?
วัสดุยา สมุนไพรถูกโยนเข้าไปในเตาปรุงยาโดยตรง?
สกัดเป็นยาเหลวออกมา?
ไม่เคยคิดเลยว่า วัสดุ สมุนไพร จะไม่ขัดแย้งกัน!
นี่มันไม่ใช่คำถามว่า เจ้าจะเข้าใจหรือไม่
คือมันไม่เข้าใจได้เลย!
ในขณะนี้ศิษย์ทั้งหมดต่างอึ้ง และคิดว่า
พวกเขาคงอ่อนแอเกินไป หรือไม่ก็ ศิษย์พี่เย่และคนอื่น ๆ นั้น
เก่งกาจ สัตว์ประหลาดเกินไป?
แต่ การสอนแบบนี้ จะทำให้เก่งขึ้นได้ จริงหรือ?