ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 705 ผู้สังเวยราชวงศ์ต้าอวี๋
“กระบี่ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋นี่!”
ทุกคนในที่แห่งนั้นพากันจับจ้องที่กระบี่ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋อ
ย่างสงสัยใคร่รู้ กระบี่ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋ปรากฏอยู่ในมือของผู้
บำเพ็ญตัวเล็กๆ คนนี้ได้อย่างไร? เป็นของที่ขุดได้จากสุสานโบราณ
หรือ?
ทุกคนจินตนาการไปต่างๆ นานา และบรรดาผู้ติดตามใกล้ชิด
ของชายหนุ่มรู้ข้อมูลมากกว่าพวกเขา
พวกเขาเคยได้ยินชายหนุ่มพูดว่า ฮ่องเต้อวี๋อู่เหยาบรรลุขั้น
เซียนไปแล้ว เพียงแต่ไม่เป็นที่รู้กันในหมู่ชาวโลกเท่านั้นเอง
กระบี่ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋หมายความว่าอะไร? หมายความว่า
กระบี่เซียน!
นี่คือสิ่งที่แม้แต่กึ่งเซียนทั้งหลายก็ยังฝันใฝ่หา
ไม่น่าแปลกใจที่เจ้านายจะตื่นเต้นถึงเพียงนี้
“มีใครรู้บ้างว่าผู้ที่ถือกระบี่เซียนนั่นเป็นใคร?” ชายหนุ่มไม่เคย
สนใจคนรุ่นใหม่มาก่อน อัจฉริยะเหล่านี้ตราบใดที่ยังไม่เติบโตขึ้นมา
ก็ไม่มีความจำเป็นต้องให้ความสนใจ
อัจฉริยะในโลกนี้มีมากมายเพียงใด แต่ก่อนเขาก็เคยเป็นหนึ่งใน
อัจฉริยะเหล่านั้น แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ยังมีใครมีชีวิตรอดอยู่บ้าง?
มีเพียงตัวเขาเองเท่านั้น
“เรียนนายท่าน ชายผู้นี้ชื่อลู่หยาง เป็นศิษย์ของเจ้าสำนักเวิ่น
เต๋า เคยต่อสู้กับรองประมุขลัทธิสวรรค์ในขั้นแก่นทองคำจนเสมอกัน”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ชายหนุ่มก็เริ่มให้ความสนใจลู่หยางมากขึ้น
แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“หนึ่งในห้าสำนักเซียนอย่างสำนักเวิ่นเต๋างั้นหรือ…”
เมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่ม ผู้ติดตามก็ส่งเสียงสื่อจิตเตือนว่า
“นายท่าน ลู่หยางถือกระบี่ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋ บางทีอาจเป็นของ
ที่ฮ่องเต้ได้มอบให้ก็ได้ ไม่ควรทำอะไรหุนหันพลันแล่น”
ชายผู้นี้อาจเป็นศิษย์โดยตรงของฮ่องเต้อวี๋ก็ได้ ไม่เช่นนั้นจะ
ได้รับกระบี่ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋ได้อย่างไร?
หากพิจารณาจากพฤติกรรมของลู่หยาง ที่ว่ากันว่าเขาสามารถ
ต่อสู้กับรองประมุขลัทธิสวรรค์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และทราบกันดีว่า
อาจารย์ของรองประมุขผู้นั้นคือเทพถั่ว ประมุขแห่งสวรรค์ ซึ่งเป็น
เซียนยุคโบราณตัวจริง
การที่ศิษย์ของเซียนยุคโบราณกับศิษย์ของฮ่องเต้อวี๋ต่อสู้กัน
อย่างสมศักดิ์ศรีนั้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มไม่ได้โกรธเคืองต่อคำเตือนของผู้ติดตาม ตรงกันข้าม
กลับหัวเราะลั่น ด้วยน ้าเสียงที่แฝงนัยลึกซึ้ง “หากข้าไม่รู้เรื่องภายใน
คำพูดของเจ้าก็มีเหตุผลอยู่ น่าเสียดายที่ข้อสันนิษฐานของเจ้า
เป็นไปไม่ได้เลย ฮ่องเต้อวี๋ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว”
ผู้ติดตามตกใจมาก ฮ่องเต้อวี๋ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว? หมายความว่า
อะไร? ฮ่องเต้อวี๋เป็นเซียนนะ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่อยู่?
“เจ้าคิดว่าเพราะเหตุใดฮ่องเต้อวี๋จึงปล่อยให้ราชวงศ์ล่มสลาย
เช่นนี้?” ชายหนุ่มถามกลับ แต่ดูเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า
“เขากำลังแสวงหาโอกาส โอกาสที่จะออกจากโลกใบนี้”
ชายหนุ่มแสดงสีหน้าครุ่นคิด “โลกใบนี้ถูกปิดผนึกมาตั้งแต่ยุค
โบราณ ไม่มีใครออกไปได้ และไม่มีใครเข้ามาได้ ฮ่องเต้อวี๋ตั้งตัว
ขึ้นมาจากราชวงศ์ต้าเฉียนที่กำลังล่มสลาย ชิงชัยกับวีรบุรุษจากทั่ว
ทุกสารทิศ ก่อตั้งราชวงศ์ต้าอวี๋ขึ้น มีอำนาจบารมีมากมาย วิทยา
ยุทธ์ก็อยู่ในระดับเซียน ไม่ว่าจะมองจากแง่มุมของอำนาจบารมี วิทยา
ยุทธ์ หรือประสบการณ์ชีวิต เขาล้วนเป็นผู้ที่ถึงจุดสูงสุดแล้ว ไม่มีที่
ให้ก้าวหน้าต่อไปอีก”
“ดังนั้นเขาจึงต้องการออกจากโลกใบนี้ ไปดูว่าโลกภายนอกเป็น
อย่างไร”
“อู๋อวี่เต๋าชูธงว่าจะฟื้นฟูราชวงศ์ต้าอวี๋ ฮ่องเต้อวี๋ไม่รู้หรือ?
แน่นอนว่าเขารู้ เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องสนใจเท่านั้นเอง”
“มากกว่าจะพูดว่าราชวงศ์ต้าอวี๋ล่มสลาย ข้าขอพูดว่าฮ่องเต้อวี๋
สังเวยราชวงศ์ของตัวเองต่างหาก ส่วนวิธีการนั้นไม่จำเป็นต้องบอก
เจ้า เป็นพลังแห่งผลของการบำเพ็ญ แม้ข้าจะอธิบายให้ฟัง เจ้าก็จำ
ไม่ได้อยู่ดี”
“หลังจากราชวงศ์ต้าอวี๋ล่มสลาย ข้าก็ยังเคยพบฮ่องเต้อวี๋อีกสอง
สามครั้ง เขายังไม่ได้จากไป บางทีอาจจะยังไม่ได้เงื่อนไขบางอย่างที่
จำเป็น จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้รับรู้ถึงพลังของฮ่องเต้อวี๋
เพียงชั่วครู่ เหมือนกับมีการระเบิดออกมา จากนั้นก็จางหายไป โลก
ไม่มีเขาอีกต่อไป เข้าใจได้ว่าในช่วงเวลานั้นฮ่องเต้อวี๋ได้ออกจาก
โลกนี้ไปแล้ว”
“ดังนั้น เจ้าไม่ต้องกังวลว่าฮ่องเต้อวี๋จะออกมา เขาได้ออกจาก
โลกนี้ไปแล้ว เด็กหนุ่มที่ชื่อลู่หยางคนนี้ไม่ใช่อะไรนอกจากบังเอิญ
ได้รับกระบี่ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋มา”
“ดวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่กับผู้มีวาสนา ลู่หยางคนนี้เป็นเพียงผู้
บำเพ็ญธรรมดา วิทยายุทธ์แค่ขั้นทารกแรกกำเนิด มีคุณสมบัติอะไร
ถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับนี้?”
“ข้าเดาว่าเงื่อนไขในการออกจากโลกนี้คงจะเข้มงวดมาก บางที
อาจไม่เพียงแต่ต้องสังเวยราชวงศ์ต้าอวี๋ แต่ยังต้องสังเวยตัวเองด้วย
สุดท้ายเขาออกไปได้เพียงคนเดียว ไม่สามารถนำสิ่งใดติดตัวไป จึง
ทิ้งกระบี่ประจำตัวไว้ที่นี่”
“ดังนั้นสิ่งที่ข้าสนใจไม่ใช่เพียงแค่กระบี่ประจำตัวเท่านั้น แต่เป็น
ทุกสิ่งที่ฮ่องเต้อวี๋ทิ้งไว้!”
“และร่องรอยนั้น ก็อยู่ที่เด็กหนุ่มที่ชื่อลู่หยางคนนี้”
ชายหนุ่มจ้องมองลู่หยางในภาพอีกครั้ง พึมพำบางอย่าง ใช้นิ้ว
คำนวณตำแหน่งของลู่หยาง ทันใดนั้นร่างกายก็สั่นเทาอย่าง
ประหลาด ราวกับถูกใครตบหน้าไปหนึ่งที
“แปลกจริง” ชายหนุ่มมองไปรอบๆ อย่างสงสัย กำลังพิจารณาว่า
จะคำนวณอีกครั้งหรือไม่ แต่ก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
“นายท่าน เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
“ข้าคำนวณตำแหน่งของเด็กคนนี้ไม่ได้ ไม่เพียงแต่เขา แต่
รวมถึงคนข้างๆ เขาและม้าแก่ด้วย… อืม น่าจะเป็นเพราะกระบี่
ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋สามารถตัดขาดทุกสิ่งได้ แน่นอนว่าก็คงตัด
ขาดการเชื่อมโยงระหว่างข้ากับลู่หยางด้วย หรือไม่ก็เด็กคนนี้ได้รับ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่สามารถปิดกั้นการคำนวณได้”
สีหน้าของชายหนุ่มยิ่งแสดงความโลภมากขึ้น “เด็กคนนี้วาสนา
ไม่น้อยนะ คงจะยากที่จะหาตำแหน่งของเขา”
“นายท่าน ข้ามีอุบาย” ผู้ติดตามกล่าว เขาเป็นผู้รับผิดชอบใน
การรวบรวมข่าวกรองของแคว้นต้าเซี่ย เขารู้สถานการณ์ของสำนัก
ต่างๆ ในแคว้นต้าเซี่ยเป็นอย่างดี
“ว่ามา”
“ตามที่ข้าทราบมา วันที่สองเดือนสองปีหน้าเป็นวันที่สำนักเวิ่น
เต๋ารับศิษย์ใหม่ เวลานั้นคนที่ชื่อลู่หยางจะต้องอยู่ที่สำนักเวิ่นเต๋า
อย่างแน่นอน”
“และในเวลานั้น สำนักเวิ่นเต๋าจะยุ่งอยู่กับการจัดการทดสอบ ไม่
มีเวลามาสนใจเขา การป้องกันก็จะหย่อนยาน พวกเราสามารถฉวย
โอกาสนี้โจมตีสำนักเวิ่นเต๋าอย่างใหญ่โต โจมตีเมื่อพวกเขาไม่ทันตั้ง
ตัว!”
“ตอนนั้นไม่เพียงแต่ลู่หยางคนเล็กๆ เท่านั้น แม้แต่ทั้งสำนักเวิ่น
เต๋าก็จะเป็นของท่าน!”
ดวงตาของชายหนุ่มเป็นประกาย นี่เป็นวิธีที่ดี และยังสามารถ
ทำลายสำนักเวิ่นเต๋าเพื่อแสดงอำนาจได้อีกด้วย
บางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฮ่องเต้อวี๋ทิ้งไว้อาจถูกสำนักเวิ่นเต๋าเก็บไว้
และมอบให้ลู่หยางก็ได้
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฮ่องเต้อวี๋ทิ้งไว้ บางทีอาจจะหา “กระบวนกระบี่สยบ
เซียน” ที่ว่ากันว่ามาจากยุคโบราณ ผ่านการปรับปรุงโดยฮ่องเต้อวี๋
พลังของมันแข็งแกร่งถึงขนาดทำให้เซียนต้องคุกเข่าได้!
“เจ้าคนนี้บางครั้งก็คิดอะไรดีๆ ออกนะ”
ผู้ติดตามโค้งคำนับ “เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่ข้าเรียนรู้จากท่าน
เท่านั้น”
ชายหนุ่มพอใจกับคำประจบนั้นมาก
……
“แปลก” เซียนอมตะพึมพำ
“เซียนน้อย มีอะไรหรือ?” ลู่หยางถาม
“เมื่อครู่เหมือนมีคนพยายามคำนวณสายใยโชคชะตาของเจ้า
ข้าเพียงแค่สะบัดมือก็ป้องกันไว้แล้ว ไม่รู้ว่าใครกันที่ต้องการคำนวณ
เจ้า”
“เห็นว่าคำนวณสายใยโชคชะตาของเจ้าไม่ได้ ก็พยายามผ่าน
เด็กเมิ่งและม้าขาวเล็กอ้อมเข้ามาคำนวณเจ้า แต่ข้าก็ป้องกันไว้
หมดแล้ว”
ลู่หยางก็สงสัยเช่นกัน ตลอดทางเขาทำตามคำแนะนำของศิษย์
พี่ติ๋ง ทำตัวสงบเสงี่ยม สิ่งที่สะดุดตาทั้งหมดเป็นฝีมือของม้าแก่ ทำไม
ยังมีคนต้องการคำนวณเขา “อีกฝ่ายแข็งแกร่งหรือไม่?”
เซียนอมตะเอียงศีรษะลูบคาง “จากที่ข้าแค่โบกมือเดียวก็ป้องกัน
ได้ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องอ่อนกว่าข้าแน่นอน”
ลู่หยาง “……”
ไม่ใช่สิ คำพูดของท่านก็เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลย ในโลกทัศน์
ของเซียนน้อย มีใครที่แข็งแกร่งกว่าเซียนน้อยอีกหรือ?
“แม้จะไม่มีใครแข็งแกร่งกว่าข้า แต่ก็มีคนที่อยู่ในระดับใกล้เคียง
กับข้า เช่น เด็กอวี้ พลังของอีกฝ่ายแน่นอนว่าสู้เด็กอวี้ไม่ได้เช่นกัน”