ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 591 รางวัลที่ไม่ธรรมดา
หลัวหง “……”
คำตอบของลู่หยางสร้างความกระทบกระเทือนอย่างยิ่งต่อหลัวหง
ถึงขนาดที่นางไม่รู้จะตอบอย่างไรในตอนนี้
นับตั้งแต่นางเกิดมาเป็นวิญญาณดินแดนลับ อัจฉริยะเผ่าปีศาจ
ในรอบสามแสนปี นางล้วนเคยเห็น แม้แต่หัวหน้าเผ่าในปัจจุบัน ตอน
ยังหนุ่มก็เคยมาลุยด่านที่นี่
แต่ไม่ว่าจะอัจฉริยะจากเผ่าใด ไม่มีใครสร้างความ
กระทบกระเทือนให้นางมากเท่าวันนี้
ชั้นที่สองทดสอบความสามารถในการโกหกจริงๆ แต่นางไม่คิด
ว่าจะมีคนแต่งเรื่องโกหกจนหลอกแม้แต่ตัวนางเอง
หรือสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเป็นเรื่องโกหกจริงหรือ?
ด้วยคลังความรู้ที่นางมีอยู่ นางแยกไม่ออกว่าสิ่งที่ลู่หยางพูดเป็น
ความจริงหรือเท็จ
เซียนอมตะหัวเราะจนกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นในพื้นที่จิตวิญญาณ
กอดท้องหัวเราะจนแทบหายใจไม่ออก น ้าตาไหลออกมา
“ไม่… ไม่ไหวแล้ว หัวเราะจนท้องปวด ฮ่าๆๆๆ…”
นางเช็ดหางตา พยายามกลั้นหัวเราะ แต่พอเห็นปฏิกิริยาของ
หลัวหง ก็อดไม่ได้ หลุดหัวเราะลั่นอีกครั้ง
ลู่หยางมองเซียนอมตะอย่างจนปัญญา คิดว่าขนาดนั้นเลยหรือ
แล้วผู้อาวุโสหลัวหงนี่ เรื่องแค่นี้ถึงกับตั้งตัวไม่ติด ด่านนี้ไม่ใช่
ทดสอบเรื่องนี้เหรอ
ลู่หยางนั้นทำอะไรล้วนปฏิบัติตามกฎเสมอ รับรองว่าไม่ล ้าเส้น
ภายในกรอบของกฎก็ทำได้ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องโกงด้วย?
กฎของด่านนี้ง่ายมาก ช่องโหว่ที่ผู้อาวุโสหลัวหงเหลือไว้ก็
ชัดเจน
เช่น ไม่ได้กำหนดว่าต้องให้เมล็ดพันธุ์ที่แจกออกดอก เช่น ไม่ได้
กำหนดว่าต้องออกดอกในวันที่สิบห้าเท่านั้น เป็นต้น
สิ่งเดียวที่ไม่แน่ใจคือ ลู่หยางไม่สามารถรับรองได้ว่าด่านนี้
ทดสอบการพูดความจริงหรือการพูดโกหก
พูดง่ายๆ กฎของชั้นที่สองเป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสหลัวหงพูดเอง หากผู้
อาวุโสหลัวหงไม่ปฏิบัติตาม ใครจะทำอะไรนางได้?
ดังนั้นลู่หยางจึงเตรียมพร้อมไว้สองทาง เตรียมกระถางเปล่าไว้ใน
วันตรวจสอบ
หากทดสอบการพูดความจริง เขาก็จะบอกว่าปลูกไม่ออก
หากทดสอบการโกหก เขาก็จะยกเอาคำโกหกที่เตรียมไว้มาใช้
หลัวหงสูดลมหายใจลึกๆ สองครั้ง กำหมัดแน่นแล้วคลาย แทบจะ
กัดฟันประกาศผล
“เจ้า… ผ่าน!”
ต้องยอมรับว่าในชั้นที่สอง คะแนนของลู่หยางสูงที่สุดเท่าที่เคยมี
มา
เอ้าอวี่และเหล่าอัจฉริยะเผ่าปีศาจมองลู่หยางด้วยความตกตะลึง
คนผู้นี้มาจากเผ่าไหนกันแน่ ในชั้นแรกก็วางแผนล่วงหน้าว่าซีห
วินจะมาดักที่ทางเข้าบันได แอบดักซุ่มไว้ก่อน
ในชั้นที่สองก็ใช้วิธีแปลกๆ เช่นนี้ผ่านด่าน
จางเสวี่ยไปหาคนแปลกๆ สองคนนี้มาจากไหน
และจากความเข้าใจของเอ้าอวี่ที่มีต่อจางเสวี่ย ในด่านนี้จางเสวี่ย
น่าจะเลือกเหมือนกับเขา แต่ผลลัพธ์กลับผิดคาด เขาถูกคัดออก แต่
จางเสวี่ยผ่าน
การทดสอบในชั้นที่สองสิ้นสุดลง หลัวหงบังคับตัวเองไม่ให้คิด
เรื่องของลู่หยาง ทำหน้าที่ของตนต่อไป
นางดีดนิ้ว ของมีค่ามากมายตกลงมาดุจสายฝน กองเป็นภูเขา
เล็กๆ
หลัวหงชี้ไปที่ลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจว จางเสวี่ย และซู่เหลียนเอ้อร์
“พวกเจ้าสี่คนจะไปยังชั้นที่สาม ที่เหลือถูกคัดออก”
“พิจารณาว่าพวกเจ้าผ่านชั้นแรกแล้ว แต่ละคนสามารถเลือก
ของมีค่าหนึ่งชิ้นเป็นรางวัล”
“ของมีค่านี้เจ้าสามารถใช้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่อาจถ่าย
โอนหรือเล่าต่อให้ผู้อื่น”
กำหนดเช่นนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ทรงพลังเผ่าปีศาจแย่งชิงของมี
ค่า
แม้แต่ผู้ทรงพลังเผ่าปีศาจก็ต้องเห็นของมีค่าที่นี่แล้วอิจฉา
“เซียนจากมารเป็นประจักษ์พยาน นี่คือประสบการณ์การ
บำเพ็ญที่บรรพบุรุษของพวกเราทิ้งไว้ รวมถึงช่วงแตกท่อสู่ทารกและ
ทารกแรกกำเนิดสองขั้น!” ทายาทตระกูลกระต่ายหยกร้องอย่างตกใจ
หูกระต่ายทั้งสองกระดกขึ้นลงอย่างตื่นเต้น
หลัวหงได้แปลประสบการณ์การบำเพ็ญเหล่านี้เสร็จเรียบร้อย
แล้ว
“ประสบการณ์การบำเพ็ญของบรรพบุรุษพวกเราก็อยู่ที่นี่ด้วย!”
ทายาทตระกูลฉงฉีร้องออกมาอย่างตกใจ
บนประสบการณ์การบำเพ็ญเขียนไว้ว่า “จินซือ” คือชื่อของฉงฉี
ยุคโบราณ
ไม่เพียงแต่สองเผ่านี้ แม้แต่บรรพบุรุษของตระกูลจิ้วอิง ตระกูล
เทาเที่ย และเผ่าอื่นๆ ที่ถูกคัดออกในชั้นแรก ประสบการณ์การ
บำเพ็ญของพวกเขาก็วางอยู่ที่นี่เหมือนตำราทั่วไป หากไม่ค้นหา
อย่างละเอียดก็หาไม่เจอ
บรรพบุรุษของเผ่าเหล่านี้ไม่ได้ล้วนเป็นกึ่งเซียน ส่วนใหญ่เป็น
ขั้นข้ามพิบัติ
แต่ขั้นข้ามพิบัติยุคโบราณแตกต่างจากขั้นข้ามพิบัติปัจจุบัน
ขั้นข้ามพิบัติยุคโบราณสามารถฟังการบรรยายของเซียน ร่วมฟัง
การแลกเปลี่ยนของกึ่งเซียน สิ่งที่ได้ยินได้เรียนรู้ไม่อยู่ในระดับ
เดียวกับเทพจักรพรรดิปีศาจขั้นข้ามพิบัติในปัจจุบันเลย!
แม้จะเป็นขั้นข้ามพิบัติทั้งคู่ แต่เทพจักรพรรดิปีศาจขั้นข้ามพิบัติ
ยุคโบราณกับเทพจักรพรรดิปีศาจขั้นข้ามพิบัติปัจจุบันมีตำแหน่งที่
แตกต่างกันในใจของเผ่าปีศาจ
เอ้าอวี่ก็พบประสบการณ์การบำเพ็ญที่บรรพบุรุษตระกูลมังกรทิ้ง
ไว้ ตกใจจนหัวใจเต้นระรัว
บรรพบุรุษตระกูลมังกรได้รับสมญานามว่าเป็นอันดับหนึ่งใต้
เซียน แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
“นี่คืออะไร บันทึกมือเซียน ‘บันทึกการสืบพันธุ์ของตระกูลนก
กินรีและกระต่ายหยก’?” ทายาทตระกูลกระต่ายหยกเห็นชื่อหนังสือ
ตกใจจนแทบจับหนังสือไม่มั่น
ลู่หยาง “……”
เขาจำได้ว่าสิ่งนี้เป็นการวิจัยที่เซียนจิ้วชงทำขึ้นเพื่อศึกษาการ
เปลี่ยนแปลงหยินหยาง โบราณสุสานของพวกเจ้ามีของครบ
เหลือเกิน แม้แต่สิ่งนี้ก็มี
นอกจากตำราโบราณฉบับคัดลอกต่างๆ ยังมีสมบัติล ้าค่ายุค
โบราณ
เช่น หญ้าอายุยืนที่ช่วยยืดอายุได้ห้าร้อยปี ผลวิเศษที่กินแล้ว
ขจัดบาดแผลภายใน รวมถึงสมุนไพรถอนพิษชนิดต่างๆ
ในอดีตเคยมีอัจฉริยะเผ่าปีศาจที่ญาติหรือคนรักติดพิษร้ายแรง
ยุคโบราณ ใกล้จะสิ้นใจ วิธีปัจจุบันไม่สามารถถอนพิษได้ จึงมาลุย
ด่านที่โบราณสุสาน ค้นหาสมุนไพรโบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
รุ่นนี้ไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น
“พวกของพวกนี้…” เซียนอมตะขมวดคิ้วเล็กน้อย นั่งบนกิ่งไม้
แกว่งไปมา
“ของพวกนี้เป็นอย่างไรหรือ?”
“ของพวกนี้ไม่เหมือนสิ่งที่เผ่าปีศาจทั่วไปจะรวบรวมได้”
“ประสบการณ์การบำเพ็ญมีไม่น้อยที่เป็นของกึ่งเซียน กึ่งเซียน
ทั่วไปไม่มีหน้าใหญ่พอที่จะขอประสบการณ์การบำเพ็ญจากกึ่งเซียน
คนอื่น”
“แล้วหนังสือ ‘บันทึกการสืบพันธุ์ของตระกูลนกกินรีและกระต่าย
หยก’ นี่ เป็นผลการวิจัยของเซียนจิ้วชง ฉบับคัดลอกแจกเฉพาะพวก
เราสี่คนเท่านั้น แม้แต่กึ่งเซียนก็ไม่มี”
“ใครเป็นคนสร้างดินแดนลับแห่งนี้?” เซียนอมตะสงสัย
ลู่หยางฟังแล้วใจสั่น
คำพูดของเซียนอมตะหมายความว่า ดินแดนลับแห่งนี้ไม่ได้สร้าง
โดยเผ่าปีศาจขั้นข้ามพิบัติ หรือแม้แต่กึ่งเซียน แต่เป็นหนึ่งในเซียน
ทั้งสี่ยุคโบราณ?!
“ช่างเถอะ ยังมีชั้นที่สามไม่ใช่หรือ เจ้าพยายามลุยด่าน ไปถึงชั้น
ที่สามอาจจะมีเบาะแส”
“แล้วถ้ายังหาเบาะแสไม่พบล่ะ?”
เซียนอมตะยิ้มสดใส ฟันแปดซี่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ชูนิ้วโป้ง
“ก็ไปหาที่เงียบๆ ให้ข้าซักเจ้าเด็กน้อยที่ชื่อหลัวหงนี่สักหน่อย!”
ลู่หยางภาวนาให้พบเบาะแสในชั้นที่สาม
อัจฉริยะเผ่าปีศาจเลือกของมีค่าตามใจชอบ เอ้าอวี่ไม่ได้เลือก
ประสบการณ์การบำเพ็ญที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ แต่เลือกผลวิเศษที่ขจัด
บาดแผลภายในหนึ่งผล
เอ้าอวี่และคนอื่นๆ ถูกส่งออกจากโบราณสุสาน
ภายนอกโบราณสุสาน บรรยากาศหนักอึ้ง เผ่าปีศาจทั้งหมด
มองตระกูลจิ้วอิงอย่างจ้องจะกิน
โบราณสุสานแห่งการสร้างสรรค์ที่เข้าได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต
ไม่ได้รางวัลอะไรเลย ทั้งยังเชื่อคำลวงของซีหวิน ทำให้อัจฉริยะ
พันธมิตรเผ่าปีศาจถูกคัดออกทั้งหมด
ซีหวินหลบอยู่หลังเฒ่าผู้อาวุโส ตัวสั่นงันงก กลัวว่าจะโผล่ออก
มาแล้วถูกลงมือ
เมื่อเห็นเอ้าอวี่และคนอื่นๆ ถูกส่งออกมา ผู้อาวุโสตระกูลหงส์นับ
จำนวนคน ถอนหายใจโล่งอก จางเสวี่ยยังอยู่ข้างใน
จางเสวี่ยกับเอ้าอวี่มีระดับพอๆ กัน คิดว่าเอ้าอวี่ถูกคัดออก จาง
เสวี่ยก็คงถูกคัดออกด้วย
ศิษย์พี่สามพูดเรียบๆ “เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าร่วมมือกับพวก
เราไม่ขาดทุน”