โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล - บทที่ 67 คอมมูนิตี้
บทที่ 67 คอมมูนิตี้
ผมมองตามคิมที่ปลีกตัวไปนั่งนิ่งอยู่ไกลๆ หลังถูกผมเตือนด้วยสายตาเย็นชา นี่คือความปรานีที่สุดเท่าที่ผมจะให้ได้ในฐานะเพื่อนร่วมทีม เพราะหากเป็นคนอื่น ป่านนี้ผมคงใช้มานากดดันให้เขาสยบแทบเท้าไปแล้ว
ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สดใส ซึ่งขัดแย้งกับความจริงรอบกายอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ให้กับความโหดร้ายของโลกใบนี้ที่กำลังกัดเซาะตัวตนของพวกเราไปทีละน้อย
แม้แต่ตัวผมเองก็เริ่มเปลี่ยนไป ตั้งแต่ที่ผมบรรลุสมาธิเลเวล 10 อารมณ์ความรู้สึกของผมก็เบาบางลงจนน่าใจหาย แม้แต่ความตายของเควินก็กลายเป็นเพียงภาพจางๆ ในความทรงจำ
ผมอดสงสัยในตัวเองไม่ได้ว่า สุดท้ายแล้วผมอาจจะกลายเป็นเพียงเครื่องจักรสังหารที่ไร้หัวใจไปจริงๆ ในสักวัน
ผมไม่ชอบที่เป็นแบบนี้หรอก แต่ในเมื่อโชคชะตาไม่หลงเหลือทางเลือกอื่นให้เดิน ผมก็คงทำได้เพียงยอมรับความบิดเบี้ยวนี้ และก้าวต่อไปเท่านั้น
ในขณะที่ผมกำลังจมอยู่กับความคิด แรงกระแทกหนักๆ ที่หน้าแข้งก็ดึงให้ผมต้องก้มลงมอง ผมขมวดคิ้วแน่นจ้องมองตัวต้นเหตุ
(อาหาร) (อาหาร?)
เสียงโทรจิตของเจ้าบิสกิตดังแทรกขึ้นมาในหัวแทบจะทันที มันเงยหน้าสบตาผมครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปมองลิลลี่ที่ยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างๆ แล้วจึงวกกลับมาจ้องกดดันผมอีกรอบ
“ฉันจะมีของกินได้ยังไง หรือแกจะกินขาฉันแทนไปก่อนล่ะ?”
ผมพูดพลางถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนเพลีย พร้อมกับเอามือดันหัวกลมๆ ของมันให้หยุดโหม่งขาผมเสียที
ทว่าเสียงโทรจิตของมันกลับเริ่มเร่งเร้าหนักขึ้น จนกลายเป็นคำสั่งเอาแต่ใจในที่สุด
(อาหาร!)
หนอย... เจ้าหมาตะกละนี่!
คราวนี้ผมไม่ยั้งมือแล้วจัดการเขกหัวมันไปหนึ่งทีจนมันร้องหงิงๆ ออกมา
มันจ้องมองผมกลับด้วยแววตาตัดพ้อราวกับถูกทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง จนผมเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เจ้าหมาน้อยก็สะบัดก้นวิ่งหนีไปทันที
เป้าหมายใหม่ของมันคือแฮดวินที่นั่งอยู่ไม่ไกล
ไม่นานนักหลังจากที่เจ้าหมาน้อยวิ่งเข้าไป ผมก็ได้ยินเสียงตาลุงนั่นตะโกนออกมาเสียงหลง
“อะไรวะเนี่ย!”
ผมถึงกับหลุดยิ้มออกมามุมปาก... โอ้ ยินดีต้อนรับสู่ชมรมนะเพื่อน
เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาดึงให้ผมต้องหันกลับไปมอง ผมเห็นเทสเดินตรงมาหาด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามฉบับของเธอ
“เราเข้าร่วมคอมมูนิตี้ไม่ได้น่ะ”
เธอเอ่ยเสียงเรียบ
“ระบบมันบอกว่าคนที่มีเลเวลสูงสุดในกลุ่มต้องเป็นคนเข้าไปเปิดใช้งานก่อน”
“หือ… งั้นก็คงจะเป็นผมสินะ แล้วเธอเลือกอาชีพไปแล้วใช่ไหม?”
ผมถามหยั่งเชิงกลับไป
“อื้ม เรียบร้อยแล้วล่ะ”
เทสพยักหน้าพลางลดเสียงลง
“แต่ไว้ฉันจะเล่ารายละเอียดให้ฟังตอนที่มีคนแอบฟังน้อยกว่านี้แล้วกันนะ”
ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ผมเริ่มวางแผนอย่างรวดเร็ว ผมตัดสินใจว่าจะเช็กคอมมูนิตี้ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยจัดการเรื่องอัปเกรดทักษะ
เพราะผลลัพธ์ที่ได้จากการอัปเกรดทักษะ อาจจะทำให้มีตัวเลือกอาชีพใหม่ๆ โผล่ขึ้นมา หรือไม่แน่ว่าอาชีพเดิมที่มีอยู่อาจจะถูกยกระดับขึ้นไปอีก
ในส่วนฟังก์ชันคอมมูนิตี้ มันน่าสนใจไม่น้อยเลย บางทีมันอาจจะมีข้อมูลสำคัญที่ช่วยคลายความหนักใจเรื่องการเลือกอาชีพให้ผมได้
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นผมจึงเอ่ยออกมาเบาๆ
“คอมมูนิตี้”
สิ้นคำพูด หน้าต่างแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทันที
[ขอแสดงความยินดีที่คุณพิชิตเควสประจำชั้นที่ 1 สำเร็จ]
[คุณสังกัดกลุ่มที่ 4 ในระดับความยากระดับนรก ของบทฝึกสอนรอบที่ 5 เนื่องจากคุณเป็นผู้ที่มีเลเวลสูงที่สุดในกลุ่ม โปรดตั้งชื่อกลุ่มของคุณก่อนเข้าใช้งานคอมมูนิตี้ และกรุณาตั้งชื่อนามแฝงสำหรับใช้งานในฟอรัมด้วย]
ผมชะงักไปครู่หนึ่ง พลางปรายตาไปมองลิลลี่ที่นอนพักเอาแรงอยู่ไม่ไกลหลังจากฝืนใช้มานาจนหมด สำหรับลิลลี่ ผมรู้ดีว่าเธอคงไม่คิดจะแอบดู และต่อให้เห็นก็คงไม่เป็นไร
แต่กับพวกหมาลอบกัดคนอื่นมันต่างออกไป ผมไม่อยากให้พวกนั้นรู้เห็นอะไรทั้งนั้น
ผมหลับตาลง กระตุ้นทักษะการรับรู้มานา ให้แผ่ซ่านออกไปตรวจสอบรอบกาย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครกำลังลอบมองหรือสนใจสิ่งที่ผมกำลังจะทำ ผมจึงเริ่มจัดการตั้งชื่อกลุ่ม และนามแฝงของตัวเองให้เสร็จสิ้น
[ยินดีต้อนรับสู่คอมมูนิตี้!]
[กลุ่มของคุณถูกลงทะเบียนในชื่อ: กลุ่ม 4]
[นามแฝงของคุณคือ: นิรนาม]
[คำเตือน: คุณมีเวลาใช้งานจำกัดเพียง 10 นาทีต่อวัน เมื่อครบกำหนดระบบจะตัดการเชื่อมต่อทันที]
ทันทีที่ข้อความยืนยันหายไป หน้าต่างโฮโลแกรมบานใหม่ก็ปรากฏขึ้นมาแทนที่ รูปแบบของมันดูคล้ายกับกระดานสนทนาหรือฟอรัมออนไลน์ที่ผมคุ้นตาไม่มีผิด
ระดับง่าย: 1869 / 2000
ระดับปกติ: 734 / 1000
ระดับยาก: 330 / 500
ระดับนรก: 56 / 250
ทัวร์นาเมนต์คอมมูนิตี้ (ยังไม่เปิดใช้งาน)
เป็นไปตามคาด ระดับนรกคือความโหดร้ายขั้นสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย จากตัวเลขที่ปรากฏ ผมสันนิษฐานว่ามันคือจำนวนผู้รอดชีวิตเทียบกับจำนวนคนที่ถูกดึงตัวมาทั้งหมด
แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วคือจำนวนคนที่ถูกดึงเข้ามามันมากมายเกินไป
หรือว่าข่าวลือเรื่องคนหายตัวไปพร้อมกันทั่วโลกที่พวกเด็กๆ เคยพูดตอนอยู่ชั้นที่ 1 จะเป็นความจริง? (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ดูเหมือนเรื่องนี้จะมีเงื่อนงำซับซ้อนเกินกว่าที่ตาเห็น ระบบฝึกสอนพวกนี้คืออะไรกันแน่ มันใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกคน และจุดประสงค์ที่แท้จริงของการดึงพวกเรามาลงนรกแห่งนี้คืออะไรกันแน่?
ผมส่ายหัวเบาๆ ให้กับคำถามมากมายที่ยังหาคำตอบไม่ได้ พลางไล่สายตามองตัวเลขในระดับนรกที่น้อยอย่างน่าใจหาย จำนวนผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือนั้นช่างน่าหดหู่จนบอกไม่ถูก
ผมไล่สายตาต่อไปจนไปสะดุดเข้ากับหัวข้อ ทัวร์นาเมนต์คอมมูนิตี้ แม้จะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ลางสังหรณ์กลับร้องเตือนว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่
“เอาเถอะ คิดไปก็ปวดหัว”
ผมพึมพำกับตัวเอง พยายามสลัดคำถามที่หาคำตอบไม่ได้ออกไป ก่อนจะเพ่งสมาธิไปที่หัวข้อระดับนรกเพื่อเปิดดูความเคลื่อนไหวภายในนั้น
และทันใดนั้น กระดานสนทนาก็ถูกเปิดออกตรงหน้า
ผมอยู่ตรงนี้ (นรก, เดอะ กิลด์): “สวัสดี”
นักฟาร์ม (นรก, ปีกขาว): “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย? ใครก็ได้ช่วยอธิบายที!”
นักกวี (นรก, ไอดีเค): “เห้อ… นึกว่าจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์จากพวกนายบ้างซะอีก”
แฮดวิน (นรก, กลุ่ม 4): “พวกคุณทุกคนอยู่ชั้นสองเหมือนกันหมดเลยเหรอ?”
ผมถึงกับขมวดคิ้ว
ให้ตายสิตาลุงแฮดวิน! นี่ลุงเล่นเกมไม่เป็นเลยหรือไง ถึงได้ซื่อบื้อใช้ชื่อจริงไปเป็นนามแฝงทนโท่แบบนั้น
ข้อความในฟอรัมไหลผ่านไปเรื่อยๆ ถึงจุดนี้เดาได้ไม่ยากเลยว่ารูปแบบของมันคือ นามแฝง ตามด้วย ระดับความยาก และ ชื่อกลุ่ม เสมอ
แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือตอนนี้มีเพียงกลุ่มคนจากระดับนรกเท่านั้นที่เข้ามาเคลื่อนไหวในกระทู้นี้
ด้วยความสงสัย ผมจึงลองพยายามสลับไปดูหน้ากระทู้ของระดับความยากอื่น แต่ปรากฏว่าระบบกลับปฏิเสธการเข้าถึง
ผมไม่แน่ใจว่ามันจงใจกีดกันไม่ให้คนแต่ละระดับติดต่อกัน หรือแค่ยังไม่อนุญาตให้ใช้งานในตอนนี้กันแน่
สุดท้ายผมก็สลัดความสงสัยนั้นทิ้งไปก่อน แล้วหันกลับมาให้ความสนใจกับข้อความที่กำลังเดือดในกระทู้ระดับนรกอีกครั้ง
ผมอยู่ตรงนี้ (นรก, เดอะ กิลด์): “ชั้นสองของพวกนายชื่ออาณาจักรผสานมานา เหมือนกันไหม? ที่มีพวกเนินเขาเตี้ยๆ กับทุ่งหญ้ากว้างๆ น่ะ?”
นักกวี (นรก, ไอดีเค): “ใช่ เหมือนกันเป๊ะเลย ทางซ้ายมือจะมีหินก้อนยักษ์ล้อมรอบด้วยโขดหิน ส่วนทางขวาเป็นเนินลาดชันลงไป แต่ประเด็นคือฉันไม่เห็นใครเลยนอกจากคนในกลุ่มตัวเองนะ”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “เฮ้ย เหมือนกันจริงด้วย! หรือว่ามันจะเป็นมิติแยก หรือไม่ก็แค่ชั้นที่ถูกทำสำเนาขึ้นมาซ้ำๆ วะ?”
นักกวี (นรก, ไอดีเค): “น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ เพราะตอนชั้น 1 พวกเราก็ไม่เจอใครเลยนอกจากกลุ่มตัวเอง ส่วนมอนสเตอร์ที่เจอก็มีพวกโทรลล์, หมาป่า, ราชินีแมงมุม แล้วก็ไอ้หมีเถ้าถ่าน… พวกนายเจอชุดนี้เหมือนกันไหม?”
แฮดวิน (นรก, กลุ่ม 4): “ใช่ครับ กลุ่มผมก็เจอเหมือนกันหมดเลย”
ผมอยู่ตรงนี้ (นรก, เดอะ กิลด์): “งั้นก็ชัดเจน เราอยู่คนละมิติชัวร์ หรืออาจจะเป็นแนวโลกคู่ขนานมัลติเวิร์สแบบในหนังก็ได้ ฉันเดาว่าเราคงไม่มีทางได้เจอกันตัวเป็นๆ หรอก แต่ก็ยังตัดความเป็นไปได้ทิ้งไม่ได้ละนะ…”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “แล้วพวกนายจัดการกับหมีเถ้าถ่านนั่นยังไง?”
ถึงจุดนี้ผมอดใจไม่ได้แล้ว ต้องรีบกระโดดไปร่วมวงเสียหน่อย
นิรนาม (นรก, กลุ่ม 4): “ไอ้หมีนรกนั่นน่ะเหรอ... ไปตายซะเถอะ!”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “เออ เห็นด้วย! ไปลงนรกซะเถอะไอ้หมีเวรนั่น!”
โผล่มาอีกราย (นรก, เดอะ กิลด์): “เฮ้ย พวกรนหาที่! อย่าลืมสิว่าพวกเราอยู่ในระดับนรกนะ ไล่มันไปนรก เดี๋ยวมันก็โผล่มาทักทายพวกนายหรอก”
หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาสมทบในกระทู้อีกหลายคน ดูเหมือนทุกคนจะมีความสุขที่ได้ระบายความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตลอดชั้นที่ 1 ออกมาผ่านตัวอักษร
ผมปล่อยให้พวกเขาคุยเล่นกันครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ถามในสิ่งที่ผมอยากรู้ที่สุด
นิรนาม (นรก, กลุ่ม 4): “พวกนายเลือกอาชีพกันหรือยัง?”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “กลุ่มฉันเลือกกันหมดแล้วล่ะ ไม่รู้จะรอไปทำไม”
นิรนาม (นรก, กลุ่ม 4): “มีอะไรน่าสนใจไหม? พวกอาชีพลับหรือเงื่อนไขพิเศษน่ะ”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “ก็มีอยู่นิดหน่อยนะ ตอนที่นาย [ระงับการเผยแพร่ข้อมูลสำคัญ] ”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “ฮ่าๆๆ โดนเซนเซอร์ว่ะ! เสียใจด้วยนะ นิรนาม”
ให้ตายสิ ไอ้ระบบเฮงซวยนี่มันกะจะดักพวกเราไว้ทุกทางเลยรึไง ข้อมูลแค่นี้ก็ยังไม่ยอมให้คุยกันอีก
นักฟาร์ม (นรก, ปีกขาว): “พูดถึงตอนสุดท้าย ถ้าไม่ได้เครื่องรางช่วยเรียกหมีเถ้าถ่านมา กลุ่มฉันคงไม่รอดมานั่งแชทตรงนี้แล้วละว่ะ”
แฮดวิน (นรก, กลุ่ม 4): “เครื่องรางอะไร? นักฟาร์ม คุณหมายความว่ายังไง?”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “ฮ่าๆๆ แฮดวิน นี่พวกนายรอดมาได้ยังไงกันวะเนี่ย?”
นักฟาร์ม (นรก, ปีกขาว): “พวกนายไม่ได้ใช้เครื่องรางเหรอ? ก็อันที่ได้จากก๊อบลินชาแมนเลเวล 5 ไง”
แฮดวิน (นรก, กลุ่ม 4): “ถ้าจำไม่ผิด… ของนั้นมันแตกเป็นชิ้นๆ ไปแล้วตอนที่เรากำจัดมันได้น่ะ”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “พระเจ้าช่วย! แฮดวิน พวกนายไปทำบาปอะไรมาวะถึงได้ซวยมหาศาลขนาดนั้น ฮ่าๆๆ”
นักฟาร์ม (นรก, ปีกขาว): “คือถ้านายใช้เครื่องรางนั่นเรียกหมีเถ้าถ่านออกมา มันจะเดินวนเวียนรอบกลุ่มของนาย แล้วคอยจัดการมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งให้ แถมยังล่อความสนใจได้ดีสุดๆ แต่มันมีข้อแลกเปลี่ยนคือ… ทุกๆ พักใหญ่มันจะสุ่มคาบคนในกลุ่มไปกินหนึ่งหรือสองคน เอาจริงๆ กลไกนี้ช่วยได้เยอะมากนะ แต่มันก็อำมหิตสุดๆ เหมือนกัน”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “ฉันละเกลียดไอ้หมีเวรนั่นชะมัด! มันคาบคนในกลุ่มฉันไปกินต่อหน้าต่อตาเลย!”
แฮดวิน (นรก, กลุ่ม 4): “ทำไมพวกเราไม่รู้เรื่องนี้เลย… ไอ้หมีนั่นมันก็กินคนกลุ่มเราไปเหมือนกัน แต่พวกเราไม่รู้ว่ามันมาเพื่อช่วย นึกว่ามันจะตามมาฆ่าล้างกลุ่มเสียอีก สุดท้ายพวกเราก็เลยต้องฆ่ามันทิ้งไป”
นักฟาร์ม (นรก, ปีกขาว): “…”
นักฟาร์ม (นรก, ปีกขาว): ”เมื่อกี้… นายว่าไงนะ?”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “แฮดวิน เลิกขี้โม้เถอะว่ะ”
ปราชญ์สันโดษ (นรก, ตัวคนเดียว): “มันแปลกตรงไหน? ฉันก็ฆ่ามันทิ้งไปเหมือนกันเพราะรำคาญ”
ปราชญ์สันโดษ (นรก, ตัวคนเดียว): ”มันก็ไม่ได้ตึงมือขนาดนั้นนี่”
นักฟาร์ม (นรก, ปีกขาว): “…”
โคตรอัจฉริยะ (นรก, ปีกขาว): “…”
[ตัดการเชื่อมต่อคอมมูนิตี้ เนื่องจากครบกำหนดการใช้งาน 10 นาทีต่อวัน]