ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 523 สายฟ้าทวงหนี้ชีวิต
“แหวนเก็บของนี้มีลิ่นซือหนึ่งล้าน ถือเป็นเงินมัดจำ ท่านเถาเก็บ
ไว้”
รองประมุขสี่เจ็บปวดใจนัก เดิมตั้งใจว่าเงินหนึ่งล้านนี้จะซื้อสิทธิ์
โฆษณา แต่ดันไปๆ มาๆ กลายเป็นแค่เงินมัดจำไปเสียได้
“สี่ล้านที่เหลือข้าต้องกลับไประดมทุนจึงจะรวบรวมได้ครบ ขอให้
ท่านเถารออีกครึ่งเดือน”
“ภาพมายาโฆษณาหนึ่งนาทียังถ่ายทำไม่เสร็จ อีกครึ่งเดือนภาพ
มายาโฆษณาจะถูกส่งพร้อมลิ่นซืออีกสี่ล้านให้ท่านเถา”
“นี่คือแผ่นไม้สำหรับติดต่อ” รองประมุขสี่ส่งแผ่นไม้ขนาดเท่าฝ่า
มือให้เถาเหยาเยี่ย รองประมุขสี่เคยให้ลู่หยางไว้หนึ่งอันด้วย
“เมื่อรวบรวมลิ่นซือครบ พวกเราจะใช้แผ่นไม้ติดต่อท่านเถา”
ท่าทีของสือฮว่ากู๋ไม่อาจเรียกได้ว่าไม่เอาใจใส่
ดังที่ลู่หยางเคยกล่าวไว้ เรื่องนี้เป็นลัทธิจิ่วอิ่วที่ขอเถาเหยาเยี่ย
เถาเหยาเยี่ยเป็นฝ่ายได้เปรียบ
“เอาล่ะ ข้ายังมีธุระ คงไม่รบกวนทั้งสามท่านแล้ว” สือฮว่ากู๋ลุก
ขึ้นช้าๆ ส่งสัญญาณให้หัวฮว่าเซิน ให้หัวฮว่าเซินส่งลู่หยางทั้งสาม
คน
หัวฮว่าเซินเข้าใจ หยิบยาหยอดตาออกจากแหวนเก็บของ ส่ง
ให้สือฮว่ากู๋
สือฮว่ากู๋: “……”
“ข้าให้เจ้าส่งพวกเขา!”
ถ้าไม่ใช่เพราะหัวฮว่าเซินมีพรสวรรค์สูง ให้เวลาก็อาจจะเป็นรอง
ประมุขหรือแม้แต่ประมุข สือฮว่ากู๋คงฟาดฝ่ามือสังหารเจ้าทึ่มคนนี้ไป
นานแล้ว!
หัวฮว่าเซินคิดในใจว่าจะโทษข้าได้อย่างไร สายตาท่านผู้เฒ่ามี
ได้หลายความหมาย ใครจะอ่านออก
หัวฮว่าเซินส่งทั้งสามคนออกไป เดินไปได้ประมาณสองลี้ ทั้งสาม
คนก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องดังสนั่นจากด้านหลัง ตกใจจนตัวสั่น
ทั้งสามคนหันไปมอง เห็นที่ที่สือฮว่ากู๋อยู่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ของธรรมชาติ เมฆดำทะมึนปกคลุม ฟ้าแลบฟ้าร้อง ราวกับภาพวัน
สิ้นโลก
นี่คือสายฟ้าพิบัติที่แม้แต่ผู้อยู่ในขั้นรวมร่างก็ยังมีอันตรายถึง
ชีวิต แม้อยู่ห่างเช่นนี้ ก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากสายฟ้า…
“แปลกแฮะ ทำไมข้าไม่รู้สึกถึงแรงกดดันเลย?” ลู่หยางสงสัย ดู
จากสีหน้าของศิษย์น้องทั้งสองและหัวฮว่าเซิน พลังสายฟ้าน่าจะส่ง
มาถึงที่นี่ได้
แต่ทำไมเขากลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด?
“แน่นอนว่าเพราะมีข้าอยู่ไง” เซียนอมตะก้าวออกมาตบอกภูมิใจ
คางยกขึ้นเล็กน้อย ดูภาคภูมิใจยิ่งนัก
“รอเสือใจกว้างขนาดนี้เลยหรือ?” ลู่หยางแปลกใจยิ่งนัก ไม่คิด
ว่าเซียนอมตะหน้าหนาขนาดนี้
“เป็นเช่นนั้นแน่นอน สายฟ้าพิบัติส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดมาจาก
ผลของการบำเพ็ญของเซียนอิงเทียน สายฟ้าพิบัตินั้นไม่ต้องให้
เกียรติข้าหน่อยหรือ?”
สายฟ้าพิบัติไม่ใช่เซียนอิงเทียนสร้าง คุณูปการของเซียนอิง
เทียนคือเผยแพร่รูปแบบและประเภทของสายฟ้าพิบัติให้กว้างขวาง
ลู่หยางเพิ่งรู้ว่าเซียนอมตะหน้าหนาขนาดนี้ แม้แต่สายฟ้าพิบัติก็
ต้องให้เกียรติ
ดูเหมือนเซียนอมตะได้สร้างรอยแผลทางจิตใจให้เซียนอิงเทียน
ไว้มากทีเดียว
“ดูท่าทางแล้ว สายฟ้าพิบัตินี้น่าจะเป็นสายฟ้าทวงหนี้ชีวิตที่
เซียนอิงเทียนปั้นขึ้น มีไว้ฟาดเฉพาะคนที่ติดหนี้แล้วไม่ยอมคืน”
ลู่หยางนึกขึ้นได้ว่าหัวฮว่าเซินเคยรับมรดกที่ชิ่นห่าวเหรินทิ้งไว้
จากมือเขา เนื้อหาของมรดกเกี่ยวข้องกับใบสัญญากู้หนี้…
ลู่หยางยืนยันว่าหัวฮว่าเซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังมีชีวิตอยู่ อดคิดใน
ใจไม่ได้ ดูเหมือนรองประมุขสี่เห็นความสำคัญของหัวฮว่าเซินมาก
ถึงขนาดนี้แล้วยังรอดชีวิตอยู่
“พูดไปแล้ว ชื่อของสายฟ้าพิบัตินี่ช่างธรรมดาเกินไปหน่อย
ไหม?” ในความทรงจำของลู่หยาง สายฟ้าพิบัติควรจะมีชื่อว่าชั้นฟ้า
บริสุทธิ์ ม่วงเมฆ กลับสู่ความสงบ หกติ่งหกจื่อ อะไรทำนองนี้
เรียก ‘สายฟ้าทวงหนี้ชีวิต’ เหมือนเรียก ‘สายฟ้าใบสัญญา’
เซียนอิงเทียน ท่านตั้งชื่อเป็นหรือเปล่า?
“ข้าคิดว่าชื่อที่ข้าตั้งก็ใช้ได้นะ”
ลู่หยางเข้าใจทันที สีหน้าเหมือนเห็นแสงอรุณฉาบท้องฟ้า “เป็น
ท่านรอเสือตั้งเองรึนี่ ข้าว่าชื่อนี้มันให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่แฝงความ
ลึกซึ้ง พอคิดให้ดี มีเหตุผลลึกซึ้งอยู่ สุภาษิตกล่าวว่าติดหนี้ต้องใช้
หากคนที่ติดหนี้ยอมจ่าย จะเจอสายฟ้าพิบัติได้อย่างไร ฉะนั้นคนที่
ติดหนี้แล้วไม่จ่าย ก็ต้องใช้ชีวิตชดใช้ ชื่อที่ท่านรอเสือตั้งช่างลึกซึ้ง
เหลือล้น เพียงสองสามตัวอักษรแต่กลับมีความหมายลึกซึ้งหลายชั้น
ชวนให้ครุ่นคิดยิ่งนัก!”
เซียนอมตะยิ้มเหมาะสมกับอายุ “เฮ่เฮ่ ข้าก็ไม่ได้คิดอะไร
มากมายหรอก”
การข้ามพิบัติของผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างนับเป็นเรื่องหายาก ทั้งสี่
คนจึงหยุดยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง
ที่จริงหัวฮว่าเซินดูมาหลายครั้งแล้ว เขาอยู่เพื่อเป็นเพื่อนลู่หยาง
ทั้งสามคนเท่านั้น
แท้จริงแล้วเป็นเพียงการดูความสนุก นี่คือสายฟ้าพิบัติที่แม้แต่ผู้
อยู่ในขั้นรวมร่างก็ยังเป็นภัยคุกคาม ระดับสูงเกินไป ด้วยวิทยายุทธ์
ของลู่หยางทั้งสามคน ยังมองไม่ออกถึงความลับในการข้ามพิบัติ
ของสือฮว่ากู๋
ส่วนเซียนอมตะนั้น นางได้เห็นเซียนอิงเทียนสร้างสายฟ้าพิบัตินี้
ด้วยตาตัวเอง ก็ไม่มีอะไรให้ดูแล้ว
ปล่อยให้สือฮว่ากู๋ข้ามพิบัติเพียงลำพัง หัวฮว่าเซินส่งทั้งสามคน
ขึ้นเรือเหาะ
ก่อนจากกันหัวฮว่าเซินรู้สึกว่าควรพูดความในใจออกมา เพื่อ
ไม่ให้กลั้นจนทำร้ายตัวเอง
“หากสามท่านมีโอกาส เชิญแวะมาชิมที่ร้านเนื้อย่างของพวกเรา
แม้จะไม่เทียบเท่าอาหารเลิศรสของสำนักเซียน แต่รสชาติเนื้อย่าง
ของพวกเราก็ยังใช้ได้”
“ได้”
ในห้องโดยสารของเรือเหาะ หลานถิงยังคงไม่หายอึ้ง
ออกมาทำภารกิจธรรมดา แต่กลับถูกรองประมุขลัทธิจิ่วอิ่วดัก
ทาง แล้วก็ขอความร่วมมือ สุดท้ายยังให้หนึ่งล้านลิ่นซือ ส่งพวกเขา
กลับอย่างสุภาพอีก?
หลานถิงไม่ขาดเงิน แต่ไม่เคยเห็นวิธีหาเงินแบบนี้มาก่อน
นางเกิดในตระกูลหลาน ไม่มีคำนำหน้าท้องถิ่น ตระกูลโดยทั่วไป
มักจะมีคำนำหน้าท้องถิ่น เช่น ตระกูลเหยียนแห่งแคว้นชิง ตระกูลห
วินเหรินแห่งแคว้นเหลียงโจว ตระกูลใบ้แห่งแคว้นเหลียงโจว มีเพียง
ตระกูลชั้นสูงสองสามตระกูลที่ไม่มีคำนำหน้าท้องถิ่น นั่นหมายความ
ว่า เมื่อพูดถึงตระกูลหลาน ย่อมหมายถึงตระกูลหลานเพียงตระกูล
เดียว นี่เป็นเกียรติที่เฉพาะตระกูลชั้นสูงที่มีทั้งพลังและประวัติศาสตร์
เท่านั้น
ตระกูลที่ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับตระกูลหลาน คือตระกูลเมิ่ง
ตระกูลหลานอาจไม่เทียบเท่าตระกูลเมิ่ง อันเป็นตระกูลอันดับ
หนึ่งในใต้หล้า แต่ก็ถือเป็นตระกูลชั้นสูงอย่างแท้จริง
ลู่หยางเองก็โล่งอก การออกเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างราบรื่น ไม่
ต้องสังหารผู้อยู่ในขั้นรวมร่าง หรือต่อสู้กับผู้อยู่ในขั้นข้ามพิบัติ
“พี่ลู่หยาง ลิ่นซือจำนวนหนึ่งล้านนี้…” เถาเหยาเยี่ยถือแหวนเก็บ
ของ มองลู่หยางตาละห้อย รู้สึกว่าลิ่นซือมาง่ายเกินไป ทำให้ใจไม่
สงบ
นางยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลับได้ลิ่นซือหนึ่งล้าน และยังมีอีกสี่
ล้านรออยู่
ลู่หยางโบกมือ “ล้วนเป็นความสามารถของเจ้า รับไว้เถอะ”
“อืม”
“และมีอีกเรื่องต้องเตือนเจ้า”
“อะไรหรือ?”
ลู่หยางหรี่ตา เห็นชายร่างสูงใหญ่หลายคนลุกขึ้นเดินมาทางนี้
พูดเสียงเรียบ “ออกไปข้างนอก อย่าอวดทรัพย์สิน จะเจอเรื่อง
ยุ่งยาก”
เถาเหยาเยี่ยเพิ่งตระหนักว่า ตอนที่นางคุยกับพี่ลู่หยางไม่ได้ส่ง
เสียงสื่อจิต คนที่สนใจเรื่องพวกเขาก็คงได้ยินว่านางพูดอะไร
ตอนนี้ในสายตาผู้อื่น นางคือผู้บำเพ็ญที่มีลิ่นซือหนึ่งล้าน เป็น
ทรัพย์สินที่ผู้อยู่ในขั้นแปลงร่างเซียนต้องใช้เวลาทั้งชีวิตสะสม แต่
นางอยู่แค่ขั้นแก่นทองคำเท่านั้น!
ทรัพย์สินไม่สมดุลกับพลัง ย่อมนำมาซึ่งความยุ่งยากแน่นอน!
ชายร่างสูงใหญ่หลายคนเดินมา มองไม่ออกว่าอยู่ในขั้นไหน
อย่างน้อยก็อยู่ในขั้นแก่นทองคำ อาจจะถึงขั้นทารกแรกกำเนิดด้วย
ซ ้า
การบินระยะไกลใช้พลังวิเศษมากเกินไป ผู้บำเพ็ญหลายคนแม้
บินได้ก็เลือกที่จะนั่งเรือเหาะ
ชายร่างสูงใหญ่ล้อมพวกลู่หยางทั้งสามคนไว้ ไม่สนใจลู่หยาง
และหลานถิง มองไปที่เถาเหยาเยี่ย ดวงตาแฝงความโลภที่แทบมอง
ไม่เห็น
“ท่านผู้บำเพ็ญ ดูเหมือนท่านจะมีลิ่นซือไม่น้อยนะ?”
“ลิ่นซือมากเช่นนี้ถือไว้ไม่ปลอดภัย ให้พวกเราช่วยเก็บรักษาดี
ไหม?”
“พวกท่านจะทำอะไร!” เถาเหยาเยี่ยถามอย่างระแวดระวัง ลอบ
แตะแผ่นหยกประจำตัว เตรียมใช้วัตถุวิเศษได้ทุกเมื่อ
อีกฝ่ายอาจอยู่ในขั้นทารกแรกกำเนิดก็ตามที แต่นางไม่กลัว
หรอก
ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนนำหน้าหัวเราะเสียงเย็นสองที ไม่ปิดบัง
เจตนาอีกต่อไป
“ผู้บำเพ็ญเคยคิดจะฝากลิ่นซือไว้ที่สมาคมการเงินลั่วตี้ของพวก
เราไหม? มีดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อปี”