ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 746 งานเลี้ยง
เมิ่งจิ่งโจวยกมือขึ้นกุมหน้าผาก น ้าเสียงฟังดูหมดปัญญา “มี
แผนที่ใหญ่กว่านี้ไหม เช่น แผนที่ที่มีการระบุถึงเผ่าเสวียนอู่ เผ่าปลา
คุนและนกเพิ่น หรือสถานที่ทำนองนี้”
ผู้ดูแลตกใจกับคำพูดของเมิ่งจิ่งโจว “เผ่าเสวียนอู่ เผ่าปลาคุน
และนกเพิ่น ล้วนเป็นเผ่าพันธุ์ในตำนานทั้งนั้น ทะเลที่พวกเขาอาศัย
อยู่เป็นเขตห้ามของสิ่งมีชีวิต มนุษย์ไม่อาจเข้าใกล้ได้ ตำแหน่งของ
พวกเขาจะเป็นสิ่งที่พวกเราจะรู้ได้อย่างไรกัน”
เมิ่งจิ่งโจวนึกถึงผู้อาวุโสจากเผ่าปลาคุนและนกเพิ่นที่มาเยี่ยม
บ้านของเขาในช่วงปีใหม่ รู้สึกว่าอีกฝ่ายดูเป็นมิตรและใจดีมาก ยัง
ให้อั่งเปาเขาด้วย
เมิ่งจิ่งโจวรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง หวังว่าม้าแก่จะปล่อยพวกเขาลง
ช้ากว่านี้ อย่างน้อยก็ควรเดินทางไปให้ลึกกว่านี้ ให้ถึงสถานที่ที่มีผู้
บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดอาศัยอยู่
สถานที่บ้าๆ นี่แม้แต่ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานก็ยังไม่มี
“จะหาผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดสักคนมาถามทางได้จากที่
ไหนดี…” ลู่หยางครุ่นคิด ทันใดนั้นก็สว่างวาบขึ้นมา ตระหนักได้ว่า
เมื่อครู่เขากำลังเดินเข้าซอกทางตัน
“พวกเรากังวลว่าหากบินข้ามผืนทะเล อาจจะถูกเผ่าทะเลโจมตี
จึงอยากซื้อแผนที่ใบหนึ่ง เพื่อหาเส้นทางที่ปลอดภัย”
“แต่พวกเราไม่จำเป็นต้องหาเส้นทางที่ปลอดภัยเลย แค่บินตรง
ไปทางตะวันออกก็พอ ถึงอย่างไรเผ่าทะเลแถวนี้ไม่มีใครมีพลังถึงขั้น
สร้างฐานเลย พอพวกมันรู้ตัว พวกเราก็บินไปไกลแล้ว”
เมิ่งจิ่งโจวเข้าใจในทันที “ใช่แล้ว บินตรงไปทางตะวันออกเรื่อยๆ
ต้องเจอผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดหรือสัตว์ทะเลขั้นทารกแรก
กำเนิดสักตัว”
ผู้ดูแลฟังการสนทนาของทั้งห้าคนด้วยความหวาดหวั่น พวกเขา
ทั้งห้าคนนี้คงเป็นปีศาจร้ายขั้นทารกแรกกำเนิดในตำนานกระมัง?
ปีศาจร้ายขั้นทารกแรกกำเนิดสิบปียังไม่ได้พบเจอสักคน วันนี้
ทำไมถึงปรากฏตัวพร้อมกันถึงห้าคนเลย
ทั้งห้าคนไม่สนใจปฏิกิริยาของผู้ดูแล ตกลงแผนการเสร็จสิ้นก็
ทะยานขึ้นสู่อากาศทันที เตรียมข้ามทะเล
ลู่หยางหยิบกระบี่ชิงเฟิงออกมา บินเฉียดผิวน ้าทะเล ทำให้น ้า
กระเซ็นขึ้นมาเป็นม่านน ้าสองข้าง
เมิ่งจิ่งโจววิ่งบนผิวน ้าอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้ฝึกร่างกาย การวิ่ง
ของเขาเร็วกว่าการบินเสียอีก
หม่านกู่หยิบค้อนออกมา บิดส่วนหัวค้อนออก เหลือเพียงด้าม
ค้อน บนด้ามค้อนมีรูเล็กๆ สามารถใช้เป็นขลุ่ยหยกได้
เขาในฐานะผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อ ไม่อาจวิ่งบนผิวน ้าเหมือนเมิ่งจิ่ง
โจว นั่นขัดกับภาพลักษณ์ของผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อ
เถาเหยาเย่กางร่มกระดาษสีแดง หลี่หาวเหรินหยิบน ้าเต้าวิเศษที่
ตนเองหลอมสร้างขึ้นมา
ทั้งห้าคนต่างแสดงความสามารถพิเศษของตน บินไปยังทะเล
ตะวันออกอันลึกล ้า ทิ้งให้ผู้ดูแลยืนงงอยู่กับที่
เป็นไปตามที่ลู่หยางคาดการณ์ไว้ ต่อหน้าปีศาจร้ายขั้นทารก
แรกกำเนิดทั้งห้า ทะเลตะวันออกบริเวณชายขอบไม่มีอันตรายใดๆ
หากจะพูดถึงอันตราย พวกเขาทั้งห้าต่างหากที่เป็นอันตรายที่
ยิ่งใหญ่ที่สุด
พวกสัตว์ทะเลขั้นฝึกลมปราณเก้าระดับ ขั้นสร้างฐาน หรือแม้แต่
ขั้นแก่นทองคำ เมื่อเห็นทั้งห้าคนบินผ่านไปด้วยความรวดเร็ว ก็ตัว
สั่นเทาอยู่ใต้ผิวน ้า กลัวว่าทั้งห้าคนจะหยุดลงและหาเรื่องตัวเอง
แม้แต่สัตว์ทะเลขั้นทารกแรกกำเนิดที่เฝ้าอยู่ ก็ไม่กล้าเคลื่อนไหว
อย่างประมาท ปล่อยให้ทั้งห้าคนบินผ่านศีรษะตนเองไป
“ทะเลตะวันออกแถวนอกนี่ใหญ่จริงๆ บินมาตั้งครึ่งวันแล้วยังไม่
เจอสัตว์ทะเลขั้นทารกแรกกำเนิดสักตัวที่จะออกมาก่อกวนพวกเรา”
ลู่หยางคำนวณดู บินมาสามวันแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสัตว์
ทะเล
สิ่งที่ทั้งห้าคนไม่รู้ก็คือ ขณะที่พวกเขาบินด้วยความรวดเร็ว พลัง
ของพวกเขาแผ่ออกไป แสดงออกถึงพลังที่เหนือกว่าขั้นทารกแรก
กำเนิดมาก ไม่เพียงแค่ขั้นทารกแรกกำเนิด แม้แต่สัตว์ทะเลขั้นแปลง
ร่างเซียนก็ไม่อยากปะทะกับพวกเขา
ส่วนสัตว์ทะเลขั้นฝึกความว่างเปล่าที่พลังยังไม่มั่นคง ก็ไม่กล้า
ออกโรง
“ดูเร็ว ตรงโน้นมีคน!” เถาเหยาเย่อุทานด้วยความประหลาดใจ
และเป็นกลุ่มคนที่เหมือนกับพวกเขา กำลังบินอยู่บนฟ้าเป็นกลุ่ม
“ไปถามดู” ลู่หยางเห็นแล้วก็เปลี่ยนทิศทาง เหยียบกระบี่ชิงเฟิง
แล้วบินเข้าไปหา “สหายทั้งสามท่าน สวัสดี ขอถามหน่อยว่าท่าน
กำลังจะไปที่ใดกัน”
คนทั้งสามคนหัวเราะ “แน่นอนว่าไปร่วมงานเลี้ยง ใม่ใช่ว่าท่านก็
จะไปที่เดียวกันหรือ?”
“งานเลี้ยง?”
“ใช่ งานเลี้ยงที่ปู่ทวดขั้นรวมร่างของเผ่าทะเลจัดขึ้น เชิญผู้มี
อำนาจจากสถานที่ใกล้เคียงมาร่วมงาน ไม่สนใจฐานะหรือตำแหน่ง
แม้เป็นผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดขึ้นไปก็ล้วนสามารถเข้าร่วมได้
ท่านสหายหากไม่มีธุระด่วน ก็สามารถไปด้วยกันได้”
“ข้าก็สามารถไป?” ลู่หยางรู้สึกสนใจ คนที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้ก็
แค่ขั้นทารกแรกกำเนิด งานเลี้ยงที่จัดโดยปู่ทวดขั้นรวมร่าง ต้องมีผู้
บำเพ็ญชั้นสูงเข้าร่วมไม่น้อย สามารถถือโอกาสนี้หาแผนที่ที่ละเอียด
ยิ่งขึ้น ดูอัธยาศัยของปู่ทวดท่านนี้ ก็ไม่ใช่คนที่ถือตัวอะไร
นี่ยังเป็นโอกาสที่จะได้รู้จักกับผู้บำเพ็ญทะเลตะวันออกอีกด้วย
“แน่นอน ดังที่ทราบกันว่าปู่ทวดท่านนั้นชอบความครึกครื้น
เพียงแค่มีพลังถึงขั้น ก็สามารถไปได้โดยไม่ต้องมีบัตรเชิญ”
ลู่หยางดีใจ ยังมีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วย
“รอสักครู่ ข้าจะไปเรียกเพื่อนอีกหลายคนมาไปด้วยกัน”
ลู่หยางบินกลับไปทันที อธิบายสถานการณ์ให้ฟัง
“ข้าเคยได้ยินมาว่าทะเลตะวันออกมักจัดงานเลี้ยงบ่อยๆ นี่เป็น
เอกลักษณ์ของทะเลตะวันออก ไม่ไปไม่ได้” เมิ่งจิ่งโจวชอบสถานที่ที่
คึกคักที่สุด เป็นคนแรกที่ตอบรับ
เถาเหยาเย่กับอีกสองคนก็เห็นด้วยที่จะไปร่วมงานเลี้ยงเช่นกัน
ระหว่างทางไปงานเลี้ยง ผ่านการพูดคุย ลู่หยางได้รู้ว่าคนทั้งสาม
คนนั้นเป็นผู้บำเพ็ญอิสระ ครอบครองเกาะแห่งหนึ่ง เรียกตัวเองว่า
สามผู้กล้าแห่งเกาะฟางซาน
พวกเขาทั้งห้าคนบอกว่าพวกเขาเป็นศิษย์ของสำนักธาตุทั้งห้า
ทำให้สามผู้กล้าแห่งเกาะฟางซานอุทานด้วยความทึ่ง
“อ้อใช่ ข้าได้ยินมาว่าแคว้นต้าเซี่ยมีอัจฉริยะผู้หนึ่ง ชื่อลู่หยาง
พวกท่านรู้จักเขาหรือไม่” สามผู้กล้าแห่งเกาะฟางซานถาม
ลู่หยางพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง เพิกเฉยต่อสายตาที่ส่งมาของเมิ่ง
จิ่งโจวและที่เหลือ “ไม่เพียงแค่รู้จัก ข้ายังเคยต่อสู้กับเขา เป็นคู่ต่อสู้ที่
เอาชนะได้ยากมาก อีกทั้งเขายังมีชื่อเสียงสูงส่งในสำนักเวิ่นเต๋า เป็น
คนถ่อมตัว ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสำนักเวิ่นเต๋ามีความตั้งใจจะให้เขาสืบ
ทอดตำแหน่งเจ้าสำนัก แต่เขาปฏิเสธ”
สามผู้กล้าแห่งเกาะฟางซานอุทานด้วยความทึ่งอีกครั้ง รู้สึกว่า
อัจฉริยะที่ชื่อลู่หยางผู้นี้ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน ไม่ใช่คนในระดับ
เดียวกับพวกเขา
ยิ่งเข้าใกล้สถานที่จัดงานเลี้ยง สัตว์ทะเลและผู้บำเพ็ญมนุษย์ก็ยิ่ง
ปรากฏให้เห็นมากขึ้น
ทั้งแปดคนดำดิ่งลงไปใต้ทะเล หินเลี่ยงวารีทำให้ลู่หยางและคน
อื่นๆ เคลื่อนไหวใต้น ้าได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งการเคลื่อนไหวและการ
หายใจล้วนไม่ถูกจำกัด
ปะการังใต้ทะเลแตกหน่อ มีรูปทรงแตกต่างกันไป ราวกับวังวาอัน
งดงามใต้ทะเล ฝูงปลาหลากสีว่ายวนไปมาตามช่องว่าง ดั่งสายรุ้งอัน
เจิดจ้า
ยิ่งดำดิ่งลงลึก แสงสว่างกลับไม่ได้มืดลง แต่กลับสว่างมากขึ้น
เรื่อยๆ
นี่ไม่ใช่แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านลงมาในทะเล แต่เป็นวังสีทองอร่าม
ที่อยู่ใต้ทะเล สะท้อนแสงนับหมื่น ประกอบกับทัศนียภาพใต้ทะเล
โดยรอบ งดงามจนบรรยายไม่ถูก รอบๆ วังวา มุกหอย หยกเรืองแสง
ฝังอยู่ในนั้น ส่องประกายวับวาว ส่องสว่างทะเลโดยรอบ
สัตว์ทะเลรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไปว่ายผ่านทั้งแปดคนไป
คราวนี้ลู่หยางและคนอื่นๆ ก็จำแนกที่มาของเผ่าทะเลเหล่านี้ได้แล้ว
เผ่าลั่วอวี่ เผ่าเซิน เผ่ายักษา เผ่าอวี่…
หลังจากยืนยันพลังแล้ว ทั้งแปดคนก็เข้าวังอย่างราบรื่น
ผู้ที่เข้าร่วมงานเลี้ยงมีขั้นแปลงร่างเซียน ขั้นฝึกความว่างเปล่าไม่
น้อย ลู่หยางและคนอื่นๆ ในฐานะผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิด เป็น
ธรรมดาที่จะนั่งอยู่แถวหลังสุด
งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มขึ้น บนโต๊ะวางผลไม้วิเศษและสุราอมฤต
นานาชนิด ด้วยการเสริมแรงของกลไก ผลไม้วิเศษจะไม่ลอยขึ้น สุรา
อมฤตก็จะไม่ผสมกับน ้าทะเล
“ผลหงจื่อ ผลอี้ชี่… ปู่ทวดท่านนี้ใจกว้างจริงๆ” เมิ่งจิ่งโจวหัวเราะ
พูด ผลไม้พวกนี้สำหรับเขาแล้วไม่ใช่อะไรพิเศษ แต่สำหรับผู้บำเพ็ญ
ขั้นทารกแรกกำเนิดทั่วไปถือเป็นของบำรุงชั้นเยี่ยม
มองไปรอบๆ โต๊ะเรียงรายเป็นแถว ผลไม้วิเศษมากมาย เป็นการ
ลงทุนครั้งใหญ่
ลู่หยางได้ยินคนรอบข้างกระซิบกัน “ว่ากันว่าปู่ทวดท่านนั้นอยู่ที่
แคว้นต้าเซี่ยตลอด พลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่งกลับมาเมื่อสามวัน
ก่อน”
“แคว้นต้าเซี่ยช่างเป็นดินแดนแห่งโชคชะตาจริงๆ หากไม่ใช่
เพราะแคว้นต้าเซี่ยควบคุมเข้มงวดเกินไป ข้าอยากจะไปผจญภัยใน
แคว้นต้าเซี่ยสักครั้ง”
“ใครจะไม่อยากไป ข้ายังได้ยินว่าปู่ทวดท่านนั้นกับหัวหน้า
ตระกูลเมิ่งเป็นพี่น้องร่วมสาบาน แม้แต่ประตูสำนักเซียนก็สามารถ
เข้าออกได้ตามใจชอบ”
“ไม่รู้ว่าปู่ทวดท่านนั้นครั้งนี้กลับมาแล้วจะอยู่ต่อหรือกลับไป
บำเพ็ญที่แคว้นต้าเซี่ยอีก”
ลู่หยาง “……”
ประวัติของปู่ทวดท่านนี้ ฟังดูคุ้นๆ อย่างไรชอบกล
ก่อนที่ลู่หยางจะได้สอบถามอย่างละเอียด เสียงฆ้องกลองดังขึ้น
ประกาศว่างานเลี้ยงเริ่มขึ้นแล้ว ร่างที่คุ้นเคยปรากฏที่ด้านหน้าสุด
ของงานเลี้ยง
แตกต่างจากภาพลักษณ์ที่เคยเห็นในชีวิตประจำวัน ม้าแก่ข้าง
ซ้ายข้างขวาอุ้มลูกม้าตัวเมียเล็กๆ ข้างละหนึ่ง ลูกม้าตัวเมียทั้งสองดู
เขินอายมาก แก้มแดงระเรื่อ ม้าแก่ยังแกล้งแหย่ลูกม้าตัวเมียทั้งสอง
เป็นครั้งคราว ทำให้ลูกม้าตัวเมียยิ่งเขินอายมากขึ้น
ม้าแก่หัวเราะลั่น ดูมีความสุขเป็นพิเศษ กีบม้าราวกับมีแรงยึด
เกาะอย่างไรอย่างนั้น ชูถ้วยสุราขึ้นสูง “งานเลี้ยงครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อ
เฉลิมฉลองการกลับมาจากแคว้นต้าเซี่ยของข้า ทุกท่านไม่ต้อง
เกรงใจ สามารถดื่มกินให้สนุกได้”
“ปู่ทวด เล่าประสบการณ์ที่แคว้นต้าเซี่ยให้พวกเราฟังหน่อย” มี
คนตะโกนดังๆ
ม้าแก่ไม่ได้ปฏิเสธ เริ่มเล่า มีนัยของการอวดอยู่บ้าง “การ
เดินทางไปแคว้นต้าเซี่ย ทำให้ข้าได้รับผลประโยชน์มหาศาล ข้า
อาศัยอยู่ที่สำนักเซียนมาหลายปี โชคชะตามากมาย ผู้บำเพ็ญขั้น
ข้ามพิบัติที่ข้าได้พบเห็นนับไม่ถ้วน แม้ว่าข้าจะไม่อยากพบผู้บำเพ็ญ
ขั้นข้ามพิบัติเหล่านั้น พวกเขาก็รีบมาหา ห้ามก็ห้ามไม่อยู่”
“เช่นนั้นปู่ทวดท่านคงได้เห็นผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติลงมือแล้ว
สินะ” คนนั้นยังคงตะโกนเสียงดัง มองม้าแก่ด้วยความชื่นชม
“ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติลงมือมันจะนับเป็นอะไร แม้แต่กึ่งเซียน
ต่อสู้กัน ข้าก็เคยเห็น นั่นช่างเป็นประสบการณ์ที่เปิดหูเปิดตาจริงๆ
หากไม่ได้เห็นกับตา แม้จะจินตนาการไปตลอดชีวิตก็ไม่อาจนึกภาพ
ออกได้”
“มา มา ดื่มกัน” ม้าแก่ชูถ้วย ดื่มรวดเดียวหมด
“ขอเคารพปู่ทวด!” คนด้านล่างพูดพร้อมกัน ดื่มรวดเดียวหมด
เช่นกัน
ม้าแก่อารมณ์ดีมาก ลงจากเวที เดินชนแก้วดื่มกับผู้บำเพ็ญทีละ
คน ดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า ดื่มจนเมามาย
ผู้บำเพ็ญทั้งหลายรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
ม้าแก่ดื่มไปเรื่อยๆ จากด้านหน้าสุดของงานเลี้ยงจนถึงด้าน
หลังสุด
“มา ดื่ม!”
ม้าแก่ชูแก้ว เงยหน้าสบตากับลู่หยาง
“……”
ทั้งสองจ้องหน้ากันนิ่งเงียบ