ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 724 การทดสอบครั้งที่ 3
“ข้าเพิ่งตรวจดูรอบหนึ่ง ไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นกึ่งเซียน
ยังมีผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติอีกหลายคนปลอมตัวเป็นคนธรรมดาเข้า
ร่วมการทดสอบด้วย ดูเหมือนพวกเขาจะเป็นพวกเดียวกัน”
“ยังมีผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติอีกหลายคนงั้นรึ?” ลู่หยางตกตะลึง
พวกที่มีระดับเช่นนี้กล้าบุกเข้ามาสำนักเวิ่นเต๋าเชียวรึ? เบื่อชีวิตแล้ว
งั้นหรือ?
ศิษย์พี่ใหญ่นึกว่าลู่หยางกำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของสำนัก
จึงปลอบใจว่า “ไม่ต้องกังวลหรอก สำนักของพวกเรามีผู้บำเพ็ญขั้น
ข้ามพิบัติเช่นกัน เพียงพอที่จะรับมือได้ ขณะที่ข้าอยู่ในสำนัก ชีวิต
ผ่านไปอย่างสงบเกินไป อาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายได้ง่าย พอดีได้
ให้พวกเขาได้ออกแรงกันสักหน่อย”
“เจ้ากลับไปจัดการการทดสอบต่อได้ มีข้าอยู่ จะไม่เกิดเรื่องอะไร
ขึ้นหรอก”
“ขอรับ”
ลู่หยางปฏิบัติตามคำสั่งของศิษย์พี่ใหญ่ กลับไปยังป่าไผ่เพื่อ
ดำเนินการทดสอบต่อ
“ท่านผู้อาวุโสวิญญาณแม่น ้า นานแล้วที่ไม่ได้พบกัน” ลู่หยาง
ทักทายอย่างมีมารยาท พวกเขาไม่ได้พบกันสี่เดือนแล้ว
วิญญาณแม่น ้าแค่นเสียงเย็นชา ไม่อยากพูดคุยกับลู่หยาง
เหตุการณ์ที่ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวก่อไว้ในการทดสอบเข้าสำนัก
เมื่อสามปีก่อน ยังจำได้แม่นยำ
เห็นวิญญาณแม่น ้าไม่สนใจตน ลู่หยางจึงเข้าไปใกล้เมิ่งจิ่งโจว
และถามเบาๆ “การทดสอบรอบที่สองเป็นอย่างไรบ้าง?”
เมิ่งจิ่งโจวกลอกตา การทดสอบของกู้จวินเย่จบไปแล้ว เจ้าเพิ่ง
มาตอนนี้ จะมาช้ากว่านี้อีกได้ไหม?
เมิ่งจิ่งโจวตัดสินใจแล้ว เมื่อถึงวันแต่งงานของเขา จะส่งบัตรเชิญ
ไปให้ทุกคนยกเว้นลู่หยาง และจะรอจนกระทั่งหลังจากเข้าห้องหอ
เสร็จสิ้น วันรุ่งขึ้นค่อยส่งบัตรเชิญให้ลู่หยาง!
ต้องแก้แค้นให้ได้!
“กู้จวินเย่ ท่านบรรพบุรุษทั้งสอง และเจ้าหนุ่มร่างเซียนนั่น
รวมกลุ่มกัน และผ่านการทดสอบรอบที่สองแล้ว”
ลู่หยางพยักหน้า นี่อยู่ในการคาดการณ์แล้ว
“คนอื่นๆ ไม่ได้ก้าวหน้าเร็วขนาดนั้น ข้าว่าอย่างน้อยต้องครึ่งวัน
หรือทั้งวันกว่าจะจบ”
สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว มารในใจเป็นด่านที่ยากจะก้าวผ่าน
อย่างยิ่ง กู้จวินเย่และอีกสามคนเจอมารในใจที่เพียงแค่ต้องต่อสู้
เท่านั้น ไม่ว่าจะผ่านได้หรือไม่ ก็เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว
แต่คนอื่นๆ ไม่ใช่แค่ใช้กำลังแก้ปัญหามารในใจแบบนี้
อย่างเช่นมารในใจของโจวสิ่งเอ้อร์ที่ลู่หยางกำลังดูอยู่
มารดาของโจวสิ่งเอ้อร์เป็นคนชอบลูกชายมากกว่าลูกสาว
ยึดถือว่าสามีเป็นใหญ่ เดิมทีนางหวังจะมีลูกชายสองคน แต่กลับไม่
คาดคิดว่าลูกคนที่สองเป็นลูกสาว จึงมักด่าทอโจวสิ่งเอ้อร์ว่าเป็นของ
ไร้ค่า เมื่อเวลาผ่านไป โจวสิ่งเอ้อร์จึงกลายเป็นคนขี้กลัว ไม่กล้า
ต่อต้าน
แม้ว่าต่อมาโจวสิ่งเอ้อร์จะช่วยหาเงินให้ครอบครัวได้ไม่น้อยด้วย
แหวนเก็บของ แต่สถานะของนางในบ้านก็ไม่ได้สูงขึ้น
เมื่อมารดาของโจวสิ่งเอ้อร์รู้ว่านางมีคุณสมบัติเข้าสำนักเวิ่นเต๋า
ก็ยิ่งเยาะเย้ยถากถางมากขึ้น คิดว่านางคิดเพ้อเจ้อ
ญาติพี่น้องของโจวสิ่งเอ้อร์ก็มีท่าทีเย็นชาเยาะเย้ยเป็นส่วนใหญ่
เมื่อรู้ว่าโจวสิ่งเอ้อร์มีแหวนเก็บของ ก็อ้างว่านางอายุน้อย ไม่สามารถ
ดูแลของมีค่าได้ และพยายามเอาแหวนไป
โจวสิ่งเอ้อร์ไม่ยอมให้แน่นอน และท่าทีของญาติๆ ก็ยิ่งแย่ลง
โจวสิ่งเอ้อร์เคยพยายามต่อต้าน เสนอจะตัดขาดความสัมพันธ์
กับครอบครัว แต่ทุกครั้งมารดาของนางจะพูดว่าเลือดเนื้อเชื้อไขเป็น
สิ่งที่ตัดขาดไม่ได้ ยังมีบุญคุณที่เลี้ยงดู สายเลือดจะตัดขาดได้
อย่างไร
ในความจนใจ โจวสิ่งเอ้อร์ได้ลุกขึ้นต่อต้าน เดินทางไปเมือง
หลวงแต่เพียงผู้เดียว หมายลอบสังหารฮ่องเต้
ลอบสังหารล้มเหลว ถูกประหารทั้งสกุล
มารในใจแตกสลาย
โจวสิ่งเอ้อร์ตื่นขึ้น ยืดเส้นยืดสาย “พวกเจ้าไม่ยอมตัดขาด
ความสัมพันธ์กับข้า ในที่สุดก็ตายกันหมดซะที”
แม้นางจะเลือกตั้งหน้าฝึกฝนในสำนักเวิ่นเต๋า แต่นางรู้สึกว่าหาก
ไม่กำจัดครอบครัวนี้ ใจจะไม่สงบ ฝึกฝนก็ไม่สบายใจ ตอนนี้ในภาพ
มายาพวกเขาตายไปหมดแล้ว ในที่สุดใจก็สงบ
ลู่หยาง: “……”
เขาทำเป็นไม่เห็นโจวสิ่งเอ้อร์ หันไปดูจวงผิงที่อยู่ข้างๆ ด้วย
ความสมใจ
“มารดาของจวงผิงถูกศิษย์พี่จีส่งเข้าคุก มารในใจของเขาคือ
อะไร?”
“แก้แค้นศิษย์พี่จี? แก้แค้นคนจากสำนักถิงไห่?”
ในภาพมายา
คุก
“ท่านแม่ ข้าต้องช่วยท่านออกมาให้ได้!” จวงผิงตะโกน เส้น
เลือดที่คอปูดโปน มองดูมารดาในกรงขัง อารมณ์สุดกลั้น
“ไม่ เจ้าอย่าช่วยข้า วันนี้ข้าได้รับกรรมสมควรแล้ว!” มารดาจวง
ผิงน ้าตาไหลพราก
“ท่านแม่ ข้าต้องเรียนรู้วิชาให้เก่งกล้า ช่วยท่านออกมาให้ได้!
ถึงต้องใช้ขวานฟันทะลุ ข้าก็จะช่วยท่านออกมาให้ได้!” จวงผิงถือ
ขวานในมือ นี่คือขวานผ่าฟ้า สามารถผ่าฟ้าผ่าดินได้ ฟันกรงขังให้
แตกย่อมง่ายดาย
“ลูกรัก อย่าทำเช่นนั้น เจ้าไม่มีทางต่อสู้กับราชสำนักได้หรอก!”
มารดาจวงผิงส่ายหน้า ห้ามบุตรชายกลับใจ อย่าขัดแย้งกับราช
สำนัก ทำเช่นนั้นไม่มีจุดจบที่ดีหรอก
จวงผิงริมฝีปากสั่นระริก เสียงตุ้บดังขึ้นเมื่อขวานหล่นกระแทก
พื้น เขาทรุดลงคุกเข่า ร ่าไห้อย่างโศกเศร้า “ท่านแม่ ข้าจะฟังท่าน”
……
“โดยสรุป มารดาข้าได้ขัดขวางข้าจากการปล้นคุก ถือเป็นการ
ทำความดีโดยการขัดขวางอาชญากรรมร้ายแรง สมควรได้รับการ
ลดโทษ” จวงผิงพูดอย่างสงบกับเจ้าหน้าที่กรมอาญา
มารดาจวงผิงได้รับการลดโทษ มารในใจของจวงผิงจึงแตก
สลาย
ลู่หยาง: “……”
เวลาผ่านไปครึ่งวัน จากคนแปดร้อยคน มีเพียงไม่ถึงห้าสิบคนที่
ทำลายมารในใจสำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความยากของการทำลายมาร
ในใจ
คนที่เหลือที่ยังไม่ทำลายมารในใจ ยังคงติดอยู่ในนั้น หากไม่มี
การแทรกแซงจากภายนอก ก็ไม่อาจหลุดพ้น
ศิษย์พี่ไต้เห็นว่าเวลาพอสมควรแล้ว จึงขอให้วิญญาณแม่น ้า
ออกมือ ขับไล่หมอกและลูกน ้า ปลดปล่อยมารในใจของทุกคน
คนที่ไม่ผ่านการทดสอบรอบที่สอง จิตใจหดหู่ พวกเขาหมด
โอกาสเข้าร่วมสำนักเวิ่นเต๋าแล้ว ศิษย์ทั้งหลายจึงนำพวกเขาออกไป
จากสำนัก
ศิษย์พี่ไต้ปรบมือ ยิ้มพลางประกาศแก่คนทั้งห้าสิบคนที่เหลือ
“ขอแสดงความยินดีที่พวกเจ้าทุกคนสามารถเอาชนะมารในใจได้
ต่อไปเป็นการทดสอบรอบสุดท้าย นั่นคือรอบที่สาม”
ศิษย์พี่ไต้หยุดชั่วครู่ แล้วกล่าวว่า “ผู้บำเพ็ญเซียนไม่ใช่คนไร้
น ้าใจไร้คุณธรรม ในเรื่องคุณธรรม ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”
“การทดสอบรอบที่สามคือการทดสอบความกตัญญู นั่นคือท่าที
ของพวกเจ้าที่มีต่อบิดามารดา พี่น้อง”
“ต่างจากรอบที่สองที่สามารถรวมกลุ่มได้ รอบที่สามเป็นการ
ทดสอบแบบเดี่ยว ในรอบนี้ พวกเจ้าจะลืมตัวตนที่แท้จริง และทำตาม
ธรรมชาติของตนเอง”
“เริ่มการทดสอบรอบที่สามเลย”
ศิษย์พี่ไต้หันไปค้อมกายให้วิญญาณแม่น ้า “ขอเชิญท่านผู้
อาวุโส”
วิญญาณแม่น ้าเพียงแค่นึก น ้าแข็งก็ลอยขึ้นมาอีกครั้ง ในหมอก
น ้ามีค่ายกลภาพมายาซ่อนอยู่ ผู้ที่ถูกหมอกปกคลุมจะตกอยู่ในภาพ
มายา
กู๋เสียยิ้มมุมปาก ทดสอบความกตัญญู ดูเหมือนรอบนี้ไม่มีความ
ยากอะไร คนอื่นอาจลืมตัวตนที่แท้จริง แต่เขาไม่มีวันลืม เขาเพียงแค่
ต้องดูแลพ่อแม่ด้วยความกตัญญู ปฏิบัติต่อพี่น้องด้วยความรัก การ
ผ่านด่านย่อมง่ายดาย
เขาเข้าสู่ภาพมายา พบว่าตนเองอยู่บนหลังคายุ้งข้าว กำลังซ่อม
รูรั่ว
“ที่นี่คือที่ไหน?”
ทันใดนั้น ควันหนาแน่นพุ่งขึ้นมาจากยุ้งข้าว ทำให้เขาไอไม่หยุด
ไม่นาน เขาก็ได้ยินเสียงตะโกน “ไฟไหม้!”
ความทรงจำผุดขึ้นในสมองเขา ทำให้รู้ถึงตัวตนในการทดสอบ
รอบนี้
เขามีญาติสามคน คือ บิดา มารดาเลี้ยง และน้องชายที่เกิดจาก
บิดาและมารดาเลี้ยง
บิดาและมารดาเลี้ยงกลัวว่าเขาจะแย่งสมบัติกับน้องชาย จึง
พยายามทำร้ายเขาหลายครั้ง การจุดไฟในครั้งนี้ก็เป็นฝีมือของพวก
เขา!