ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 331: ร่วมมือกันอย่างราบรื่น
นี่เท่ากับฝ่ายลู่หยางเพียงแค่จัดหาเตาย่างและเชื้อไฟ ปล่อยให้ลัทธิจิ่วอิ่วไปดำเนินการเปิดร้าน ก็ได้กำไรหกส่วนแล้ว
แม้แต่ผู้อาวุโสที่ห้ายังไม่คิดว่าลู่หยางจะกล้าทำแบบนี้
นี่ได้กำไรมากกว่าตอนหนุ่มๆ ที่ตามเหลาจิ่วไปขาย ‘วิชาย่อขยาย (เวอร์ชั่นเฉพาะส่วน)’ เสียอีก!
ยุคสมัยย่อมมีคนมีความสามารถผลัดเปลี่ยนกันมา ศิษย์ย่อมเก่งกว่าอาจารย์
ลู่หยางไม่กลัวว่าลัทธิจิ่วอิ่วจะแกะคำสาปของผู้อาวุโสที่ห้าได้ หรือทำเชื้อไฟเลียนแบบ แล้วเตะลัทธิสวรรค์ออกไปทำเอง
เขาได้บอกใบ้ไปแล้วว่าลัทธิสวรรค์มีประมุขและเทพถั่ว พละกำลังเหนือกว่าลัทธิจิ่วอิ่วมาก ที่ตอนนี้ร่วมมือกับลัทธิจิ่วอิ่วอย่างสงบ ก็เพราะเห็นแก่เก้าวิญญาณในยุคโบราณ ถ้าลัทธิจิ่วอิ่วไม่ยอมรับลัทธิสวรรค์ ลัทธิสวรรค์ก็จะไม่ยอมรับลัทธิจิ่วอิ่วเช่นกัน
ลัทธิจิ่วอิ่วกล้าทำแบบนั้นเท่ากับหาทางตาย
การให้ลัทธิจิ่วอิ่วเปิดร้านปิ้งย่างเป็นเครือข่าย ลู่หยางยังมีความคิดอีกอย่าง นั่นคือจำกัดการกระทำของสาวกลัทธิจิ่วอิ่ว
สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่สามารถกำจัดลัทธิจิ่วอิ่วได้ และในช่วงนี้สาวกลัทธิจิ่วอิ่วอาจจะก่อเรื่องฆ่าคนวางเพลิง
แทนที่จะปล่อยให้พวกเขามีความชั่ว ให้พวกเขามีงานทำดีกว่า
เจรจาความร่วมมือเสร็จ ทำภารกิจที่ประมุขมอบหมายสำเร็จ สือฮว่ากู๋ดีใจมาก
คงไม่นานเขาก็จะชำระหนี้หนึ่งหมื่นล้านได้หมด
พูดถึงหนี้หนึ่งหมื่นล้าน สือฮว่ากู๋เหลือบมองชิ่นเหยียนเหยียนผู้เงียบขรึม ลุกขึ้นหัวเราะ “นี่คงเป็นการกลับชาติมาเกิดของประมุขชิ่นที่ลัทธิท่านพบใช่หรือไม่?”
ลู่หยางก็หัวเราะ “ใช่หรือไม่ใช่ ในใจท่านรองประมุขสือก็มีคำตอบอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”
ชิ่นเหยียนเหยียนสีหน้าเรียบเฉย ไม่อยากพูดสักคำ
นางจะพูดอะไรได้ ตอนนี้ลัทธิจิ่วอิ่วเชื่อว่านางคือชิ่นห่าวเหรินกลับชาติมาเกิด ต่อให้บอกว่าหลี่หาวเหรินต่างหากที่เป็นชิ่นห่าวเหรินกลับชาติมาเกิด ลัทธิจิ่วอิ่วก็คงไม่เชื่อ
“คิดไม่ถึงจริงๆ ประมุขชิ่นผู้เคยนำทัพลัทธิจิ่วอิ่ว กลับชาติมาเกิดเป็นสตรี โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน”
พูดอย่างนั้น แต่สือฮว่ากู๋ก็ยังเคารพชิ่นห่าวเหรินมาก
ร่องรอยต่างๆ บ่งชี้ว่าอีกฝ่ายกลับชาติมาเกิดสำเร็จแล้ว น่าจะเกี่ยวข้องกับผลการบำเพ็ญวัฏสงสาร
ผลการบำเพ็ญวัฏสงสาร นี่คือส่วนที่สือฮว่ากู๋สนใจที่สุด
เหตุใดรองประมุขทั้งสามจึงดึงดันจะแย่งชิงมรดกที่ชิ่นห่าวเหรินทิ้งไว้ ก็เพราะสงสัยว่าในนั้นมีร่องรอยเกี่ยวกับผลการบำเพ็ญวัฏสงสาร!
สือฮว่ากู๋ตัดสินใจแล้ว ผู้บำเพ็ญที่เขาส่งไปแอบอ้างว่าเป็นชิ่นห่าวเหรินกลับชาติมาเกิดไม่จำเป็นต้องแอบอ้างอีกต่อไป ตรงหน้านี้มีชิ่นห่าวเหรินกลับชาติมาเกิดตัวจริง
ตอนแย่งชิงมรดก ก็ขอให้ชิ่นเหยียนเหยียนออกหน้า
ลัทธิจิ่วอิ่วและลัทธิสวรรค์เพิ่งสร้างความสัมพันธ์ร่วมมือ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาพูดเรื่องพวกนี้
ประมุขให้เขามาเจรจาความร่วมมือกับลัทธิสวรรค์ครั้งนี้ เรื่องความร่วมมือต่อจากนี้แน่นอนว่ายังต้องให้เขาเจรจาต่อ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
“ไม่ทราบว่าจะขอให้ชิ่นเหยียนเหยียนกลับไปลัทธิจิ่วอิ่วกับข้าได้หรือไม่ ประมุขชิ่นบริหารลัทธิจิ่วอิ่วเก้าร้อยปี ทิ้งร่องรอยไว้มากมาย คิดว่าหากชิ่นเหยียนเหยียนกลับไปลัทธิจิ่วอิ่ว เห็นของเก่าคิดถึงเรื่องเก่า อาจจะนึกถึงเรื่องราวได้มากขึ้น?”
ชิ่นเหยียนเหยียนรู้สึกตื่นตระหนก การที่นางจะกลับไปลัทธิจิ่วอิ่วคนเดียว ไม่ต่างจากแกะเข้าถ้ำเสือ พลาดนิดเดียวก็จะตกนรกไม่มีวันกลับ
หลี่หาวเหรินเห็นท่าไม่ดี ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนบังชิ่นเหยียนเหยียนครึ่งตัว พูดอย่างใจเย็น “ตามที่ข้ารู้ ภายในลัทธิท่านก็ไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันนี่ ไม่พูดถึงท่าทีของประมุขคนใหม่ที่มีต่อชิ่นเหยียนเหยียน บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าจะมองชิ่นเหยียนเหยียนอย่างไร จะสนับสนุนนางเป็นประมุขคนใหม่หรือ นี่จะไม่ทำให้ภายในลัทธิท่านวุ่นวายหรอกหรือ?”
“อีกอย่าง ความหมายของการเวียนว่ายตายเกิด คือการตัดขาดจากชาติก่อน ไม่มีความเกี่ยวข้องอีก การพยายามตามหาความทรงจำในชาติก่อนเช่นนี้ กลับกลายเป็นด้อยกว่า”
“ท่านเป็นถึงรองประมุข ความเข้าใจในเรื่องเก้าวิญญาณและการเวียนว่ายตายเกิดมีเพียงเท่านี้หรือ?”
ในที่นี้ ถ้าจะพูดว่าใครเข้าใจลัทธิจิ่วอิ่วที่สุด ไม่ใช่ลู่หยางที่พูดจาจริงจังแต่ไร้สาระ แต่เป็นหลี่หาวเหริน
อาศัยเศษเสี้ยวความทรงจำในชาติก่อน หลี่หาวเหรินพอจะประกอบภาพความเข้าใจของชิ่นห่าวเหรินที่มีต่อการเวียนว่ายตายเกิดและเก้าวิญญาณได้
หลังการเวียนว่ายตายเกิด สายใยโชคชะตาสลายสิ้น เก้าวิญญาณเป็นดินแดนแห่งการเวียนว่ายตายเกิด และเป็นดินแดนแห่งการชำระสายใยโชคชะตา
สือฮว่ากู๋ไม่สงสัยว่าทำไมหลี่หาวเหรินถึงเข้าใจการเวียนว่ายตายเกิดลึกซึ้งถึงเพียงนี้ เขาเป็นอัจฉริยะยุคโบราณ มักติดต่อกับเก้าวิญญาณยุคโบราณ รู้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
แต่เดิมเขาแค่ลองดู อยากขอตัวชิ่นเหยียนเหยียนจากมือลัทธิสวรรค์ เมื่อไม่สำเร็จก็แล้วไป
เขาหัวเราะฮ่าๆ “เมื่อครู่ล้วนเป็นคำพูดเล่น อย่าได้จริงจัง อย่าได้จริงจัง”
ลู่หยางก็หัวเราะ “เป็นการหยอกเล่นก็ดี ข้านึกว่าลัทธิท่านจะแย่งคนจากลัทธิสวรรค์ของเราเสียอีก นี่เป็นสิ่งที่แม้แต่เซียนอิงเทียนและคนอื่นๆ ก็ไม่เคยทำ”
สือฮว่ากู๋เห็นว่าแม้แต่อ้ำเสียงลู่หยางจะราบเรียบ แต่แฝงความโกรธ ไม่กล้าลองต่อ
“เอาเถอะ การที่สองลัทธิเราบรรลุความร่วมมือเป็นเรื่องดี ร้านปิ้งย่างร้านนี้ก็ยกให้พวกท่าน แผ่นหยกนี้ให้พวกท่าน หากต้องการติดต่อข้า บีบแผ่นหยกแตกก็พอ” ลู่หยางพูดอย่างเกียจคร้าน โยนแผ่นหยกให้สือฮว่ากู๋
พวกลู่หยางไม่อาจอยู่ที่ร้านปิ้งย่างตลอดเวลา สู้ยกร้านให้ลัทธิจิ่วอิ่วเสียเลย
พวกเขาอยากหาลัทธิจิ่วอิ่ว ก็สามารถมาที่นี่ได้ทุกเมื่อ
สือฮว่ากู๋รู้ว่านี่คือความไว้วางใจที่ลู่หยางมีให้ ไม่กล้าละเลย หันไปกำชับหัวฮว่าเซิน “เจ้าพาคนที่ไว้ใจได้สักสองสามคน บริหารร้านปิ้งย่างที่นี่ให้ดี!”
ในอนาคตเมื่อเปิดร้านเครือข่าย ที่นี่จะเป็นร้านใหญ่ การให้ผู้แข็งแกร่งขั้นแปลงร่างเซียนดูแลก็ไม่เกินไป
“ขอรับ!”
หัวฮว่าเซินคิดในใจว่าตนต้องคว้าโอกาสนี้หาหินวิเศษให้ดี หากวันใดเรื่องที่ตนเป็นคนนำใบหนี้หมื่นล้านกลับมาถูกเปิดเผย อย่างน้อยก็มีข้ออ้าง
สือฮว่ากู๋ยกเลิกวิชาลับตรวจจับ การเปิดวิชาลับตลอดทางสร้างภาระให้จิตใจมาก
ตลอดการสนทนา เขาพบว่ารองประมุขน้อยผู้นี้ไม่พูดโกหกแม้แต่คำเดียว อดชื่นชมไม่ได้ นี่คือท่าทีของผู้ที่จะเป็นประมุขสวรรค์ในอนาคต ทำการโปร่งใส ไม่ต้องใช้คำโกหกมาอุดรูรั่วและทดสอบตน
กลับกัน ตนเองกลับระมัดระวังใช้วิชาลับตรวจจับตลอด กลายเป็นด้อยกว่า
จริงๆ แล้วตั้งแต่แรก เซียนอมตะก็เตือนลู่หยางว่าสือฮว่ากู๋ใช้วิชาลับตรวจจับคำโกหก ถามว่าต้องการให้ปิดกั้นหรือไม่
ลู่หยางปฏิเสธ คิดว่าแบบนั้นจะรบกวนเซียนอมตะมากเกินไป
เขาใช้คำพูดจริงก็หลอกคนได้ จะกลัวอะไรกับการที่สือฮว่ากู๋จะตรวจจับ?
…
ระหว่างทางกลับลัทธิจิ่วอิ่ว สือฮว่ากู๋นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมาทันใด
“หรือว่าเรื่องใบหนี้หมื่นล้าน รองประมุขน้อยผู้นี้รู้มาก่อนแล้ว จงใจส่งใบหนี้มาให้ข้า?”
“ทำให้ข้าแบกหนี้หมื่นล้าน แล้วแสดงอนาคตของร้านปิ้งย่างให้เห็น ทำให้ข้าต้องยอมรับเรื่องความร่วมมือเปิดร้าน?”
เหงื่อเย็นผุดซึมทั่วตัวสือฮว่ากู๋ รู้สึกว่ารองประมุขน้อยผู้นี้ช่างคิดลึกซึ้ง! ช่างคำนวณเก่ง!
และนี่เป็นกลยุทธ์เปิดเผย เขาไม่มีทางเลือก
สมแล้วที่เป็นศิษย์เทพถั่ว! ผู้ที่จะเป็นประมุขสวรรค์ในอนาคต!
…
ระหว่างทางกลับสำนักเวิ่นเต๋า ความเร็วของยานวิเศษไม่เร็วเท่าขามา ผู้อาวุโสที่ห้าสงสัยถาม “ลู่หยาง เมื่อครู่ที่เจ้าวิเคราะห์สถานการณ์ใต้หล้า วางแผนให้ลัทธิจิ่วอิ่ว รวมถึงร้านปิ้งย่างเครือข่าย ไม่เคยบอกพวกเรามาก่อนเลยนี่?”
ในแผนเดิม ไม่มีวิธีรับมือกับคำถามสองข้อของประมุขลัทธิจิ่วอิ่ว
“อ๋อ พวกนั้นข้าคิดขึ้นมาตอนนั้นเอง”