ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 796 เซียนม่านหมอกสีเทา
“ท่านเป็นผู้ใด?” อวี้จือสังเกตอีกฝ่าย ในใจถอนหายใจ
คำทำนายของนางไม่ผิดจริงๆ ศิษย์น้องจอมก่อเรื่องสามารถดึง
บุคคลสำคัญที่คาดไม่ถึงออกมาได้อีกแล้ว
แม้จะไม่รู้เรื่องราวความเป็นมา แต่เมื่อบรรพบุรุษโบราณของ
ตระกูลมังกรปรากฏตัวที่นี่ คงเกี่ยวพันกับศิษย์น้องไม่มากก็น้อย
เซียนม่านหมอกสีเทาผู้นี้ก็เช่นกัน
โชคดีที่ก่อนจากไป นางได้บอกท่านอาจารย์ใหญ่ว่าหากเจอ
ปัญหาที่แก้ไม่ได้ให้ตามหานาง ลางสังหรณ์แม่นยำจริงๆ
เซียนม่านหมอกสีเทาแทบไม่เคยออกไปไหน สิ่งที่ทำให้เขา
สนใจมีเพียงเซียนอิงเทียนและเหล่าเซียนยุคโบราณ รวมถึงเอ้าหลิง
ปลาที่หลุดตาข่าย
ตอนนี้ต้องเพิ่มอีกคนที่ชื่อลู่หยาง ซึ่งคงได้รับข้อมูลจากเอ้าหลิง
กึ่งเซียนหนึ่งคน ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดอีกหนึ่งคน เดิม
คิดว่าจะจัดการง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ ไม่คิดว่าจะมีนักพรตหญิง
ที่อ้างตัวเป็นประมุขลัทธิสวรรค์โผล่มา มีพลังเหนือธรรมชาติ
ลัทธิสวรรค์คืออะไร?
ราชวงศ์ซินฮั่วไม่ได้ถูกข้าทำลายไปแล้วหรือ ทำไมยังมีคนรู้จัก
สวรรค์?
อีกอย่าง หากรู้จักสวรรค์ ทำไมจะไม่รู้จักตัวตนของข้า?
ภายใต้ม่านหมอกสีเทา เซียนขมวดคิ้ว เขาไม่รู้สึกถึงสายใย
โชคชะตาที่เชื่อมโยงระหว่างเขากับประมุขลัทธิสวรรค์ผู้นี้
เซียนม่านหมอกสีเทาไม่มีทีท่าจะตอบคำถามของอวี้จือ ตอนนี้
เขาต้องการเพียงสังหารลู่หยางและเอ้าหลิง ส่วนผู้ที่อ้างตัวเป็นประมุข
ลัทธิสวรรค์นั้น ไม่น่าเกรงขาม
อย่าว่าแต่อะไรเลย เขาอยู่เหนือเซียนอิงเทียนและเหล่าเซียน
ทั้งหลาย เขาคือผู้นำอันดับหนึ่งแห่งวิถีเซียน!
“ตาย!”
เซียนม่านหมอกสีเทาลงมือโดยไม่ลังเล พลังแห่งความพินาศ
เข้มข้น พื้นที่ว่างพังทลาย รวบรวมเป็นแสงดาบแห่งฟ้าที่เป็นตัวแทน
ของความตายและการสิ้นสุด รอบแสงดาบแห่งฟ้าพันด้วยสายฟ้าดับ
สูญ ฟาดใส่เอ้าหลิงอย่างรุนแรง
แสงดาบแห่งฟ้าทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง ทุกอย่างที่สัมผัสล้วน
กลายเป็นความว่างเปล่า แม้แต่ผลของการบำเพ็ญกลืนกินเป็นเค้าก็
ไม่อาจเทียบได้
อย่าว่าแต่เอ้าหลิงที่มีเพียงร่างเซียนเท่านั้น แม้แต่เซียนแท้ๆ ก็ไม่
กล้ารับการโจมตีนี้!
อวี้จือราวกับรู้ล่วงหน้า ก้าวออกไปหนึ่งก้าว ปรากฏตัวเบื้องหน้า
เอ้าหลิง ตบฝ่ามือเบาๆ ก่อให้เกิดระลอกคลื่นพื้นที่ว่าง
ระลอกคลื่นพื้นที่ว่างปะทะกับแสงดาบแห่งฟ้า อวี้จือสบตากับ
เซียนม่านหมอกสีเทา ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกที่ไร้เสียงไร้สำเนียง
แทบจะกวาดทะเลตงไห่ทั้งผืนให้ราบเรียบ!
ทะเลตงไห่สั่นสะเทือน ภูเขาถล่มทะเลกระหน ่า สิ่งมีชีวิตในทะเล
ตงไห่ที่อยู่ไกลถึงเขตชายแดนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับรู้สึก
หวาดกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุ ราวกับวิบัติยิ่งใหญ่กำลังจะมาเยือน!
ผู้คนที่มาร่วมงานวันเกิดต่างหวาดกลัว ขวัญผวา การต่อสู้ระดับ
เซียน นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะในยุคโบราณเท่านั้น ไม่คิดว่า
จะได้เห็นกับตาที่นี่!
แม้แต่เมิ่งจิ่งโจวที่ติดตามลู่หยางจนเคยชินกับเหตุการณ์ใหญ่โต
มากมาย ก็ยังตกใจอย่างมาก ไม่คิดว่าเรื่องราวจะพัฒนาไปถึงขั้นที่
ศิษย์พี่ใหญ่ต้องต่อสู้กับเซียน
หากจะกล่าวถึงผู้ที่มีความรู้สึกซับซ้อนที่สุด คงเป็นราชามังกร
เฒ่า
วันนี้เป็นวันเกิดครบเก้าพันปีของเขา แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่
ท่านเต๋าซานซานจะยึดครองร่างเขา ตามด้วยเอ้าหลิงบรรพบุรุษ
โบราณปรากฏตัว จากนั้นกึ่งเซียนแห่งแคว้นต้าเฉียนก็มาร่วมวง กึ่ง
เซียนทั้งสามประลองกันใหญ่ สุดท้ายกลายเป็นการต่อสู้ระดับเซียน
แม้จะฉลองวันเกิดอย่างมีเซอร์ไพรส์ ก็ไม่จำเป็นต้องมีเซอร์ไพรส์
มากมายขนาดนี้ เขาอายุมากแล้ว ทนไม่ไหวหรอก
“ดูท่าทางของเจ้า เจ้าไม่ยินยอมใช่หรือไม่?” เซียนม่านหมอกสี
เทาหัวเราะเยาะ“หากยังขัดขวางอีกข้าก็ไม่รังเกียจที่จะสังหารเจ้าไป
พร้อมกัน!”
ขณะที่พูด พลังในแสงดาบแห่งฟ้าในมือเซียนม่านหมอกสีเทา
เพิ่มขึ้นอีกสามส่วน
อวี้จือเอ่ยเบาๆ สี่พยางค์ ราวกับเซียนน้อยที่สูงส่งไม่แยแสความ
เป็นไปของโลกมนุษย์
“กลับขั้วหยินหยาง”
แสงดาบแห่งฟ้าที่เดิมมีพลังทำลายล้าง พลันเปลี่ยนเป็นเปี่ยม
ด้วยชีวิตชีวา แผ่รัศมีอ่อนโยน ไม่มีเจตนาโจมตีแม้แต่น้อย
ก้อนหินที่ถูกแสงอ่อนโยนปกคลุม เพียงชั่วพริบตาก็งอกเป็นชั้น
ตะไคร่น ้า
ฝูงปลาที่ถูกแสงอ่อนโยนปกคลุม พลันเติบโตด้วยความเร็วที่
เหลือเชื่อ
ต่างจากวิชากลับขั้วหยินหยางที่ลู่หยางเรียนรู้ นี่คือเทพวิชากลับ
ขั้วหยินหยางที่แท้จริง เปลี่ยนแสงดาบแห่งฟ้าที่มีคุณสมบัติทำลาย
ล้างสุดขีดให้กลายเป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์!
“เจ้ากับเซียนจิ้วชงมีความสัมพันธ์อะไรกัน!” เซียนม่านหมอกสี
เทาแปลกใจ กระบวนท่านี้เขาเคยเห็นเซียนจิ้วชงใช้มาก่อน
“ไม่มีความสัมพันธ์อะไร นี่เป็นเพียงวิชาอาคมธรรมดาๆ เท่านั้น”
อวี้จือพูดเสียงเรียบ ราวกับเพิ่งทำเรื่องเล็กๆ
“สวรรค์เบื้องบน พิภพเบื้องล่าง มีเพียงข้าคือผู้ยิ่งใหญ่!” เซียน
ม่านหมอกสีเทาชี้นิ้วขึ้นฟ้าหนึ่งมือ ชี้นิ้วลงดินอีกหนึ่งมือ เปล่งวาจา
ศักดิ์สิทธิ์ “โลกนี้ต้องพินาศ!”
ท้องฟ้าอีกด้านหนึ่งพลันลุกโชติช่วงเป็นเปลวเพลิงมหึมา เมฆไฟ
สีแดงกำซาบราวกับประตูแห่งยมโลกเปิดออก ฝนไฟร้อนระอุตกลง
มาจากฟากฟ้า ทุกที่ที่สัมผัส สรรพชีวิตล้วนกลายเป็นเถ้าถ่าน!
ท้องฟ้ายามราตรีสว่างไสวด้วยแสงไฟ ราวกับกลางวัน แต่กลับดู
โหดร้ายยิ่งกว่ากลางวัน
สามแสนปีก่อน เซียนม่านหมอกสีเทาใช้กระบวนท่านี้นำพา
ราชวงศ์ซินฮั่วสู่ความพินาศ!
เขาอยากดูนักว่าประมุขหยุนผู้นี้จะรับมืออย่างไร!
มีผู้อาวุโสขั้นรวมร่างสีหน้าเหม่อลอย พึมพำในปาก “ไฟจาก
สวรรค์เผาโลก นี่คือไฟภัยพิบัติสามประการในตำนาน
พระพุทธศาสนา ที่จะนำพาโลกไปสู่จุดสิ้นสุด”
ยังมีผู้อาวุโสขั้นรวมร่างแสดงสีหน้าสิ้นหวัง แม้แต่วิทยายุทธ์ของ
พวกเขา หากสัมผัสเพียงนิดเดียว ก็ต้องตายในกองเพลิงมหึมา ไหม้
เกรียมเป็นถ่าน
หากปล่อยให้ฝนไฟนี้ตกลงมา ทะเลตงไห่ทั้งผืนจะจมอยู่ในเพลิง
มหันต์ ถึงขั้นเผาน ้าในทะเลตงไห่ให้แห้งสนิท!
“ไฟคืนสู่ฟ้า” อวี้จือราวกับมองไม่เห็นความน่าสะพรึงกลัวของไฟ
สวรรค์ เอ่ยเบาๆ สี่พยางค์อีกครั้ง มือเปลี่ยนลวดลาย ผนึกอักขระ
ลึกลับ
ไฟสวรรค์หายไป ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทุกคนงุนงง ราวกับลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
มีเพียงลู่หยางที่ได้รับความช่วยเหลือจากเซียนอมตะ ได้เห็น
กระบวนการทั้งหมด:
หลังจากที่ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวคำว่า “ไฟคืนสู่ฟ้า” สี่พยางค์ ไฟ
สวรรค์ที่กำลังจะสัมผัสผิวทะเลย้อนกลับไปบนท้องฟ้า ผู้อาวุโส
เหล่านั้นที่หนีอย่างทุลักทุเลก็ถอยกลับไปยังตำแหน่งเดิม
เหมือนกับภาพยนตร์เก่าที่ลู่หยางเคยเห็นในชาติก่อนกำลังกรอ
กลับ ภาพย้อนกลับ กลับสู่จุดเริ่มต้น
เทพวิชาประเภทกาลเวลา ไฟคืนสู่ฟ้า
“ฝีมือใช้ได้ทีเดียว!” แม้จะเห็นความสามารถของอวี้จือแล้ว
เซียนม่านหมอกสีเทายังคงเต็มไปด้วยความมั่นใจ รู้สึกว่าอวี้จือก็แค่
เท่านี้
อวี้จือไม่อยากพูดอะไรอีก ย่างเท้าเป็นดอกบัว ดอกบัวสีทองเบ่ง
บานในอากาศ แสงดอกบัวสีทองส่องทะลุเมฆหมอกที่ปกคลุมมานาน
อวี้จือหมุนมือตวัดหมัด เพียงได้ยินเสียง “แกร๊ก” ในสายตาที่
แปลกใจของเซียนม่านหมอกสีเทา หมัดที่อยู่ไกลพุ่งเข้ามาใกล้ เต็ม
ดวงตา
“โครม!” อวี้จือชกหนึ่งหมัดเข้าที่ใบหน้าเซียนม่านหมอกสีเทา!
ความเร็วในการชกรวดเร็วจนเซียนม่านหมอกสีเทาไม่มีเวลา
ตอบสนอง!
อวี้จือชกต่อเนื่อง ทั้งหมดมุ่งที่ใบหน้า นางต้องการรู้ว่าเซียนม่าน
หมอกสีเทามีหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่
เซียนม่านหมอกสีเทาในที่สุดก็เข้าใจถึงช่องว่างระหว่างเขา
กับอวี้จือ หมัดเหล่านี้มีพลังมหาศาล ราวกับบรรจุพลังของดวงดาว
นับไม่ถ้วน แต่ละหมัดเหมือนจักรวาลมหึมาตกลงมา ทำให้เขา
เจ็บปวดจนแทบขาดใจ
เซียนม่านหมอกสีเทาเกิดความคิดถอย หากยังต่อสู้ต่อไป ไม่
เพียงแต่จะไม่สามารถสังหารลู่หยางและเอ้าหลิง แม้แต่ตัวเขาเองก็
ยากจะรักษาไว้!
ม่านหมอกสีเทาภายใต้การโจมตีติดต่อกัน เริ่มไม่มั่นคงอย่างยิ่ง
มีร่องรอยการแตกกระจายตลอดเวลา ไม่อาจปกป้องเซียนม่านหมอก
สีเทาได้อีกต่อไป
ในที่สุด หลังจากหมัดหนักของอวี้จือตกลงมาอีกครั้ง ม่านหมอก
ที่ปกป้องใบหน้าแตกกระจาย เผยให้เห็นใบหน้าของเซียนม่านหมอก
สีเทา
ลู่หยางที่ยืนอยู่เบื้องล่าง อาศัยจิตเซียนของเซียนอมตะชมการ
ต่อสู้ ตะลึงงัน
เขาเกิดความรู้สึกประหลาดและหวาดกลัวอย่างหาได้ยาก
ใบหน้านี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเซียนอมตะ!