ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 439 ที่จริงกระบวนท่านี้ไม่ได้เตรียมมาใช้กับเจ้า
- Home
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 439 ที่จริงกระบวนท่านี้ไม่ได้เตรียมมาใช้กับเจ้า
อันผิงเปิดก าแพงก าบังทันทีที่ผู้ปกครองลี่และอู๋อวี่เต๋าประมือกัน
ก าแพงโปร่งใสรูปครึ่งวงกลมประดุจชามคว ่าครอบเมืองฮั่นสุ่ยเอาไว้
ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแรงกระเพื่อมจากการปะทะของทั้งสองจะไม่ส่งผล
กระทบต่อเมือง
บนท้องฟ้าเหนือเมืองฮั่นสุ่ยดังเสียงประทุดุจสายฟ้าฟาด กึกก้อง
สนั่นหวั่นไหว สองร่างประจัญกันด้วยหมัดเท้า การปะทะส่งพลังเวท
แผ่กระจายเป็นแสงรุ้งระยิบระยับ สามัญชนไม่อาจมองเห็นการต่อสู้นี้
ได้โดยตรง แม้แต่ผู้บ าเพ็ญที่มีวิทยายุทธ์ต ่ากว่าก็รู้สึกอึดอัดในอก
เมื่อชมการต่อสู้ ราวกับเกิดการสั่นพ้องในร่างกาย
อู๋อวี่เต๋าไม่กล้าใช้วิชาฝ่ามือหุบเขาพุ่งทะลุร่างผู้ปกครองลี่อีก มิ
เช่นนั้นอีกมือหนึ่งก็คงจะเชื่อมติดกับร่างของผู้ปกครองลี่เช่นกัน
ยามนี้แขนข้างหนึ่งของอู๋อวี่เต๋าเชื่อมติดกับหน้าอกของ
ผู้ปกครองลี่ การเคลื่อนไหวจึงถูกจ ากัดอย่างมาก ประกอบกับ
ความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายอันน่าตกตะลึงของผู้ปกครองลี่ ชั่ว
ขณะนี้เขากลับเป็นฝ่ายได้เปรียบ!
“บัดซบ! ไสหัวไป!” อู๋อวี่เต๋าโจมตีอย่างไรก็ไม่ถนัดมือ ยังคงคิด
ไม่ออกว่าผู้ปกครองลี่คิดวิธีสุดเพี้ยนเช่นนี้ได้อย่างไร
อู๋อวี่เต๋าซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของผู้ปกครองลี่ ศีรษะของ
ผู้ปกครองลี่เอียงไปด้านข้าง ก่อนจะค่อยๆ ใช้แรงคอดันกลับมา
“กระบวนท่านี้ที่จริงข้าเตรียมไว้ใช้กับโจรเฒ่าปู้อวี่ ไม่คิดว่าจะได้
ใช้กับเจ้าก่อน!” แววตาของผู้ปกครองลี่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
“โจรเฒ่าปู้อวี่ หรือว่าเจ้าหมายถึงท่านเต๋าปู้อวี่?!” เห็นได้ชัด
ว่าอู๋อวี่เต๋าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
“มีค าเล่าลือว่าท่านเต๋าปู้อวี่มีศัตรูทั่วหล้า หรือว่าท่านเต๋าปู้อวี่
ต้องการยกระดับพลังการต่อสู้ของผู้บ าเพ็ญแคว้นต้าเซี่ยด้วยการ
สร้างศัตรู?” อู๋อวี่เต๋าครุ่นคิด ด้วยสถานะฮ่องเต้ ความคิดเขาจึง
ชัดเจนและมีมุมมองลึกซึ้งกว่าคนทั่วไป
“ส านักเวิ่นเต๋าสมกับเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดในการกู้บัลลังก์
ของแคว้นต้าอวี๋!” อู๋อวี่เต๋านึกถึงค าก าชับของอาจารย์หลวงที่บอกให้
ระวังคนจากส านักเวิ่นเต๋า พวกเขาคือศัตรูตัวร้าย
โชคดีที่จนถึงขณะนี้ เขายังไม่เคยพบใครจากส านักเวิ่นเต๋า
“สมแล้วที่เป็นท่านผู้ปกครอง หากต่อสู้เช่นนี้ต่อไปมีโอกาสชนะ
แน่” ลู่หยางตาเป็นประกาย ไม่คิดว่าผู้ปกครองลี่จะเก่งกาจถึงเพียงนี้
พร้อมทั้งรู้สึกโชคดีที่ไม่ได้แนะน าตนว่าเป็นศิษย์ส านักใด
ดูจากวิธีการสู้อันโหดเหี้ยมของผู้ปกครองลี่แล้ว เขาคงมี
ความแค้นไม่น้อยกับอาจารย์
“ชนะไม่ได้หรอก วิธีการนี้อาศัยเพียงความไม่คุ้นเคยของอู๋อวี่
เต๋าเท่านั้น พอเขารับมือได้ น้องลี่จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที”
เซียนอมตะมีพรสวรรค์เฉลียวฉลาด เคยผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่
ถ้วน เห็นข้อด้อยของวิธีนี้ได้ในพริบตา
ทางเดียวที่จะเอาชนะได้คือต้องจ ากัดการเคลื่อนไหวของอู๋อวี่เต๋า
แล้วฉวยจังหวะที่เขาไม่ทันตั้งตัว ใช้พลังมหาศาลสังหารให้ได้
น่าเสียดายที่ผู้ปกครองลี่ไม่มีพลังมหาศาลเช่นนั้น
ดังที่เซียนอมตะคาดการณ์ไว้ หลังจากโดนโจมตีหลายครั้ง อู๋อวี่
เต๋าก็คิดหาทางแก้ไขได้ในเวลาอันสั้น
มือซ้ายเขาแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่แห่งฟ้า ฟันใส่ผู้ปกครองลี่
ผู้ปกครองลี่เบี่ยงตัวหลบ
แต่น่าตกใจเมื่อเป้าหมายของอู๋อวี่เต๋าไม่ใช่ผู้ปกครองลี่ แต่เป็น
แขนขวาของตนเอง!
ฉัว———
กระบี่แห่งฟ้าฟันลง แขนขวาขาดออก เลือดพุ่งกระฉูดกลายเป็น
แม่น ้าสีเข้ม หยดลงเหนือเมืองฮั่นสุ่ย เมื่อกระทบก าแพงใส เกิดเสียง
ซีดซิดเสียดแทรกจากการกัดกร่อน ท าเอาผู้คนรู้สึกสะท้านสะทก
หากก าแพงรับไม่ไหว และเลือดของผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติหยด
ลงพื้น ย่อมก่อให้เกิดหายนะอย่างแน่นอน
โชคดีที่ก าแพงใสแข็งแกร่งเพียงพอ แม้เลือดจะหมดฤทธิ์กัด
กร่อนไปแล้ว ก าแพงก็ยังคงอยู่
แขนขาดของอู๋อวี่เต๋าฟื้นคืนสภาพอย่างรวดเร็ว
“เสียงสวรรค์ไพเราะ!”
อู๋อวี่เต๋าได้อิสระคืนมา อ้าปากส่งเสียงแหลมคมน่าระคาย เสียง
นั้นมีพลังวิเศษดุจเสียงกระซิบพึมพ าของผู้คนนับหมื่น ไม่ว่า
ผู้ปกครองลี่จะปิดหูหรือปิดกั้นประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างไร เสียงก็
ยังคงดังก้องในหูไม่จางหาย
“หมัดอสูรมหาเทพสามชั้น!”
อู๋อวี่เต๋าฉวยโอกาสซัดหมัด เปล่งแสงเรืองรองราวอาทิตย์ทอแสง
เจิดจ้าตระการตา
“แม้แต่พระสงฆ์ที่เลื่องชื่อด้วยร่างทอง หากโดนหมัดนี้ก็ต้องพ่าย
แพ้!” อู๋อวี่เต๋าหัวเราะไม่หยุด
ผู้ปกครองลี่ถูกเสียงสวรรค์รบกวน ไม่อาจรับรู้ความเคลื่อนไหว
ภายนอก จึงโดนหมัดนี้เต็มๆ
พึ่บ————
ผู้ปกครองลี่อาเจียนเป็นโลหิตไม่หยุด พลังแผ่นดินเร่งฟื้นฟู
บาดแผลอย่างรวดเร็ว แต่หมัดนี้แฝงด้วยพลังสามชั้น ชั้นแรกท าให้
ผู้ปกครองลี่บาดเจ็บสาหัส ส่วนชั้นที่สองและสามยังขัดขวางการ
ฟื้นฟู
“ยังไม่ตาย ต้องเติมอีกหมัด!” อู๋อวี่เต๋าเผยสีหน้าโลภมาก ราวกับ
พลังแผ่นดินอยู่แค่เอื้อม
“ฮ่องเต้แคว้นต้าอวี๋ช่างน่าเกรงขามนัก”
เสียงหัวเราะมั่นคงดังแว่วมา วงแหวนห้าสีปรากฏขึ้นทันใด ขวาง
อยู่เบื้องหน้าผู้ปกครองลี่
หมัดของอู๋อวี่เต๋าหนักหน่วงมาก วงแหวนห้าสีต้านได้เพียงสอง
ลมหายใจ
กรอบ————
วงแหวนแตกละเอียด ผู้ปกครองลี่หายวับไปไร้ร่องรอย
“อยู่ตรงนี้!” อู๋อวี่เต๋าหันขวับ เห็นผู้ปกครองลี่ที่ชิวจิ้นอันพยุงอยู่
“เป็นอะไรไหม?”
“ยังไม่ถึงขั้นตาย”
“เจ้านี่เอง เจ้าส านักแห่งส านักเซียน ยามนี้เจ้าควรอยู่ที่หอไป๋ฮวา
สิ!” อู๋อวี่เต๋าจ้องชิวจิ้นอันเขม็ง ในหอไป๋ฮวามีปีศาจทรงพลังที่สุดของ
เขาสองตนวางอยู่
……
หอไป๋ฮวา
ร่างมหึมาของปีศาจนอนอยู่บนพื้น ร่างกายถูกคว้านเปิด สาม
วิญญาณถูกตะเกียบสามอันคนจนแหลกละเอียด ในปากยัดข้าวสวย
จนเต็ม ปีศาจน้อยนับไม่ถ้วนถูกบิดคออย่างรุนแรง ศีรษะแยกจากร่าง
กระจายเกลื่อนกลาดทั่วโถงใหญ่
……
“เจ้าหมายถึงปีศาจอ้วนกับปีศาจหิวโซใช่หรือไม่? ก็พอใช้ได้
หากพวกมันกลืนกินกันเองจนรวมเป็นปีศาจใหม่ ยังพอมีอะไรให้ชม
ทว่าก็แค่นั้น”
“ส่วนปีศาจน้อยที่ขี่คอแล้วสามารถควบคุมสามวิญญาณเจ็ดจิต
นั้น เป็นเพียงของเล่นที่ส านักเวิ่นเต๋าเบื่อหน่าย”
ปีศาจอ้วนกับปีศาจหิวโซมีคุณสมบัติเข้ากันได้ดี ปีศาจอ้วนเมื่อ
ครั้งยังมีชีวิตตายเพราะอาหารล้นท้อง หลังตายกลายเป็นปีศาจ ก็กิน
ไม่หยุดยั้ง กินเท่าไรก็ไม่อิ่ม ส่วนปีศาจหิวโซเมื่อครั้งยังมีชีวิตตาย
เพราะอดอาหาร หลังตายก็ยังคงหาอาหารกิน แต่กินเท่าไรก็ไม่รู้สึก
อิ่ม ปีศาจทั้งสองกลืนกินกันเอง จะรวมเป็นปีศาจที่เรียกว่าเทาเที่ยได้
ผู้บ าเพ็ญทั่วไปเมื่อเจอปีศาจเทาเที่ย ต้องตายอย่างแน่นอน
“ใช้เพียงปีศาจอ้วนกับปีศาจหิวโซก็คิดจะจัดการข้า ช่างดูแคลน
ผู้อื่นเกินไป”
อู๋อวี่เต๋าหรี่ตามอง ไม่รู้ว่ามีผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างถูกปีศาจอ้วน
และปีศาจหิวโซกลืนกินไปแล้วกี่มากน้อย แม้แต่ผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่าง
ระดับปลายก็มิใช่น้อย ทั้งที่ปกติแล้วไม่ควรเป็นปีศาจที่ผู้บ าเพ็ญขั้น
รวมร่างจะรับมือได้
ผู้ที่ชื่อชิวจิ้นอันผู้นี้มีพลังยุทธ์เหนือความคาดหมายของเขา
“ท่านป้องกัน ข้าจะโจมตี เป็นอย่างไร?” ชิวจิ้นอันส่งเสียงสื่อจิต
“ดี” ในด้านพลังการต่อสู้ ผู้ปกครองลี่เทียบชิวจิ้นอันไม่ได้
“ท่าน พวกข้ามาแล้ว!” ผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างหลายคนปรากฏตัว
เข้ามาเสริมพลัง
ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกปีศาจในเมืองขัดขวาง ขณะที่ชิวจิ้นอัน
เดินทางมาที่นี่ได้ช่วยก าจัดไป พวกเขาจึงมีเวลามาเสริมทัพเช่นนี้
“พวกเจ้าลงไปช่วยเพื่อนร่วมงานก าจัดปีศาจ รักษาความสงบใน
เมือง!” ผู้ปกครองลี่โบกมือ การสู้รบครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพิ่มผู้บ าเพ็ญ
ขั้นรวมร่างธรรมดาอีกสองสามคนแล้วจะเปลี่ยนผลแพ้ชนะได้ แม้แต่
เขาที่เป็นผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างระดับสูงสุด หากไม่มีพลังแผ่นดินหนุน
หลัง เพียงเผชิญหน้ากันหนึ่งครั้งก็คงตายไปแล้ว
ยามนี้มีเพียงชิวจิ้นอันที่เป็นยอดฝีมือระดับสุดยอดของผู้บ าเพ็ญ
ขั้นรวมร่างเช่นนี้มาช่วยเหลือจึงจะได้ผล
แต่ผู้บ าเพ็ญระดับเจ้าส านักทั้งห้าส านักเซียนจะพบเจอได้
ง่ายดายเสียที่ไหน?
อู๋อวี่เต๋าใช้กลเก่า หวังจะควบคุมชิวจิ้นอัน “เสียงสวรรค์ไพ…”
ประสบการณ์การต่อสู้ของชิวจิ้นอันเหนือกว่าผู้ปกครองลี่มาก
นัก เขาประคองดอกบัวไฟที่แผ่พลังท าลายล้างอยู่บนฝ่ามือ
“เพลิงบัวแดงแห่งกรรม!”
บึ้ม————
พลังท าลายล้างระเบิด ดอกบัวแดงบานสะพรั่งบนท้องฟ้าเหนือ
เมืองฮั่นสุ่ย แต่ละกลีบบัวมีพลังท าลายถ ้าสวรรค์ ดอกบัวมียี่สิบแปด
กลีบบาน พลังท าลายที่ปลดปล่อยออกมาจึงมหาศาลเหลือคณา แม้
อยู่ห่างออกไปหลังก าแพง ลู่หยางยังรู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่มา
เมื่อควันสลาย เผยให้เห็นสภาพอู๋อวี่เต๋าที่น่าอนาถ เสื้อผ้าเขา
ยับเยิน ทั้งร่างเต็มไปด้วยแผลไหม้ ผิวหนังย่น ศีรษะล้านเลี่ยน ไร้ซึ่ง
ท่าทีสง่างามและเหนือผู้อื่นเช่นเคย
“ที่จริงกระบวนท่านี้ข้าวิเคราะห์ไว้ใช้กับส านักเวิ่นเต๋า น่า
เสียดายที่ต้องใช้กับเจ้าก่อน”
ชิวจิ้นอันส่ายหน้าช้าๆ ฝ่ามือประคองดอกบัวแดงอีกดอกหนึ่ง