ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 258 ผ้าไหมสีแดงลึกลับ
“อืม ของนี่ดูคุ้นตานะ”
หลังจากผู้ดำเนินรายการแสดงผ้าไหมสีแดง เซียนอมตะก็อุทานเบาๆ
“เซียนรู้จักของชิ้นนี้หรือ?”
ลู่หยางถาม
เซียนอมตะเกาศีรษะ พยายามนึกถึงที่มาของผ้าไหมสีแดง แต่นางง่วงงุนอยู่บ้าง จึงนึกไม่ออกในทันทีว่าเป็นของอะไร
“เป็นอะไรนะ? ผ้าคลุมฟ้าเซียนที่เซียนอิงเทียนสร้าง ที่สามารถบดบังแสงอาทิตย์ ห่อหุ้มดาวเคราะห์ทั้งดวงได้?”
“หรือว่าเป็นผ้าคลุมมีเหลียวที่เซียนจิ้วชงสร้าง ที่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นความว่างเปล่าด้วยความคิดเดียว?”
“หรือว่าเป็นผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่เซียนฉี่หลินใช้ตอนแต่งงาน?”
“นึกไม่ออกเลย แต่ผ้าผืนนี้มีพลังของพวกเราเซียนทั้งห้าอยู่ ต้องเป็นของคนใดคนหนึ่งในพวกเราห้าคนแน่!”
เซียนอมตะพูดอย่างมั่นใจ
ตาของลู่หยางเป็นประกาย ผ้าผืนหนึ่งที่ไม่รู้ที่มา มีพลังของเซียนทั้งห้า ต้องมีประวัติยิ่งใหญ่แน่นอน บางทีอาจจะเป็นอาวุธเซียนในตำนาน
แม้แต่หม้อ ชาม ทัพพีของลัทธิอมตะยังเป็นวัตถุเซียน ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างยังใช้เป็นของล้ำค่าได้ ผ้าที่มีพลังของเซียนทั้งห้านี้ต้องมีสถานะสูงกว่านั้นแน่!
เซียนอมตะยังมีประโยชน์ในยามสำคัญอยู่นะ!
ด้านล่างมีคนตั้งข้อสงสัย “ผ้าที่ไม่รู้ยุคสมัยและวัสดุก็กล้าเอามาประมูล? เป็นเพราะงานประมูลครั้งนี้มีของดีไม่มาก เอามาเสริมให้ครบจำนวนหรือ?”
ผู้ดำเนินรายการยิ้มน้อยๆ ไม่แปลกใจที่มีคนสงสัย “ผ้าผืนนี้เป็นของที่ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งได้มาหลังจากฆ่าปีศาจในป่าทึบ ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากที่สุด แต่ก็ไม่สามารถระบุวัสดุและยุคสมัยได้”
“ผ้าผืนนี้สันนิษฐานว่ามาจากยุคโบราณ บางทีอาจเป็นของที่อัจฉริยะยุคโบราณคนใดคนหนึ่งครอบครอง และตกหล่นในช่วงการต่อสู้ในยุคทอง ผ้าจึงกลายเป็นของไร้เจ้าของ”
“เนื้อผ้าแข็งแกร่ง แม้แต่ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกเกิดใช้แรงทั้งหมดฉีก ก็ไม่สามารถฉีกขาดแม้แต่น้อย”
“แล้วผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนล่ะ?”
ผู้ดำเนินรายการบอกตามตรง “ยังไม่เคยลอง จุดเด่นที่สุดของผ้าแถบนี้คือการเก็บรักษาที่สมบูรณ์ หากผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนออกมือทำลาย ราคาของผ้าแถบจะลดลงมาก”
“ผ้าไหมสีแดง ราคาเริ่มต้นหนึ่งพันหินวิเศษ”
สมาคมการค้าก็ไม่แน่ใจราคาของผ้าไหมสีแดง พูดว่าเป็นของยุคโบราณ แต่ผ้าแถบนี้เก็บรักษาสมบูรณ์เกินไป เหมือนเพิ่งทอเสร็จใหม่ๆ ยากที่จะทำให้คนเชื่อว่านี่เป็นของเมื่อสามแสนปีก่อน จึงตั้งราคาเริ่มต้นไว้ต่ำมาก
“หนึ่งพันหินวิเศษ”
อันเค่อแห่งสำนักชิงเยว่เสนอราคา นางเห็นว่าสีของผ้าสวยงาม สามารถใช้สร้างเสื้อผ้า หรือดัดแปลงเล็กน้อยเป็นผ้าคลุม
“หนึ่งพันสองร้อยหินวิเศษ”
เถาเหยาเย่เสนอราคา
อันเค่อขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าจะมีคนแย่งผ้ากับนาง นางหันไปมอง พบว่าคนที่เสนอราคาเป็นหญิงสาวที่สวยกว่านางมาก ดูเหมือนจะมีจุดประสงค์เดียวกับตน
งั้นยิ่งต้องไม่ยอม!
“หนึ่งพันห้าพ้อยหินวิเศษ!”
“สองพัน”
น้ำเสียงของเถาเหยาเย่เกียจคร้าน ดูเหมือนไม่สนใจว่าใครจะเสนอราคา ไม่ว่าใครเสนอราคา นางก็จะเพิ่มราคา
“สองพันสองร้อยหินวิเศษ!”
อันเค่อเพิ่มราคาอีกครั้ง
“สามพัน”
เถาเหยาเย่เสนอราคาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
อันเค่อเป็นคนสวย มีผู้ติดตามมากมาย แต่เดิมคนเหล่านี้จะช่วยอันเค่อเสนอราคา แต่เมื่อพวกเขาพบว่าอีกฝ่ายที่เสนอราคาเป็นหญิงงามเหนือโลก ต่างก็เข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องพูด ไม่เลือกที่จะช่วยอันเค่อ
“สามพันหนึ่งร้อย…”
“สี่พัน”
อันเค่อเงียบไป แม้นางจะยังสามารถเพิ่มราคาได้ แต่ด้านหลังยังมีบัวคู่แฝด นางไม่อาจใช้หินวิเศษทั้งหมดไปกับผ้าผืนเดียว
“สี่พันหินวิเศษครั้งที่หนึ่ง สี่พันหินวิเศษครั้งที่สอง สี่พันหินวิเศษครั้งที่สาม ขายแล้ว!”
ผู้ดำเนินรายการเคาะค้อนเล็ก หมายความว่าผ้าไหมสีแดงเป็นของเถาเหยาเย่
“ขอบคุณศิษย์น้องที่ช่วย หลังงานประมูลจะคืนหินวิเศษให้!”
ลู่หยางส่งเสียงผ่านจิตเบาๆ เขาเป็นคนขอให้เถาเหยาเย่เสนอราคา
หากเขาเป็นผู้ชายไปประมูลผ้าไหม คนจะสงสัยว่าผ้าไหมซ่อนความลับอะไร และจะทำให้ราคาพุ่งสูงมาก ให้เถาเหยาเย่ไปประมูลก็ต่างกัน คนจะคิดแค่ว่าสาวสวยชอบผ้า ใช้เงินซื้อความสุข
“พี่น้องกันพูดคำขอบคุณก็เกินไป พี่ลู่หยางจำที่มาของผ้าไหมสีแดงได้แล้วหรือ?”
เถาเหยาเย่ถามพร้อมรอยยิ้ม เผยลักยิ้มตื้นๆ สองข้าง
ลู่หยางเงียบไปครู่หนึ่ง พูดตามตรง “น่าจะเป็นของยุคโบราณ มีที่มาไม่ธรรมดา แต่ว่าเป็นอะไรแน่ๆ ข้าก็พูดไม่ได้”
เซียนอมตะอายุเพียงสิบหกก็เป็นโรคสมองเสื่อมระยะแรก น่าเศร้าน่าเสียดาย
สินค้าประมูลอีกหลายชิ้นต่อมาไม่ได้ดึงดูดความสนใจของทั้งสี่คน มีเพียงตอนที่ผู้ดำเนินรายการแสดงบัวคู่แฝด ทั้งสี่คนจึงนั่งหลังตรง อยากดูว่าบัวคู่แฝดจะประมูลได้กี่หินวิเศษ
พอบัวคู่แฝดออกมา ด้านล่างเวทีก็เงียบลงทันที สายตาเร่าร้อน สำหรับผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานระดับปลายทุกคน บัวคู่แฝดล้วนเป็นของวิเศษที่จะเปิดอนาคต
ผู้ดำเนินรายการยิ้มน้อยๆ แนะนำ
“บัวคู่แฝด บางทีท่านผู้มีเกียรติที่นั่งอยู่อาจเพิ่งเห็นเมื่อสองสามวันก่อน ต้นนี้ก็คือต้นที่ปรากฏในป่าทึบเมื่อสองสามวันก่อน สรรพคุณไม่จำเป็นต้องให้ข้าแนะนำมาก ราคาเริ่มต้น สามหมื่นหินวิเศษ”
“สามหมื่นหนึ่งพันหินวิเศษ!”
“บัวคู่แฝดข้าต้องได้ สามหมื่นสองพันหินวิเศษ!”
“สามหมื่นห้าพันหินวิเศษ!”
องค์ชายเสือขาวแห่งสำนักสี่ทิศดูแคลนพฤติกรรมการเพิ่มราคาทีละนิดของคนอื่น
“สามหมื่นแปดพันหินวิเศษ!”
อันเค่อไม่ยอมแพ้
“สี่หมื่นหินวิเศษ!”
ต้วนหงเฉินแห่งกระบี่เทียนเวิ่นร้องเสนอ เขาห่างจากการสร้างแก่นทองเพียงบัวคู่แฝดเท่านั้น
“สี่หมื่นหนึ่งพันหินวิเศษ!”
“สี่หมื่นสี่!”
“สี่หมื่นห้า!”
ราคาของบัวคู่แฝดพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หม่านกู่ยิ้มจนหุบปากไม่ลง ในที่สุด ราคาของบัวคู่แฝดหยุดที่สี่หมื่นเก้าพันหินวิเศษ
“สี่หมื่นเก้าพันหินวิเศษครั้งที่หนึ่ง สี่หมื่นเก้าพันหินวิเศษครั้งที่สอง…”
เมิ่งจิ่งโจวครุ่นคิด ฉวยโอกาสขณะที่ผู้ดำเนินรายการกำลังประกาศราคา พูดด้วยเสียงที่พอให้คนรอบข้างได้ยิน “ศิษย์พระสององค์ที่ใช้มวยหลัวฮั่นนั่นช่างน่ารังเกียจ บัวคู่แฝดต้นนี้จะมีร่องรอยของศิษย์พระสององค์นั้นหรือไม่?”
“ห้าหมื่นหินวิเศษ!”
องค์ชายเสือขาวเพิ่มราคาทันที เขาไม่รีบใช้บัวคู่แฝด แต่เขาสาบานว่าต้องตามหาศิษย์พระสององค์นั้นพบ!
ห้าหมื่นหินวิเศษเป็นราคาที่แม้ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานทุ่มสุดตัวก็ยังไม่พอ มีเพียงองค์ชายเสือขาวที่เป็นศิษย์หลักของสำนักใหญ่เท่านั้นที่จ่ายไหว
“ห้าหมื่นสามพันหินวิเศษ!”
อันเค่อเพิ่มราคาอีกครั้ง
อันเค่อซื้อบัวคู่แฝดด้วยราคาห้าหมื่นสามพันหินวิเศษ
หลังงานประมูลจบ เถาเหยาเย่ส่งผ้าไหมสีแดงให้มือลู่หยาง
“เซียน ตอนนี้ดูออกหรือยังว่าเป็นของอะไร?”
ลู่หยางถามเบาๆ หวังว่าเซียนจะบอกที่มาของผ้าไหมสีแดงได้
เซียนอมตะครุ่นคิดครู่หนึ่ง พยายามค้นความทรงจำ นางตบมือทีหนึ่ง แสดงท่าทางเหมือนนึกออกแล้ว ในที่สุดก็นึกถึงที่มาของผ้าไหมสีแดงได้จากมุมเล็กๆ ของความทรงจำ
“นี่มันผ้าปูโต๊ะที่บ้านข้าไม่ใช่หรือ!”
“…เซียนท่านนี่ไม่ถือสาจริงๆ นะ”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ชอบต้มคนในบ้านเดียวกัน”