โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล - บทที่ 31 ความสงบที่ไม่น่าไว้วางใจ
บทที่ 31 ความสงบที่ไม่น่าไว้วางใจ
ยอดเยี่ยมไปเลย… เจ้าดวงอาทิตย์จอมปลอมสองดวงนั่นกลับมาประดับฟ้าให้พวกเราได้ยลโฉมกันอีกแล้ว มันช่างเป็นอะไรที่ดูประหลาดพิลึกมาก
หลังจากที่ต้องจมอยู่กับความมืดมาทั้งวันโดยมีเพียงแสงเหนือคอยประคองความสว่าง จู่ๆ เจ้าดวงอาทิตย์สองดวงนั่นก็โผล่พรวดขึ้นมาดื้อๆ เล่นเอาพวกเราตาพร่าปรับตัวแทบไม่ทัน
ท้องฟ้าตอนนี้ ดูเหมือนกับตอนที่เราก้าวเท้าเข้ามาในระดับนรกเฮงซวยนี่ ครั้งแรกไม่มีผิดเพี้ยน
แต่ก่อนที่แสงสว่างจะกลับมา พวกเราต้องรับมือกับการจู่โจมของพวกก็อบลินอีกระลอก ประมาณ 15 ตัวได้
นำโดย ก็อบลินชาแมน เลเวล 5 ตัวหนึ่ง แต่เจ้านั่นก็ตายอนาถเหมือนจงใจมาแจกแต้ม เจ้าชาแมนตัวนั้นโดน เทสสอยร่วงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มร่ายมนตร์ด้วยซ้ำ
ตอนที่มันเพิ่งจะก้าวเท้าเข้ามาในลานโล่ง มันก็โดนหอกที่พุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วผิดปกติ หรือจะเรียกว่ามิสไซล์นำวิถีก็คงไม่เกินไปนัก ปักทะลุอกมันจนร่างตรึงติดกับพื้นดิน
จริงๆ ผมรักทักษะ สมาธิของผมมากนะ แต่ว่า… ให้ตายเถอะ! ผมต้องไปประจบใครถึงจะได้ทักษะขี้โกงแบบนั้นมาบ้าง?
ผมเห็นเทสพยายามทำเป็นนิ่งเฉยไม่ลำพองใจ แต่นั่นยิ่งทำให้ผมหมั่นไส้หนักกว่าเดิม
ยังดีที่มีรางวัลปลอบใจเป็นทักษะ การสั่นพ้อง ที่เลื่อนขึ้นมาเป็นเลเวล 2 เสียที ซึ่งมันช่วยให้ผมอารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง
เจ้าทักษะนี้เลเวลขึ้นยากเย็นจนผมเริ่มสงสัยแล้วว่า เพราะมันเทพเกินไปหรือเปล่า ระบบถึงได้กั๊กเลเวลเอาไว้ขนาดนี้
ที่เลเวลมันยอมขยับขึ้นมาได้ ก็เพราะผมจับพวกก๊อบลินมาเป็นหนูทดลองนี่แหละ ผมใช้ทักษะจัดการตัดแขนตัดขาพวกมันจนขยับเขยื้อนไม่ได้
ซึ่งผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมภาพนั้นถึงทำให้คนอื่นรู้สึกพะอืดพะอม แล้วพากันมองผมด้วยสายตาแปลกๆ แบบนั้น
ทั้งที่ความจริงผมทำเพื่อพวกเขาทั้งนั้น!
เพราะว่า หลังจากจัดการจนมันหมดสภาพ ผมก็ยกพวกมันให้คนอื่นไปปิดบัญชีต่อ พวกเขาจะได้เอาหอกมาแทงมอนสเตอร์ที่ไร้ทางสู้เพื่อเก็บค่าประสบการณ์ได้ง่ายๆ ไง
สำหรับผมตอนนี้ มอนสเตอร์เลเวล 2 และ 3 มันให้ค่าตอบแทนไม่คุ้มเหนื่อยอีกต่อไปแล้ว พวกเขาควรจะขอบคุณผมสิ ไม่ใช่มามองกันด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น
แล้วก็… ใครก็ได้ขอช็อกโกแลตให้ผมสักหน่อยเถอะ ตอนนี้ผมสาบานเลยว่ายอมฆ่าคนเพื่อแลกกับของหวานสักชิ้นจริงๆ!
โชคดีที่ผมได้ลูกอมมาเม็ดหนึ่งจากลิลลี่ จริงๆ แล้ว เธอตั้งใจเก็บไว้กินทีหลังแต่ก็ใจดีพอที่จะแบ่งให้ผม
เพื่อเป็นการตอบแทน ผมเลยยกก็อบลินเลเวล 3 สภาพสะบักสะบอมสองตัวให้เธอไปจัดการปิดบัญชีต่อ ใช่ ผมรู้… ลูกอมเม็ดนั้นมีค่า และหายากกว่าไอ้พวกตัวเขียวพวกนี้เยอะ
แต่เดี๋ยวผมจ่ายคืนให้หนักกว่าเดิมแน่นอน ไม่ต้องห่วง
ลิลลี่ดูจะไม่ค่อยชอบใจกับของตอบแทนนี้เท่าไหร่ แต่มันก็พอจะเดาได้อยู่แล้ว เธอคงจะจิตใจดีเกินไปสำหรับนรกแห่งนี้ละนะ
นอกจากเรื่องพวกนี้แล้ว ยังมีเรื่องของ บิสกิต ที่ทำให้ผมประหลาดใจ
เจ้าหมาน้อยตัวนี้ดูจะไม่น้อยอีกต่อไปแล้ว เพราะมันตัวโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น่าจะสัก 10-20% ได้มั้ง สัดส่วนโดยรวมยังเหมือนเดิม
แต่มันดูบึกบึนขึ้น อาจจะเป็นเพราะเนื้ออาบมานาที่มันสอยลงท้องไป หรือไม่ก็เพราะเลเวลของมันกำลังเพิ่มขึ้นเลยทำให้มันตัวใหญ่ขึ้น ถ้าเจ้าหมานี่ได้ทักษะเทพๆ มาครอบครองอีกตัวล่ะก็ ผมจะโกรธระบบจริงๆ
นอกจากเจ้าบิสกิตจะโตขึ้น มันยังฉลาดขึ้นทุกวันด้วย มันรู้แม้กระทั่งว่าผมจะเริ่มกินอาหารตอนไหน แล้วมันจะเดินมาส่งสายตาเศร้าสร้อยดมฟุดฟิดใกล้ๆ ทันที
ซึ่งไอ้ท่าทางน่าสงสารนั่นจะเปลี่ยนเป็นจอมกะล่อนทันทีที่ผมยอมแบ่งอาหารให้
เจ้าตัวแสบเอ๊ย ไร้ยางอายจริงๆ
ตอนนี้พวกเราหาแหล่งน้ำเจออีกครั้งแล้ว และแฮดวินก็เพิ่งโชว์เหนือด้วยการล่าหมูป่าตัวเขื่องด้วยตัวคนเดียว เขาแบกมันกลับมาเพียงลำพังทั้งที่น้ำหนักของมันน่าจะมากกว่าเขาเป็นสองเท่าแท้ๆ
เมื่อเทียบกับวันแรกๆ แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างดูจะง่ายดายจนผิดสังเกต ไม่ใช่ว่าผมอยากจะบ่นที่พวกเราไม่โดนคาบไปกินหรอกนะ แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนความสงบก่อนพายุจะเข้ายังไงไม่รู้
ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนั้น ผมเลยเริ่มสะสมเสบียงเอาไว้ ทั้งอาหารและน้ำต้มอีกสองสามขวด ผมยัดพวกมันใส่กระเป๋ากีฬาเตรียมพร้อมไว้ในจุดที่หยิบฉวยง่ายที่สุด เผื่อถึงคราวจำเป็นจะได้โกยได้ทันที
ซึ่งผมสังเกตเห็นว่ามีคนอื่นอีกจำนวนไม่น้อยที่เริ่มคิดแบบเดียวกันและทำตาม
จริงๆ แล้วหากจะบอกว่าตอนนี้สงบสุข ก็คงไม่ถูกนัก เพราะภายใต้ความสงบนี้ก็เริ่มมีความขัดแย้งเล็กๆ ก่อตัวขึ้น โดมินิกยังคงตั้งแง่โจมตี และรังควานโชอี้ไม่เลิก แถมยังพาลไปเกลียดแฮดวินด้วยอีกคน สาเหตุก็คงเพราะแฮดวินมักจะคอยออกหน้าปกป้องเธอนั่นแหละ
ผมไม่แน่ใจว่าทำไมโชอี้ถึงไม่ใช้ทักษะของเธอบงการความคิดของโดมินิกเสียให้สิ้นเรื่อง ผมคาดเดาว่าตอนนี้โดมินิกเองก็อาจจะมีเลเวลเพิ่มขึ้น ประกอบกับความโกรธแค้นที่เขามีต่อโชอี้นั้นดูจะรุนแรงเป็นพิเศษ มันคงยากเกินกว่าจะบิดเบือนอารมณ์ให้เขาคล้อยตามจนเลิกเอาเรื่องเธอได้
ผมนึกย้อนไปถึงตอนที่ก๊อบลินรุมล้อมตู้ขบวน แม้โชอี้จะใช้ทักษะกระตุ้นพวกเรา แต่สุดท้ายมันก็ไม่สามารถเอาชนะสัญชาตญาณดิบดั้งเดิมได้
ดูเหมือนทักษะของเธอจะยังมีขีดจำกัดอยู่มาก แต่นั่นก็อาจจะเป็นแค่ตอนนี้… ผมมีลางสังหรณ์ว่าในอนาคต ทักษะต่างๆ ของพวกเราจะพัฒนาไปในทิศทางที่บ้าคลั่งกว่านี้ และเมื่อถึงจุดนั้น เธออาจจะทรงพลังขึ้นมาจริงๆ
นอกจากเรื่องความขัดแย้งแล้ว ยังมีคนเสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งคนจากบาดแผลที่ได้รับตอนสู้กับฝูงก๊อบลินก่อนหน้านี้
ดูเหมือนแผลของเธอจะไม่ถึงขั้นสาหัส แต่สุดท้ายเธอก็ตายลง อาจจะเพราะการติดเชื้อ หรือเพราะเลเวลที่ยังต่ำเกินไปจนร่างกายทนไม่ไหวผมก็ไม่แน่ใจนัก
ลิลลี่บอกผมด้วยตาแดงก่ำว่าเธอชื่อเอวา ดูเหมือนหญิงคนนี้จะเป็นคนที่ใจดีกับเด็กๆ พอสมควร ยัยหนูเลยดูเศร้ามากเป็นพิเศษ ส่วนผมน่ะเหรอ... ผมแปลกใจเสียมากกว่าที่คนไม่ตายเยอะไปกว่านี้
ในช่วงที่เราออกล่าหรือไปหาแหล่งน้ำ มักจะมีคนขอติดตามกลุ่มเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้ทำให้เจ้าหนูเควินคึกคักเป็นพิเศษ คึกเสียจนบางครั้งผมรู้สึกเหมือนโดนหมอนี่สูบพลังชีวิตไปจนเกือบหมด
ผมเริ่มมีความคิดจริงจังว่าจะลองจับเจ้าหนูเควินมัดไว้แล้วสอบสวนดูเสียหน่อย บางทีเขาอาจจะมีทักษะลับที่ไม่ยอมเปิดเผย อย่างการพูดมากเพื่อดูดพลังชีวิตคนอื่นจริงๆ ก็ได้
เอาจริงๆ ผมถือว่ายังโชคดีที่ในกลุ่มมีเทสคอยช่วยเหลือ ไม่ปล่อยให้เควินพล่ามจนผมหมดแรงไปเสียก่อน และเพื่อเป็นการขอบคุณ ผมจึงยอมสอนเคล็ดลับการควบคุมมานาให้เธอ
เทสเป็นคนหัวไวอย่างเหลือเชื่อ ไม่นานนักเธอก็ได้รับทักษะ การควบคุมมานา มาครอบครอง แต่เมื่อผมลองตรวจสอบดู กลับพบว่าทักษะของเธอต่างจากของผมเล็กน้อย
ของเธอดูเหมือนจะเป็นระบบอัตโนมัติที่ใช้งานง่ายแต่ขาดความละเอียดอ่อน ต่างจากของผมที่ต้องอาศัยการสัมผัสและการรับรู้เพื่อควบคุมด้วยตัวเอง แม้มันจะยุ่งยากกว่า แต่ความละเอียดอ่อน และความพลิกแพลงนั้นกินขาด
จากการค้นพบนี้ ผมเลยอนุญาตให้เทสลองไปสอนคนอื่นๆ ดู แน่นอนว่าผมไม่ใช่พ่อพระที่อยากจะแบ่งปันอะไรให้ใครเหมือนพระเอกในหนังหรอกนะ
แต่ผมแค่อยากรู้ว่าทักษะการควบคุมมานาของคนอื่นจะแตกต่างกันไปอย่างไรบ้าง ยิ่งเห็นผลการทดลองที่หลากหลาย ผมยิ่งรู้สึกสนุกและหลงใหลในความลึกลับของมานามากขึ้นไปอีก
ตอนนี้ผมไม่ได้ออกล่าพร้อมกับแฮดวินอีกแล้ว ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คือผมไม่ต้องการพึ่งพาไอ้เฮงซวยนั่นอีกต่อไป ตอนนี้ผมมีทีมของตัวเองที่กำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เทสเองก็เก่งขึ้นผิดหูผิดตา เธอพกหอกติดหลังไว้ 4-5 เล่ม และเมื่อเธอขว้างมันออกไปพร้อมกับทักษะ พลังจิตควบคุมวัตถุ
หอกเหล่านั้นก็พุ่งทะยานราวกับจรวดนำวิถี ทั้งรวดเร็วและแม่นยำ ยิ่งทำงานประสานกับทักษะ ตาทิพย์ ของเธอด้วยแล้ว มันยิ่งดูน่ากลัวขึ้นไปอีกขั้น
ส่วนเควินเองก็ได้รับทักษะใหม่มาเพิ่ม นั่นคือ การจุดระเบิด ซึ่งช่วยให้เขาสามารถจุดไฟบนวัตถุต่างๆ หรือแม้แต่เปลี่ยนของธรรมดาให้กลายเป็นระเบิดได้
ให้ตายเถอะ ผมอิจฉาชะมัด! คนพวกนี้ได้ทักษะดีๆ มาง่ายๆ ตลอด ต่างจากผมที่ต้องดิ้นรนเจียนตายเพื่อแลกกับพลังแต่ละอย่าง…
ความยุติธรรมมันหายไปไหนหมดกันนะ?
ชีวิตของพวกเราดำเนินไปอย่างสงบสุขจนน่าเหลือเชื่อ กระทั่งเกิดข่าวการหายตัวไปของใครบางคน… คนคนนั้นคือโดมินิก
พักหลังมานี้เขาเริ่มปลีกตัวออกจากกลุ่ม และแสดงท่าทีไม่พอใจต่อโชอี้รวมถึงแฮดวินที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็หายวับไปเฉยๆ
ไม่มีใครเห็นว่าเขาไปไหน ไม่มีศพ และไม่มีร่องรอยการต่อสู้ที่เด่นชัดทิ้งไว้ให้สืบหา เหตุการณ์นี้สร้างความสับสนและหวาดระแวงให้แก่ผู้คนในตู้ขบวนเป็นอย่างมาก
แต่สำหรับผมที่ไม่ได้มองโลกในแง่ดีนัก ผมกลับไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด เพราะในโลกเฮงซวยใบนี้ ไม่ใช่แค่มอนสเตอร์หรอกนะที่ฆ่าคนได้ มนุษย์ที่ครอบครองทักษะอันทรงพลังเองก็น่ากลัวไม่แพ้กัน
เรื่องนี้ทำให้ผมต้องเริ่มสังเกตผู้คนรอบข้างให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะแฮดวินและโชอี้… บางทีภายใต้รอยยิ้มหรือท่าทางนิ่งเฉยนั้น อาจมีเขี้ยวเล็บที่แหลมคมซ่อนอยู่ก็เป็นได้