ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 670 พลิกผัน
ก่อนจะมา เจ้าเมืองหลิวได้สืบข้อมูลศิษย์สำนักเซียนที่มาเมือง
ชุนเจียงว่าเป็นใคร
ในบรรดาผู้มาเยือนทั้งหมด คนที่โดดเด่นที่สุดก็คือลู่หยางคนนี้
ศิษย์ของท่านเต๋าปู้อวี่ ตัวละครที่ได้รับความนิยมที่สุดใน
วรรณกรรมเล่าเรื่อง และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเจ้าสำนักเวิ่น
เต๋าในอนาคต
เมื่อเป็นศิษย์คนที่สี่ของท่านเต๋าปู้อวี่ คำพูดของเขาจึงต้องมี
ความเคลืองแคลงติดเอาไว้
ดังนั้น เมื่อลู่หยางบอกว่าพวกเขาพบเบาะแสลัทธิมารในเมืองชุน
เจียง เจ้าเมืองหลิวจึงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
แต่เมื่อซื่อฉันยืนยัน เขาก็เชื่อคำพูดของลู่หยาง
ซื่อฉันในฐานะศิษย์วัดเสวียนคง พระที่สืบทอดสายตรง ไม่มีทาง
โกหก
“หากเป็นเช่นนั้น ก็ขอรบกวนหลานชายลู่หยางช่วยสืบหา
เบาะแสของลัทธิมารในเมืองนี้ต่อไป เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความ
ปลอดภัยของปราชาชนนับล้านในเมืองนี้”
“หากหลานชายทั้งสามมีความต้องการใดๆ เพียงบอกมา ข้าจะ
พยายามให้ความช่วยเหลือเต็มที่”
เมื่อยืนยันแล้วว่าลู่หยางทั้งสามคนกำลังติดตามเบาะแสลัทธิมาร
ในเมืองชุนเจียง และเกี่ยวข้องกับผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดถึงสี่
คน ก็ต้องให้ความสำคัญแล้ว
หากเกิดความประมาท เกิดเหตุบาดเจ็บล้มตายขึ้น ตำแหน่งเจ้า
เมืองของเขาก็อาจไม่แน่นอน
“เจ้าเมืองหลิวเกรงใจเกินไปแล้ว” ลู่หยางพูดอย่างเคร่งขรึม
จริงจังราวกับแม่ทัพที่กำลังจะเข้าสู่สนามรบ “การกำจัดลัทธิมารเพื่อ
ปกป้องคุณธรรมเป็นหน้าที่ของพวกเรา จะเรียกว่า ‘รบกวน’ ได้
อย่างไร”
เมิ่งจิ่งโจวก็ช่วยเสริม กำมือแน่น ดวงตาเปล่งประกายแห่งความ
ยุติธรรม “เจ้าเมืองหลิวไม่ต้องกังวล ตราบใดที่มีพวกเราพี่น้องทั้ง
สามคนอยู่ ลัทธิมารจะไม่มีวันสร้างความวุ่นวายได้!”
เจ้าเมืองหลิวเห็นดังนั้น ก็อดชื่นชมในใจไม่ได้ “ช่างเป็นคนหนุ่ม
ที่กล้าหาญจริงๆ!”
ซื่อฉันพยายามนึกถึงคำพูดที่ลู่หยางเคยพูดไว้
ทุกคำพูดของศิษย์พี่ลู่หยางล้วนเป็นความจริง ไม่ถือเป็น “คำ
โกหก” แต่ดูเหมือนจะไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก นี่เป็นเพราะอะไร
กันนะ?
“ช่างเถอะ เมื่อสามหลานชายยังต้องสืบหาเบาะแสลัทธิมาร ข้าก็
จะไม่รบกวนอีก ข้ายังต้องกลับไปเตรียมการต้อนรับบุคคลสำคัญ”
“บุคคลสำคัญหรือ?”
“ป้าเยี่ยนแห่งสำนักบังลม วันนี้ช่วงเที่ยงจะคุมตัวสมาชิกสำนัก
ราตรีทมิฬไปยังเมืองหลวง ท่านผู้ปกครองแคว้นกังวลว่าจะเกิดเหตุไม่
คาดฝันอีก จึงได้เชิญป้าเยี่ยนมาควบคุมตัว”
ลู่หยางพยักหน้าเข้าใจ
ป้าเยี่ยนผู้นี้ เขาเคยพบตอนงานเฉลิมฉลองหนึ่งแสนสองหมื่นปี
ของสำนักเวิ่นเต๋า เป็นหนึ่งในบรรพบุรุษขั้นข้ามพิบัติที่ได้รับเชิญมา
ร่วมงาน ท่านเป็นผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติระดับแท้จริง หลู่ปาเชียนเป็น
เพียงผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติครึ่งๆ กลางๆ ไม่อาจเทียบกันได้เลย
จากนั้นทั้งสามส่งเจ้าเมืองหลิวออกไป
เมื่อกลับมาที่ชั้นสองของโรงเตี๊ยม พบสองพี่น้องตระกูลฝูแอบยื่น
หน้าออกมาดูอย่างระมัดระวัง
“คนไปกันหมดแล้วหรือ?” พวกนางไม่เคยเห็นบุคคลสำคัญ
ระดับเจ้าเมืองมาก่อน ตอนได้ยินว่าเจ้าเมืองมาเยือน แทบจะตกใจ
ตาย
“ไปกันหมดแล้ว” ซื่อฉันตอบ
“คุณชายทั้งสาม พวกท่านคือ……”
แม้แต่ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดก็ไม่สมควรได้รับการเยือน
จากเจ้าเมืองแบบนี้
“ศิษย์สำนักเซียน”
“ศิษย์สำนักเซียนหรือ?!” สองสาวฝูร้องออกมาด้วยความตกใจ
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
พวกนางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ลู่หยางทั้งสามเคยช่วยเหลือพวกนาง
หลายครั้ง แต่พวกนางยังไม่รู้ชื่อของพวกเขาเลย
“อาตมาฉายาซื่อฉัน สองท่านนี้คือศิษย์พี่ของอาตมา ลู่หยาง
และเมิ่งจิ่งโจว”
“‘ตำนานแห่งสำนักเวิ่นเต๋า ภาคลู่หยาง’ อัจฉริยะลู่หยางผู้ซึ่ง
ตั้งแต่อยู่ในขั้นสร้างฐานก็สามารถต่อกรกับผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่าง
เซียนได้?!”
“‘ตำนานแห่งสำนักเวิ่นเต๋า ภาคเมิ่งจิ่งโจว’ คุณชายเมิ่งผู้มีจิตใจ
แน่วแน่ดังเหล็กกล้า ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยวนใช่หรือไม่?!”
ลู่หยาง “……”
เมิ่งจิ่งโจว “……”
ถึงจะเป็นความจริง แต่ทำไมฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ
และทำไมสองสาวพี่น้องถึงตื่นเต้นขนาดนี้?
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวแทบไม่เคยฟังเรื่องเล่าเหล่านี้ จึงไม่รู้ว่าทั้ง
สองเป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน
เจ้าเผ่าจิ่นเพื่อยกย่องเมิ่งจิ่งโจว ได้แต่งเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับ
เขา เช่น “นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์เสนอตัวให้ คุณชายเมิ่งไม่หวั่นไหวต่อสิ่ง
ยั่วยวน”
“คุณชายเมิ่งพลาดท่าโดนพิษตัณหาจากมังกรน ้า ใช้พลังจิต
ต้านทานพิษจนสำเร็จ ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน”
“เมิ่งจิ่งโจวออกเดินทาง ผีร้ายหนีกระเจิง”
“มีผู้ถูกผีร้ายรบกวนในความฝัน ได้รับคำแนะนำจาก
ผู้เชี่ยวชาญ ให้แขวนภาพเมิ่งจิ่งโจวจับผีไว้บนกำแพง หลังจากนั้น
ไม่มีผีร้ายมารบกวนในความฝันอีกเลย”
“เมิ่งจิ่งโจวกินผีน้อยวันละสามตัว” และอื่นๆ อีกมากมาย
เมิ่งจิ่งโจวฟังตำนานของตัวเองจบ ใบหน้าบึ้งตึง อะไรกันเนี่ย
ในพื้นที่จิตวิญญาณ เซียนอมตะร้องเสียงแผ่ว แล้วจิ้มหลังลู่
หยาง
“เจ้าลองถามสองสาวนี่ดูว่าเคยพบใครมาบ้าง?”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
“มีคนทิ้งร่องรอยความฝันไว้บนตัวพวกนาง และคนผู้นั้นมีวิทยา
ยุทธ์ไม่ธรรมดา ดูท่าทางไม่น่าไว้ใจ”
ลู่หยางตกใจ ฟังดูไม่เหมือนเรื่องดีเลย จึงรีบถาม
“สองท่านพบเจอใครแปลกๆ หรือเรื่องแปลกๆ วันนี้บ้างหรือไม่?”
สองสาวฝูเหลิงงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณชายลู่จึงถามเช่นนี้
ออกมา
“พูดถึงเรื่องนี้ ระหว่างเดินทางกลับหลังจากเจรจาธุรกิจ มีคน
หนึ่งเดินมาทางเรา ท่าทางลึกลับ บอกให้พวกเราฝันดี”
“คนผู้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร?”
“ผอมสูง เหมือนลำไผ่”
……
“ท่านผู้อาวุโส ทุกคนอยู่ที่นี่แล้ว”
เจ้าเมืองหลิวนำตัวสมาชิกทั้งหมดของสำนักราตรีทมิฬออกจาก
คุกใต้ดิน พร้อมใส่โซ่ตรวนที่สามารถปิดกั้นพลังวิเศษได้ คนเหล่านี้
ถูกผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างหลายคนเฝ้าทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้แน่ใจว่าจะ
ไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ป้าเยี่ยนพยักหน้าอย่างสงบ กวาดตามองเย่เสี่ยวและคนอื่นๆ ทำ
ให้เย่เสี่ยวรู้สึกขนหัวลุก
การที่ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติต้องมาควบคุมตัวพวกเขา ช่างเป็น
เกียรติเกินไปแล้ว
เจ้าเมืองหลิวสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชานำตัวพวกเขาไปใส่ในกรง
ขัง แล้วปิดผนึก
ป้าเยี่ยนพยักหน้า “ออกเดินทางได้”
ทันใดนั้น เสียงแผ่วเบาลอยมาจากท้องฟ้า น่าขนลุก “ฮิฮิ การ
พาคนที่ข้าหมายตาไปไม่ใช่เรื่องง่ายนัก”
“ใครน่ะ!”
ป้าเยี่ยนแผ่จิตออกไป กวาดทุกตารางนิ้วของพื้นที่โดยรอบ
ร่างสูงชะลูดสีดำปรากฏออกมาจากช่องว่าง มองป้าเยี่ยนด้วย
รอยยิ้มที่ไม่เป็นมิตร
“ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติแห่งแคว้นต้าเซี่ย ก็จงอยู่ที่นี่เถิด”
ป้าเยี่ยนโบกมือทันที พัดเจ้าเมืองหลิวและคนอื่นๆ ออกไป “พวก
เจ้ารีบออกไปจากที่นี่!”
อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นใครแต่ยังกล้าลงมือ แสดงว่าต้องมีการ
เตรียมการมาอย่างดี!
“ออกไป?” ร่างสูงชะลูดสีดำหัวเราะเย็นชา พลังที่มองไม่เห็นแผ่
ขยายไปทั่วทั้งเมือง
“ข้าอยากดูนักว่าใครจะออกไปจากที่นี่ได้”
ป้าเยี่ยนตื่นตระหนกทันที จู่ๆ สายตาก็พร่ามัว ยังไม่ทันได้
ตอบสนอง ก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าเปลี่ยนไป
ยังคงเป็นเมืองชุนเจียง แต่สีสันทั้งหมดหม่นหมองลง
……
นอกเมือง ผู้คนที่กำลังจะเข้าเมืองชุนเจียงเห็นเมืองชุนเจียงหาย
วับไปในพริบตา เหลือเพียงหลุมใหญ่บนพื้น ทำให้พวกเขาตกตะลึง
……
“ที่นี่คือที่ไหนกัน!” ป้าเยี่ยนเตรียมรับมือศัตรู ยังไม่เข้าใจว่าเกิด
อะไรขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเมืองหลิวหรือคนของสำนักราตรีทมิฬ ทุกคนยัง
อยู่ที่นี่ ยังอยู่ในสถานที่เดิม แต่ที่นี่ ทั้งคนและสิ่งของ ล้วนหม่นหมอง
ราวกับเลือนสี
ร่างสูงชะลูดสีดำกางแขนออก “ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติแห่งแคว้น
ต้าเซี่ย ยินดีต้อนรับสู่โลกของข้า ข้าเรียกมันว่าโลกเสมือน”
ป้าเยี่ยนได้ยินคำว่า “โลกเสมือน” ก็นึกถึงบันทึกทาง
ประวัติศาสตร์บางอย่าง พริบตาก็เข้าใจ หยิบวัตถุวิเศษประจำตัว
ออกมา “พลังของรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า เจ้าเป็นกึ่ง
เซียน!”