ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 531 สิบดวงอาทิตย์เรืองรอง
ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องจากลูกไฟและพลังธาตุทอง เส้น
ธาตุไฟทั้งสายสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลาย
เมื่อลมกรรโชกพัดเถ้าธุลีออกไป ณ จุดเดิมปรากฏหลุมใหญ่
หินจากสายลาวาบริสุทธิ์ทั้งหมดกลายเป็นภาวะสูญ แม้แต่ท่าน
เต๋าปู้อวี่ก็มลายหายไปกับสายลม
“พวกผู้อาวุโสสำนักธาตุทั้งห้าของเจ้านี่ลงมือโหดเหี้ยมนัก” ลู่
หยางทำปากจิ้มลิ้ม ปรากฏตัวข้างเมิ่งจิ่งโจว “อาจารย์ไปทำอะไรที่
สำนักธาตุทั้งห้า ถึงได้ถูกคนเกลียดชังเช่นนี้”
หยวนกังเห็นลู่หยางแล้วตกใจราวกับเห็นผี ใบหน้าซีดเผือด
“เจ้า…เจ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร คนเมื่อครู่คือใคร?”
ลู่หยางตอบอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง “ย่อมเป็นร่างแยกสิ ไม่เห็นรึ
ไง? ร่างแยกไม้ ร่างแยกไม้ถือดาบไม้ ช่างเข้ากันดีเหลือเกิน”
หากไม่เป็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสสายไฟและสายทองก็คงไม่ลงมือ
รุนแรงถึงเพียงนี้
ใช้ร่างจริงแปลงเป็นอาจารย์? ถ้าเขาทำเช่นนั้น คงไม่รู้แม้แต่ว่า
ความตายเขียนอย่างไร
“ฮ่าๆ ไม่เลว ศิษย์สำนักเวิ่นเต๋านี่มีสติปัญญาเฉียบแหลมจริงๆ”
เสียงหัวเราะกังวานของซงต้วนเทียนดังขึ้นจากที่ว่างเปล่า แล้วผู้
อาวุโสทั้งห้าสายและชิวจิ้นอันก็ปรากฏตัวขึ้นตามลำดับ
“หยวนกัง จงจำไว้ว่ามีคนเก่งกว่าเจ้าอยู่เสมอ ฟ้าสูงกว่าฟ้า คน
เหนือกว่าคน จำบทเรียนครั้งนี้ไว้ อย่าได้หยิ่งผยองอีก”
จะไม่พูดถึงวิธีการใช้แรงดึงดูดของพื้นโลกของเมิ่งจิ่งโจวและ
การที่ลู่หยางแปลงเป็นท่านเต๋าปู้อวี่เพื่อยั่วโทสะ เพียงแค่เข็มตีโกงขน
วัวที่หลี่หาวเหรินหลอมก็แสดงถึงแนวคิดการหลอมวัตถุวิเศษที่
เหนือกว่าหยวนกังมากแล้ว
“รับทราบขอรับ อาจารย์ ศิษย์จะจดจำไว้” หยวนกังรู้กาลเทศะ
รีบถอยออกไป
“การประลองครั้งนี้ สำนักเวิ่นเต๋าของพวกเจ้าชนะแล้ว เจ้าศิษย์
เลวทรามผู้นั้นได้สัญญาไว้ว่าพวกเจ้าสามารถเลือกไฟแท้จากที่นี่ได้
หนึ่งชนิด สัญญานี้ยังคงมีผล นี่คือวาสนาของพวกเจ้า เลือกได้ตาม
สบาย แต่ว่าแต่ละคนมีโอกาสเพียงครั้งเดียว สำเร็จหรือไม่ เข้าใจ
แก่นแท้ของไฟแท้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง” ซงต้วนเทียน
หัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ
ไฟแท้คืออะไร? นั่นคือสิ่งที่แม้แต่ขั้นแก่นทองคำก็ยากที่จะ
ควบคุม ถึงแม้ว่าผู้มีพรสวรรค์เลิศล ้าจะมีความสามารถควบคุมไฟแท้
ได้ แต่ไฟแท้มีตั้งหนึ่งร้อยแปดชนิด เขาจะควบคุมได้ทั้งหมดหรือ?
เพียงแค่ค้นพบไฟแท้ที่เหมาะสมกับตนที่สุด จึงจะสามารถ
ควบคุมได้
และอะไรที่จะเหมาะสมที่สุด สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะกำหนดได้
ขึ้นอยู่กับวาสนาเท่านั้น
ซงต้วนเทียนดีดนิ้ว พื้นดินสีแดงแยกออก ดินทลายตัวลงมา
ควันขาวลอยฟุ้ง อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไฟแท้หลากหลายชนิดปรากฏขึ้น บางชนิดเลื่อนลอยในม่าน
หมอกขาว บางชนิดส่งเสียงร้องของหงส์ไพเราะจับใจ บางชนิดราว
กับดอกบัวสีแดงที่กำลังเบ่งบาน แฝงไว้ซึ่งความลี้ลับ…
“ไฟฮุ่นตุน ไฟวัฏฏะ…” หลี่หาวเหรินเอ่ยชื่อไฟแท้เหล่านั้นทีละ
ชนิด ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ไฟแท้เหล่านี้มีรากฐาน
มั่นคง เปลวเพลิงมหึมา แรงกล้ากว่าไฟแท้ที่อาจารย์ของเขา
ครอบครองเสียอีก
ซงต้วนเทียนมีสีหน้าภาคภูมิใจเล็กน้อย “ไฟแท้ของโจวซินจะ
เทียบกับไฟแท้ที่สำนักธาตุทั้งห้าของเราเก็บสะสมมาหนึ่งแสนปีได้
อย่างไร”
ไฟแท้ที่โจวซินรวบรวมไว้เพียงผู้เดียว ย่อมไม่อาจเทียบกับไฟแท้
ที่สำนักธาตุทั้งห้าสะสมมาหนึ่งแสนปีได้
ศิษย์สำนักธาตุทั้งห้าต่างจ้องมองด้วยความอิจฉา พวกเขาต้อง
ทำภารกิจมากมายเพียงใดกว่าจะได้ไฟแท้มาหนึ่งชนิด
“แม้พวกเจ้าสองคนไม่ได้ร่วมประลอง แต่ก็เป็นศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า
เลือกกันเถิด”
เถาเหยาเยี่ยและหม่านกู่ไม่คิดว่าพวกเขาจะได้เลือกไฟแท้ด้วย
ทว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้ฝึกธาตุไฟ ไม่เหมือนลู่หยางที่มีความเข้าใจ
อันล ้าลึก จะสามารถได้ไฟแท้ที่เหมาะสมหรือไม่ พวกเขาไม่มั่นใจ
“นี่มันเพลิงหกติงหรือ?” หลี่หาวเหรินหยุดอยู่ตรงหน้าไฟแท้กอง
หนึ่ง ใบหน้าเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกาย
วาววับ
เพลิงหกติงเป็นไฟแท้อีกชนิดหนึ่งที่เหมาะแก่การหลอมวัตถุ
วิเศษ ภายในบรรจุธาตุหยินหยางและไพศาจตบทิศ สามารถกลืนกิน
สิ่งเจือปน ยิ่งใช้จารึกอักขระวิเศษยิ่งแสดงพลังอย่างเต็มที่!
ผู้อาวุโสที่ห้าก็มีเพลิงหกติง เป็นไฟแท้ที่ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น
ของประมุขเขา แต่เดิมหลี่หาวเหรินวางแผนว่าหลังจากกลับจาก
สำนักธาตุทั้งห้าแล้วจะไปขอเรียนจากอาจารย์ แต่เมื่อมีโอกาสได้
เรียนรู้เพลิงหกติงที่นี่ นั่นแสดงว่าวาสนาของเขาอยู่ที่นี่ ไม่อาจพลาด
ได้
ขั้นแก่นทองคำอย่างมากที่สุดก็ครอบครองไฟแท้ได้สองชนิด
หากมากกว่านั้นจะกลายเป็นภาระ
หลี่หาวเหรินได้ครอบครองไฟแท้ต้าเอียนแล้ว ตำแหน่งไฟแท้
ชนิดที่สองย่อมเก็บไว้ให้เพลิงหกติง!
“เพลิงจันทราแท้?” ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวกำลังเลือกไฟแท้ ไฟสี
ขาวสะอาดที่แผ่ความเย็นออกมาดึงดูดความสนใจของพวกเขา
“ลองเรียนสิ อย่างพี่เมิ่งมีไฟบริสุทธิ์หยางอยู่แล้ว มาเพิ่มเพลิง
จันทราแท้ จะได้ครบทั้งหยินและหยางเลย” ลู่หยางยิ้มกรุ้มกริ่ม เอา
ศอกกระทุ้งเมิ่งจิ่งโจว
“ไปไป ข้าแค่มีวิทยายุทธ์เท่านี้ จะแบกทั้งหยินทั้งหยาง ไม่จิต
วิญญาณระเบิดก็บ้าแล้ว”
“ไฟหงส์วัฏฏะ?” สองคนพบไฟที่ดังเสียงร้องของหงส์ล่องลอย
“ว่ากันว่านี่คือไฟแท้ของตระกูลหงส์ มีพลังวัฏฏะฟื้นคืนชีพ” เมิ่ง
จิ่งโจวมองไฟหงส์วัฏฏะด้วยความสนอกสนใจ
แต่เนื่องจากเป็นไฟแท้ของตระกูลหงส์ ต่างตระกูลจึงยากที่จะ
ควบคุม
“เรื่องวัฏฏะฟื้นคืนชีพนั่นเป็นเรื่องเล่า อย่าไปเชื่อ” ลู่หยางกล่าว
นึกถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับหงส์วัฏฏะที่เซียนน้อยเคยเล่า
“แต่ถึงวัฏฏะจะไม่จริง แต่การฟื้นฟูอาการบาดเจ็บนั้นเป็นจริง
เหมาะกับเจ้ามากทีเดียว” เมิ่งจิ่งโจวต่อสู้ด้วยร่างกาย มักบาดเจ็บ
บ่อย และง่ายต่อการถูกโจมตี ไฟหงส์วัฏฏะพอดีจะช่วยเติมเต็ม
จุดอ่อนนี้
“ตกลง เอาตัวนี้แหละ!” เมิ่งจิ่งโจวตัดสินใจอย่างแน่วแน่
เหลือเพียงลู่หยางคนเดียว เขาถูกดึงดูดด้วยไฟแท้ร้อนแรงกอง
หนึ่ง ในเปลวเพลิงมีเงาของนกกินรีปรากฏขึ้นลางๆ ราวกับมีชีวิต
เพลิงแท้ของนกกินรี
เพลิงแท้ของนกกินรี หรือเรียกอีกชื่อว่า เพลิงสุริยะแท้ เป็นหนึ่ง
ในไฟแท้ขั้วหยางสองชนิดที่มีชื่อเทียบเคียงกับไฟบริสุทธิ์หยางของ
เมิ่งจิ่งโจว พลังโจมตีร้ายกาจยิ่ง
ยังมีตำนานโบราณเล่าว่า สิบดวงอาทิตย์เรืองรอง มีนกกินรีสิบ
ตัวบินออกมาพร้อมกัน กวาดล้างผืนแผ่นดิน หญ้าไม่อาจงอก นำ
ความพินาศมาสู่โลก เซียนไม่อาจทนเห็นโลกมนุษย์ทุกข์ทน จึงยิง
ธนูสังหารนกกินรีเก้าตัว เหลือไว้เพียงตัวเดียวส่องแสงให้โลก เห็นได้
ว่านกกินรีอันตรายเพียงใด
“พอดีไฟสามรสของข้าพลังโจมตียังไม่พอ ใช้เพลิงแท้ของนก
กินรีเสริม” ลู่หยางพึมพำ
“นกกินรีเหรอ เซียนจิ้วชงชอบนักชอบหนา” จู่ๆ เซียนอมตะก็
เอ่ยขึ้น
“เซียนจิ้วชง?”
“อืม ตอนนั้นเซียนจิ้วชงกำลังศึกษาผลของการบำเพ็ญหยินห
ยาง เกิดติดขัด ก็เที่ยวหาวิธีแก้ไขไปทั่ว”
“หนึ่งในวิธีก็คือ จับนกกินรีที่เป็นตัวแทนของขั้วหยางสูงสุด และ
กระต่ายหยกที่เป็นตัวแทนของขั้วหยินสูงสุดมาผสมพันธุ์กัน ดูว่าจะ
เกิดผลแห่งหยินหยางหรือไม่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เขา”
“เขากังวลว่าหนึ่งคู่จะไม่พอใช้ จึงจับนกกินรีและกระต่ายหยกมา
อย่างละสิบตัว”
“นกกินรีพวกนั้นผสมพันธุ์ทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว รอ
โอกาสหนีในตอนกลางคืน นกกินรีทั้งสิบตัวบินขึ้นพร้อมกัน ช่าง
ร้อนแผดเผาเสียนี่กระไร เซียนจิ้วชงเห็นว่าเหล่าหนูทดลองหนีไป จะ
ยอมได้อย่างไร รีบหยิบธนูมายิง ยิงตกเก้าตัว แต่ยังต้องการใช้
ทดลองต่อ จึงไม่ฆ่า”
“ตอนนั้นข้ายังอยู่ข้างๆ ชี้ไปที่นกกินรีตัวที่สิบพลางบอกว่า ยังไม่
เคยลองกินนกกินรีว่ารสชาติเป็นอย่างไร แนะนำให้เขายิงตัวที่สิบ
ตายเสีย เปิดโอกาสให้พวกเราทั้งสี่ได้ลิ้มลอง ตอนนั้นเซียนจิ้วชงมือ
สั่น พลาดเป้า นกกินรีตัวที่สิบเลยหนีไปได้ น่าเสียดายจริงๆ”
เซียนอมตะส่ายหน้าไปมา ยังรู้สึกเสียดายแม้ในยามนี้