ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 767 เรื่องวุ่นวายในทะเล
“พวกท่านสามารถถ่ายภาพมายาพยับแดดได้ด้วยหรือ? ข้านึก
ว่ามีแค่ฟานชงจากเกาะเผิงไหลเท่านั้นที่ถ่ายได้!” เสี่ยวซิงไห่ได้ยิน
บทสนทนาของลู่หยางกับเถาเหยาเยี่ย รู้สึกสนใจในหัวข้อนี้มาก
ลู่หยางแนะนำอย่างภาคภูมิใจ: “ฟานชงเป็นอะไร แค่คนเล็กคน
น้อยเท่านั้น ท่านนี้คือน้องเถาเหยาเยี่ยของข้า ไม่เพียงแต่งดงาม ยัง
ฉลาดเฉลียว ภาพมายาพยับแดดเป็นสิ่งที่นางประดิษฐ์ขึ้น!”
เถาเหยาเยี่ยได้ยินแล้วใบหน้าแดงเรื่อเล็กน้อย ทำเป็นไม่ได้ยิน
คำตอบของหม่านกู่เมื่อก่อนหน้า
“ส่วนฟานชงจากเกาะเผิงไหลนั้น เขามันก็แค่คนลอกเลียนแบบ
โดยไม่ได้รับอนุญาต คนแบบเขาถ้าอยู่ในแคว้นต้าเซี่ยของพวกเรา
ถูกขังคุกไปนานแล้ว น้องเถาต่างหากที่เป็นต้นฉบับแท้”
“เก่งกาจถึงเพียงนี้” เสี่ยวซิงไห่ฟังแล้วตาเป็นประกาย
“ถ้าเช่นนั้นจะจัดบทบาทให้ข้าได้ไหม ตัวเอกหรือตัวร้ายก็ได้”
เสี่ยวซิงไห่อยากเป็นตัวละครในภาพมายาพยับแดดมานาน ไม่ต้อง
พูดอะไรมาก สิ่งนี้มีชื่อเสียงมาก
เถาเหยาเยี่ยรู้สึกว่าตระกูลคุนเผิงช่างมีน ้าใจและเป็นมิตร ผู้
อาวุโสปีกดำไม่ได้ระบายโทสะใส่พวกเขา หัวหน้าเผ่าเสี่ยวเล่า
เรื่องราวของผู้ทรงพลังให้ฟัง เสี่ยวซิงไห่ทั้งแปลงร่างเป็นนกเผิงทั้ง
เป็นปลาคุน พาพวกเขาไปเที่ยวชม ช่างมีน ้าใจยิ่งนัก
“ได้” แค่บทบาทเดียวเท่านั้นจะเป็นไรไป
ลู่หยางครุ่นคิด: “เจ้าคิดว่าบทภาพยนตร์เมื่อครู่เป็นอย่างไร ไม่สู้
เปลี่ยนตระกูลมังกรในเรื่องเป็นตระกูลคุนเผิง เจ้าแสดงเป็นคุนเผิงที่
ลากน้องเถาลงน ้า?”
“ดีๆ” เสี่ยวซิงไห่ได้ยินว่าบทบาทของตนมีมากขนาดนี้ จึงตกลง
ทันที
“แล้วข้าล่ะ ให้ข้ามีบทบาทด้วยได้ไหม?” เมิ่งจิ่งโจวเข้ามาร่วมวง
สนุก
ลู่หยางผลักเมิ่งจิ่งโจวออกไปอย่างรำคาญ: “บทเต็มแล้ว ไม่มีที่
ให้เจ้า”
เมิ่งจิ่งโจวกล่าวอย่างกระตือรือร้น: “จะไม่มีได้อย่างไร ไม่ใช่ว่า
เจ้าใช้รีดเอ็นถอนกระดูกให้บิดามารดาหรอกหรือ ข้าเป็นพ่อเจ้าได้
นี่”
หลี่หาวเหรินก็เข้ามาร่วมวง: “ข้ากับอี้เหรินเป็นคู่หมั้นพอดี ไม่สู้
พวกเราสองคนแสดงเป็นบิดามารดาดีหรือ?”
เพื่อเป็นพ่อของลู่หยาง หลี่หาวเหรินยอมเสียสละความหล่อ ยินดี
เป็นหนุ่มหน้าหวาน
“ไปให้พ้น ไม่สู้พวกเจ้าสองคนมาวุ่นวายในทะเล ฝห้ข้าเป็นพ่อ
ของพวกเจ้าสองคนดีกว่า”
“เอาๆ ข้าเปลี่ยนบทบาท… ไม่ได้นี่ บทของเจ้าไม่มีตัวละคร
สำคัญสักตัวเลย” เมิ่งจิ่งโจวรู้สึกว่าตนมีฐานะสูงส่งปานใด จะมา
แสดงเป็นตัวละครเล็กๆ ไร้ชื่อเสียงในภาพมายาพยับแดดได้อย่างไร
“เจ้าเปลี่ยนแนวคิดแก้ไขบทหน่อย”
“พี่ลู่ ให้ข้ามีบทบาทด้วยได้ไหม?” หม่านกู่ก็เข้ามาร่วม เขาก็
อยากถ่ายภาพมายาพยับแดดด้วย
ลู่หยางปวดหัวตึ้บ บทในเรื่องวุ่นวายในทะเลจะมีตัวละครสำคัญ
มากมายได้อย่างไร
ยากจริงๆ
ทันใดนั้นลู่หยางก็มีความคิดแวบเข้ามา นึกถึงวิธีแก้ปัญหา:
“พวกเราสามารถแก้ตั้งแต่เนื้อเรื่องได้ เปลี่ยนเป็นเถาวัลย์สวรรค์ที่มี
น ้าเต้าสี่ลูก น ้าเต้าแตกออกกลายเป็นคนสี่คน”
“เอ้ เนื้อเรื่องนี้ดี พอดีเข้ากับสภาพความเป็นจริงของทะเลตงไห่
ที่มีวัตถุล ้าค่าจากสวรรค์มากมาย”
“ตอนนั้นข้าจะกระโดดออกมาจากน ้าเต้าก่อน ท้าทายพี่ซิงไห่ สู้
ไม่ไหวแล้วเจ้าเมิ่งก็เข้ามา แล้วน้องหม่านกู่ น้องหลี่ตามมา ก็สู้กัน
แบบนี้…”
ซู่อี้เหรินเป็นผู้บำเพ็ญในที่สงบ ไม่เหมาะจะปรากฏตัวในภาพ
มายาพยับแดด
เสี่ยวซิงไห่เห็นลู่หยางถกกันอย่างเร่าร้อน จึงเข้าร่วมวงสนทนา
ทั้งห้าคนยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น อยากจะลองดูทันที
“ตอนนั้นข้าจะออกท่านี้ก่อน…”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะโต้กลับแบบนี้ แลกบาดแผลกัน…”
เถาเหยาเยี่ยไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมลู่หยางและคนอื่นๆ จึงตื่นเต้น
ขนาดนี้
“แล้วตัวตนของน้องเถาล่ะ?” เมิ่งจิ่งโจวถามถึงประเด็นสำคัญ
ลู่หยางลูบคางครุ่นคิด: “ผีเสื้อ… ไม่ได้ ทะเลตงไห่จะมีผีเสื้อได้
อย่างไร ไม่สู้กำหนดให้เป็นศิษย์อัจฉริยะจากเกาะเผิงไหล?”
“น้องเถาเจ้าคิดอย่างไร?”
“อะไรก็ได้”
เถาเหยาเยี่ยทำหน้าเบื่อหน่ายชีวิต ไม่ว่าจะฟังบทอย่างไร บท
ของนางก็ดูเหมือนจะมีไม่มาก จะทำอย่างไรก็ได้
“เถาน้อย เจ้าชอบลู่หยางใช่ไหม?” ซู่อี้เหรินส่งเสียงสื่อจิตถึงเถา
เหยาเยี่ย
ซู่อี้เหรินก็เป็นคนที่ผ่านเรื่องราวมามากมาย ไม่เหมือนพวกลู่
หยางที่หัวทึบเป็นท่อนไม้ นางมองออกว่าเถาเหยาเยี่ยมีความรู้สึกต่อ
ลู่หยาง
แก้มของเถาเหยาเยี่ยแดงกว่าเมื่อครู่ ส่งเสียงสื่อจิตตอบกลับ
น ้าเสียงเขินอาย: “ท่านซู่มองออกแล้วหรือ?”
“อืม มองออกบ้าง”
“ท่านซู่มีวิธีไหนบ้าง?”
ซู่อี้เหรินคิดสักครู่ แนะนำอย่างจริงจัง: “บำเพ็ญ”
“บำเพ็ญหรือ?”
ซู่อี้เหรินกล่าวอย่างมั่นใจ: “ใช่ แค่เจ้าพยายามบำเพ็ญ ให้วิทยา
ยุทธ์เหนือกว่าลู่หยาง ตอนนั้นแม้จะลากเขาเข้าห้องหอโดยไม่สมัคร
ใจ เขาก็ต่อต้านไม่ได้!”
“เช่นข้าก็สามารถทำเช่นนี้กับหาวเหรินได้”
เถาเหยาเยี่ยคิดดู ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ สอดคล้องกับ
หลักการของโลกผู้บำเพ็ญที่ว่าเคารพผู้แข็งแกร่ง
ซู่อี้เหรินนึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง จึงกล่าว: “ยังมีอีก เมื่อเจ้ากลับแคว้น
ต้าเซี่ย สามารถไปที่ตลาดมืดในเมืองชุนเจียง มณฑลโยวโจว น ้า
หยดเลือดนี้ข้าซื้อมาจากที่นั่น ได้ยินว่าทุกคนที่ใช้แล้วล้วนบอกว่าดี
…”
ขณะที่ซู่อี้เหรินกับเถาเหยาเยี่ยกระซิบกระซาบกัน ทางลู่หยางก็
ตกลงรายละเอียดบทกันเรียบร้อยแล้ว
“ที่เกาะเผิงไหลมีน ้าเต้าสี่ลูกของพวกเรา พี่ซิงไห่อยากจะกินน้อง
เถา จึงทำให้นางจมน ้า ตอนนี้ข้าจะปรากฏตัว กระโดดออกมาจาก
น ้าเต้า… ตกลงกันนะ ทำตามนี้! พวกเราหาที่ฝึกซ้อมกันสักหน่อยดี
ไหม?”
เถาเหยาเยี่ยสร้างฉากภาพมายาพยับแดด ต้องใช้ความจริงเป็น
แม่แบบ แล้วจึงปรับเปลี่ยนบนพื้นฐานนี้
เถาเหยาเยี่ยไม่เคยเห็นภาพการต่อสู้ระหว่างลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจว
หม่านกู่ หลี่หาวเหรินกับคุนเผิง จึงไม่สามารถสร้างภาพมายาพยับ
แดดได้
“แถวนี้มีเกาะไหม?”
“มี” เสี่ยวซิงไห่ตอบ เรื่องสนุกขนาดนี้ ถึงไม่มีเขาก็จะให้ผู้อาวุโส
ในตระกูลสร้างเกาะขึ้นมาสักเกาะ
“น้องเถา เจ้าจะมาซ้อมฉากสักรอบไหม?”
“ได้” เถาเหยาเยี่ยเพิ่งได้รับคำสอนจากซู่อี้เหริน ปัดความหดหู่
เมื่อครู่ทิ้งไป
เสี่ยวซิงไห่พาทุกคนไปพบเกาะแห่งหนึ่งที่มีนกร้องดอกไม้หอม
ที่นี่อยู่นอกเขตทะเลของตระกูลคุนเผิง แต่เนื่องจากอยู่ติดกับ
ตระกูลคุนเผิง จึงไม่มีใครกล้ามาอยู่ที่นี่ เป็นเกาะร้าง เหมาะที่สุด
สำหรับการแสดง
……
เถาเหยาเยี่ยเปลี่ยนชุดใหม่ สวมชุดของเกาะเผิงไหล ดูน่ารักร่า
เริง
นางมือไพล่หลัง ถือรองเท้าคู่หนึ่ง ทรายละเอียดนุ่มและน ้าทะเล
ท่วมถึงข้อเท้า นางฮัมเพลงพื้นบ้านเบิกบานใจ เดินไปตามชายหาด
ปลายผมติดดอกไม้ป่าที่เพิ่งเด็ดมา
ทันใดนั้น ลมปีศาจพัดมา เสี่ยวซิงไห่ที่แปลงร่างเป็นปลาคุนโผล่
ขึ้นจากผิวน ้า ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองเถาเหยาเยี่ย อันตราย
อย่างยิ่ง
“วิทยายุทธ์ที่บริสุทธิ์เช่นนี้ ช่างเป็นที่โปรดปรานของสวรรค์และ
พิภพจริงๆ ผู้บำเพ็ญเกาะเผิงไหล วันนี้เจ้าสมควรตกเข้าไปในท้องข้า
แล้ว!”
เสี่ยวซิงไห่ใช้เวทฝีมือ ร่างของเถาเหยาเยี่ยโคลงเคลง เอนไป
ข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ล้มลงในทะเล ปุดๆ ผุดฟองอากาศ ดิ้นรนเรียก
ให้ช่วย
ในยามคับขันนี้ ที่ลึกของเกาะเผิงไหลมีเถาวัลย์น ้าเต้าต้นหนึ่ง
เถาวัลย์น ้าเต้านี้เป็นรากฐานสวรรค์ยุคโบราณ ผ่านอุปสรรคนับพัน
สุดท้ายก็สุกงอม
ได้ยินเสียงแกร๊ก น ้าเต้าสีแดงสุกก่อนเป็นลูกแรก
น ้าเต้าสีแดงแตกออก ลู่หยางสวมกางเกงขาสั้นที่ทำจากใบ
น ้าเต้าสีแดงกระโดดออกมา เติบโตในชั่วพริบตา จากความสูงหนึ่ง
ชุ่นเติบโตถึงขนาดคนธรรมดา
“ปีศาจร้าย กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายคน!” ลู่หยางตะโกนเสียงดัง
ดำดิ่งลงสู่ทะเลตงไห่ อุ้มเถาเหยาเยี่ยที่เปียกปอนไปทั้งร่าง
เถาเหยาเยี่ยไม่คิดว่าลู่หยางจะทำท่าใกล้ชิดเช่นนี้ ตอนนี้นางถูก
ลู่หยางอุ้มอยู่ในอ้อมแขน ตื่นเต้นจนพูดติดอ่าง: “ศิษย์พี่ลู่หยาง นี่มัน
…มัน…”
“น้องเถา แสดงให้สมจริงหน่อย” ลู่หยางกระซิบ
เถาเหยาเยี่ยเสียงเบาราวกับยุง ตอบรับเบาๆ