ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 580 อ ำนำจของปีศำจยิ่งใหญ่ยุคโบรำณ
“ข้ำเพิ่งรู้สึกว่ำโลงศพนี้ไม่ถูกต้อง ขำดคนไปหนึ่งคน จิ่นไฉเหวย
ไปอยู่ที่ไหน?”
ตระกูลฉงฉีใช้แซ่จิ่น จิ่นไฉเหวยก็คือฉงฉีน้อยที่เซียนอมตะ
กล่ำวถึง
ลู่หยำง: “……”
ท ำไมประโยคนี้ฟังแล้วชวนสยองขนหนวกเพียงนี้?
“เดี๋ยวก่อน มีคนมำแล้ว เจ้ำรีบเรียกพี่สำวและเจ้ำหนูตระกูลเมิ่ง
ไปให้เร็ว” เซียนอมตะเตือน
“ที่นี่ยังมีคนมำอีกหรือ?” ลู่หยำงสงสัย แต่รู้ว่ำเซียนอมตะไม่
โกหกตน จึงรีบบอกศิษย์พี่คนที่สำม
“ศิษย์พี่ พวกเรำรีบหลบเถอะ มีคนเข้ำสุสำน!”
“เจ้ำรู้ได้อย่ำงไร?” ศิษย์พี่คนที่สำมงุนงง แม้แต่นำงยังไม่พบว่ำมี
คน ลู่หยำงกลับรู้ได้อย่ำงไร?
และท ำไมสุสำนถึงมีคน? มีฉงฉีตำยอีกหนึ่งตัวหรือ?
ลู่หยำงสีหน้ำปกติ: “ศิษย์พี่ใหญ่ให้วัตถุวิเศษชิ้นหนึ่งแก่ข้ำก่อน
ออกเดินทำง มีควำมสำมำรถในกำรเตือนภัย ตอนนี้วัตถุวิเศษเตือน
ว่ำพวกเรำก ำลังตกอยู่ในอันตรำย แน่นอนว่ำต้องมีคนเข้ำมำ”
“ศิษย์พี่ใหญ่ช่ำงล ำเอียงเพียงนี้?” ศิษย์พี่คนที่สำมไม่สงสัย วัตถุ
วิเศษเช่นนี้เป็นสิ่งที่ศิษย์พี่ใหญ่มอบให้ได้
ทั้งสำมรีบน ำของวำงคืนที่เดิม แอบกลับไปที่ห้องกลไกอย่ำง
เงียบๆ
เพื่อป้องกันโจรปล้นสุสำนค้นพบกลไกในสุสำน ห้องกลไกมี
คุณสมบัติป้องกันกำรสืบค้นด้วยจิต เหมำะแก่กำรซ่อนตัวอย่ำงยิ่ง
ทั้งสำมเพิ่งซ่อนตัวเสร็จ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้ำจำกทำงเข้ำทำงเดิน
“จำกเสียง มีปีศำจสองตัว หนึ่งในนั้นเป็นฉงฉีโตเต็มวัย อีกตัวดู
เหมือน……ตระกูลต้อเจียง?”
ศิษย์พี่คนที่สำมหูดีอย่ำงน่ำทึ่ง เพียงแค่ฟังเสียงฝีเท้ำก็รู้เผ่ำพันธุ์
ผู้มำ
“ฉงฉีกับต้อเจียง คู่นี้ไม่เหมือนโจรปล้นสุสำน ก็ไม่เหมือนคนมำ
ส่งศพ” เมิ่งจิ่งโจวเกำศีรษะ
ปีศำจทั้งสองเดินผ่ำนห้องกลไก ลู่หยำงหวำดกลัวอย่ำงยิ่ง เกรง
จะถูกค้นพบ
“ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นชวนประชุมในที่แปลกจริงๆ” ผู้สื่อสำรตระกูลต้อ
เจียงยิ้มบนใบหน้ำ แต่ในใจกลัวเล็กน้อย
ตอนเข้ำสุสำน เขำรู้สึกว่ำมีบำงสิ่งจ้องมองตนอยู่ แต่รอบๆ
นอกจำกท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นก็ไม่มีปีศำจอื่น
หรือว่ำรูปปั้นฉงฉียุคโบรำณบนศีรษะก ำลังมองเขำ?
ฉงฉียุคโบรำณยังมีชีวิตอยู่?
เพียงแค่คิดถึงตรงนี้ เขำก็รู้สึกสยองขวัญ รีบส่ำยศีรษะเงียบๆ ขับ
ไล่ควำมคิดอันน่ำกลัวออกไป
ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นยิ้ม: “ด้วยเป็นเรื่องส ำคัญ ต้องก ำหนดต่อหน้ำ
บรรพบุรุษ จึงจะแสดงควำมส ำคัญที่ตระกูลเรำมีต่อข้อเสนอของ
ตระกูลต้อเจียง”
“ตระกูลต้อเจียงมำตระกูลฉงฉีท ำอะไรยิ่งใหญ่ขนำดนี้?”
ลู่หยำงส่งเสียงสื่อจิตถึงศิษย์พี่คนที่สำม เขำไม่กล้ำพูดออกมำ
ข้ำงนอกตระกูลฉงฉีระแวดระวังอย่ำงมำก นั่นเป็นมำตรฐำน
ส ำหรับกำรมำเยือนของตระกูลมังกรหงส์ ส่วนตระกูลต้อเจียง แม้จะ
เป็นตระกูลใหญ่ แต่ก็ไม่ควรได้รับกำรปฏิบัติเช่นนี้
แถมยังพำไปที่สุสำนฉงฉีอีก?
ศิษย์พี่คนที่สำมขมวดคิ้ว ก็ไม่เข้ำใจเช่นกัน นำงยุ่งกับกำร
ส ำรวจสุสำนของแต่ละตระกูลใหญ่ในระยะนี้ ไม่ค่อยสนใจควำม
เคลื่อนไหวในเขตปีศำจ
ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นและผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงเดินไปไกลขึ้น เสียง
เบำลงจนแทบไม่ได้ยิน มีเพียงศิษย์พี่คนที่สำมที่ฝึกหูเป็นพิเศษจึงได้
ยินเนื้อหำกำรสนทนำในสุสำนหลัก
“คำรวะบรรพบุรุษ” ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นคุกเข่ำเคำรพต่อโลงศพสีด ำ
เพรำะเกรงควำมเข้มแข็งของฉงฉียุคโบรำณ ผู้สื่อสำรตระกูลต้อ
เจียงจ ำต้องคุกเข่ำตำม
“ตระกูลต้อเจียงหลังนี้กระตือรือร้นในเขตปีศำจมำกนัก มีสหำย
เก่ำหลำยคนเล่ำเรื่องพวกเจ้ำให้ข้ำฟัง”
“หลังจำกเจ้ำเผ่ำตระกูลเทำเที่ยเล่ำแนวคิดของเผ่ำพวกเจ้ำให้ฟัง
ข้ำตกใจอย่ำงยิ่ง รวบรวมเขตปีศำจ สร้ำงประเทศปีศำจ แนวคิดนี้
ยิ่งใหญ่มำก”
ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นจ้องผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงเย็นเยียบ
“ยิ่งไม่คำดคิดคือ ตระกูลเทำเที่ยเห็นด้วยกับข้อเสนอของพวก
เจ้ำ สมัครใจโค้งค ำนับ”
นี่คือเหตุผลที่ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นระแวดระวัง พำผู้สื่อสำรตระกูลต้อ
เจียงมำที่สุสำนฉงฉี
ตระกูลเทำเที่ยและตระกูลฉงฉีมีก ำลังทัดเทียมกัน หำกไม่มีเหตุ
พิเศษ ไฉนจะยอมก้มหัวอย่ำงนั้น?
ผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงถอนหำยใจ: “นี่ก็เป็นเรื่องจ ำเป็น ยุคทอง
มำถึง โอกำสมำกมำย แคว้นต้ำเซี่ยแข็งแกร่ง เฟื่องฟูอย่ำงยิ่ง มีห้ำ
ส ำนักใหญ่เป็นหลัก สี่ลัทธิมำรใหญ่ที่นั่นไม่อำจสร้ำงควำมปั่นป่วน
ถึงกับโดนตัดชื่อไปหนึ่งลัทธิคือลัทธิอมตะ”
“มองดูเขตปีศำจของพวกเรำ สืบทอดมำไม่ขำดตอนตั้งแต่ยุค
โบรำณ พลังรวมยังแข็งแกร่งกว่ำแคว้นต้ำเซี่ย แต่กลับต่ำงคนต่ำงอยู่
ยังแบ่งตำมท่ำทีที่มีต่อมนุษย์เป็นสำมกลุ่ม”
“เขตปีศำจของพวกเรำเป็นเพียงทรำยกระจัดกระจำย จะแย่งชิง
โอกำสในอนำคตได้อย่ำงไร?”
“หำกตระกูลต้อเจียงของเรำรวบรวมเขตปีศำจ ดูดซึมเผ่ำทะเล
สร้ำงประเทศปีศำจอันยิ่งใหญ่ เช่นนี้ แคว้นต้ำเซี่ย ประเทศพุทธ จะมี
อะไรน่ำกลัว!”
ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นมองผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียง เกิดควำมระแวงอย่ำง
ยิ่ง
สีหน้ำอีกฝ่ำยคลั่งไคล้ ไม่เหมือนแกล้งท ำ แสดงว่ำเขำเชื่อจริงๆ
ว่ำท ำได้
ควำมมั่นใจของตระกูลต้อเจียงมำจำกที่ใด?
“ตระกูลต้อเจียงมีผู้แข็งแกร่งระดับไหนเหรอ?” เมิ่งจิ่งโจวส่งเสียง
สื่อจิตถำม
“ในควำมทรงจ ำ ตระกูลต้อเจียงมีเทพจักรพรรดิปีศำจขั้นข้ำม
พิบัติอยู่หนึ่งรูป พูดว่ำแข็งแกร่ง ก็แข็งแกร่งจริงๆ แต่ก็ไม่อำจ
สนับสนุนควำมทะเยอทะยำนใหญ่เพียงนี้ของตระกูลต้อเจียง”
“ย้อนไปสำมแสนปี เคยมีกึ่งเซียนหนึ่งรูป แต่ตำยเพรำะชรำไป
นำนแล้ว”
……
“ขอบคุณที่เผ่ำของท่ำนค ำนึงถึงเขตปีศำจ จิ่นขอชื่นชม แต่น่ำ
เสียดำยที่ตระกูลฉงฉีของเรำไม่ประสงค์ช่วงชิงใต้หล้ำ ยิ่งไม่สนใจ
ประเทศปีศำจใด ขอเชิญท่ำนผู้สื่อสำรกลับไปเถิด” ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่น
ไม่ปรำนีในกำรไล่แขก
ตระกูลต้อเจียงพูดให้ฟังดูดี ประเทศปีศำจอันยิ่งใหญ่ กำรแย่งชิง
ยุคทอง แคว้นต้ำเซี่ย ประเทศพุทธเป็นเพียงธุลี แคว้นต้ำเซี่ยไม่ใช่ว่ำ
จัดกำรง่ำยๆ ต้องรบกันอย่ำงดุเดือดแน่
ในฐำนะเจ้ำเผ่ำ เขำไม่อำจน ำพำเผ่ำพันธุ์เสี่ยงอันตรำย
“กลับไป?” ผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงเผยรอยยิ้มแปลกประหลำด
ในสุสำนยิ่งดูน่ำกลัว
“ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่น ท่ำนเข้ำใจผิดอะไรไป ข้ำมำที่นี่มิใช่เพื่อเจรจำ
กับท่ำน”
“ท่ำนจะท ำอะไร!” ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นตะโกนโกรธเกรี้ยว กำงปีกสอง
ข้ำง ตำเสือกลมโต ค ำรำมฟ้ำดิน
ระหว่ำงพูด ผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงล้วงเอำแผ่นป้ำยกระดูกชิ้น
หนึ่งออกมำจำกอก บนป้ำยเขียนอักษร “ต้อ” หนึ่งตัว
เมื่อแผ่นป้ำยนี้ปรำกฏ แผ่พลังกดทับน่ำหวำดกลัว รำวกับภูเขำ
หมื่นลูกทับบนตัวท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่น ทั้งพื้นที่สั่นสะเทือน
บนแผ่นป้ำยปรำกฏเงำร่ำงหลำยสำย มีผู้มีร่ำงกำยแดงฉำนดั่ง
เลือด มีเก้ำหัวงู สำยตำเย็นชำ คือจิ้วอิงปีศำจยิ่งใหญ่
มีร่ำงกำยใหญ่โตดั่งภูเขำ คล้ำยรำชสีห์ เขี้ยวสองอันงอกขึ้น
เหมือนดำบแห่งฟ้ำ คือเทำเที่ยปีศำจยิ่งใหญ่
ยังมีเสือขำวผู้ควบคุมลมฆ่ำฟัน องอำจสง่ำ ล ำแสงเกรี้ยวกรำด
นอกจำกนี้ ยังมีปีศำจยิ่งใหญ่ที่แผ่พลังใกล้เคียงกันอีกมำก
ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นสั่นเทิ้ม แทบยืนไม่ไหว เกือบคุกเข่ำ ปีศำจเหล่ำนี้
ล้วนเป็นบรรพบุรุษของแต่ละเผ่ำ เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ำเทพจักรพรรดิ
ปีศำจ!
นี่หมำยควำมว่ำเทพจักรพรรดิปีศำจเหล่ำนี้ล้วนยอมสวำมิภักดิ์
ต่อตระกูลต้อเจียง!
และที่น่ำสนใจที่สุด คือร่ำงกำยใหญ่โตตรงกลำงของเหล่ำปีศำจ
แดงดั่งอำทิตย์ มีหกขำสี่ปีก ดวงตำปรำดเปรียวและโลภมำก
ต้อเจียงยุคโบรำณ กึ่งเซียนปีศำจยิ่งใหญ่!
“ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่น จงยอมจ ำนนต่อตรำของบรรพบุรุษเก่ำแก่ของ
เรำ!” ผู้สื่อสำรหัวเรำะลั่น กระตุ้นแผ่นป้ำยอีกครั้ง พลังยิ่งทวี
เขำใช้วิธีนี้กับตระกูลใหญ่มำกมำย ประทับตรำไพร่พลบนตัว
พวกเขำ
“เจ้ำหมอนี่ยังมีชีวิตอยู่หรือนี่?” เซียนอมตะจ ำต้อเจียงยุคโบรำณ
ได้ในแวบแรก
“เขำเหมือนอัจฉริยะตระกูลหงส์ ทั้งคู่มีผลของกำรบ ำเพ็ญเป็น
เค้ำผู้แข็งแกร่งรังแกผู้อ่อนแอ ผลของกำรบ ำเพ็ญเป็นเค้ำแบบนี้
สำมำรถควบคุมผู้ที่อ่อนแอกว่ำตน แม้กระทั่งชีวิตควำมตำย!”
“แข็งแกร่งขนำดนั้นหรือ?” ลู่หยำงตกตะลึง
“ก็พอใช้ได้ เทียบกับตอนข้ำเป็นกึ่งเซียนก็แค่สินค้ำรำคำสิบ
กระบวนท่ำ”
ต้อเจียงยุคโบรำณในสำยตำเซียนอมตะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
นัก แต่ส ำหรับท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่น นี่เท่ำกับฟ้ำถล่ม!
ภำยใต้พลังกดทับมหำศำล ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นฝืนยิ้มที่มุมปำก
พยำยำมยืนหยัด ค่อยๆ เปิดอุ้งเท้ำเสือ บนอุ้งเท้ำเสือคือขนนกสีขำว
บริสุทธิ์หนึ่งเส้น
ขนนกฉงฉียุคโบรำณ!
เมื่อครู่เขำเคำรพโลงศพสีด ำ ฉวยโอกำสทลำยลงตรำปิดผนึก
หยิบขนนกนี้ออกมำ!
ผู้สื่อสำรรู้สึกไม่ดีทันที ต่ำงจำกกึ่งเซียนบรรพบุรุษเก่ำแก่ผู้ขึ้น
ชื่อเรื่องควบคุมสิ่งมีชีวิต ฉงฉียุคโบรำณขึ้นชื่อเรื่องพลังต่อสู้!
ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นกระตุ้นขนนกฉงฉียุคโบรำณ เสือค ำรำมฟ้ำดิน
สุสำนสั่นสะเทือน พื้นดินหวั่นไหว ร่ำงกำยใหญ่กว่ำภูเขำเติมเต็ม
สุสำนหลักทั้งหมด พลังกดทับที่แผ่ออกมำยิ่งท ำให้ผู้สื่อสำรสั่นเทำ
ด้วยควำมกลัว
ฉงฉียุคโบรำณก้มศีรษะ ในม่ำนตำสะท้อนเงำร่ำงของต้อเจียงยุค
โบรำณ รวมถึงผู้ที่ได้รับกำรขนำนนำมว่ำเทพจักรพรรดิปีศำจ
มันมองต้อเจียงยุคโบรำณอย่ำงดูแคลน อ้ำปำกหำยใจ กลิ่นคำว
ลอยฟุ้ง แล้วเผยอปำกกว้ำงเหมือนหลุมศพ ยิ้มไม่ยิ้ม พูดช้ำๆ
“สหำย ช่วยเห็นแก่หน้ำหน่อย?”