ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 437 วิกฤต!
หอไป๋ฮวา
หอไป๋ฮวาตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเมืองฮั่นสุ่ย เป็นหอสุรา
ใหญ่ติดอันดับยี่สิบของเมืองฮั่นสุ่ย สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของหอสุรา
แห่งนี้คือสุราร้อยบุปผาที่หมักจากดอกไม้สดกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบชนิด
ตามฤดูกาล และด้วยเหตุที่เหล่าดอกไม้ผันเปลี่ยนไปตามแต่ละฤดู
รสชาติของสุราร้อยบุปผาในแต่ละฤดูกาลจึงมีเอกลักษณ์ไม่ซ ้ากัน
ชิวจิ้นอันก้าวเข้าไปในหอไป๋ฮวา ภายในหอแน่นขนัดไปด้วย
ผู้คน เสียงเอะอะอึกทึกดังสนั่นหวั่นไหวจนแทบจะพลิกหอสุราทั้งหลัง
บรรดาคนรับใช้ต่างเร่งเร้าวุ่นวายไปมาราวกับลูกข่างน้อย คอยวิ่งไป
มาไม่หยุดระหว่างห้องโถงใหญ่กับห้องครัวด้านหลัง
ชิวจิ้นอันพอจะหาที่นั่งว่างในมุมห้องได้สักที่ด้วยความ
ยากล าบาก
“รบกวนถามหน่อย ตรงนี้ไม่มีคนนั่งใช่หรือไม่?”
ผู้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาเป็นลูกค้าร่างพุงพลุ้ย ก าลังเอร็ดอร่อยกับ
อาหาร จนหน้าผากชื้นไปด้วยเหงื่อ
ลูกค้าผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมองชิวจิ้นอันครู่หนึ่ง เห็นว่าเป็นคน
หน้าตาแปลกใหม่ จึงตอบว่า “ไม่มีคน นั่งเถิด”
“ช่างน่าประหลาดใจ ยังไม่ถึงเวลาอาหารเลยด้วยซ ้า แต่คนมา
กินกันเยอะเสียจริง” ชิวจิ้นอันบอกพลางรอคนรับใช้มาเสิร์ฟ สนทนา
กับลูกค้าตรงหน้าไปด้วย
ลูกค้าพุงพลุ้ยผู้นั้นไม่ใคร่ชอบพูดคุยนัก มุ่งมั่นกับการกินอย่าง
เดียว จึงตอบรับค าพูดของชิวจิ้นอันแบบขอไปที่
คนรับใช้เดินน ารายการอาหารมาให้ ชิวจิ้นอันพลิกดูคร่าวๆ
แล้วส่งคืนให้คนรับใช้ “ข้าวหนึ่งชาม อาหารเด็ดห้าจาน อาหารราคา
แพงที่สุดอีกห้าจาน และสุราร้อยบุปผาอายุร้อยปีอีกหนึ่งไห”
“ได้ขอรับ แขกผู้มีเกียรติโปรดรอสักครู่”
ชิวจิ้นอันไม่ต้องรอนานนัก ข้าวหนึ่งชาม อาหารเลิศรสสิบอย่าง
ที่ทั้งรูปลักษณ์ กลิ่นหอม และรสชาติครบถ้วนก็ถูกจัดวางบนโต๊ะ
พร้อมทั้งสุราร้อยบุปผาอายุร้อยปีที่มีกลิ่นหอมละมุน ท าให้ลูกค้าที่นั่ง
ตรงข้ามถึงกับมองอย่างเลื่อมใสริษยา
“หากแขกผู้มีเกียรติไม่มีธุระอื่นใด ข้าน้อยขอตัวไปรับใช้แขก
ท่านอื่นก่อน”
คนรับใช้ก าลังจะไปดูแลลูกค้าคนอื่น แต่ถูกชิวจิ้นอันเรียกไว้
“เจ้าหนู ข้าเป็นคนเป็น จะกินของของคนตายได้อย่างไร?”
คนรับใช้งุนงง ไม่เข้าใจว่าชิวจิ้นอันก าลังพูดอะไรอยู่
ชิวจิ้นอันดีดนิ้วหนึ่งครั้ง มีเสียงแตกดังต่อเนื่อง ราวกับมีใคร
ก าลังเดินเหยียบบนผิวทะเลสาบที่เพิ่งแข็งตัวกลายเป็นน ้าแข็ง
น ้าแข็งแตกออก เผยให้เห็นทะเลสาบที่แท้จริง
เมื่อมองกลับไปที่ห้องโถงใหญ่ ที่ไหนเลยยังมีหอสุราหรูหราและ
ลูกค้าคลาคล ่า
เหล่าลูกค้าล้วนก้มหน้าต ่า บนต้นคอของพวกเขามีร่างเล็กสูง
หนึ่งจั้งนั่งคร่อม ก าลังโบกมือไกวเท้า
ลูกค้าร่างอ้วนที่นั่งตรงข้ามชิวจิ้นอันนั้น ท้องพุงพลุ้ยจนผิดรูป
ผิดร่าง คนทั้งคนดูราวกับลูกบอล
คนรับใช้ร่างผอมแห้ง ดูอ่อนแอเหลือเกิน ลมพัดมาเพียงครั้ง
เดียวก็คงพัดเขาปลิวหายไปได้
สิ่งที่วางอยู่ตรงหน้าชิวจิ้นอันก็มิใช่อาหารเลิศรสใดๆ แต่เป็น
หนอนพยาธิและเนื้อดิบที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในจาน
มีเพียงข้าวขาวเท่านั้นที่ไม่เปลี่ยนไป แต่กลับมีตะเกียบสามคู่ปัก
อยู่บนข้าว
รอยยิ้มบนใบหน้าชิวจิ้นอันยิ่งเจิดจ้า “ราชาร้ายสองตน ปีศาจ
อ้วนและปีศาจหิวโซ พร้อมบริวารจอมปลอม แค่ก าลังเท่านี้คิดจะ
รับมือข้าหรือ?”
ลูกค้าร่างอ้วนและคนรับใช้ไม่ปิดบังตัวตนอีกต่อไป ใบหน้า
ปรากฏรอยยิ้มอันน่าพิศวง
ร่างเล็กๆ หนึ่งร่างเงียบกริบคร่อมบนต้นคอของชิวจิ้นอัน…
…
ส านักควบคุมศพ
ผู้บ าเพ็ญสี่คนในชุดโบราณร่วมกันปรากฏตัวที่หน้าประตูส านัก
ควบคุมศพ พวกเขาไม่สนใจศิษย์ที่คอยเฝ้าระวัง เร่งรีบแยกย้ายกัน
ไปยังสี่ต าแหน่งของเทือกเขาอิ้นซือ
โครม——
โครม——
โครม——
โครม——
การต่อสู้ดุเดือดระเบิดขึ้นพร้อมกันทั้งสี่แห่ง
“บัดซบ! หวังหมิงเจ้าสารเลวนี่แอบสืบความเคลื่อนไหวของพวก
เราได้!” ผู้อาวุโสกายโกรธเกรี้ยว พวกเขายังไม่ทันได้ลงมือตรวจค้น
ส านักควบคุมศพ ก็ถูกอีกฝ่ายโจมตีเสียก่อน
ผู้อาวุโสทั้งสี่ของส านักควบคุมศพถูกโจมตีจนตั้งตัวไม่ทัน โชค
ดีที่พวกเขาตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เรียกซากศพมีชีวิตทั้งหมดมา
รวมกัน
ผู้บ าเพ็ญชุดโบราณคนหนึ่งเย้ยหยัน “หึ! เพียงแค่ส านักที่
บังเอิญได้รับการถ่ายทอดวิชาของพวกเรา ก็กล้าคิดต่อกรกับพวก
เราอีกหรือ?”
“พวกเจ้าคือคนของพรรคปีศาจ!” ผู้อาวุโสกายเห็นชุดของผู้
บ าเพ็ญเหล่านี้ และได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด ดวงตาหรี่เล็กลง
ส านักควบคุมศพของพวกเขาเริ่มต้นจากโชคลาภก้อนหนึ่ง
อาจารย์ผู้ก่อตั้งส านักควบคุมศพบังเอิญเข้าไปในดินแดนลับ หลบ
หลีกภัยอันตรายถึงตายสามครั้ง จนได้รับการถ่ายทอดวิชา หนึ่งใน
วิชาควบคุมศพอันสมบูรณ์
และการถ่ายทอดวิชานี้มาจากพรรคปีศาจแห่งราชวงศ์ต้าอวี๋
ตามการจ าแนกของแคว้นต้าเซี่ย พรรคปีศาจจัดเป็นส านักชั้นเลิศ มี
ผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติคอยคุ้มครอง
พรรคปีศาจถูกท าลายในสงครามปราบปรามช่วงต้นของการ
สถาปนาแคว้นต้าเซี่ย เหลือเพียงการถ่ายทอดวิชาชุดเดียว ที่ตกอยู่
ในมือของอาจารย์ผู้ก่อตั้งส านักควบคุมศพ
ผู้บ าเพ็ญชุดโบราณขัดถูแหวนวงหนึ่ง ซากศพมีชีวิตที่ถูกผนึก
ทีละตนแตกตราผนึกออกมา พวกมันแผ่ไอโบราณและไอสังหาร
ข้ามผ่านประวัติศาสตร์กว่าสิบหมื่นปี มาท าศึกกับคนรุ่นหลัง
สี่… แปด… สิบหก… ยี่สิบ… รวมทั้งสิ้นยี่สิบซากศพมีชีวิตปรากฏ
ตัว ล้อมโจมตีผู้อาวุโสกายและคนอื่นๆ!
“เช่นนั้นก็ให้พวกเราเหล่าปู่ย่าตายายได้ดูว่า พวกเจ้าลูกหลาน
เรียนรู้ความสามารถไปได้สักกี่ส่วน”
…
ร่างสง่างามร่างหนึ่งยืนอยู่เหนือนภาเมืองฮั่นสุ่ย เหนือคฤหาสน์
ท่านผู้ปกครองแคว้นพอดี
บุรุษผู้นี้มีท่วงท่าอาจหาญดุจพยัคฆ์ สง่างามดุจมังกร ราวกับเป็น
ฮ่องเต้แต่ก าเนิด ทุกย่างก้าวล้วนแผ่รัศมีแห่งความทระนงและความ
เกรียงไกร
ความมีตัวตนของเขาเข้มข้นเหลือเกิน ชาวเมืองฮั่นสุ่ยทั้งเมือง
ต่างอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองฟ้า พบเห็นบุรุษผู้สง่างามดุจดวงตะวันผู้
นั้น หัวใจจึงพลันเกิดความหวาดหวั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ
“เตรียมการมานาน สุดท้ายก็ยังเปิดเผยแผนการออกมาจนได้
หวังหมิงกับเหมิงเทียน เจ้าสองไร้ประโยชน์นี่!”
ภาพบุรุษดั่งจักรพรรดิฉายแววสังหารในดวงตา หากไม่ใช่เพราะ
ติดต่อสองคนนั้นไม่ได้ เขาก็คงไม่ต้องออกมาก่อนก าหนด
อีกสักพัก อีกสักพักเถิด รอให้เงื่อนไขส าหรับเปิดใช้ก าแพง
ก าบังส าเร็จ แผนการจึงจะสมบูรณ์ไร้ที่ติ
“ช่างเถิด ในโลกนี้ที่ไหนมีแผนการสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ”
“ท่านภัยพิบัติพ่ายแพ้ ติดกับดักในแคว้นชิง ได้ยินว่ามี
ผู้เชี่ยวชาญที่ปรากฏตัวอย่างไม่คาดฝันจับกุมเขาไว้”
“ช่วงหลายวันนี้ข้าได้ส ารวจเมืองฮั่นสุ่ยแล้ว ในเมืองไม่มีใครที่
อาจคุกคามข้าได้”
“เพื่อความไม่ประมาท ณ ที่นี้ข้าจะสร้าง [กฎสวรรค์] [ภายใน
หนึ่งวัน ข้อมูลใดๆ จะไม่สามารถส่งออกนอกเมืองฮั่นสุ่ยได้]”
การเพิ่มข้อจ ากัดด้านเวลาจะช่วยให้กฎสวรรค์มีอ านาจเข้มข้น
มากขึ้น
ลู่หยางเงยหน้ามองบุรุษดั่งจักรพรรดิที่ก าลังลอยอยู่กลางท้องฟ้า
รู้สึกปวดหัวอย่างยิ่ง
ตามค าเตือนของเซียนอมตะ เขาพยายามติดต่อศิษย์พี่ใหญ่
ทันที่ แต่ยังคงช้าไปก้าวหนึ่ง ที่แห่งนี้ถูกบุรุษดั่งจักรพรรดิสร้างกฎ
สวรรค์ มวยเลียนแบบไม่อาจยืมพลังจากศิษย์พี่ใหญ่ได้ ศิษย์พี่ใหญ่
ก็ไม่อาจรับรู้สถานการณ์ที่นี่ได้
“ตามหลักการแล้ว ขั้นข้ามพิบัติพวกนี้ไม่ใช่หาพบได้ง่ายๆ หรือ
ท าไมไปไหนมาไหนก็เจอได้ตลอด? ท่านผู้ปกครองยังบอกเลยว่าที่นี่
ปลอดภัยที่สุด แต่ข้ากลับรู้สึกว่าที่นี่อันตรายที่สุด?”
“คงเป็นเพราะข้าเป็นรองประมุขยศสูง พวกเขาถึงได้รีบมาพบข้า
กระมัง”
“เฮ้ เจ้าเป็นรองประมุขแล้วนี่ ข้าควรไปขอต าแหน่งในลัทธิ
สวรรค์ของเจ้าบ้างหรือไม่?”
“ไม่เป็นไร เจ้าเป็นสมุนรองประมุขก็ได้นะ”
“ไปให้พ้น!”
ม้าแก่รับรู้ถึงกระแสพลังขั้นข้ามพิบัติที่แผ่มาจากท้องฟ้า รู้สึกว่า
ตัวเองควรจะเกษียณได้หรือยัง?
บิดาของเมิ่งจิ่งโจวฝากฝังให้มันเป็นผู้คุ้มภัยของเมิ่งจิ่งโจว มัน
คิดว่าเรื่องนี้ไม่ยากเย็นอะไร จึงตอบรับไปทันที่
นึกย้อนไปตั้งแต่ตอนแรกที่พาอวี้จือไปส านักเวิ่นเต๋า ไปสาขาเห
ยียนเจียงชุบชีวิตเซียนอมตะ พบกับผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติโบราณที่
แคว้นชิง จวบจนตอนนี้ที่พบผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติโบราณที่แคว้น
หวง
มันรู้สึกว่าตัวเองชะล่าใจเกินไป
หม่านกู่มั่นใจในลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวเสมอ มีศิษย์พี่สองคนอยู่
ด้วย ไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงท าตัวสงบนิ่งมาก
จ้าวปั้วเป็นคนที่ตื่นตระหนกที่สุดในกลุ่มสี่คน ช่วงเช้าเพิ่งเจอกับ
เหมิงเทียนจวินจวินขั้นรวมร่างแห่งราชวงศ์ต้าอวี๋ ตกบ่ายก็เจอกับผู้
บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติราชวงศ์ต้าอวี๋
ตัวเขาเองนี่โชคร้ายอะไรปานนั้น?
รู้สึกว่าชวงนี้โชคของตัวเองแย่มาตลอด เริ่มแย่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นะ?