ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 840 เต้นร ำไม่เข้ำท่ำ
หนุ่มประจ ำตัวลู่หยำงก ำลังครุ่นคิดอย่ำงจริงจังถึงปัญหำหนึ่ง
ในฐำนะผู้ข้ำมมิติที่รอบรู้ควำมรู้สมัยใหม่ หลังจำกข้ำมมิติไม่
เพียงได้เป็นศิษย์ของส ำนักอันดับหนึ่งในใต้หล้ำ ยังเป็นศิษย์น้อง
อันดับหนึ่งในใต้หล้ำ มีเซียนยุคโบรำณสิงสถิตในร่ำงกำยของตน
และยังเป็นเพื่อนกับคุณชำยที่มีต ำแหน่งสูงสุด ตัวเองก็มีพรสวรรค์
กำรบ ำเพ็ญระดับสุดยอดของยุค แม้แต่ในประวัติศำสตร์ก็หำคนที่
เทียบเคียงกับตนได้ยำก
ท ำไมพอถึงเวลำอวดโอ้กลับไม่ถึงคิวตัวเอง?
……
“ขอเชิญท่ำนลู่เข้ำมำสนทนำด้วย”
หลังม่ำนสีเขียวอ่อน เสียงของใบ้เมิ่งอินดังขึ้นอีกครั้ง
ทุกคนไม่รู้สึกแปลกใจ หำกกวีนิพนธ์ของลู่หยำงบทนี้ไม่สำมำรถ
ท ำให้ใบ้เมิ่งอินพอใจได้ นั่นไม่ใช่ปัญหำของพวกเขำ แต่เป็นเพรำะ
หอบัวบำนตั้งใจไม่ต้อนรับทุกคน
เซียนอมตะเปิดม่ำนสีเขียวอ่อนท่ำมกลำงสำยตำชื่นชมและยก
ย่องของทุกคน ได้พบกับใบ้เมิ่งอินที่ไม่ได้ปรำกฏตัวมำหลำยวัน
เซียนอมตะมีควำมประทับใจเกี่ยวกับใบ้เมิ่งอินอยู่บ้ำง จะว่ำไป
งำนเฉลิมฉลองครบรอบ 120,000 ปีของส ำนักเวิ่นเต๋ำก็เป็นนำงเป็น
ผู้จัด
ในเมืองหลวงเล่ำลือกันว่ำใบ้เมิ่งอินมีรูปโฉมงดงำมเย้ำยวนใจสัก
เพียงใด ท ำให้คนรู้สึกหลงใหลทันทีที่พบเห็น ใบ้เมิ่งอินก็งดงำมตำม
ค ำเล่ำลือจริงๆ ยิ่งเพรำะนำงมีกระดูกเสน่ห์ติดตัวมำแต่ก ำเนิด ทุกกำร
เคลื่อนไหวล้วนมีเสน่ห์พิเศษ พูดถึงระดับควำมเย้ำยวนใจยัง
เหนือกว่ำเถำเหยำเยี่ยและหลำนถิง
แต่เซียนอมตะไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย ใบ้เมิ่งอินยังสวยไม่เท่ำตน
ใบ้เมิ่งอินเผชิญหน้ำกับสำยตำใสกระจ่ำงของเซียนอมตะ รู้สึก
ประหลำดใจมำก กระดูกเสน่ห์ของนำงแม้แต่ศิษย์พี่ศิษย์น้องในส ำนัก
เดียวกันก็ยังได้รับผลกระทบ เมิ่งจิ่งโจวครั้งนั้นที่สำมำรถเอำชนะนำง
ได้ก็อำศัยพลังจิตใจ
คนที่มองนำงด้วยสำยตำใสกระจ่ำงเช่นลู่หยำงนี้ ยังเป็นครั้งแรก
“ท่ำนลู่ นำนแล้วที่ไม่ได้พบ ไม่ทรำบว่ำจะเปลี่ยนไปคุยที่ห้อง
ด้ำนข้ำงได้หรือไม่?” ใบ้เมิ่งอินหน้ำแดง นี่เป็นครั้งแรกที่นำงเชิญผู้
บ ำเพ็ญชำยเข้ำห้องส่วนตัว
พวกเขำกับทุกคนเพียงแค่คั่นกั้นด้วยม่ำนสีเขียวอ่อนชั้นเดียว
เสียง กำรเคลื่อนไหว ทุกคนเห็นชัดเจน ไม่อำจเคลื่อนไหวได้อย่ำง
อิสระ
“ได้เลย” เซียนอมตะไม่ได้คิดอะไรมำก ตอบตกลงอย่ำงเต็มใจ
ในห้องส่วนตัว ใบ้เมิ่งอินทำชำดที่หว่ำงคิ้ว สวมชุดยำวเปล่ง
ประกำย บนชำยกระโปรงปักลวดลำยเทวดำและเมฆมงคลอย่ำง
ประณีตซับซ้อน สีสันสดใส เมื่อนำงเต้นร ำ กระโปรงพลิ้วไหว เส้นผม
โบกสะบัดตำมสำยลม เพิ่มควำมงำมอันมีชีวิตชีวำ
กำรชมกำรเต้นร ำนี้ มีประโยชน์อย่ำงมำกต่อกำรบ ำเพ็ญจิตใจ
“เจ้ำเต้นไม่เข้ำท่ำเลยนะ” เซียนอมตะทนดูไม่ไหวแล้ว ระดับกำร
เต้นร ำแย่เกินไป ห่ำงไกลจำกโจวเทียนมำก
“กำรเต้นร ำต้องให้ร่ำงกำยเคลื่อนไหวตำมจิตใจ ดูท่ำทำงของ
เจ้ำสิ เต้นอย่ำงเป็นขั้นเป็นตอนไปหมด ขำดพลังบ ำเพ็ญ”
“มำ เรียนรู้จำกข้ำ”
เซียนอมตะลงมือสำธิตเอง กำรเคลื่อนไหวเบำหวิว รำวกับเซียน
น้อยผู้งดงำมที่หลุดออกมำจำกภำพวำดโบรำณ ทุกกำรขยับ
เคลื่อนไหวล้วนมีเสน่ห์ลึกลับ ไม่อำจเทียบกับกำรเต้นร ำที่อำศัยกำร
เสริมของกระดูกเสน่ห์อย่ำงใบ้เมิ่งอินได้
ใบ้เมิ่งอินตกตะลึงจนอ้ำปำกค้ำง พี่ลู่หยำงยังรู้จักเต้นร ำด้วย
หรือ?
นำงเข้ำสู่วิถีกำรบ ำเพ็ญด้วยกำรเต้นร ำ ในส ำนักเฉิงมีพรสวรรค์
ด้ำนวิถีกำรเต้นสูงที่สุด ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคุณสมบัติเป็นตัวแทน
ส ำนักเฉิงเข้ำร่วมงำนประชันใหญ่วิถีเต๋ำ
ใบ้เมิ่งอินคิดว่ำในหมู่คนรุ่นเดียวกัน ไม่มีใครสำมำรถเทียบ
นำงในด้ำนกำรเต้นร ำได้
ไม่คิดว่ำ ในหมู่ผู้บ ำเพ็ญหญิงอำจไม่มีจริง แต่ในหมู่ผู้บ ำเพ็ญ
ชำยกลับมีหนึ่งคน
“หรือว่ำท่ำนเต๋ำปู้อวี่ยังเชี่ยวชำญกำรเต้นร ำด้วย?” ใบ้เมิ่งอินนึก
ถึงเรื่องเล่ำเกี่ยวกับท่ำนเต๋ำปู้อวี่ ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มำก่อน
แม้ท่ำเต้นของเซียนอมตะจะสง่ำงำมเย้ำยวน แต่ตอนนี้นำงใช้ร่ำง
ของลู่หยำง ในสำยตำคนนอกคงดูประหลำดมำก
โชคดีที่ใบ้เมิ่งอินชื่นชอบกำรเต้นร ำอย่ำงแท้จริง ไม่สนใจควำม
ขัดแย้งที่แปลกประหลำดของลู่หยำง จึงตั้งใจเรียนรู้จำกเซียนอมตะ
“เอ้อ แบบนี้ถูกแล้ว ต้องเข้ำใจควำมหมำยของกำรเต้นร ำ ไม่ใช่
แค่เลียนแบบ”
ควำมจริงแล้วเซียนอมตะเต้นร ำเก่งกว่ำโจวเทียนอีก เอ้ำหลิงและ
เจียงเหลี่ยนอี๋ล้วนเคยเรียนรู้จำกนำง เพียงแต่นำงรักษำศักดิ์ศรีของ
ตน ในงำนรวมตัวของเซียนยุคโบรำณก็ให้โจวเทียนขึ้นไปแสดง นำง
เพียงแค่ดูก็พอ
เอ้ำหลิงและเจียงเหลี่ยนอี๋แม้จะเคยเรียน แต่พูดถึงพรสวรรค์วิถี
กำรเต้น ยังสู้โจวเทียนไม่ได้
ในพื้นที่จิตวิญญำณ เซียนอมตะสวมเครื่องประดับทองและหยก
มวยผมสูง ทำสีแดงอมชมพูที่หำงตำ สวมเสื้อคลุมสีเหลืองสดใส
เต้นร ำอย่ำงสง่ำงำมในต้ำหลง ตั้งแต่ปลำยผมด ำสนิทจนถึงนิ้วเท้ำที่
กลมกลึงดุจหยก ทุกนิ้วของผิวล้วนแสดงออกถึงพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม
เซียนอมตะไม่ได้เต้นมำนำน ต้องเต้นในพื้นที่จิตวิญญำณและใน
ควำมเป็นจริงพร้อมกัน จึงจะหำควำมรู้สึกกลับมำได้
ลู่หยำงมองเซียนอมตะเต้นร ำอย่ำงเหม่อลอย ก ำลังครุ่นคิดอย่ำง
จริงจังว่ำในประวัติศำสตร์มีขุนนำงคนไหนบ้ำงที่มีคุณสมบัติดูฮ่องเต้
เต้นร ำ
หลังจำกเต้นจบ ใบ้เมิ่งอินเหนื่อยจนหอบ แต่ยิ้มอย่ำงมีควำมสุข
นำงรู้สึกถึงควำมก้ำวหน้ำของตนในวิถีกำรเต้น และเป็น
ควำมก้ำวหน้ำที่มำก
“ขอบคุณพี่ลู่หยำงที่สั่งสอน!” นำงโค้งค ำนับอย่ำงจริงจัง ไม่กล้ำ
ประมำทแม้แต่น้อย
กำรชี้แนะครั้งนี้ ช่วยให้นำงไม่ต้องบ ำเพ็ญอย่ำงยำกล ำบำกถึง
สิบปี กำรเรียกสักค ำว่ำ “อำจำรย์” ก็ไม่เกินไป
แต่นำงยังมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้ำใจ ประโยคสุดท้ำยเมื่อครู่ที่ว่ำ “กลับ
พบคนผู้นั้น ภำยใต้แสงโคมเลือนรำง” มีควำมหมำยอย่ำงไรกันแน่
เขียนถึงตัวนำงจริงหรือ หำกเขียนถึงตัวนำง ท ำไมหลังจำกเข้ำมำใน
ห้องส่วนตัวแล้วกำรแสดงออกไม่เหมือนอย่ำงนั้นเลย?
หรือว่ำพี่ลู่หยำงเห็นว่ำพรสวรรค์วิถีกำรเต้นของนำงแย่เกินไป
จึงผิดหวังในตัวนำง?
ใบ้เมิ่งอินยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่ำมีควำมเป็นไปได้
……
กวีนิพนธ์ของเซียนอมตะที่แต่งในหอบัวบำนแพร่กระจำยไปทั่ว
เมืองหลวงอย่ำงรวดเร็ว แม้แต่นักปรำชญ์ใหญ่ในหอแปลเอกสำร
หลวงก็ตกตะลึง
กวีนิพนธ์ที่ดีไม่เพียงท ำให้มีชื่อเสียงตลอดกำล ที่ส ำคัญกว่ำนั้น
คือยังสำมำรถเป็นวิธีกำรบ ำเพ็ญของผู้บ ำเพ็ญแบบขงจื๊อได้
“นี่ยังดีกว่ำกวีนิพนธ์ของโจรเฒ่ำปู้อวี่อีกหลำยส่วน น่ำกลัวว่ำสิ่ง
ที่ลู่หยำงเรียนรู้ไม่ได้อำศัยแค่โจรเฒ่ำปู้อวี่ พรสวรรค์ด้ำนกำรบ ำเพ็ญ
แบบขงจื๊อของเขำเองก็น่ำตกใจมำก!”
“อิทธิฤทธิ์เวทมนตร์ ผู้ฝึกฝนกระบี่ ผู้บ ำเพ็ญแบบขงจื๊อ…
พรสวรรค์นี้ยังเหนือกว่ำโจรเฒ่ำปู้อวี่ ภำยนอกเล่ำลือกันว่ำเขำมี
วัตถุดิบในกำรเป็นเซียน ค ำเล่ำลือไม่ผิดจริงๆ”
“พวกท่ำนสังเกตประโยคในส่วนที่สองนี้ ‘ค้นหำท่ำมกลำงหมู่คน
นับร้อยพัน เมื่อพลันเหลียวหน้ำ กลับพบคนผู้นั้น ภำยใต้แสงโคม
เลือนรำง’ ภำยนอกบอกว่ำนี่เขียนถึงสำวน้อยคนหนึ่งของส ำนักเฉิง
แต่ข้ำกลับมีควำมเห็นที่แตกต่ำง”
“ท่ำนฉวนอยำกพูดอะไรหรือ?”
“พวกท่ำนคงเคยได้ยินเรื่องเล่ำเกี่ยวกับลู่หยำงมำมำกมำย ใน
เรื่องเล่ำเหล่ำนั้น พวกท่ำนเคยได้ยินเรื่องเล่ำเกี่ยวกับเรื่องระหว่ำง
ชำยหญิงของเขำบ้ำงไหม ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวใช่ไหม นี่แสดงว่ำลู่
หยำงอำจไม่สนใจเรื่องระหว่ำงชำยหญิง กวีนิพนธ์บทนี้ก็ไม่ได้ตื้น
เขินอย่ำงที่ผู้คนพูดกัน”
“ภำยใต้เงื่อนไขใหญ่นี้ มำดูประโยคนี้ ‘คนผู้นั้นกลับอยู่ที่แสง
โคมเลือนรำง’ ‘คนผู้นั้น’ หมำยถึงใคร มีควำมเป็นไปได้มำกที่
หมำยถึงตัวเขำเอง!”
“ดังนั้นควำมหมำยของประโยคนี้ก็คือ ลู่หยำงผ่ำนควำม
ยำกล ำบำกนำนัปกำรในกำรบ ำเพ็ญ ต้องกำรค้นหำบำงสิ่งแต่ไม่อำจ
ค้นหำได้ สุดท้ำยก็มีควำมเข้ำใจ พบว่ำสิ่งที่เขำแสวงหำคือจิตใจที่
แท้จริงของตัวเขำเอง!”
“ข้ำเคยเห็นผู้บ ำเพ็ญมำมำกมำย หลังจำกก้ำวเข้ำสู่หนทำงกำร
บ ำเพ็ญ ก็หลงทำงจำกจิตใจที่แท้จริง แม้จะประสบควำมส ำเร็จในกำร
บ ำเพ็ญ แต่กลับให้ควำมรู้สึกเหมือนอยู่ในควำมฝัน ท ำให้กำรเลื่อน
ขั้นในภำยหลังขำดพลัง”
“รู้จักคนคือปัญญำ รู้จักตนเองคือควำมสว่ำง ลู่หยำงเขียนควำม
เข้ำใจในกำรบ ำเพ็ญลงในกวีนิพนธ์บทนี้ เพื่อชี้แนะผู้บ ำเพ็ญ
มำกมำย ให้พวกเขำส ำรวจตนเอง ท ำลำยอุปสรรคในจิตใจ!”
“ฮือ ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เด็กหนุ่มคนนี้มีพรสวรรค์
ยิ่งใหญ่”
……
ในจวนองค์ชำยสอง
องค์ชำยสองมองรำยงำนในมือ สำยตำเป็นประกำย
“กำรแสวงหำบัลลังก์ ไม่อำจขำดควำมช่วยเหลือจำกลู่หยำง ถึง
เวลำที่จะติดต่อกับเขำแล้ว”