ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 541 พลังของหลี่หาวเหริน
ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาได้บำเพ็ญตาทิพย์สำเร็จมานาน เมื่อลู่
หยางใช้วิชาแยกน ้าอีกครั้ง จึงมองเห็นหลักการได้ในที่สุด
“ที่แท้เป็นการแยกน ้าออกเป็นก๊าซเบาและก๊าซมีชีวิตสองชนิด
โดยปกติแล้วต้องใช้การโจมตีด้วยพลังสายฟ้าใส่น ้าจึงจะเกิด
เหตุการณ์เช่นนี้ ไม่นึกว่าเจ้าจะใช้วิชาอาคมทำให้เกิดผล
เช่นเดียวกันได้ ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก”
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน แม้แต่วิชาเสกหินเป็นทองที่
เปลี่ยนแปลงโครงสร้างวัตถุระดับอะตอมยังสามารถใช้ได้อย่าง
ง่ายดาย พวกเขาได้วิเคราะห์องค์ประกอบและจำแนกอะตอมอย่าง
ชัดเจนแล้ว ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาหยิบก้อนหินขึ้นมาสักก้อนยัง
สามารถเปลี่ยนให้เป็นวัตถุกัมมันตรังสีได้
สำหรับผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำชั้นเลิศ หรือผู้บำเพ็ญขั้นทารก
แรกกำเนิดระดับสมบูรณ์ ล้วนบำเพ็ญถึงขั้นไร้ข้อบกพร่อง ไม่หวั่น
เกรงวัตถุกัมมันตรังสี
ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชารีบทำสีหน้าประหลาด ยกมือลูบเคราขาว
นึกถึงประเด็นสำคัญ “แต่วิชาที่ข้าสอนเจ้า ควรจะเป็นวิชาที่แยกน ้า
ออกจากกัน ทำให้วิชาอาคมสายน ้าโจมตีไม่สำเร็จ เหตุใดจึงออกมา
เป็นเช่นนี้?”
ลู่หยางตอบอย่างจริงจัง “ใช่แล้ว นี่คือวิชาแยกน ้าของข้า ท่านดู
สิ สามารถแยกน ้าออกจากกันได้ แยกเป็นก๊าซสองชนิด และยัง
ต้านทานการโจมตีด้วยวิชาอาคมสายน ้าได้อีกด้วย”
ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาคิดอยู่ครู่ใหญ่ รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดไป แต่
ก็หาข้อผิดพลาดไม่พบ
ไม่ว่าจะพิจารณาจากชื่อหรือผลลัพธ์ ก็เหมือนกับวิชาแยกน ้า
ทุกประการ
นี่คือวิชาแยกน ้า
“ยินดีด้วย ยินดีด้วย ตอนนี้เจ้าเรียนวิชาอาคมห้าธาตุครบแล้ว!”
สหายรักอย่างเมิ่งจิ่งโจวปรบมือดังสนั่น เรื่องพรสวรรค์วิชาอาคมสู้ลู่
หยางไม่ได้ ฝึกวิชาแยกน ้าตั้งครึ่งวันยังไม่สำเร็จ ก็เลยเลิกเรียนไป
เลย
ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาลังเลเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับ
“เมื่อเจ้าเรียนวิชาอาคมห้าธาตุครบแล้ว ตามทฤษฎีห้าธาตุ ก็
สามารถใช้วิชาอาคมผสมผสานอันทรงพลังได้ ห้าธาตุเกื้อหนุนกัน
ไม่มีที่สิ้นสุด”
จากนั้นผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาก็นิ่งเงียบไป เขาสอนศิษย์สำนัก
ธาตุทั้งห้ามาพันปี เคยเห็นวิชาอาคมห้าธาตุมานับไม่ถ้วน สามารถ
แนะนำวิธีผสมผสานวิชาอาคมตามประเภทวิชาอาคมห้าธาตุที่ศิษย์
แต่ละคนถนัด
แต่ลู่หยางแบบนี้…
พูดตามตรง วิชาอาคมห้าธาตุที่ลู่หยางควบคุมได้นั้น เขาไม่เคย
เห็นสักวิชา
“วิชาอาคมห้าธาตุเป็นหลักฐานที่แสดงว่าเจ้าสนใจวิชาอาคม
อย่างแท้จริง ข้าเป็นเพียงคนนอก การที่จะชี้แนะหรือแนะนำเจ้าเรื่อง
การบำเพ็ญกลับเป็นทางที่ต ่าชั้น การบำเพ็ญเน้นที่ใจตน เป็นตัวของ
ตัวเอง เอาเป็นว่า หลังเลิกเรียน เจ้าลองฝึกวิธีผสมผสานวิชาอาคม
ห้าธาตุด้วยตัวเองแล้วกัน”
“ต่อไปจะมีการสอบย่อย จงระวังอย่าทุจริต”
ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาหันกลับไปหยิบข้อสอบย่อยที่วางไว้บนโต๊ะ
บรรยาย ปรากฏว่ามีเพียงฝุ่นจับตัวหนา
เมื่อครู่ลู่หยางได้ฉวยโอกาสขณะที่ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาไม่ทัน
สังเกต ให้เปลวเพลิงแท้ของนกทองพ่นเปลวไฟออกมา เผาข้อสอบ
ย่อยจนมอดไหม้
แม้ทั้งห้าคนจะผ่านประสบการณ์มามาก ผ่านการแสดงละครมา
บ่อยครั้ง แต่ขณะนี้ต่างก็มีรอยยิ้มที่กลั้นไว้ไม่อยู่บนใบหน้า
ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาหน้าบึ้งประกาศเลิกเรียน
……
“ศิษย์น้องหลี่ เจ้าจะท้าประลองข้าจริงๆ หรือ?” ลู่หยางมองหลี่
หาวเหรินด้วยรอยยิ้มกึ่งเย้ยหยัน ไม่คิดว่าหลี่หาวเหรินจะมาหาเขา
เอง
“ถูกแล้ว ศิษย์พี่ลู่ ท่านไม่ใช่บอกว่าได้ฝึกวิชาอาคมห้าธาตุ
ผสมผสานแล้วหรือ ข้าอยากขอคำแนะนำสักหน่อย!” หลี่หาวเหริน
ยิ้มที่มุมปาก ความตั้งใจของเขามิใช่การตัดสินใจอย่างเร่งร้อน พลัง
ของลู่หยางนั้นเป็นที่ประจักษ์ แต่เขาก็มิได้ท้าทายโดยไร้เหตุผล
เขามีความทรงจำของชิ่นห่าวเหรินครึ่งหนึ่ง ซึ่งรวมถึงวิชาอาคม
อันทรงพลังมากมาย
เขาไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามเข้าใจวิธีใช้วิชาอาคมเหล่านี้
เหมือนคนอื่น สามารถใช้ได้โดยตรง
นี่คือความมั่นใจที่ทำให้เขากล้าท้าประลองลู่หยาง
“ดี พอดีฝึกวิชาอาคมห้าธาตุผสมผสานเสร็จแล้วแต่ยังไม่มี
โอกาสได้ลอง ข้ารับคำท้าของเจ้า!” ลู่หยางก็แสดงรอยยิ้มตื่นเต้น
กระตือรือร้นที่จะได้ทดสอบฝีมือ
เขาให้เซียนอมตะแผ่ขยายจิตเซียนสำรวจโดยรอบก่อน เพื่อให้
แน่ใจว่าจะไม่มีผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาหรือผู้อื่นมาเห็นเขาใช้วิชา
อาคมห้าธาตุ โดยเฉพาะวิชาอาคมสายทอง
“สู้กันเลย สู้กันเลย” เมิ่งจิ่งโจวรอดูความครึกครื้นด้วยความ
ตื่นเต้น เขาจะได้ดูว่าเจ้าลู่หยางจะคิดวิธีร้ายเล่ห์อะไรอีก
เถาเหยาเยี่ยและหม่านกู่ก็ยืนอยู่ข้างๆ หม่านกู่ขอลูกแกะมาจาก
โรงอาหารหนึ่งตัว ใช้วิชาควบคุมศพให้ซากแกะเต้นระบำอยู่เหนือไฟ
สามรส ทั้งสามคนหยิบเนื้อแกะที่ย่างจนหอมกรุ่นจากร่างกายของ
ตนเองเป็นระยะ
ต้องบอกว่า คราวนี้มีไฟสามรสของลู่หยางช่วย แม้แต่เครื่องปรุง
ย่างก็ไม่ต้องโรย รสชาติดีกว่าตอนกินที่สำนักควบคุมศพเสียอีก
กินอาหารไปพร้อมกับชมการต่อสู้ ช่างเป็นชีวิตที่งดงามยิ่งนัก
ก่อนเริ่มการต่อสู้ ลู่หยางเตือนด้วยความหวังดี “บอกไว้ก่อน
อย่าใช้คำสาปหรืออะไรทำนองนั้นกับข้า มันใช้กับข้าไม่ได้ผล อย่า
ให้ถึงตอนนั้นแล้วเกิดการย้อนกลับใส่ตัวเองนะ”
แม้ไม่ทราบว่าเหตุใดศิษย์พี่ลู่จึงสามารถต้านทานคำสาปได้ แต่ห
ลี่หาวเหรินรู้ว่าในเรื่องนี้ลู่หยางจะไม่หลอกเขา
เช่นนี้จึงเหลือวิชาน้อยลงไปอีกอย่าง
ชิ่นห่าวเหรินสามารถถ่ายโอนหนี้สินจากตนเองไปยังสือฮว่ากู๋ได้
แสดงว่าต้องเชี่ยวชาญวิชาสายใยโชคชะตาแน่นอน
น้อยไปอีกหนึ่งวิชา ไม่เป็นไร
บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายการฆ่า ทั้งสองคนเตรียมพร้อม
หลี่หาวเหรินเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน สองมือทำสัญลักษณ์มือ
อย่างรวดเร็ว ฝ่ามือมีเสียงปะทุดังกึกก้อง รวบรวมสายฟ้าสีม่วง
“ฟ้าผ่าในฝ่ามือ!”
สายฟ้าสีม่วงพุ่งออกไป แยกตัวอากาศ ดุจมังกรสายฟ้าที่แผด
เสียงคำรามอย่างน่าสะพรึงกลัว พุ่งเข้าใส่ลู่หยาง
ลู่หยางเหมือนรู้ล่วงหน้าแล้ว เท้าขยับหนึ่งก้าว ก่อนที่มังกร
สายฟ้าจะพุ่งเข้าใส่ ก็เปลี่ยนตำแหน่ง มังกรสายฟ้าจึงพุ่งเข้าชน
อากาศว่างเปล่า ฟาดลงพื้น ทิ้งรอยไหม้ดำเป็นวงกว้าง
“ยืมลม!”
สายลมพัดกรรโชก ทรายฟุ้งตลบ ยกฝุ่นบดบังสายตา ฝุ่นควัน
ยังมีผลบังจิต แต่จิตของลู่หยางใช่จะธรรมดาหรือ เขาแผ่จิตออกไป
แม้ระยะทางที่ตรวจจับได้จะจำกัด แต่ก็มองเห็นว่าในฝุ่นควันซ่อนการ
โจมตีสามรูปแบบที่แตกต่างกัน
“เปลวเพลิงแท้ของนกทอง”
นกทองสองตัวโบยบินรอบตัวลู่หยาง ก่อเกิดพายุเพลิง การโจมตี
ทั้งสามรูปแบบปะทะกับพายุเพลิงแล้วมลายหายไป แม้แต่ทิศทางลม
ยังไม่เปลี่ยนแปลง
“ศิษย์น้องหลี่ แค่วิชาอาคมเล็กน้อยพวกนี้ไม่พอหรอกนะ” พายุ
เพลิงขับไล่ฝุ่นควัน ลู่หยางหัวเราะร่าพลางเอ่ย
หลี่หาวเหรินไม่ได้ร้อนรน กล่าวอย่างใจเย็น “ข้ารู้ว่าการโจมตี
เดี่ยวไม่มีผลกับศิษย์พี่ลู่ แต่ถ้าจำนวนการโจมตีมากขึ้นล่ะ จะเป็น
อย่างไร?”
“ฟ้าผ่าในฝ่ามือ!”
ฟ้าผ่าในฝ่ามือสี่สายพุ่งออกมาพร้อมกัน ลู่หยางสีหน้าเคร่งขรึม
ควบคุมนกทองสองตัวให้กลายเป็นลำแสงสองสาย ปะทะกับฟ้าผ่าใน
ฝ่ามือทั้งสี่ เกิดเสียงเปรี้ยงสนั่นของเปลวเพลิงและสายฟ้า
“ศิษย์พี่ลู่ เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลี่หาวเหรินยิ้ม สี่แขนโบกสะบัด ฝ่ามือปรากฏการโจมตีที่
รวมตัวอีกครั้ง
“สี่แขน?” ลู่หยางชะงักเล็กน้อย
เมื่อครู่ลู่หยางถูกฝุ่นควันบดบัง ไม่ได้เห็นว่าหลี่หาวเหรินทำ
อย่างไร ส่วนเมิ่งจิ่งโจวทั้งสามคนที่อยู่นอกสนามเห็นได้อย่างชัดเจน
หลี่หาวเหรินฉวยโอกาสตอนที่ลู่หยางกำลังรับมือกับการโจมตี
ฉีกแขนของตัวเองออกสองข้าง แต่ไม่ได้ฉีกออกจนหมด เนื้อขาดแต่
กระดูกยังติดกัน
จากนั้นเขาใช้แก่นทองคำฟื้นชีพ เชื่อมต่อแขนสองข้าง พร้อม
กันนั้นก็งอกแขนใหม่ออกมาจากใต้รักแร้อีกสองข้าง
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นสี่แขน
หลี่หาวเหรินเข้าใจดีว่าลู่หยางไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ด้วยวิชา
อาคมธรรมดา
เมื่อวิชาอาคมธรรมดาหนึ่งหรือสองอย่างรับมือไม่ได้ สี่แขนใช้
วิชาอาคมสี่อย่างจะเป็นอย่างไร!
หากไม่ใช่เพราะร่างกายทรงสี่แขนเป็นภาระหนักเกินไป หลี่หาว
เหรินคงอยากงอกแขนออกมาหกแขนเพื่อต่อสู้กับลู่หยาง
แม้เขาจะไม่สามารถใช้ร่างกายสามหัวหกแขนได้ แต่การใช้วิธี
อื่นเพื่อให้ได้ผลเหมือนสามหัวหกแขนก็น่าจะใช้ได้