ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 325 ร้านปิ้งย่างที่ไม่น่าสงสัย
ผู้อาวุโสที่ห้าสูดลมเฮือก แค่สรรพคุณนี้อย่างเดียว บอกว่าไฟจริงบริสุทธิ์หยางอยู่อันดับหนึ่งในไฟจริงหนึ่งร้อยแปดชนิดก็ยังได้
ไฟจริงทั้งหนึ่งร้อยแปดชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป บางชนิดพลังอ่อน แม้แต่คนธรรมดาก็ไม่อาจเผาให้ตายได้ แต่กลับมีประสิทธิภาพสูงในการเผาผลาญพื้นที่
บางชนิดพลังแรง แต่ควบคุมยาก ระเบิดได้ง่าย บางชนิดไม่เผาร่างกาย เผาแต่วิญญาณ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ไฟจริงแต่ละชนิดจึงยากจะเปรียบเทียบ ไม่อาจจัดอันดับหนึ่งสอง
แต่ถ้าบอกว่าไฟของเจ้าช่วยบำรุงความเป็นชาย คนอื่นไม่กล้าพูด แต่ผู้อาวุโสที่ห้าขอโหวตให้ไฟจริงบริสุทธิ์หยางหนึ่งคะแนน
“ข้าจะศึกษาดู ว่าไฟจริงบริสุทธิ์หยางของเจ้าจะคงสภาพเป็นเชื้อไฟได้หรือไม่”
“รวมถึงไฟสามรสของเจ้าด้วย ข้าจะศึกษาดู”
ผู้อาวุโสที่ห้าเอาไฟจริงของลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวมา หาทางทำให้เป็นเชื้อไฟ ลุกไหม้ต่อเนื่อง
ไม่เช่นนั้นต่อไปการปิ้งย่างต้องให้ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวคอยอยู่ข้างๆ ป้อนพลังวิเศษจุดไฟ เตาย่างอัตโนมัติจะมีประโยชน์อะไร
“วิธีที่ดีที่สุดคือผสานไฟทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน” ผู้อาวุโสที่ห้าครุ่นคิด นึกไม่ถึงว่าเพิ่งมาถึงมณฑลเหยียนเจียงก็เจอความท้าทายแบบนี้
“ไฟสองชนิดผสานกันได้ด้วยหรือ?” ชิ่นเหยียนเหยียนถามอย่างแปลกใจ นางไม่เคยได้ยินทฤษฎีแบบนี้มาก่อน
ผู้อาวุโสที่ห้าพูดโดยไม่เงยหน้า “ได้สิ ในประวัติศาสตร์ยังมีคนผสานไฟสอง สาม หรือมากกว่านั้นเข้าด้วยกัน โยนใส่ศัตรู พลังทำลายล้างมหาศาล เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการต่อสู้ข้ามขั้น”
“พอแล้ว พวกเจ้าออกไปก่อน ข้าจะศึกษาเอง” ผู้อาวุโสที่ห้าไล่ทั้งสี่คนออกไปเหมือนไล่ไก่
…
ผู้ยิ่งใหญ่ในการบำเพ็ญเซียนสามคนมาถึงมณฑลเหยียนเจียง
พวกเขาปิดบังพลัง กลมกลืนกับผู้คน ปลอมตัวเป็นพ่อค้าเร่ที่ผ่านมาแถวนี้
“ท่าน ดูจากแผนที่แล้ว ที่นี่น่าจะเป็ลมณฑลเหยียนเจียง”
“อืม หาที่พักก่อน”
ทั้งสามคนมาถึงห้องส่วนตัวในโรงเตี๊ยม ใช้แผ่นอาคมป้องกันการสอดแนม จึงค่อยถอดการปลอมตัวอย่างวางใจ
ผู้มาเยือนคือสือฮว่ากู๋รองประมุขลัทธิจิ่วอิ่ว และผู้ใต้บังคับบัญชาสองคน
หนึ่งในนั้นคือผู้แข็งแกร่งขั้นแปลงร่างเซียนที่นำใบสัญญาหนี้ของชิ่นห่าวเหรินมาให้สือฮว่ากู๋ แซ่หัว ชื่อฮว่าเซิน
พ่อแม่ตั้งชื่อว่าหัวฮว่าเซิน หวังให้เขาบำเพ็ญถึงขั้นแปลงร่างเซียน
สือฮว่ากู๋เปิดม่านห้อง จากตำแหน่งหน้าต่างห้องพอดีมองเห็นร้านปิ้งย่างลองอีกครั้งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน ร้านปิ้งย่างคึกคักมาก หน้าร้านมีคนต่อแถวยาว
“คนเยอะขนาดนี้?” สือฮว่ากู๋แปลกใจ ในเมื่อร้านปิ้งย่างเป็นจุดติดต่อของลัทธิสวรรค์ ไม่ควรจะยิ่งเงียบเชียบยิ่งดีหรือ?
เป็นการทำตรงข้าม หรือนี่คือการแสดงพลังของลัทธิสวรรค์ ไม่กลัวฝ่ายธรรมะล่วงรู้?
เขาละสายตา กวาดมองผู้ใต้บังคับบัญชาสองคน
“ครั้งนี้มาที่มณฑลเหยียนเจียง ประมุขมอบภารกิจหนึ่งให้ข้า พวกเจ้าคงเดาได้แล้ว คือสืบดูความลึกตื้นของลัทธิสวรรค์ หากมีโอกาสร่วมมือ ข้ามีอำนาจกระทำการแทนประมุข ทำข้อตกลงความร่วมมือแทนได้”
“พวกเจ้าเป็นคนสนิทของข้า ทำงานข้าวางใจ ไม่มีความผิดพลาด”
“หัวฮว่าเซิน เจ้าเป็นคนแรกที่ติดต่อกับลัทธิสวรรค์”
“โจวซาน เจ้าเชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ยุคโบราณ เป็นผู้ที่รู้ประวัติศาสตร์ยุคโบราณมากที่สุดในลัทธิ”
“ท่าน จะติดต่อกับลัทธิสวรรค์เดี๋ยวนี้หรือ?”
สือฮว่ากู๋ส่ายหน้า “ไม่ต้องรีบ สังเกตการณ์สักพัก พวกเจ้าสองคนสืบประวัติร้านปิ้งย่างนี้ ดูว่ามีจุดน่าสงสัยหรือไม่”
“ขอรับ!”
สองคนรับคำพร้อมกัน หายตัวไปจากห้อง
ไม่นาน สือฮว่ากู๋เดินออกจากห้อง เซี่ยวเอ้อถือใบเสร็จมา “ท่านลูกค้า เพื่อนสองคนของท่านไปแล้ว ท่านดูเรื่องชำระเงิน…”
สือฮว่ากู๋หน้าดำ ไม่ควรจะเป็นลูกน้องแย่งกันจ่ายให้เขาหรือ?
…
ระหว่างการสืบสวน หัวฮว่าเซินคุยเล่น “โจวซาน ทุกคนบอกว่าเจ้ารู้ประวัติศาสตร์ยุคโบราณดีที่สุด ตอนนี้วงการโบราณคดีมีความคืบหน้าในการศึกษาประวัติศาสตร์ยุคโบราณอย่างไรบ้าง?”
โจวซานพยักหน้า “มีความคืบหน้าสำคัญ เกี่ยวกับเซียน”
“เป็นอะไร?”
โจวซานทำท่าลึกลับ มองซ้ายมองขวา เห็นรอบๆ ไม่มีใคร จึงส่งเสียงถ่ายทอดว่า “ข้าได้ยินมาเป็นข่าวลือ อาจไม่จริง”
“เจ้าวางใจ ข้ามีวิจารณญาณแยกแยะ”
“ในยุคโบราณมีเซียนองค์หนึ่ง ชื่อเซียนอิงเทียน ท่านหล่อเหลาองอาจ ชอบทิ้งเชื้อพันธุ์ไว้ทั่ว ทำให้สตรีมากมายตั้งครรภ์!”
หัวฮว่าเซินเงยคอเล็กน้อย “มีเรื่องแบบนี้ด้วย?!”
โจวซานพูดต่อ “ตามการวิเคราะห์ของข้า เรื่องนี้มีความเป็นไปได้แปดส่วน ลองคิดดู อีกฝ่ายเป็นเซียน บำเพ็ญถึงขั้นสูงสุด ว่างไม่มีอะไรทำ มีงานอดิเรกแบบนี้ก็สมเหตุสมผล”
หัวฮว่าเซินพยักหน้า รู้สึกว่าการวิเคราะห์ของโจวซานมีเหตุผลมาก “น่าแปลกใจไม่น้อยที่ทุกคนบอกว่าเจ้ารู้ประวัติศาสตร์ยุคโบราณดีที่สุด”
“ไม่กล้า ไม่กล้า” โจวซานยิ้มอย่างถ่อมตัว
“ไม่คุยแล้ว ทำภารกิจของท่านให้เสร็จก่อนเถอะ”
…
“ท่าน จากการสืบสวนของพวกเรา ร้านปิ้งย่างนี้มีปัญหาจริงๆ”
“เจ้าของร้านปิ้งย่างลองอีกครั้งแซ่ลู่ ไม่ทราบชื่อจริง ลูกค้าชอบเรียกว่าผู้จัดการลู่ ผู้จัดการลู่น้อย”
“สี่เดือนก่อน ผู้จัดการลู่ซื้อร้านนี้มา เปิดเป็นร้านปิ้งย่าง เพราะเนื้อสด นุ่ม ชุ่มฉ่ำ รสชาติเทียบเท่าพ่อครัววิเศษ ได้รับความนิยมอย่างมาก”
“ถ้าเป็นคนอื่น ธุรกิจคึกคักขนาดนี้ คงเปิดสาขาไปแล้ว แต่ร้านนี้กลับไม่มีทีท่าจะขยายสาขาเลย”
สือฮว่ากู๋พยักหน้า “ก็สมเหตุสมผล ในเมื่อนี่เป็นฐานที่มั่นของลัทธิสวรรค์ ลัทธิสวรรค์เพิ่งปรากฏตัวในโลก หากขยายร้านมากเกินไป จะเป็นการทำผิดลำดับความสำคัญ”
“และร้านปิ้งย่างยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทางการท้องถิ่น ช่วยทางการจับผู้ร้ายหลบหนีบ่อยๆ ทางการท้องถิ่นจึงมอบป้ายชมเชยให้หลายป้าย”
“ใช้ตัวตนปลอมเอาใจฝ่ายธรรมะ จะช่วยลดปัญหาได้มาก ผู้บำเพ็ญในมณฑลเหยียนเจียงโดยทั่วไปมีวิชาไม่สูง สูงสุดก็แค่ขั้นแก่นทองคำ ไม่มีทางล่วงรู้การปลอมตัวของลัทธิสวรรค์”
“พวกเรายังพบว่าสมาชิกสาขาเหยียนเจียงของลัทธิอมตะทั้งหมด เคยมากินที่ร้านปิ้งย่างด้วย”
สือฮว่ากู๋ก้มหน้าครุ่นคิด “อาจเป็นไปได้ว่าลัทธิสวรรค์ต้องการติดต่อกับผู้นำระดับสูงของลัทธิอมตะผ่านสาขาเหยียนเจียง แต่ยังไม่ทันได้ติดต่อ ก็ถูกสำนักเวิ่นเต๋าปราบไปเสียก่อน น่าเสียดาย”
“จากการวิเคราะห์ของพวกเรา สี่เดือนก่อนผู้จัดการลู่น้อยแสดงวิชาเป็นขั้นสร้างฐานระดับต้น ไม่รู้ว่าเป็นการปลอมตัว หรือตอนนั้นเขาอยู่ขั้นสร้างฐานระดับต้นจริงๆ เพิ่งบำเพ็ญถึงขั้นแก่นทองคำเร็วๆ นี้”
“เรื่องนี้ไม่สำคัญ”
“ร้านปิ้งย่างยังปิดไปสามเดือน จนกระทั่งครึ่งเดือนที่แล้วถึงกลับมาเปิดใหม่ และยังออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด – ชุดบำรุงความเป็นชาย พอออกมาก็โด่งดังไปทั่วมณฑล”
“จากการสืบสวนของพวกเราที่หอนางโลม พบว่าลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สรรพคุณบำรุงความเป็นชายน่าจะเป็นความจริง”
“ลูกค้ายังบอกว่า รสชาติของร้านปิ้งย่างดีกว่าเมื่อสามเดือนก่อนอีกระดับ”
“เพิ่งเปิดครึ่งเดือนที่แล้ว? ดูเหมือนที่นี่จะเป็นฐานที่มั่นชั่วคราว ลัทธิสวรรค์เปิดใหม่เพื่อให้โอกาสพวกเราติดต่อครั้งหนึ่ง”
“ไม่บอกตำแหน่งฐานที่มั่นที่แท้จริงให้พวกเรา นี่แสดงว่าไม่ไว้ใจพวกเรา”
“ช่างเถอะ ในเมื่อร้านปิ้งย่างไม่มีจุดน่าสงสัย พวกเราก็ไปร้านปิ้งย่างสักหน่อย ดูว่าที่นี่น้ำลึกแค่ไหน!”