ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 610 วิชาความรู้ชั่วชีวิตของต้อเจียงยุคโบราณ
- Home
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 610 วิชาความรู้ชั่วชีวิตของต้อเจียงยุคโบราณ
เสียงระฆังเก้าครั้งดังขึ้น เมฆมงคลบนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นรูปร่าง
ปีศาจนานาชนิด ทุกตัวมีลักษณะต่างกันไป ดูมีชีวิตชีวาสมจริง เหล่า
ปีศาจเหล่านี้เป็นตัวแทนของเผ่าปีศาจที่สวามิภักดิ์ต่อต้อเจียงยุค
โบราณ
เมฆรูปปีศาจร้อยตนเปลี่ยนรูปร่างอีกครั้ง ก้มคำนับต่อลานฟ้า
อย่างนอบน้อม ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นเมฆขาว ละม้ายเกล็ดหิมะ ดุจ
ม่านหมอก ล่องลอยลงมายังโลกมนุษย์ โปรยปรายลงบนลานฟ้า
ลานฟ้าพลันเลือนราง เสมือนม่านหมอกในยุคเริ่มแรกที่ฟ้าดิน
แยกจากกัน มองไม่ชัด สัมผัสไม่ถึง ลึกลับเหลือคณา
เสียงดนตรีบรรเลงขึ้น เสียงขลุ่ยแผ่วเบา เสียงพิณพราวฝัน เสียง
กลองและพิณแผ่ซ่าน ดั่งอยู่ในภวังค์ ผู้คนนับร้อยทั้งชาวมนุษย์และ
เผ่าปีศาจจมดิ่งอยู่ในบทเพลงอันแสนหวาน
ร่างใหญ่ราวภูเขาลูกน้อยปรากฏขึ้นพร้อมท่วงทำนอง
เคลื่อนไหวไปมาบนลานฟ้า ถูกม่านหมอกหนาทึบปกคลุม ราง ๆ
พอจะเห็นได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตโบราณที่มีหกขาสี่ปีก
สิ่งมีชีวิตโบราณนั้นสีแดงสด ดุจดวงอาทิตย์ สะดุดตาอย่างยิ่ง
ท่ามกลางสายหมอก
“ตึง——”
ดนตรีเปลี่ยนจังหวะ กลายเป็นเพลงปลุกใจ แข็งแกร่งผ่าวพุ่ง
หาวหาญห้าวหาญ กระตุ้นความรู้สึก เผ่าพันธุ์ที่มีสมาธิยังไม่แน่วแน่
ล้วนตกอยู่ภายใต้อำนาจเพลงนี้ อยากเข้าร่วมกับตระกูลต้อเจียงใน
การบุกเบิกดินแดน กรีธาทัพไปสู่สนามรบ
สิ่งมีชีวิตโบราณรำระบำบนลานฟ้า ลีลางดงาม ทุกการ
เคลื่อนไหวมีความหมาย เป็นระบำโบราณที่ถูกต้องตามแบบแผน
ที่สุด
สิ่งมีชีวิตโบราณสั่นสะเทือนสี่ปีก ก่อกระแสลมแรงกล้า ดั่งการ
แยกฟ้าผ่าดิน เริ่มต้นแห่งความวุ่นวาย กลายเป็นดวงอาทิตย์ ส่อง
ประกายบนลานฟ้าเก้าชั้น เปล่งรัศมีเจิดจ้า
สิ่งมีชีวิตระดับกึ่งเซียน ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคโบราณ โจวเทียน
แต่ละกลุ่มอำนาจเตรียมพร้อม พร้อมใจกันหยิบลูกแก้ว
บันทึกภาพออกมาบันทึกกระบวนการนี้
“นั่นคือต้อเจียงยุคโบราณที่เล่าขานกันน่ะหรือ?”
“ช่างน่าหวาดกลัว ข้ารู้สึกว่าเขากำลังมองข้าอยู่” มีคนสั่นเทิ้ม
ภายใต้แรงกดดันที่มาจากโจวเทียน ไม่ว่าจะเป็นความกดดันที่มา
กับโจวเทียนหรือน ้าหนักของประวัติศาสตร์ยุคโบราณ พวกเขาตัว
สั่นงันงก ยืนตรงแทบไม่ไหว
“กึ่งเซียนยุคโบราณนี่นา จากยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของยุคโบราณ
ได้ฟังคำสอนจากเซียนทั้งสี่ยุคโบราณ” ยังมีผู้คนทอดถอนใจ นั่นคือ
ยุคที่ดีที่สุด เซียนปรากฏตัวพร้อมกันถึงสี่คน จำนวนกึ่งเซียนและผู้
บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติมีมากจนถึงขั้นน่าอัศจรรย์ เทียบกับยุคปัจจุบัน
ไม่ได้เลย
สำหรับชาวโลก ยุคโบราณเป็นเพียงประวัติศาสตร์ เป็นตำนาน
แต่สำหรับโจวเทียน เหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องที่ได้ผ่านพบมาด้วยตนเอง
เพียงด้วยข้อนี้ ก็ไม่มีผู้บำเพ็ญยุคปัจจุบันใดเทียบได้
“ตระกูลต้อเจียงมีความชำนาญเรื่องดนตรีด้วยหรือ?” ลู่หยาง
ประหลาดใจ สังเกตเห็นว่าวงดนตรีที่บรรเลงปลุกใจทั้งหมดล้วนเป็น
คนของตระกูลต้อเจียง ซึ่งไม่ใช่ทักษะที่จะฝึกฝนได้ในชั่วข้ามคืน
“ตระกูลต้อเจียงชำนาญเรื่องดนตรีและระบำมาแต่เดิม โจวเทียน
ยิ่งเป็นผู้รวบรวมความรู้ขั้นสุดยอด ดนตรีสามารถปลุกใจ แต่ก็
สามารถครอบงำจิตใจด้วย โจวเทียนชำนาญเรื่องดนตรี บนพื้นฐาน
นี้ เขาจึงเข้าใจผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าผู้แข็งแกร่งรังแกผู้อ่อนแอ
ที่สามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตได้”
“ในยุคโบราณที่สามีอาเจียงและพวกข้าแสดงคำสอน โจวเทียน
จะแสดงความสามารถเสมอ ไอ้หมอนี่มีพลังธรรมดา แต่
ความสามารถในการแสดงกลับยอดเยี่ยม”
“ทำไมคนรอบข้างเห็นโจวเทียนแล้วรู้สึกอยากยอมจำนน?” ลู่
หยางสังเกตเห็นความผิดปกติของผู้คนรอบข้าง
“เขากำลังใช้ผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า นี่เป็นเพียงการควบคุม
ระดับตื้นที่สุด เป็นเพียงการบอกใบ้ทางจิต ใช้ในตอนนี้ก็เพื่อสร้าง
บรรยากาศ”
เจียงเหลียนอี๋มีสีหน้าประหลาด ในฐานะผู้ถือผลของการบำเพ็ญ
เป็นเค้าผู้แข็งแกร่งรังแกผู้อ่อนแอเช่นกัน และเป็นผู้ร่วมศึกษาการ
รักษาท่าทีกับเซียนอิงเทียน เล่ห์กลใดที่โจวเทียนใช้ย่อมหนีไม่พ้น
สายตาของนาง
ร่างสิบสายที่แผ่พลังน่าสะพรึงค่อย ๆ ปรากฏ ร่างกายแตกต่าง
กันไป เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เล็กกว่าร่างของโจวเทียน บ้างแก่ชรา
บ้างเต็มเปี่ยมด้วยพลัง… ร่างเหล่านี้คืออำนาจสัมบูรณ์
นี่คือเทพจักรพรรดิปีศาจขั้นข้ามพิบัติสิบตนในสังกัดของโจ
วเทียน!
หนึ่งกึ่งเซียนชั้นหนึ่ง สิบเทพจักรพรรดิปีศาจ พร้อมกับตระกูล
ใหญ่อีกเกือบร้อย พลังเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าพลังของอาจารย์
แห่งต้าอวี๋รุ่นที่สองที่เตรียมฟื้นฟูประเทศไปอีกหลายส่วน!
“ดูเร็ว นั่นใช่ผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเสือขาวหรือไม่ ไม่ใช่ว่าเขา
ตายไปแล้วหรือ ยังมีชีวิตอยู่!?”
“ยังมีชีวิตอยู่ เขาเป็นเทพจักรพรรดิปีศาจอาวุโสขั้นข้ามพิบัติ
ระดับปลายนะ!”
“แล้วคนนั้นล่ะ นั่นคือหัวหน้าเผ่าเทาเที่ย มีคนบอกว่าแต่เดิมยังมี
ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติเทาเที่ยอีกคนแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าเผ่ากับ
เขา ทั้งสองต่อสู้กันตัวต่อตัว เขาฆ่าอีกฝ่ายด้วยมือเดียว!”
“จริงหรือเท็จกันแน่ ฆ่าผู้บำเพ็ญระดับเดียวกัน?”
“จะเป็นเรื่องเท็จได้อย่างไร ไปถามในตระกูลเทาเที่ยสิ ทุกคนรู้!”
“งูเก้าหัวตรงนั้นใช่ผู้อาวุโสตระกูลจิ้วอิงหรือไม่?”
เทพจักรพรรดิปีศาจขั้นข้ามพิบัติแต่ละตนถูกจดจำ ผู้บำเพ็ญ
ขั้นรวมร่างที่เข้าร่วมงานล้วนตกใจกลัว ท่านโจวเทียนเตรียมพร้อม
เหลือเกิน ภายใต้พลังนี้ แม้แต่ตระกูลมังกรและตระกูลหงส์ก็ไม่อาจ
ต้านทาน ต้องยอมสวามิภักดิ์เท่านั้น!
โจวเทียนเก็บอารมณ์ ค่อย ๆ เอ่ยปาก สีหน้าเคร่งขรึม: “ยุคทอง
กำลังจะมาถึง เผ่าปีศาจวุ่นวาย ต่างคนต่างสู้ ทำให้ข้าเจ็บปวดระทม
เขตปีศาจเช่นนี้จะปกป้องตัวเองในการแย่งชิงยุคทองได้อย่างไร?”
“ก่อนข้าจะจำศีล ได้รับคำสั่งจากเซียนฉี่หลิน เซียนฉี่หลินหวัง
ให้ข้ายื่นมือช่วยเหลือเขตปีศาจในยามวิกฤต ช่วยเหลือเขตปีศาจ”
“ข้าไม่ใช่ผู้หลงอำนาจ เพียงได้รับมอบหมายจากเซียนฉี่หลิน
และเป็นช่วงยุคทองกำลังจะมาถึง เกรงว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมยุค
โบราณซ ้ารอย จึงอยากรวบรวมเผ่าปีศาจ สร้างประเทศปีศาจ”
“เพียงรวมพลังเผ่าต่าง ๆ เป็นหนึ่งเดียว จึงจะผ่านพ้นมหันตภัย
ยุคทอง รักษาพลังเผ่าปีศาจไว้!”
“เซียนฉี่หลินสิ้นชีพ เผ่าปีศาจไร้ผู้ชูธงต่อสู้ ข้าแม้ไร้
ความสามารถ ไม่อาจถึงระดับของเซียนฉี่หลิน แต่เคยต่อสู้กับกึ่ง
เซียนหลายคน ยกย่องข้าว่าเป็น ‘อันดับหนึ่งรองจากเซียน’ ข้ารู้สึก
ไม่สมควรได้รับ”
น ้าเสียงของโจวเทียนแฝงความเศร้า ราวกับรู้สึกว่า “อันดับหนึ่ง
รองจากเซียน” เป็นคำชมที่เกินจริง แม้ตนจะมีพลังถึงระดับนั้น ก็ไม่
เหมาะกับนิสัยถ่อมตนของตน หรืออาจกำลังหวนคิดถึงผู้ร่วมทางที่
ล่วงลับไปแล้ว น้อยใจที่พวกเขาจากไปเร็ว ทิ้งภาระการรวบรวมเขต
ปีศาจไว้บนบ่าของตน
จากนั้นดวงตาของโจวเทียนก็เปล่งประกาย หลุดพ้นจากความ
ทรงจำยุคโบราณ กลับมากระปรี้กระเปร่า บัดนี้ไม่ใช่เวลาให้จิตใจ
อ่อนแอ ต้องมองไปที่ปัจจุบัน ต้องรับภาระอันยิ่งใหญ่
สายตาโจวเทียนแน่วแน่ ใช้เสียงที่ดังไปทั้งเมืองปีศาจ กล่าว
อย่างหนักแน่น:
“ขอฟ้าเป็นพยาน ขอเซียนทั้งสี่เป็นพยาน ผู้คนจากไป ยุค
โบราณไม่อาจตามหา มหาวิบัติยุคทองใกล้มาถึง เพื่อสิ่งมีชีวิตในเผ่า
ปีศาจนับหมื่นแสน ข้าขอประกาศ ณ ที่นี้ ประเทศปีศาจได้ก่อตั้งขึ้น
ข้าเป็นผู้ปกครองประเทศปีศาจคนแรก!”
“ตึงตัง——ตึงตัง——”
ทันใดนั้น เมฆดำทะมึนปกคลุม ฟ้าแลบฟ้าร้อง สายฟ้าสีม่วงสี่
สายฟาดลงมา ราวกับเซียนทั้งสี่ยุคโบราณมาเป็นพยานในช่วงเวลา
สำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ ยินยอมให้โจวเทียนสร้างประเทศ
โจวเทียนตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น น ้าตาคลอ: “โจวเทียน
ขอขอบคุณเซียนทั้งสี่ ณ ที่นี้!”
สมุนที่ตระกูลต้อเจียงจัดเตรียมไว้โห่ร้องปรบมือด้านล่างเวที
เสียงปรบมือดังสนั่น กึกก้องไปทั่ว
เจียงเหลียนอี๋: “……”
เซียนมอบหมาย, อันดับหนึ่งรองจากเซียน, ฟ้าผ่าจากเครื่องราง
ปลอม, จัดสมุนนำปรบมือ เจ้าเตรียมพร้อมมากเกินพอแล้ว
เจียงเหลียนอี๋ครั้นสงสัยว่าวิชาความรู้ที่โจวเทียนได้ร ่าเรียนมา
จากเซียนอิงเทียนคงถูกควักออกมาใช้จนหมดเสียแล้วกระมัง
ลู่หยางมีสีหน้าเคร่งขรึม เป็นครั้งแรกที่ได้พบคู่ต่อสู้ที่มีทักษะการ
แสดงทัดเทียมกับตนเอง