ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 371 รองประมุขสี่ผู้บำเพ็ญผู้มีคุณธรรม
ขณะที่ท่านเต๋าปู้ปู้อวี่กับเสนาบดีกรมอาญากำลังสำรวจท่านภัยพิบัติอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงแผ่วเบาแต่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง จนทั้งสองคนสะดุ้งโดยพร้อมกัน
“อาจารย์ ท่านเสนาบดี นานแล้วที่ไม่ได้พบกัน”
“เจ้า!” ท่านภัยพิบัติเห็นร่างที่ทำให้ตนตกต่ำถึงเพียงนี้ก็ตกใจจนร้องลั่น พยายามคลานหนีไปข้างหน้า
ท่านเต๋าปู้ปู้อวี่กับเสนาบดีกรมอาญาเหลือบมองท่านภัยพิบัติ อดคิดไม่ได้ว่าทำไมคนแก่คนนี้ถึงได้ตกใจมากกว่าพวกเขาสียอีก
ทั้งสองเป็นคนฉลาด คิดถึงสาเหตุได้ทันที: คนผู้นี้ถูกอวี้จือไล่ล่า หนีมาจนถึงที่นี่ หวังจะอาศัยบรรยากาศหดหู่ในคุกซ่อนตัว แต่กลับถูกพวกเขาจับได้คาหนังคาเขา
“หากข้าเดาไม่ผิด คนผู้นี้คือท่านภัยพิบัติจากยุคต้าอวี๋ตอนกลาง เขาอาศัยจังหวะงานฉลองของแคว้นชิง สั่งให้ผู้บำเพ็ญโบราณขั้นรวมร่างสองคนก่อเหตุจลาจล บีบให้ผู้ปกครองแคว้นต้องใช้พลังแผ่นดินและกระบี่สูงสุดเสมือนจริงต่อกร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ”
“โชคดีที่น้องชายเล็กหูไว สังเกตเห็นความผิดปกติของผู้บำเพ็ญโบราณขั้นรวมร่างทั้งสอง รีบแจ้งให้ข้าทราบ ข้าถึงได้จับตัวเขาไว้ได้”
“หากปล่อยให้เขาส่งข้อมูลเรื่องพลังแผ่นดินและกระบี่สูงสุดไปให้ผู้บำเพ็ญโบราณคนอื่น คงจะสร้างปัญหาใหญ่แน่”
“ข้าก็ว่าแปลก จู่ๆ ถึงได้โผล่มาผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างที่ไม่เคยเห็นหน้า ที่แท้ก็เป็นผู้บำเพ็ญโบราณนี่เอง!” เสนาบดีกรมอาญามองท่านภัยพิบัติพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ท่านเต๋าปู้ปู้อวี่ก็ไม่หัวเราะร่าเหมือนเคย มหามารแห่งต้าเซี่ย ผู้บำเพ็ญโบราณก็เป็นหนึ่งในนั้น
ดวงตาของอวี้จือหรี่ลง นี่เป็นครั้งที่สองที่นางจับผู้บำเพ็ญโบราณขั้นข้ามพิบัติได้ ก่อนหน้านี้นางกับเจ้าสำนักทั้งห้าและฮ่องเต้ได้ตกลงกันว่า ผู้บำเพ็ญโบราณจะค่อยๆ ฟื้นคืนชีพตามกาลเวลา ตอนนี้ที่ฟื้นคืนชีพคือขั้นรวมร่าง ในอนาคตจะเป็นขั้นข้ามพิบัติ
แต่จากการกระทำของผู้บำเพ็ญโบราณขั้นข้ามพิบัติผู้นี้ แสดงว่าเขารู้เรื่องพลังแผ่นดินและกระบี่สูงสุดอยู่แล้ว คงจะฟื้นคืนชีพมานานแล้ว
“ดูท่าในที่ที่พวกเราไม่รู้ จะมีผู้บำเพ็ญโบราณซ่อนตัวอยู่อีกมาก” น้ำเสียงเย็นชาของอวี้จือแฝงความไม่พอใจ พวกคนโง่เขลาเหล่านี้ ต้องการเป็นเซียนแท้ๆ ยังต้องมาคำนวณเวลา วางแผนสารพัด นำความเดือดร้อนมาสู่โลก
ร่างของท่านภัยพิบัติเหี่ยวแห้งดั่งไม้ตาย ลมหายใจรวยริน ราวกับจะตายได้ทุกเมื่อ อวี้จือเห็นสภาพของเขาแล้วก็ชี้นิ้วเบาๆ ดึงวิญญาณของท่านภัยพิบัติออกมา
พาวิญญาณกลับไปสะดวกกว่า
จะพาร่างที่ใกล้แตกดับไปทำไม เอาแค่วิญญาณก็พอ
มือขวาของอวี้จือจับโซ่ที่มองไม่เห็น ปลายอีกด้านมัดท่านภัยพิบัติที่ถูกจับไว้
“อ้อ อาจารย์ ท่านเสนาบดี การที่พวกท่านจับท่านภัยพิบัติได้ นับเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ ข้าจะรายงานเรื่องนี้ให้ฮ่องเต้ทราบ” ก่อนจากไป อวี้จือพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
สองคนตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดีใจใหญ่ ความดีความชอบเช่นนี้เพียงพอให้พวกเขาออกจากคุกได้แล้ว
พวกเขานึกว่าจะพลาดโอกาสออกจากคุกเสียแล้ว
…
“จะไปหาผู้บำเพ็ญโบราณคนไหนมาแก้แค้นดี?” รองประมุขสี่ครุ่นคิด เขาเป็นคนแค้นเร็วแก้เร็ว ไม่เคยค้างคาข้ามคืน
“ท่านช่างมีคุณธรรมยิ่งนัก ถึงกับจะออกตามหาผู้บำเพ็ญโบราณโดยเฉพาะ ผู้น้อยเคารพนับถือ!” เสียงหัวเราะก้องกังวานดังมา ในเสียงหัวเราะเจือความยินดี
รองประมุขสี่รู้สึกคุ้นกับเสียงนี้ หันไปมอง หัวใจกระตุก เป็นผู้ปกครองแคว้น
ผู้ปกครองแคว้นคำนับรองประมุขสี่ ท่าทีจริงใจ “ไม่ทราบว่าท่านเป็นผู้ใด มาจากที่ใด อาศัยจังหวะข้ามพิบัติทำให้ท่านภัยพิบัติบาดเจ็บสาหัส นับเป็นความดีความชอบใหญ่หลวง ขอเชิญท่านไปที่จวน ข้าจะมอบรางวัลอย่างงาม หลังจากนั้นยังต้องทำรายงานถวายราชสำนัก ขอพระราชทานรางวัลให้ท่านอีก!”
ผู้ปกครองแคว้นก็เหมือนอวี้จือ ตามหลังท่านภัยพิบัติมาตลอด แต่ความเร็วสู้อวี้จือไม่ได้ จึงไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
ตอนที่มาถึง รองประมุขสี่กำลังลากท่านภัยพิบัติ ท่านภัยพิบัติพยายามหนีหลายครั้ง แต่ถูกรองประมุขสี่ขัดขวางไว้ รองประมุขสี่ยังหัวเราะอย่างสะใจ ฟังก็รู้ว่ามีความแค้นกับท่านภัยพิบัติ
หลังจากข้ามพิบัติ รองประมุขสี่ยังมัดท่านภัยพิบัติไว้ กลัวว่าเขาจะหนี
ในหัวของผู้ปกครองแคว้นจินตนาการภาพดังนี้: รองประมุขสี่เป็นผู้บำเพ็ญอิสระที่ออกธุดงค์ เขาข้ามพิบัติในที่ห่างไกลผู้คน เห็นท่านภัยพิบัติคาวเลือดคาวโคลน จึงใช้สายฟ้าพิบัติบังคับให้อยู่กับที่ ช่างเป็นผู้มีคุณธรรมเสียจริง!
ผู้ปกครองแคว้นซาบซึ้งใจมาก รีบบอกว่าจะมอบรางวัลให้รองประมุขสี่
รองประมุขสี่ส่ายหน้าไม่หยุด เขาไม่กล้าไปกับผู้ปกครองแคว้น หากผู้ปกครองแคว้นรู้ว่าเขาเป็นใคร ผู้ปกครองแคว้นคงได้เลื่อนตำแหน่งแน่
ไม่ใช่เขาพูดเอง ในประกาศจับก็เขียนไว้แบบนี้
“ท่านช่างมีน้ำใจ ข้าแค่เห็นพวกผู้บำเพ็ญโบราณทำตัวไร้ยางอายลบหลู่กฎหมาย จึงออกมาลงโทษเท่านั้น จะรับรางวัลได้อย่างไร การทำความดีควรได้รับผลบุญเป็นรางวัล ไม่ใช่ทำเพื่อหวังลาภยศ นั่นมันเป็นการทำลายความบริสุทธิ์ใจ ลาก่อน!”
พูดจบก็รีบจากไป ไม่ให้โอกาสผู้ปกครองแคว้นรั้งตัว
ผู้ปกครองแคว้นมองตามร่างที่หายไปของรองประมุขสี่ ถอนหายใจชื่นชม “ช่างเป็นผู้บำเพ็ญผู้ทรงคุณธรรมเสียจริง”
…
งานฉลองแคว้นชิง ผู้บำเพ็ญโบราณขั้นรวมร่างทั้งสองถูกจับได้แล้ว ถูกผนึกพลัง มีผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างหลายคนผลัดกันเฝ้า ไม่นานองครักษ์ลั่วสุ่ยจะมารับตัวไป ตัดเส้นลมปราณทิ้ง ขังในคุกสวรรค์
ขุนนางต่างทำหน้าที่ของตน รักษาความสงบ ผู้ว่ำการไม่อยู่ หัวหน้าฝ่ายบริหารจึงมีอำนาจสูงสุด เขานั่งประจำที่ศาลากลาง ควบคุมสั่งการ ทุกอย่างกำลังค่อยๆ กลับคืนสู่ความสงบ
พูดว่ากลับคืนสู่ความสงบ แต่จริงๆ แล้วผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่วัตถุ แต่อยู่ที่จิตใจมากกว่า
ผู้บำเพ็ญโบราณขั้นรวมร่าง พลังแผ่นดิน กระบี่สูงสุดเสมือนจริง ผู้บำเพ็ญโบราณขั้นข้ามพิบัติ ผู้แข็งแกร่งปริศนาที่สยบขั้นข้ามพิบัติได้อย่างง่ายดาย… สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญทั่วไปจะได้พบเห็น
อย่าว่าแต่ผู้บำเพ็ญทั่วไปเลย แม้แต่หลานถิงและคนอื่นๆ ก็ยังอึ้งไปเหมือนกัน ยังไม่หายช็อก
ลู่หยางกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไร ผู้บำเพ็ญโบราณขั้นข้ามพิบัติมีอะไรน่าตื่นเต้น ในจิตวิญญาณของเขามีเซียนอันดับหนึ่งแห่งยุคโบราณ หนึ่งในสิบนางงามแห่งยุคโบราณ พูดคุยกันเรื่องความลับยุคโบราณ เกี่ยวพันถึงเซียน ขั้นข้ามพิบัติยังไม่ถึงขั้นจะนับเป็นอะไรเลย
เขาได้ยินผู้คนวิจารณ์เหตุการณ์เมื่อครู่
“โชคดีที่มีผู้แข็งแกร่งผู้นั้นออกโรง ไม่งั้นพวกเราคงแย่แล้ว” ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำผู้หนึ่งโล่งอก เขาเกือบคิดว่าตัวเองจะตายแล้ว ตอนนี้รู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ช่างเป็นโชคดีเหลือเกิน
เพื่อนข้างๆ เห็นด้วย ในดวงตายังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ “ใช่ๆ พูดถึง ผู้แข็งแกร่งผู้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไรนะ?”
“ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต เจ้ายังจำหน้าไม่ได้… เอ้อ ท่านผู้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เป็นชายหรือหญิง?”
สองคนมองหน้ากัน งุนงงสงสัย
อีกด้านหนึ่งก็มีคนวิจารณ์การต่อสู้เมื่อครู่
“ผู้ปกครองแคว้นเก่งมาก คนเดียวต้านอาวุธวิเศษขั้นข้ามพิบัติได้!”
“นั่นยังไม่เท่าไร ผู้ปกครองแคว้นเกือบจะฆ่าผู้บำเพ็ญโบราณขั้นข้ามพิบัติได้ โดยเฉพาะกระบี่นั้น สุดยอดไปเลย!”
“กระบี่? กระบี่อะไร?”
“เจ้านี้สมองทึ่มจริง ก็กระบี่ที่ทำจาก… ทำจากอะไรนะ?”
“เอ่อ ผู้ปกครองแคว้นใช้อาวุธอะไรเอาชนะผู้บำเพ็ญโบราณขั้นรวมร่าง?”
สองคนมีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว ลืมเรื่องเมื่อครู่ไปหมดแล้ว
ลู่หยางขมวดคิ้วมองเหตุการณ์นี้ ในความทรงจำของเขา พลังแผ่นดิน กระบี่สูงสุดเสมือนจริง ศิษย์พี่ใหญ่… จำได้ชัดเจน
“เซียน นี่มันเรื่องอะไรกัน?”