ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 759 พวกเจ้าทำได้อย่างไรที่ใช้เวลาเพียงครึ่งวันก่อ
- Home
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 759 พวกเจ้าทำได้อย่างไรที่ใช้เวลาเพียงครึ่งวันก่อ
เรื่องมากมายเช่นนี้
“พอดีเวลาก็ใกล้เคียงแล้ว พวกเรายังมีเพื่อนอีกคนรออยู่ที่ที่ตั้ง
ใหญ่ของสมาพันธ์”
ระหว่างทางไปที่ตั้งใหญ่ของสมาพันธ์ ลู่หยางชวนคุยอย่างเรื่อย
เปื่อย: “พูดถึงท่านซู่ มาถึงเกาะเผิงไหลได้อย่างไร เป็นเพราะมา
ร่วมงานประลองคัดเซียนนี่หรือ?”
ซู่อี้เหรินส่ายหน้า: “เป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น ข้ากับเจ้าหญิงองค์
หนึ่งของวังมังกรทะเลตงไห่เป็นเพื่อนกัน ครั้งนี้มาทะเลตงไห่ เป็น
เพราะนางเชิญข้ามาร่วมงานวันเกิดราชามังกร ข้ากังวลว่าระหว่าง
ทางอาจมีอุปสรรค จึงมาถึงทะเลตงไห่ล่วงหน้า แล้วผู้บำเพ็ญจาก
เกาะเผิงไหลก็เชิญข้าร่วมงานประลองคัดเซียน”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ลู่หยางก็ว่าแล้ว ด้วยรสนิยมของซู่อี้เหริน คงไม่
ตั้งใจมาร่วมงานประลองแบบนี้หรอก
พวกเขาห้าคนทะเลาะกันเองยังดุเดือดกว่างานประลองคัดเซียน
เสียอีก
ลู่หยางมาได้จังหวะพอดี ตอนเขามาถึง ยันต้าเซียเพิ่งจัดการ
เอกสารเสร็จเดินออกมาจากหอคอย
“จัดการเสร็จสักที” ยันต้าเซียรู้สึกโล่งอก สมาพันธ์นี่มันโกง
จริงๆ ไม่เพียงแต่มีขั้นตอนยุ่งยาก แต่ยังพูดจาเป็นเชิงเรียกเงินตลอด
ผ่านไปครึ่งวัน ในที่สุดก็จัดการเสร็จ
“ท่านทั้งห้ารออยู่นานแล้ว ไม่คิดว่าการเลื่อนตำแหน่งเป็น
หัวหน้าหอจะยากขนาดนี้” ยันต้าเซียยิ้มอย่างเก้อเขิน สังเกตเห็นซู่อี้
เหรินที่เอนตัวอยู่ข้างหลี่หาวเหริน
“ท่านผู้นี้คือ?”
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้…” ลู่หยางอธิบายอย่างกราชับ ยิ่งพูดใบหน้า
ของยันต้าเซียก็ยิ่งซีดลง
เข้าร่วมงานประลองคัดเซียน ผลัดกันรุมทำร้ายฟานชง ถูกธิดา
เพียงคนเดียวของเจ้าเกาะเผิงไหลต้องการรับเป็นบุรุษบำเรอ ผู้ทรง
พลังขั้นรวมร่างสองคนต่อสู้กันใหญ่โต ทำให้ท่านเต๋าเสวียนหลิงเสีย
หน้าต่อหน้าผู้คน… นี่เพิ่งผ่านไปแค่ครึ่งวันเอง
พวกเจ้าทำได้อย่างไรที่ใช้เวลาเพียงครึ่งวันก่อเรื่องมากมาย
เช่นนี้
เรื่องราวทั้งหมดนี้ เขาก็แค่มีคุณสมบัติเข้าร่วมงานประลองคัด
เซียน เป็นหนึ่งในผู้ชมจำนวนมากเท่านั้น
ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักว่าหญิงผู้บำเพ็ญที่ไม่เคยพบมาก่อนคน
นี้คือผู้ทรงพลังขั้นรวมร่าง จึงรีบทำความเคารพ: “ผู้น้อยยันเฉวียน
ขอพบท่านซู่”
“เกาะเผิงไหลอาจจะแก้แค้นพวกเราในวันหน้า เพื่อความ
ปลอดภัยยันต้าเซียไม่ควรเดินไปด้วยกันกับพวกเรา” ลู่หยางพูดด้วย
ความหวังดี ตอนนี้เขาใช้ตัวตนเป็นศิษย์สำนักธาตุทั้งห้า คุ้มครอง
ยันต้าเซียไม่ได้
หากนำตัวตนรองประมุขลู่ของเขาออกมาใช้ก็อาจจะพอได้
ยันต้าเซียรู้สึกว่าลู่หยางพูดถูก อยู่กับลู่หยางและคณะทุกวัน
ประสบการณ์ที่ได้รับมันน่าตกใจเกินไป เขาในฐานะที่เป็นเพียงผู้
บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนคนหนึ่งรับไม่ไหวจริงๆ
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอลาจากกันตรงนี้ หากวันหน้าท่านทั้งห้ามาที่เกาะ
ฟางซานของข้า ข้ายันจะต้อนรับอย่างดี”
“ลาก่อน”
ยันต้าเซียและลู่หยางรวมถึงคนอื่นๆ ประสานมือกล่าวลาอย่าง
จริงจัง จากนั้นก็หันหลังออกจากเกาะเผิงไหล
“เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นขั้นแปลงร่างเซียนแต่ไม่มีความหยิ่งผยอง
นับว่าเป็นจิตใจที่หาได้ยาก” ซู่อี้เหรินวิจารณ์ นางเคยพบผู้บำเพ็ญที่
เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นขั้นแปลงร่างเซียนหลายคนในทะเลตงไห่ หยิ่งผยอง
เกินขอบเขต จิตใจย ่าแย่มาก
ที่จริงนี่เป็นปัญหาทั่วไปของผู้บำเพ็ญในทะเลตงไห่ ให้
ความสำคัญกับวิทยายุทธ์แต่มองข้ามจิตใจ ทำให้เกิดการคลั่งไคล้ใน
พลังอำนาจได้ง่าย หรือเจอกับอุปสรรคในการบำเพ็ญ
หลี่หาวเหรินคิดในใจว่า ถ้าท่านรู้ว่ายันต้าเซียเคยผ่านอะไรมา
บ้างกับพวกเรา ท่านก็จะรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่มีความหยิ่งผยอง
ซู่อี้เหรินเคยมาเกาะเผิงไหลหลายครั้ง จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับเกาะ
เผิงไหล ส่วนหลี่หาวเหรินก็มีความทรงจำของชิ่นห่าวเหรินครึ่งหนึ่ง
รวมสองคนเข้าด้วยกัน เป็นมัคคุเทศก์ได้เหลือเฟือ
“ตำแหน่งที่พวกเราอยู่คือเกาะหลักของเกาะเผิงไหล เกาะหลัก
แบ่งเป็นวงในและวงนอก วงในคือพื้นที่แกนหลักของเกาะเผิงไหล
งานประลองคัดเซียน ที่ตั้งใหญ่ของสมาพันธ์ผู้บำเพ็ญทะเลตงไห่ล้วน
อยู่ที่นั่น”
“ตอนนี้พวกเราอยู่ที่วงนอก วงนอกเป็นสถานที่ที่ผู้บำเพ็ญทะเล
ตงไห่รวมตัวกันมากที่สุด ร้านค้าเหล่านี้ในวงนอก เกาะเผิงไหลมี
ตระกูลต่างๆ อาจารย์อาวุโส และกลุ่มพลังมากมาย ร้านค้าเหล่านี้ถ้า
สืบย้อนกลับไป จะต้องเป็นกิจการของกลุ่มพลังต่างๆ แน่นอน
เนื่องจากงานประลองคัดเซียน ผู้บำเพ็ญในวงนอกจึงมีมากกว่าปกติ”
“รอบเกาะหลักมีเกาะเล็กสามพันเกาะ เป็นที่อยู่ของคนธรรมดา
คนธรรมดาปลูกพืชวิเศษ เลี้ยงตัวไหม ขุดแร่… ล้วนใช้เพื่อการกิน
สวมใส่ พักอาศัย และเดินทางของศิษย์เกาะเผิงไหล”
หลี่หาวเหรินแทรก: “โดยเฉพาะพื้นที่ขุดแร่ มีการควบคุมอย่าง
เข้มงวด ชาติก่อนข้าคิดจะไปขโมยหินวิเศษสองสามก้อนยังถูกจับ
ได้”
ในงานเฉลิมฉลองหนึ่งแสนสองหมื่นปีของสำนักเวิ่นเต๋า หลี่หาว
เหรินและซู่อี้เหรินได้พบกัน เขาได้บอกนางว่าเขาตื่นความทรงจำ
ชาติก่อน และระบุชัดว่าชิ่นห่าวเหรินคือประมุขลัทธิจิ่วอิ่ว
ซู่อี้เหรินไม่รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้ ชิ่นห่าวเหรินวันๆ ลึกลับ
มากมาย ดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ได้ทำอาชีพสุจริต
อีกทั้งชิ่นห่าวเหรินบอกว่าเขาจะกลับชาติมาเกิด นี่เป็นมุมมอง
ของลัทธิจิ่วอิ่ว แสดงว่าชิ่นห่าวเหรินน่าจะเป็นผู้นำระดับสูงของลัทธิ
จิ่วอิ่ว
ทั้งหกคนหาร้านอาหารแห่งหนึ่งนั่งลง ทะเลตงไห่มีความชื้นสูง ผู้
บำเพ็ญขั้นต ่าไม่สามารถต้านทานได้ ชาที่ร้านอาหารเสิร์ฟส่วนใหญ่
จึงมีสรรพคุณขับความชื้น
ลู่หยางและคณะไม่จำเป็นต้องขับความชื้น แต่ก็ไม่รังเกียจที่จะสั่ง
กาหนึ่งมาลองชิม และยังสั่งอาหารพิเศษอีกสองสามจาน
เห็นหนอนที่ยังดิ้นอยู่ถูกเสิร์ฟมา ลู่หยางและคณะไม่กล้ากิน
ส่วนปลาดิบรสชาติดีมาก สดอร่อยถึงขีดสุด
“น่าเสียดาย ปลานี้อายุไม่มากพอ พลังวิเศษไม่เต็มเปี่ยม หากมี
ชีวิตอยู่อีกสิบปี รสชาติจะต้องดีขึ้นอีกระดับแน่นอน” เมิ่งจิ่งโจวพูด
อย่างเสียดาย ตอนที่เขาเที่ยวเล่นในเมืองหลวง มักจะไปเข้าออกตาม
โรงเหล้าใหญ่ๆ จึงมีความรู้เรื่องอาหารพอสมควร
“เรื่องนี้ง่าย” หญ้าเซียนแปรกายโผล่ออกมาจากข้างหลังเถา
เหยาเยี่ย “เจ้าให้ทางร้านเอาปลาขาวสดๆ มา ขอตัวที่ยังมีชีวิต”
พวกเขาขอห้องส่วนตัว จึงไม่กลัวคนนอกจะเห็นหญ้าเซียนแปร
กาย
เมิ่งจิ่งโจวทำตาม เรียกเซี่ยวเอ้อ ขอปลาขาวตัวหนึ่ง ต้องเป็นตัว
ที่ยังมีชีวิตกระโดดดิ้นได้
เซี่ยวเอ้ออุ้มอ่างไม้ขึ้นมา ในอ่างมีปลาขาวตัวหนึ่งว่ายอยู่ ขาว
ราวหยก
เขาวางอ่างไม้แล้วเดินไป มองทุกคนด้วยสายตาแปลกๆ
แม้ว่าร้านของพวกเขาจะเน้นความสด แต่ก็เป็นครั้งแรกที่พบ
ลูกค้าที่เอาปลามากินเป็นๆเลย
หญ้าเซียนแปรกายไม่สนใจว่าเซี่ยวเอ้อจะคิดอย่างไร ฉีกใบ
ตัวเองออกมานิดเดียวแทบมองไม่เห็น ป้อนให้ปลาขาว
ปลาขาวได้รับชะตาพิเศษ บังเอิญได้รับโชคลาภ ปล่อยแสงสี
ขาวนวล จากนั้นแสงก็หายไป กลายเป็นปลาขาวอายุยี่สิบปี เต็ม
เปี่ยมด้วยพลังวิเศษ
“เรียบร้อย” หญ้าเซียนแปรกายมีท่าทางเหมือนทำภารกิจสำเร็จ
“ราชายาน้อย?” ซู่อี้เหรินตกตะลึง จำสายพันธุ์ของหญ้าเซียน
แปรกายไม่ได้ แต่สามารถระบุได้ว่านี่คือราชายาน้อย
“แค่นิดเดียวก็ทำให้ปลานี้มีวิทยายุทธ์เพิ่มขึ้นยี่สิบปี?” เมิ่งจิ่ง
โจวตกใจ หญ้าเซียนแปรกายเหนือธรรมชาติเกินไปแล้ว
ใบตรงกลางของหญ้าเซียนแปรกายกำลังส่ายไปมา ทำหน้าที่
เป็นศีรษะ: “ที่ไหนจะสะดวกง่ายดายเช่นนั้น เป็นเพราะปลาตัวนี้
ต้องการทรัพยากรในการบำเพ็ญน้อยมาก”
“ถ้าเปลี่ยนเป็นพวกเจ้าทั้งห้า ใบนิดเดียวเช่นนี้ก็ทำให้พวกเจ้า
บำเพ็ญได้แค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น”
ลู่หยางใช้กระบี่ชิงเฟิงตัดปลาขาว หั่นเป็นชิ้นๆ ทุกคนคีบขึ้นมา
กิน รสชาติดีกว่าปลาขาวตัวก่อนหลายเท่า
ซู่อี้เหรินมาทะเลตงไห่หลายครั้ง แต่ไม่เคยกินปลาขาวระดับนี้มา
ก่อน
ซู่อี้เหรินเห็นหญ้าเซียนแปรกายมีประโยชน์ ดวงตาเป็นประกาย
นึกว่าความสามารถของหญ้าเซียนคือการเพิ่มคุณภาพของวัตถุดิบ
วิเศษ จึงหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ออกมาจากแหวนเก็บของ และถาม
หญ้าเซียน
“นี่เป็นสมบัติที่ข้าได้มาโดยบังเอิญ จะเพิ่มคุณภาพของสิ่งนี้ขึ้น
อีกระดับได้หรือไม่ ข้าคิดว่ามันจะมีประโยชน์มากในวันหน้า”
เมิ่งจิ่งโจวรู้สึกว่าขวดกระเบื้องเล็กๆ นี้และสิ่งที่อยู่ข้างในคุ้นตา
มาก
นี่ไม่ใช่เลือดแท้ของข้าหรอกหรือ?
ท่านซู่ ท่านจะทำอะไร?