โลกแห่งศิลปะการต่อสู้ขั้นสูง : ข้าสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้ - บทที่ 178 ลัทธิปีศาจดำ (ตอนจบ)
- Home
- โลกแห่งศิลปะการต่อสู้ขั้นสูง : ข้าสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้
- บทที่ 178 ลัทธิปีศาจดำ (ตอนจบ)
บทที่ 178 ลัทธิปีศาจดำ (ตอนจบ)
หวังฮ่าวขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบ หากพวกมันเปิดเผยข้อมูลง่าย ๆ เช่นนั้น คงถูกกำจัดให้สิ้นซากไปนานแล้ว
“พวกเจ้ารู้จักสมาชิกคนอื่นของลัทธิปีศาจดำบ้างหรือไม่?” เขาถามต่อ น้ำเสียงเย็นเยือก
ชายทั้งหลายส่ายหัวด้วยสีหน้าขมขื่น ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
ครู่ต่อมา ตรอกมืดถูกกลืนกินด้วยเปลวอัคคีสีดำอันน่าสะพรกลัว เถ้าถ่านลอยกระจายออกจากตรอกราวกับผงฝุ่นในสายลม
เมื่อทุกอย่างจางหาย ตรอกนั้นว่างเปล่า ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
…
เมืองเจียงหลิน ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“พี่ ในที่สุดก็กลับมาแล้ว! พวกเรากินเกือบหมดแล้วนะ!” หวังซินเยวี่ยแทะปีกไก่อยู่ ขณะกล่าวกับหวังฮ่าวที่เดินเข้ามาช้า ๆ
หลินจื่อหยานที่นั่งข้าง ๆ กะพริบตาโต มองหวังฮ่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง
“กินเสร็จแล้วกลับกันเถอะ เล่นมาทั้งวันคงเหนื่อย ถึงเวลาทำการบ้านแล้ว!” หวังฮ่าวยิ้มกล่าวกับสองสาวน้อย
หวังซินเยวี่ยทำหน้าบูดบึ้งราวกับตัวอักษร o(╯□╰)o การบ้านอีกแล้ว… ข้าเกลียดการบ้าน!
“จื่อหยาน บ้านเจ้าอยู่ที่ไหน ข้าจะไปส่ง?” หวังฮ่าวหันไปถามหลินจื่อหยาน
หลินจื่อหยานเม้มปากเล็กน้อย “พี่หวังฮ่าว คืนนี้ข้าจะนอนกับพี่… เอ๊ย! นอนกับซินเยวี่ย!” เธอรีบแก้ตัว ใบหน้าแดงก่ำ
หวังฮ่าวมุมปากกระตุก สาวน้อยคนนี้กล้าเกินไปแล้ว! “นอนกับข้าอะไรกัน!”
หวังซินเยวี่ยพยักหน้าหงึก ๆ ราวลูกไก่จิกข้าว “พี่ ตอนที่เจ้าไม่อยู่ จื่อหยานนอนกับข้าตลอด คืนนี้จื่อหยานไม่อยู่ ข้านอนไม่หลับเลย!”
สุดท้ายหวังฮ่าวยอมให้หลินจื่อหยานนอนที่วิลล่า วิลล่าของเขากว้างขวาง เพิ่มอีกคนคงไม่เป็นไร
…
ยามค่ำคืน หวังซินเยวี่ยและหลินจื่อหยานนั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่น เสียงหัวเราะใสกังวานดังแว่ว สร้างบรรยากาศแห่งความสดใส
หวังฮ่าวอยู่ในห้องของตน เปิดเครื่องมือสื่อสารอัจฉริยะเพื่อติดต่อกวนเฉิง
“ท่านประมุขกวน ข้าพบคนที่อ้างว่าเป็นสมาชิกของลัทธิปีศาจดำในเมืองเจียงหลิน!” หวังฮ่าวกล่าวตรง ๆ
ขณะนั้นกวนเฉิงกำลังตรวจเอกสารเกี่ยวกับการสำรวจซากโบราณ เขาหยุดมือทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของหวังฮ่าว
“ลัทธิปีศาจดำ… เจ้าพบคนของลัทธิปีศาจดำ?” กวนเฉิงถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
หวังฮ่าวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟังอย่างละเอียด
กวนเฉิงขมวดคิ้ว มีคนสอดแนมหวังฮ่าว และยังเป็นคนของลัทธิปีศาจดำ? หรือหวังฮ่าวถูกเผ่ามารจับตามอง?
ความกังวลของกวนเฉิงตรงกับหวังฮ่าว พรสวรรค์ของหวังฮ่าวแข็งแกร่งเกินไป จากขั้นหลอมกายสู่ขั้นปรมาจารย์ในเวลาไม่กี่เดือน แม้แต่กวนเฉิงยังคาดเดาไม่ได้ว่าเขแข็งแกร่งแค่ไหน
วิชาลมหายใจศักดิ์สิทธิ์ ขั้นสมบูรณ์ทำให้หวังฮ่าวซ่อนพลังได้อย่างแนบเนียน
แต่กวนเฉิงเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ คิ้วที่ขมวดคลายออก “หวังฮ่าว อย่ากังวล ข้าจะส่งคนไปสืบเรื่องนี้! อัจฉริยะอย่างเจ้า ย่อมมีคนจับตามองมากมาย ไม่ใช่แค่เจ้า แม้แต่อัจฉริยะคนอื่น ๆ ก็เคยเจอแบบนี้”
หวังฮ่าวพยักหน้า ข้าสะดุดตาเกินไปจริง ๆ การแสดงฝีมือในวิทยาลัยตี้หวู่ทำให้เขาเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในเมืองหลวงจักรพรรดิ ลัทธิปีศาจดำสนใจเขาเป็นเรื่องปกติ
หวังฮ่าวถามต่อเกี่ยวกับลัทธิปีศาจดำ และกวนเฉิงก็ตอบอย่างละเอียด
เรื่องเกี่ยวกับลัทธิปีศาจดำมีมานานนับพันปี ก่อนหน้านี้หวังฮ่าวไม่เคยเผชิญหน้ากับพวกมัน กวนเฉิงจึงไม่เคยเล่าให้ฟัง
ในงานเลี้ยงปรมาจารย์ของหลินเฉิง หลินถงเป็นสมาชิกหลักของลัทธิ ถูกเผ่ามารดัดแปลงจนสามารถเข้าสู่ สภาวะมาร ได้ เมื่อเปิดสภาวะนี้ พลังจะเพิ่มขึ้นมหาศาล แต่จิตใจจะถูกกลืนกินด้วยเจตจำนงแห่งการสังหาร หากจิตไม่แข็งแกร่งพอ จะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไร้เหตุผล
สมาชิกทั่วไปของลัทธิไม่ได้ถูกดัดแปลง เพราะการดัดแปลงมีเกณฑ์สูง สมาชิกธรรมดาไม่มีคุณสมบัติ พวกเขาได้เพียงรับทรัพยากรจากเผ่ามารเพื่อเพิ่มพลัง
“นับพันปี?!” หวังฮ่าวตกใจ สมาคมเทียนอู่ก่อตั้งเมื่อสี่ร้อยปีก่อน แต่ลัทธิปีศาจดำมีมานานกว่าพันปี การซ่อนตัวและแทรกซึมของพวกมันน่าสะพรกลัวเกินหยั่งถึง ไม่รู้ว่าเผ่ามนุษย์ถูกแทรกซึมไปมากแค่ไหน
“หวังฮ่าว อย่ากังวล เรื่องนี้มีผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่ามนุษย์จัดการ เจ้าแค่ฝึกฝนให้แข็งแกร่งก็พอ!” กวนเฉิงปลอบเมื่อเห็นความกังวลของเขา
หวังฮ่าวสูดลมหายใจลึก ใช่แล้ว เผ่ามนุษย์ต่อสู้กับเผ่ามารมานาน ผู้ยิ่งใหญ่ย่อมมีวิธีรับมือ ข้าควรโฟกัสที่การฝึกฝน
กวนเฉิงกำชับให้หวังฮ่าวไปที่ภูเขาตี้ลั่วในเมืองหลวงจักรพรรดิพรุ่งนี้เช้า แล้วตัดการสื่อสาร
…
ยามค่ำคืน แสงดาวสาดส่องทั่วย่านวิลล่า สร้างความเงียบสงบราวภาพวาด
บนดาดฟ้าวิลล่า หวังฮ่าวนั่งขัดสมาธิ แสงดาวโปรยลงร่างเขา เคล็ดหลอมวิญญาณดวงดาว หมุนเวียนในร่าง พลังดวงดาวถูกดูดซับเข้าสู่ดวงดาวในจิตใจของเขา ราวกับเชื่อมโยงกับจักรวาลอันไร้ขอบเขต
…
ในห้องของหวังซินเยวี่ย สองสาวน้อยนอนบนเตียงสีชมพู
หวังซินเยวี่ยเหนื่อยล้าจากการเล่นทั้งวัน ตาของเธอปิดลงช้า ๆ ขณะที่หลินจื่อหยานยังคงตื่นตัว แววตาเป็นประกาย
ทั้งสองคุยกันเรื่อยเปื่อยจนหวังซินเยวี่ยหลับไป เสียงลมหายใจสม่ำเสมอดังเบา ๆ
“ซินเยวี่ย… หลับแล้วหรือ?” หลินจื่อหยานกระซิบ
เมื่อแน่ใจว่าเพื่อนหลับสนิท หัวใจของหลินจื่อหยานเต้นแรง พี่หวังฮ่าว… ข้ามาแล้ว!
เธอลุกจากเตียงในชุดนอนสีชมพูบางเบา ผิวเนียนราวหยกสะท้อนแสงจันทร์ ร่างที่เต็มไปด้วยเสน่ห์วัยเยาว์ชวนให้ใจเต้น เธอย่องเงียบออกจากห้อง มุ่งสู่ห้องของหวังฮ่าวด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
…