ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 241 มวยหลัวฮั่น
ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวได้ยินมาว่าด่านปราบปีศาจเต็มไปด้วยโจร มักจะมีคนถูกปล้นทั้งในสมาคมการค้าและในป่าทึบ
พวกเขาตั้งใจจะรายงานระดับพลังต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อล่อพวกโจรให้เข้ามา แต่แทนที่จะได้โจร กลับเจอกลุ่มองครักษ์รับจ้างเข้ามาเสนอตัว
“พวกเราได้รับคำชมมากที่สุดในบรรดาองครักษ์ระดับขั้นสร้างฐาน ราคาเหมาะสม บริการใส่ใจ และยังมีความร่วมมือระยะยาวกับสัตว์ปีศาจระดับครึ่งขั้นแก่นทองคำหลายตัว ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการส่งข่าวสารและความปลอดภัยในป่าทึบได้อย่างดีเยี่ยม”
“หากท่านทั้งสองได้รับภารกิจฝึกฝนจากตระกูลหรือสำนัก พวกเรายังมีแพ็คเกจให้เลือกถึงสามแบบโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม”
หัวหน้าจมูกเหยี่ยวยังคงเสนอบริการองครักษ์อย่างกระตือรือร้น
“จ้างพวกเจ้าต้องใช้หินวิเศษเท่าไร?”
เมิ่งจิ่งโจวถามอย่างสนใจ พวกเขาต้องการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับป่าทึบให้มากที่สุด พวกนี้เป็นพวกรู้พื้นที่ดี รู้ข่าวสารมากมาย ไม่จำเป็นต้องจ้างเป็นองครักษ์ แต่อาจจะจ้างเป็นไกด์ได้
หัวหน้าจมูกเหยี่ยวเห็นท่าทางสง่างามและการพูดจาของทั้งสองคนไม่เหมือนคนธรรมดา เดาว่าคงมาจากที่ไม่ธรรมดา จึงชูนิ้วห้านิ้ว
“ห้าแสนหินวิเศษ? ไม่แพงนี่”
หัวหน้าจมูกเหยี่ยวตกใจมาก เขาตั้งใจจะบอกห้าหมื่นหินวิเศษ ถ้าอีกฝ่ายว่าแพงก็ยังต่อรองได้ ไม่คิดว่าคุณชายผู้นี้จะเพิ่มราคาขึ้นสิบเท่าโดยไม่กะพริบตา
เมิ่งจิ่งโจวหยิบหินวิเศษสองแสนก้อนออกมากองเป็นภูเขาเล็กๆ
“ให้สองแสนก่อน ที่เหลือค่อยจ่ายเมื่องานเสร็จ ถ้าข้าพอใจในบริการจะให้ค่าตอบแทนพิเศษ”
“ขอรับ พวกท่านวางใจได้ บริการของพวกเราคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน!”
ทั้งห้าคนตาเป็นประกายเมื่อเห็นหินวิเศษมากมายขนาดนั้น พวกเขาไม่เคยเจอลูกค้าใจป้ำขนาดนี้มาก่อน
“แปลกจัง พวกเจ้ารู้สึกว่าที่นี่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่?”
เมิ่งจิ่งโจวสะบัดเสื้อตรงหน้าอก รู้สึกว่าที่นี่ร้อนมาก
“ข้าก็รู้สึกเช่นกัน”
ลู่หยางก็สงสัย
หัวหน้าจมูกเหยี่ยวพูดเสียงเครือ:
“จะเป็นไปได้ไหมว่าเพราะพวกเราเจ็ดคนอยู่ในคุกใต้ดิน อากาศเกือบจะถูกพวกเราหายใจเอาไปหมดแล้ว?”
คุกใต้ดินอยู่ใต้พื้น อากาศไม่ถ่ายเท เจ็ดคนคุยกันไม่นาน ออกซิเจนก็เกือบหมดแล้ว ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวปลดวิชากักขัง เจ็ดคนกลับขึ้นมาบนพื้นดิน
“เต่าแก่ ออกมาได้แล้ว ตกลงเงื่อนไขกันเรียบร้อย”
หัวหน้าจมูกเหยี่ยวตะโกน
เต่าตัวใหญ่เท่าโม่หินค่อยๆ คลานมาจากที่ไหนไม่ไกล แผ่พลังที่ไม่เหมือนผู้ฝึกขั้นสร้างฐานทั่วไป ลู่หยางคาดเดาว่าที่ห้าเซียนเหยี่ยนซานพูดถึงการต่อสู้กับสัตว์ปีศาจระดับครึ่งขั้นแก่นทองคำ คงหมายถึงเต่าแก่ตัวนี้
พวกเจ้านักแสดงครบทีมดีนี่ มีแม้กระทั่งสัตว์ปีศาจ
“นี่คือเต่าแก่ ข้างหน้ามีทะเลสาบเล็กๆ เต่าแก่ครอบครองหนึ่งในห้าของทะเลสาบ”
หัวหน้าจมูกเหยี่ยวแนะนำ
เต่าแก่ส่ายหัวแกว่งคอ:
“น้องเหยี่ยว ข้าบอกแล้วว่าวิธีพูดของพวกเจ้าเหมือนโจรปล้น ทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่าย ข้าเห็นอยู่แต่ไกลแล้ว ยอดฝีมือสองท่านนี้ใช้วิชากักขังได้ จะใช้พวกเจ้าเป็นองครักษ์ทำไม”
“นั่นเป็นวิชากักขังจริงๆ หรือ?”
ทั้งห้าคนตกใจมาก ก่อนหน้านี้พวกเขาแค่เดา ไม่กล้าฟันธง อาจจะเป็นวิชาป้องกันตัวที่สำนักมอบให้ก็ได้ เพราะวิชากักขังนั้นมีแต่ในตำนาน การฝึกฝนก็ยากลำบากเหลือเกิน ผู้ฝึกขั้นสร้างฐานจะเรียนรู้ได้นั้นแทบเป็นไปไม่ได้
“เต่าผู้นี้มีสายตาดี ที่ข้าใช้ก็คือวิชากักขังนั่นแหละ”
ลู่หยางรีบยอมรับ ทำให้เมิ่งจิ่งโจวกลอกตา
“สองท่าน ไม่ทราบว่าจุดประสงค์ที่มาป่าทึบคือ…”
“ท้าสู้กับสัตว์ปีศาจ ได้ยินมานานแล้วว่าที่นี่มีสัตว์ปีศาจชุกชุม ไม่ขาดสัตว์ปีศาจสายพันธุ์โบราณ พลังแข็งแกร่ง พวกเราหวังจะประลองกับพวกมัน ฝึกฝนตนเอง”
หัวหน้าจมูกเหยี่ยวพยักหน้า นี่เป็นเหตุผลที่พบได้บ่อย
“ไม่ทราบว่าสองท่านต้องการท้าสู้กับสัตว์ปีศาจระดับใด เป็นพวกที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นสร้างฐานระดับสูง หรือพวกที่อยู่ในขั้นสร้างฐานระดับสูงมานาน?”
“ขั้นแก่นทองคำ”
“ขั้นแก่นทองคำ?!”
รวมทั้งเต่าแก่ด้วย ทั้งห้าคนหนึ่งสัตว์ต่างอุทานออกมา
“สองท่านอย่าได้คุยโว ช่องว่างระหว่างขั้นสร้างฐานกับขั้นแก่นทองคำนั้นเหมือนเหวลึก จะข้ามไปได้อย่างไร อีกอย่าง ทั้งคนและสัตว์ปีศาจที่อาศัยอยู่ในป่าทึบมานาน ล้วนออกโรงอย่างโหดเหี้ยม ไม่อาจมองเป็นเรื่องธรรมดา!”
เต่าแก่เตือน มันก็รู้ว่าสองคนนี้เป็นลูกค้าใหญ่ ถ้าปกป้องได้ดี หินวิเศษไม่ขาดแน่
“อย่าว่าแต่ขั้นแก่นทองคำเลย สองท่านอาจจะยังสู้ข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
เต่าแก่พูดอย่างสงบนิ่ง มันอยู่ในระดับครึ่งขั้นแก่นทองคำมานาน ประสบการณ์โชกโชน พลังป้องกันน่าตกใจ ถ้าเสือปีศาจที่แปรร่างเป็นผีปอบนั่นฟื้นขึ้นมา ก็ไม่อาจทำลายการป้องกันของมันได้
“งั้นก็ลองดู”
เมิ่งจิ่งโจวยิ้ม ยืดเส้นยืดสาย ถ้าไม่แสดงพลังที่แท้จริง พวกนี้จะหาสัตว์ปีศาจขั้นแก่นทองคำที่แข็งแกร่งพอมาให้ก็ยาก จะฝึกฝนไม่ได้ผล
ทุกคนมาถึงริมทะเลสาบ เต่าแก่กับเมิ่งจิ่งโจวยืนอยู่คนละฝั่ง
“เริ่ม!”
ลู่หยางประกาศ
เต่าแก่สูดลมหายใจลึกสองครั้ง หมุนเวียนวิชายุทธ์ที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด บนกระดองปรากฏรอยสลักสีทองจางๆ แสดงว่ามันเป็นลูกหลานของเต่าทะลุฟ้าในยุคโบราณ เต่าทะลุฟ้าโด่งดังในเรื่องพลังป้องกัน มันโชคดีที่ได้รับการถ่ายทอดคุณสมบัตินี้มาจากบรรพบุรุษ
“หากเจ้ายังทำลายการป้องกันของข้าไม่ได้ ก็อย่าได้พูดถึง…”
“มวยหลัวฮั่น!”
เมิ่งจิ่งโจวก้าวยาวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ขาทั้งสองข้างเหมือนคันธนู ท่อนบนเหมือนลูกศร ร่างของเขาเกร็งแน่น พลันระเบิดพลัง ต่อยลงบนกระดอง รอยสลักสีทองแตกกระจาย เต่าแก่ลอยกระเด็นไปไกล มันเหมือนถูกเหวี่ยงข้ามผิวน้ำ กระดอนบนผิวทะเลสาบหลายครั้งก่อนจมลงไป
ห้าเซียนเหยี่ยนซานเห็นภาพนั้น อ้าปากค้างไปนาน เต่าแก่มีชื่อเสียงในด้านพลังป้องกัน พวกเขาห้าคนร่วมมือกันยังทำลายการป้องกันไม่ได้ แต่กลับถูกเมิ่งจิ่งโจวต่อยกระเด็นด้วยหมัดเดียว?
ในทะเลสาบเล็กนี้ยังมีสัตว์ปีศาจระดับครึ่งขั้นแก่นทองคำอีกสี่ตัว ร่วมกับเต่าแก่เป็นเจ้าของทะเลสาบ พวกมันเห็นเต่าแก่ถูกต่อยกระเด็น ก็ตกใจตาเหลือก
“มวยหลัวฮั่น? ไม่เคยเห็นเจ้าใช้มาก่อน เพิ่งเรียนมาหรือ?”
ลู่หยางสงสัย
“อาจารย์บอกว่าหกท่าสั่นสะเทือนฟ้าของท่านส่วนหนึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากมวยหลัวฮั่น ท่านอยากให้ข้าเรียนมวยหลัวฮั่นด้วย จะช่วยในการฝึกหกท่าสั่นสะเทือนฟ้า”
“ได้ยินว่ามวยหลัวฮั่นฝึกถึงขั้นสูงสุดจะได้บรรลุผลหลัวฮั่น บางทีเจ้าอาจจะทำได้”
ลู่หยางล้อเลียน
“พอเถอะ จะบรรลุผลหลัวฮั่นอะไรกัน เจ้าจะให้ข้าออกบวชเลยไหม”
“เจ้าตอนนี้ก็ไม่ต่างจากพระสักเท่าไหร่หรอก”
“ไสหัวไป ข้ายังคิดว่าหลังจากเป็นเซียนแล้วจะทำลายกฎ ปลดปล่อยตัวเอง”
การทำลายสภาพบริสุทธิ์หยาง หมายถึงความเร็วในการบำเพ็ญจะลดลงมาก แต่การเป็นเซียนคือจุดสูงสุดของการบำเพ็ญ ก็ไม่ต้องสนใจเรื่องความเร็วในการบำเพ็ญอีกแล้ว
“มวยหลัวฮั่น…”
เซียนอมตะที่เงียบมานานได้ยินคำสำคัญ ไม่รู้ว่าปลุกความทรงจำอะไรขึ้นมา
“เซียนก็รู้จักมวยหลัวฮั่นหรือ?”
จริงๆ แล้วลู่หยางก็อยากเรียนมวยใหม่ๆ ตอนนี้เขารู้แค่มวยเลียนแบบ
เซียนอมตะแสดงสีหน้าดูแคลน:
“มวยหลัวฮั่นมันเรื่องอะไรกัน ไม่เคยได้ยินด้วยซ้า ข้ารู้จักมวยที่สูงส่งกว่า เรียนแล้วมุ่งสู่ผลหลัวฮั่นโดยตรง เจ้าจะเรียนไหม?”
“มวยอะไร?”
“มวยผลหลัวฮั่น”
ลู่หยาง: “…ผลลัพธ์คือช่วยดับร้อน ชุ่มคอ แก้เจ็บคอ เปิดเสียง หรือ?”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
เซียนอมตะประหลาดใจมาก หรือว่าลู่หยางเคยฝึก?