ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 748 เส้นลมปราณ
เมื่อรู้ว่าลู่หยางและคนอื่นๆ เป็นศิษย์จากสำนักธาตุทั้งห้า
นอกจากสามผู้กล้าแห่งเกาะฟางซานแล้ว ยังมีกลุ่มอำนาจอีกไม่น้อย
ที่ยื่นข้อเสนอมาให้ หวังว่าจะได้ไปนั่งเล่นที่อาณาเขตของพวกเขา
แม้กระทั่งมีคนแนะนำอย่างไม่เปิดเผยว่าอยากจะยกลูกสาวให้
แต่งงานเพื่อสร้างพันธมิตร
เมื่อเทียบกันแล้ว ลู่หยางและคนอื่นๆ รู้สึกว่าสามผู้กล้าแห่งเกาะ
ฟางซานน่าเชื่อถือกว่า
เมื่อมาถึงเกาะฟางซาน ลู่หยางจึงได้รู้ว่าที่เรียกว่าเกาะฟางซาน
ไม่ใช่เกาะเดียว แต่เป็นชื่อเรียกหมู่เกาะ มีเกาะเล็กๆ จำนวนมาก
ล้อมรอบเกาะหลัก ราวกับดวงดาวนับไม่ถ้วน
ตามที่สามผู้กล้าแนะนำ เกาะหลักฟางซานมีเส้นลมปราณชั้นสี่
ระดับสูง ทำให้ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดหลายคนต้องอิจฉา ตาม
ตำนานว่ากันว่าใต้เส้นลมปราณยังซ่อนของล ้าค่าและสมุนไพรอยู่
ด้วย แน่นอนว่านี่เป็นเพียงตำนาน ไม่เคยมีใครเห็นมันมาก่อน
เส้นลมปราณเป็นสินค้าพิเศษของทะเลตะวันออกเช่นกัน ลู่หยาง
เคยได้ยินมาบ้าง เส้นลมปราณชั้นหนึ่งช่วยให้ผู้บำเพ็ญขั้นฝึก
ลมปราณบำเพ็ญได้ เส้นลมปราณชั้นสองช่วยให้ผู้บำเพ็ญขั้นสร้าง
ฐานบำเพ็ญได้ ไล่ลำดับขึ้นไปตามนี้
และเส้นลมปราณระดับเดียวกันยังแบ่งเป็นระดับสูง กลาง ต ่า
สามระดับอีกด้วย
เส้นลมปราณชั้นสี่ระดับสูงถือเป็นเส้นลมปราณที่ดีที่สุดที่ผู้
บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดจะได้รับ
สามผู้กล้าเป็นเจ้าของเกาะฟางซาน มีตระกูล ผู้บำเพ็ญอิสระ
และผู้คนธรรมดานับไม่ถ้วนที่พึ่งพาสามผู้กล้า รวมๆ แล้วมีคนนับ
ล้าน คนธรรมดาตื่นเมื่อตะวันขึ้นและกลับบ้านเมื่อตะวันตก หน้าที่
หลักคือการให้กำเนิดผู้บำเพ็ญรุ่นใหม่ ส่วนผู้บำเพ็ญขั้นฝึก
ลมปราณระดับต้นก็มีงานแตกต่างกันไป เช่น ทำหน้าที่เป็นเกษตรกร
วิเศษ ปลูกธัญพืชวิเศษ เป็นต้น
เกาะฟางซานเปรียบเสมือนอาณาจักรขนาดเล็ก ทำให้ลู่หยาง
และคนอื่นๆ ประหลาดใจไม่น้อย
“นายท่าน” สาวใช้รออยู่ที่เกาะฟางซานตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อต้อนรับ
การกลับมาของสามผู้กล้า
สาวใช้เหล่านี้ล้วนได้รับการคัดเลือกและอบรมอย่างดีจากตระกูล
ในเกาะฟางซาน มีรูปร่างหน้าตาดี
ยันต้าเซียเป็นหัวหน้าในสามผู้กล้า เขานำทั้งห้าคนไปยังห้อง
โถงหลัก ให้สาวใช้นำชามาเสิร์ฟ
“เดี๋ยวก่อน” ลู่หยางเรียกสาวใช้ไว้ ทำให้ยันต้าเซียเกิดความ
กังวล คิดว่าตนเองได้ล่วงเกินลู่หยางตรงไหน
ลู่หยางใช้มือบังแผ่นหยกประจำตัว บนแผ่นหยกเขียนว่า
สำนักเวิ่นเต๋า ไม่อาจให้ยันต้าเซียเห็นได้
“ชงชานี้แทนเถอะ พวกเราคุ้นเคยกับชานี้มากกว่า” ลู่หยางยิ้ม
พลางส่งห่อชาให้สาวใช้
ยันต้าเซียได้กลิ่นหอมของชา ม่านตาหดเล็กลงอย่างฉับพลัน
“นี่คือ…”
“ชารู้ธรรม?”
“นี่เป็นชารู้ธรรมจริงๆ หรือ?!”
“อย่างไร ยันต้าเซียเคยดื่มหรือ?”
ยันต้าเซียที่ไหนจะมีคุณสมบัติได้ดื่มชาชั้นนี้ เขาเคยมีโอกาส
เข้าร่วมงานเลี้ยงที่จัดโดยผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างสองสามคน หนึ่งในผู้
บำเพ็ญขั้นรวมร่างผู้ทรงพลังหยิบสิ่งล ้าค่าออกมาอย่างลึกลับ ก็คือ
ชารู้ธรรมนี่เอง
ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างคนอื่นๆ อยากได้ แต่เขาไม่ให้ สุดท้ายต้อง
อ้อนวอนกันพักใหญ่ถึงยอมชงหนึ่งกาให้ดื่มร่วมกัน
ห่อชาที่ลู่หยางหยิบออกมา อย่าว่าแต่ชงหนึ่งกาเลย แม้แต่ชง
เต็มอ่างล้างหน้าก็ยังเหลือเฟือ
ลู่หยางไม่ขาดแคลนชารู้ธรรม ไม่ต้องพูดถึงที่ไหนไกล ในสวน
สมุนไพรก็มีต้นชารู้ธรรมราชัน ชารู้ธรรมที่ศิษย์พี่ใหญ่ดื่มก็เก็บมา
จากต้นราชันนั้น ด้วยความสัมพันธ์ของลู่หยางกับราชันยาตัวน้อยๆ
ขอชารู้ธรรมสักสองสามห่อเป็นเรื่องง่ายดาย
และนี่ยังไม่รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าเซียนอมตะมีพลังที่สามารถ
ควบคุมพืชวิเศษได้โดยธรรมชาติ
ชารู้ธรรมชงเสร็จแล้ว สามผู้กล้ายกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่าง
ระมัดระวัง ราวกับกำลังรับประทานยาเซียนหรือยาวิเศษ
กลิ่นหอมนี้ยังหอมกว่าชารู้ธรรมในงานเลี้ยงเสียอีก!
สายตาของยันต้าเซียที่มองลู่หยางและคนอื่นๆ มีความเคารพยำ
เกรงเพิ่มขึ้น
“ยันต้าเซียช่วยแนะนำกลุ่มอำนาจในทะเลตะวันออกให้พวกเรา
ได้หรือไม่?” ลู่หยางอยากยืนยันให้ตรงกับที่ระบุไว้ในแผนที่
คนรับของแล้วย่อมปากเบา ยันต้าเซียบอกทุกอย่างที่รู้ “ทะเล
ตะวันออกแบ่งเป็นสองกลุ่มอำนาจใหญ่ เผ่าทะเลและมนุษย์ เผ่าทะเล
มีสิบตระกูลยิ่งใหญ่ ได้แก่ ตระกูลมังกร ตระกูลคุนเผิง ตระกูลขุย…
ตระกูลเหล่านี้ล้วนมีเทพจักรพรรดิปีศาจขั้นข้ามพิบัติ โดยเฉพาะ
ตระกูลมังกร มีรากฐานลึกล ้าวัดไม่ได้ ไม่รู้ว่ามีผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ
กี่คน ว่ากันว่าเทพจักรพรรดิมังกรเฒ่ามีอายุถึงเก้าพันปีแล้ว”
“ใต้สิบตระกูลยิ่งใหญ่ ก็มีตระกูลเช่น ตระกูลม้ามังกร ตระกูลเซิน
ตระกูลเอา ตระกูลเงือก ตระกูลยักษา ตระกูลมนุษย์มังกร เป็นต้น เผ่า
ทะเลเหล่านี้ล้วนมีเทพราชาปีศาจยิ่งใหญ่ขั้นรวมร่างคุ้มกัน”
“ตระกูลที่ต ่าลงไปอีก นับไม่ถ้วนแล้ว เช่น ตระกูลแมงมุมทะเล
ตระกูลปลาวิเศษ ตระกูลเหล่านี้มีผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนคุ้มกัน
แต่ว่ามีขั้นฝึกความว่างเปล่าหรือไม่ก็ไม่รู้แล้ว”
ที่ทะเลตะวันออกนี้ ผู้ที่บำเพ็ญถึงขั้นฝึกความว่างเปล่าจะ
พยายามเก็บตัวให้มากที่สุด ปกปิดข่าวการเลื่อนขั้น เพื่อป้องกัน
ไม่ให้ศัตรูรู้ว่าตนอยู่ในช่วงขั้นฝึกความว่างเปล่าและมาหาเรื่อง
“เมื่อเทียบกับเผ่าทะเล ฝั่งมนุษย์ก็อ่อนแอกว่า เพื่อปกป้องตัวเอง
จึงได้ก่อตั้งสมาพันธ์ผู้บำเพ็ญทะเลตะวันออก ผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาพันธ์
คือเกาะเซียนสามเกาะ เผิงไหล ฟางจาง และอิงโจว ซึ่งเป็นกลุ่ม
อำนาจที่มีสิทธิ์มีเสียงมากที่สุดในสมาพันธ์ พวกเขาล้วนมีบรรพบุรุษ
ขั้นข้ามพิบัติคุ้มกัน ดำรงตำแหน่งประมุขสมาพันธ์และรองประมุข
สมาพันธ์”
“กลุ่มอำนาจที่มีผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างในสมาพันธ์มี…”
“เกณฑ์การเข้าร่วมสมาพันธ์คือขั้นสร้างฐาน คนเหล่านี้ใน
สมาพันธ์เป็นสมาชิกทั่วไป เมื่อถึงขั้นแก่นทองคำ ก็นับเป็นสมาชิก
ระดับสูง”
“พวกเราสามพี่น้องทำหน้าที่ในสมาพันธ์เป็นผู้ดูแล เหนือขึ้นไป
ยังมีหัวหน้าหอ อาจารย์อาวุโส เป็นต้น”
หลังจากแนะนำจบ ลู่หยางมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกลุ่ม
อำนาจในทะเลตะวันออก: การแบ่งระดับชั้นของทะเลตะวันออกนี่มี
มากจริงๆ และแบ่งกันอยู่ครึ่งค่อนวัน ประมุขสมาพันธ์ของพวกเขา
หากอยู่ในลัทธิสวรรค์ของพวกเรา แม้แต่ตำแหน่งสี่จวิ้นก็ยังเป็นไม่ได้
ยันต้าเซียถือโอกาสในการสนทนา ถามคำถามเกี่ยวกับการ
บำเพ็ญ
ที่จริงพวกเขารู้สึกอายเล็กน้อย แต่เดิมพวกเขาคิดว่าจะนำของ
ดีๆ มาต้อนรับ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบำเพ็ญ แต่พอลู่
หยางนำชารู้ธรรมออกมา ของดีอะไรของพวกเขาก็ไม่มีประโยชน์
แล้ว
ห่อชาใบนี้สามารถซื้อเกาะฟางซานได้หลายเกาะ
พวกเขาได้แต่หน้าหนายืนกรานถาม
แม้ว่าทารกแรกกำเนิดที่ลู่หยางและคนอื่นๆ บำเพ็ญออกมาจะ
ประหลาดแปลกประหลาด แต่พวกเขาก็เข้าใจวิธีการบำเพ็ญแบบ
ดั้งเดิมเป็นอย่างดี ปัญหาการบำเพ็ญที่รบกวนสามผู้กล้ามาหลายสิบ
ปี ลู่หยางสามารถชี้แนะได้ในสองสามประโยค ปัญหาได้รับการแก้ไข
อย่างง่ายดาย ทำให้สามผู้กล้าชื่นชมอย่างยิ่ง
มีเพียงคำถามที่มีความยากคือคำถามของยันต้าเซียที่ว่า “จะใช้
ทารกแรกกำเนิดต่อสู้ได้อย่างไร”
ลู่หยางคิดสักครู่ ตัวเขาเองยังถูกทารกอมตะกระทืบอยู่เลย ทารก
แรกกำเนิดคู่ของเมิ่งจิ่งโจวไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทารกแรกกำเนิด
บรรพบุรุษปรากฏของหม่านกู่ไม่มีคุณค่าอ้างอิง ทารกแรกกำเนิดศพ
ชิ้นส่วนของหลี่หาวเหรินก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
คิดไปคิดมา มีเพียงทารกแรกกำเนิดของเถาเหยาเย่เท่านั้นที่
น่าเชื่อถือ
“ที่จริง พวกเราอยู่ในดินแดนกลางมานาน ยังไม่เคยเห็นเส้น
ลมปราณมาก่อน ไม่ทราบว่ายันต้าเซียจะสามารถตอบสนองความ
อยากรู้ของพวกเราได้หรือไม่?” เมิ่งจิ่งโจวถาม
ในห้าคน มีเพียงหลี่หาวเหรินที่อาศัยความทรงจำจากชาติก่อน
เคยเห็นลักษณะของเส้นลมปราณ
“เรื่องนี้ไม่ยาก” ยันต้าเซียตอบรับด้วยรอยยิ้ม
โดยทั่วไป เส้นลมปราณเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเกาะ เป็นเขต
หวงห้าม ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าชม
แต่ลู่หยางนำชารู้ธรรมออกมาแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นคนนอกอีก
ต่อไป
“เชิญทางนี้”
สามผู้กล้านำทางด้วยตนเอง เชิญทั้งห้าคนเข้าไปในถ ้าแห่งหนึ่ง
สามผู้กล้าถือโคมไฟ ส่องสว่างเส้นทางเบื้องหน้า
ถ ้าคดเคี้ยว ยิ่งเดินลึกเข้าไป ยิ่งรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของ
ความเข้มข้นของลมปราณ เดินไปประมาณสิบนาที ถ ้าค่อยๆ สว่าง
ขึ้น สว่างกว่าโคมไฟของสามผู้กล้าเสียอีก
“พวกเรามาถึงแล้ว”
สามผู้กล้าดับโคมไฟ แสดงท่าเชื้อเชิญ
เบื้องหน้าเป็นน ้าพุสีฟ้าใส น ้าพุมีกลไกป้องกัน น ้าพุแผ่ลมปราณ
วิเศษระยิบระยับ ตามอุโมงค์ใต้ดินที่นำไปสู่ส่วนต่างๆ ของเกาะฟาง
ซาน สาขาย่อยของน ้าพุที่ขยายออกไปก็กลายเป็นเส้นลมปราณชั้น
สองและสาม
ทันใดนั้น พื้นดินสั่นสะเทือน เส้นลมปราณเดือดพล่าน ลมปราณ
อันเต็มเปี่ยมทะลุกลไกใหญ่ บนท้องฟ้าปรากฏระลอกคลื่นสีเขียว
มรกต
สีหน้าของยันต้าเซียเปลี่ยนไป “ปรากฏการณ์แปลกประหลาด
ของฟ้าดิน มีของล ้าค่าและสมุนไพรกำลังจะออกมา!”
ลู่หยางรีบยกมือเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า”