ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 495 พลังแห่งสายใยผูกพัน
ซู่ม่อและโม่เวิ่นหลี่เพิ่งก้าวลงจากเวทีประลอง ก็เห็นร่างหนึ่ง
รีบเร่งวิ่งเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนก
ร่างนั้นคือเจ้าสำนักเหลยฮั่วนั่นเอง เจ้าสำนักเหลยฮั่วเข้ามาถาม
ไถ่ซู่ม่อด้วยความเป็นห่วง “อาจารย์ ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“อาจารย์?”
โม่เวิ่นหลี่งุนงง ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“นี่คืออาจารย์ของข้า เป็นอาจารย์ปู่ของเจ้า” เจ้าสำนักเหลยฮั่ว
ส่งเสียงสื่อจิตอธิบายให้โม่เวิ่นหลี่ฟัง
“อาจารย์ปู่? ท่านบอกว่าอาจารย์ปู่เสียชีวิตแล้วไม่ใช่หรือ?” โม่
เวิ่นหลี่ตกใจ เมื่อครู่ท่าทีของเขาต่อซู่ม่อไม่ค่อยจะสุภาพนัก
“นั่นเป็นเพียงคำพูดที่ใช้กับคนภายนอก ความจริงแล้วอาจารย์ปู่
ของเจ้าสลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ เพื่อไปบุกเบิกขั้นข้ามพิบัติ เมื่อ
หลายปีก่อนอาจารย์ปู่มีศัตรูอยู่หลายคน หลังจากสลายพลังเริ่ม
บำเพ็ญใหม่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว เกรงว่าจะถูกแก้แค้น จึงประกาศว่า
ตนเองเสียชีวิตแล้ว”
“แล้วข้ากับอาจารย์ปู่ก็เกือบจะต่อสู้กันแล้ว ท่านก็ยังไม่บอกข้า
…” โม่เวิ่นหลี่มองเจ้าสำนักเหลยฮั่วด้วยแววตาน้อยใจ หากไม่มีลัทธิ
สวรรค์เข้ามาแทรก พวกเขาก็คงต่อสู้กันไปแล้ว
เจ้าสำนักเหลยฮั่วตวาดว่า “ก็เพราะเจ้ามันปากโป้ง ข้ากลัวว่า
เจ้าจะทำให้พิรุธบนเวทีประลอง คำพูดของรองประมุขลู่ก็ไม่ผิด ดูวิชา
สายฟ้าที่เจ้าเรียนมาสิ กระจัดกระจายเหมือนฉี่แยกเป็นสองสาย
กลับไปเข้าภวังค์ซะ ฝึกไม่ได้ผลก็อย่าออกมา!”
โม่เวิ่นหลี่หน้าซีดเผือด
“พอเถอะๆ อย่าขู่เด็กรุ่นหลังนักเลย น้องโม่ก็แข็งแกร่งมากแล้ว
เพียงแต่คู่ต่อสู้คราวนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่า เอาอย่างนี้ หลังจากข้ากลับไป
แล้วจะแนะนำวิชาให้เจ้าสักหน่อย” ซู่ม่อออกมาช่วยเกลี่ยความ เขา
ค่อนข้างพอใจกับโม่เวิ่นหลี่ เป็นคนที่มีแววรุ่ง
เจ้าสำนักเหลยฮั่วมองอย่างอึดอัด
“สมัยก่อนท่านไม่ได้ปฏิบัติกับข้าแบบนี้นะ”
…
ใต้เวทีประลอง ผู้พิทักษ์ราชาแห่งสวรรค์ทั้งห้าแผ่รัศมีอันน่า
สะพรึงกลัว ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ก็อดกลั้นความอยากรู้อยากเห็น
ไม่ได้
“ราชาแห่งสวรรค์ทั้งห้าช่างน่าสะพรึงกลัว แค่เข้าใกล้ก็สั่นไปทั้ง
ร่างแล้ว”
“ใช่ไหมล่ะ นี่มันกลุ่มอำนาจยุคโบราณนะ ยุคโบราณช่าง
อลหม่าน ชีวิตมนุษย์เหมือนหญ้า ราชาแห่งสวรรค์พวกนี้ ไม่รู้ว่ามี
ชีวิตมนุษย์กี่ร้อยกี่พันแปดฝังอยู่ใต้มือแล้ว!”
“เงียบก่อน ระวังจะได้ยินกัน!”
“พวกเราใช้เสียงสื่อจิต พวกเขาไม่น่าจะได้ยินนะ?”
“ระวังไว้ดีกว่า ใครจะรับรองได้ว่ายุคโบราณไม่มีวิชาลับขโมยฟัง
คำพูด ดูทั้งห้าคนสิ ไอสังหารฉับพลันเข้มข้นจนเกือบเป็นรูปธรรม
ต้องเป็นพวกเอาแค้นแม้เรื่องเล็ก หากถูกพวกเขาจับตา จะมีวันดีอีก
หรือ?”
“แต่เจ้าพูดเหมือนจะโหดกว่าพวกเขาซะอีกนะ”
…
ผู้พิทักษ์ราชาแห่งสวรรค์ทั้งห้ายืนนิ่งราวกับรูปสลัก ใจไร้ความ
กังวล เพิกเฉยต่อทุกสิ่ง ไร้ความยินดีหรือทุกข์โศก
“พูดถึงกันจริงๆ ความคิดของท่านตัวแทนเจ้าสำนักไม่เลวเลย
อาศัยความได้เปรียบเจ้าบ้าน ให้ลัทธิสวรรค์ปรากฏตัวอย่างเจิดจรัส
คราวนี้ป้ายชื่อลัทธิสวรรค์ของพวกเราก็โด่งดังแล้ว ไม่เชื่อหรอกว่า
ลัทธิมารและผู้บำเพ็ญโบราณจะไม่หลงกล”
ผู้อาวุโสใหญ่ส่งเสียงสื่อจิตอย่างยินดี ตอนเริ่มปรากฏตัว ท่าที
ตกตะลึง หวาดกลัว ตื่นตระหนกของผู้คน เขาเห็นได้ชัดเจน รู้สึก
สะใจมาก
“พวกเจ้าว่าพวกเราจะถูกจับได้ไหม?” ท่านป้าป๋าถามอย่างกังวล
สะใจก็สะใจแล้ว แต่ก็กลัวว่าเรื่องจะแดงขึ้นมา
คราวนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ครั้งก่อนพวกเขาหลอกคนในระดับ
เดียวกัน แต่คราวนี้ต้องหลอกแม้แต่ผู้อาวุโสยุคโบราณขั้นข้ามพิบัติ
หากถูกจับได้ ออกจากประตูก็อันตรายแล้ว
พวกเขาไม่กลัวขั้นรวมร่าง ใครก็สู้พวกเขาไม่ได้ แต่หากขั้นข้าม
พิบัติลงมือ พวกเขาก็ได้แต่ภาวนาให้อาจารย์มาช่วยได้ทัน
ผู้อาวุโสที่สามคิดว่าพี่ใหญ่อันดับสองกังวลเกินไป “เป็นไปไม่ได้
หรอก ศิษย์น้องหยุนก็รับรองกับพวกเราแล้วว่าจะไม่ถูกจับได้”
“แล้วถึงจับได้ก็ไม่เป็นไร ข้าเตรียมไม้ตายไว้แล้ว”
ทั้งสี่คนตกใจมาก พี่สามยังเตรียมไม้ตายไว้ด้วยเหรอ?
“ไม้ตายอะไร?”
“ข้าไปที่สมาคมการค้า ซื้อเงินประกันให้พวกเราทั้งห้าคน แม้
เกิดเรื่องก็ได้ลิ่นซือจำนวนมาก… ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ศิษย์ข้าออก
มาแล้ว”
“สำนักเวิ่นเต๋า เมิ่งจิ่งโจว”
“หมู่บ้านหลงเถิง หลงฮั่ว!”
หมู่บ้านหลงเถิงเป็นกลุ่มอำนาจที่พิเศษมาก มันเป็นทั้งหน่วยงาน
ปกครองของแคว้นต้าเซี่ย และอยู่ในเขตอิทธิพลของตระกูลหลงอีก
ด้วย
แปดพันปีก่อน มีผู้เชี่ยวชาญนามสกุลหลงมาตั้งรกรากในที่ร้าง
ไกลผู้คนของแคว้นจี๋ พร้อมด้วยภรรยา อนุภรรยา และคนรับใช้ ไม่มี
ใครรู้ที่มาของผู้เชี่ยวชาญผู้นี้ ราวกับปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
บ้างก็ว่าเขามาจากทะเลตะวันออก เป็นมังกรมนุษย์
ผู้เชี่ยวชาญให้กำเนิดบุตรธิดาหลายคน ก่อนจะละสังขาร ใน
ยามวาระสุดท้าย เขาได้ทิ้งทรัพยากรบำเพ็ญมหาศาลไว้ บุตรธิดา
ของเขาจึงตั้งรกรากอยู่ที่นี่ สืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไป
ด้วยทรัพยากรที่ผู้เชี่ยวชาญทิ้งไว้ ประกอบกับบุตรธิดามี
พรสวรรค์ดี ไม่ใช่พวกสุรุ่ยสุร่าย
หลายชั่วอายุคนผ่านไป คนภายนอกเรียกพวกเขาว่าตระกูลหลง
แห่งแคว้นจี๋ พวกเขากลายเป็นตระกูลใหญ่
ค่อยๆ สถานที่นี้ก็เริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นมา
ตรวจสอบ เห็นว่าเข้าเกณฑ์หมู่บ้าน จึงรายงานตามลำดับขั้น
ผู้บริหารจึงกำหนดให้ที่นี่เป็นหมู่บ้าน และเคารพความประสงค์ของ
ตระกูลหลง ตั้งชื่อสถานที่นี้ว่า “หมู่บ้านหลงเถิง”
ส่วนผู้ใหญ่บ้านหลงเถิง ก็คือหัวหน้าเผ่าตระกูลหลงในแต่ละสมัย
หลงฮั่วเป็นบุตรของหัวหน้าเผ่าตระกูลหลงคนก่อน แม้ว่าเมื่อ
เยาว์วัยจะถูกหัวหน้าเผ่าคนปัจจุบันกดขี่ แต่เมื่อเขาเริ่มแสดงความ
โดดเด่น เจิดจรัสยิ่ง กลายเป็นคนมีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของหมู่บ้าน
หลงเถิง หัวหน้าเผ่าคนปัจจุบันก็ไม่อาจกดขี่เขาอีกต่อไป
หลงฮั่วเร่งใช้แก่นทองคำ เสริมชั้นน ้าบางๆ ที่ผิวร่าง สามารถ
ต้านทานการโจมตีได้ในระดับหนึ่ง แก่นทองคำของเขาเป็นแก่น
ทองคำธาตุน ้าอันดับหนึ่ง
“มังกรจู่โจม!”
หลงฮั่วราวกับมังกรลอยพุ่ง เคลื่อนไหวบนเวทีประลองด้วย
ความเร็วสูง เร็วจนน่าตกใจ สามารถสร้างเงาติดตา แม้แต่จิตยังยาก
ที่จะกำหนดตำแหน่งได้
เขาเคลื่อนมาด้านหลังเมิ่งจิ่งโจว ในจังหวะที่เมิ่งจิ่งโจวยัง
ตอบสนองไม่ทัน พุ่งหอกมือเข้าใส่คอของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
“ได้แล้ว!”
เขาดีใจ อีกฝ่ายประมาทเสียแล้ว
แต่กลับกลายเป็นว่าเมิ่งจิ่งโจวเพียงขยับตัวเล็กน้อย ก็หลบการ
โจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ไปได้
“อะไรกัน!”
เขาน่าจะมองไม่เห็นตัวข้าสิ
เมิ่งจิ่งโจวหาวน้อยๆ ด้วยความเบื่อหน่าย คู่ต่อสู้คนนี้ไม่ได้เรื่อง
เลยนะ
หลงฮั่วไม่ยอมแพ้ ใช้มังกรจู่โจมอีกครั้ง การโจมตีไม่หยุดหย่อน
พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง แต่เมิ่งจิ่งโจวก็หลบได้อย่างง่ายดาย
ใต้เวทีประลอง รองประมุขลู่ปรบมือ ดวงตาเปล่งประกายตื่นเต้น
ราวกับเห็นคู่ต่อสู้ที่รอคอยมานาน
“ดีมาก สมกับเป็นศิษย์ที่เป็นตัวแทนสำนักเวิ่นเต๋าออกมาต่อสู้
หากข้าดูไม่ผิด เขาได้บำเพ็ญถึงขั้น ‘ไร้ตัวตนลืมตัวตน’ ของผู้
บำเพ็ญร่างกายแล้ว แม้แต่อัจฉริยะในยุคโบราณ ก็ยังไม่มีใคร
สามารถเข้าสู่ขั้นนี้ในระดับแก่นทองคำตอนกลางได้!”
ราชาผู้ไม่แตกสลายพยักหน้า “ดูเหมือนเขาเพิ่งเข้าสู่ขั้นไร้
ตัวตนลืมตัวตน ในขั้นนี้ ไม่ต้องคิด ร่างกายสามารถหลบหลีกการ
โจมตีที่ไม่ถึงขั้นอันตรายร้ายแรงได้โดยอัตโนมัติ”
ไม่ถึงขั้นอันตรายร้ายแรงไม่ได้หมายความว่าไม่มีอันตรายเลย
หากหลบได้ย่อมต้องหลบอยู่แล้ว
หลังจากที่รองประมุขลู่พูดเช่นนี้ อัจฉริยะใต้เวทีประลองจึงได้รู้ว่า
เมิ่งจิ่งโจวในตอนนี้เป็นผู้บำเพ็ญร่างกายที่แข็งแกร่งเพียงใด
เมิ่งจิ่งโจวพยักหน้าอย่างพอใจ เจ้าหมอลู่หยางนี่ก็พอใช้ได้อยู่
โครม——
เมิ่งจิ่งโจวใช้หกท่าสั่นสะเทือนฟ้า เหยียบออกไปก้าวหนึ่งอย่าง
รุนแรง กำลังสั้นส่งพลัง พลังหมัดสามชั้น ส่งหลงฮั่วกระเด็น!
หลงฮั่วค่อยๆ สลัดพลังหมัดออกจากร่าง ถอยไปเรื่อยๆ จนถึง
ระยะครึ่งฉื่อจากขอบเวทีประลอง จึงยืนมั่นได้
เมิ่งจิ่งโจวแสดงความประหลาดใจเล็กน้อย “ใช้ได้นี่ รับหมัดนี้ได้
ไปต่อกันอีก!”
เมิ่งจิ่งโจวไม่รอช้าอีก ใช้หกท่าสั่นสะเทือนฟ้าอย่างต่อเนื่อง
ผลักดันให้หลงฮั่วถอยหลัง แต่ทุกครั้งที่เขาคิดว่าจะสามารถผลักหลง
ฮั่วออกจากเวทีประลองได้ หลงฮั่วก็รับหมัดนี้ไว้ได้อย่างไม่คาดคิด
แต่ถึงอย่างนั้น หลงฮั่วก็ค่อยๆ รับการโจมตีอันรุนแรงแบบนี้ไม่
ไหว
“เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก ยอมแพ้เถอะ”
ยอมแพ้หรือไม่?
หลงฮั่วตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่าย ไม่ยอมรับ
ในใจ หลับตาลง ต่อสู้มาตั้งนาน เขาก็เหนื่อยแล้ว สู้ต่อไปก็เปล่า
ประโยชน์ ผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้แล้ว
ระยะห่างระหว่างเขากับอัจฉริยะแท้จริงใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ?
“พี่หลงฮั่ว ท่านต้องสู้นะ!”
“หลงฮั่ว อย่ายอมแพ้!”
“ท่านเอาชนะข้า เป็นตัวแทนหมู่บ้านออกมาต่อสู้ จะยอมแพ้ได้
อย่างไร!”
หลงฮั่วนึกภาพเพื่อนๆ ในหัว เพื่อนวัยเยาว์ สหายสนิท และลูก
ชายหัวหน้าเผ่าที่เป็นทั้งศัตรูและมิตร…
พวกเขาราวกับปรากฏตัวตรงหน้า เรียกชื่อเขา
“ยอมแพ้ไม่ได้!”
เขาแบกความหวังของหมู่บ้าน เป็นตัวแทนตระกูลหลงออกมาสู้
จะยอมแพ้ได้อย่างไร!
ผู้ตัดสินเดินไปดูหลงฮั่วที่ล้มอยู่บนพื้น
“ฝันถึงช่วงก่อนตายแล้วหรือ? ผู้ชนะรอบนี้ เมิ่งจิ่งโจว”