ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 853 ภรรยาทั้งหลายของเซียนฉี่หลิน
“เป็นอย่างนั้นหรือ?” คณบดีคิดในใจว่าภาพที่ลู่หยางบรรยายไม่
เหมือนกับที่เขาคาดไว้เลย ตรงกันข้าม สิ่งที่จิ่นไฉเหวยบรรยายกลับ
สอดคล้องกับความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับเซียนมากกว่า มีความ
ยิ่งใหญ่โอฬาร ข่มขวัญทั่วหล้า
จิ่นไฉเหวยลังเลอย่างที่ไม่ค่อยเป็น ไม่รู้ว่าควรยืนยันหรือปฏิเสธ
คำตอบของลู่หยาง
นางถือกำเนิดในช่วงปลายยุคโบราณ ยุคแห่งการแข่งขันของ
อัจฉริยะได้ผ่านพ้นไปแล้ว เซียนทั้งสี่ยุคโบราณรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด
ปกครองจักรวาล บิดาของนาง ฉงฉีเฒ่า เป็นหนึ่งในผู้ทรงพลังแห่ง
ยุคโบราณ มีตำแหน่งรองจากเซียนทั้งสี่เท่านั้น
ตอนนั้นวิทยายุทธ์ของนางยังไม่พอ ไม่สามารถมีส่วนร่วมใน
เหตุการณ์สำคัญมากมาย เช่น การต่อสู้ของเซียน ได้แต่พึ่งการบอก
เล่าจากบิดา
การต่อสู้ครั้งนี้ของเซียนอิงเทียนและเซียนแห่งกาลเวลาก็รู้มา
จากคำบรรยายของบิดาเช่นกัน
นางจำได้ว่าเซียนฉี่หลินเคยพูดว่า ประวัติศาสตร์มากมายล้วน
ถูกเซียนอิงเทียนผู้ไร้ยางอายคนนั้นแต่งแต้ม ไม่ควรดูเพียงผิวเผิน
ต้องดูสถานการณ์จริง
ฉากที่ลู่หยางบรรยาย สอดคล้องกับ “สถานการณ์จริง” ที่เซียน
ฉี่หลินพูดถึงมาก
อีกทั้งน ้าเสียงของลู่หยางมั่นใจกว่าตัวนางมาก ราวกับเคยเห็น
กับตาตัวเอง บรรยายได้อย่างมีชีวิตชีวา ความมั่นใจเช่นนี้เป็นสิ่งที่
จิ่นไฉเหวยไม่มี
“ข้าก็ไม่รู้” จิ่นไฉเหวยส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ไม่สามารถ
ตัดสินได้ว่าสิ่งที่ลู่หยางพูดจริงหรือเท็จ
“อย่างนี้นี่เอง” คณบดีรู้สึกว่าการต่อสู้ครั้งนั้นลึกลับซับซ้อนจริงๆ
ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของประวัติศาสตร์ยุคโบราณ
คณบดีพูดกับเยว่กู่อย่างจริงจัง “กู่น้อย ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่า
อย่าคิดว่าเรียนรู้ประวัติศาสตร์ยุคโบราณแค่ผิวเผิน แล้วคิดว่า
ยิ่งใหญ่นัก ยุคโบราณเป็นยุคเช่นไร นั่นคือยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุดของ
โลกการบำเพ็ญเซียน มีตำนานมากมายเกิดขึ้นไม่ขาดสาย แม้ใช้
ชีวิตทั้งชีวิตก็ยากที่จะเข้าใจได้แม้เพียงเสี้ยวเดียว”
“เจ้าดูสหายน้อยสองคนนี้สิ พวกเขาเข้าใจประวัติศาสตร์ยุค
โบราณมากกว่าเจ้า แต่กลับมีคำตอบสองแบบสำหรับเรื่องเดียวกัน
เห็นได้ชัดถึงความลึกลับของประวัติศาสตร์ยุคโบราณ”
เยว่กู่รู้สึกละอายใจต่อคำพูดของคณบดีจนทนไม่ไหว
“อาจารย์ ศิษย์รู้ผิดแล้ว”
“รู้ผิดก็ดีแล้ว ไปสอนหนังสือที่ตระกูลเมิ่งต่อเถอะ”
หลังจากที่คณบดีไล่เยว่กู่กลับไปตระกูลเมิ่งแล้ว ก็อภิปราย
ประวัติศาสตร์ยุคโบราณกับจิ่นไฉเหวยและลู่หยางต่อ คำบรรยาย
ของจิ่นไฉเหวยเปิดหูเปิดตาเขาอย่างแท้จริง ทำให้เขาเข้าใจความลับ
ยุคโบราณมากมาย
“เจ้าบอกว่าเซียนฉี่หลินไม่ได้มีเพียงบรรพบุรุษตระกูลมังกรและ
บรรพบุรุษตระกูลหงส์สองคนเป็นภรรยา แต่ยังมีเจ้าเผ่าน้อยจาก
ตระกูลฉงฉีเป็นภรรยาของเขาอีกด้วย?”
ตอนที่เจียงเหลียนอี้ประกาศต่อสาธารณะว่าเซียนฉี่หลินมีภรรยา
สองคน คือนางและเอ้าหลิง ก็ได้สร้างความตื่นตะลึงในวงการวิชาการ
ประวัติศาสตร์ยุคโบราณแล้ว ไม่คิดว่าเซียนฉี่หลินจะมีภรรยาอีกคน
หนึ่ง
คณบดีรู้เพียงว่าสหายตรงหน้าชื่อจิ่นไฉเหวย แต่ไม่รู้ว่าเจ้าเผ่า
น้อยของตระกูลฉงฉีก็ชื่อจิ่นไฉเหวยเช่นกัน จึงเชื่อมโยงไม่ได้
ต่างจากเอ้าหลิง โจวเทียน และผู้ทรงพลังยุคโบราณที่มีชื่อเสียง
อื่นๆ จิ่นไฉเหวยไม่ค่อยมีชื่อเสียง คนรุ่นหลังรู้จักแต่ฉงฉีเฒ่า ไม่รู้ว่า
ยังมีฉงฉีน้อยอีกคน
“ไม่ทราบว่าสหายจิ่นเห็นบันทึกนี้ในตำราโบราณเล่มใด?”
ในฐานะนักวิชาการ คณบดีย่อมไม่เชื่อทุกอย่างที่จิ่นไฉเหวยพูด
ต้องมีหลักฐาน
เขาเคยอ่านตำราโบราณมากมาย แต่ไม่เคยมีเล่มไหนกล่าวถึง
เรื่องภรรยาสามคนของเซียนฉี่หลิน
“แน่นอนว่ามี”
จิ่นไฉเหวยทำตัวลึกลับและหยิบหนังสือยุคโบราณเล่มหนึ่ง
ออกมา บนนั้นบันทึกอย่างชัดเจนว่าเซียนฉี่หลินมีภรรยาสามคน
ภรรยาคนที่สามคือคนจากตระกูลฉงฉี
คณบดีได้รับตำราโบราณเล่มนี้ ราวกับได้รับสมบัติล ้าค่า
บนนั้นบันทึกเรื่องราวมากมายที่คนรุ่นหลังไม่รู้ มีคุณค่าประเมิน
ค่าไม่ได้
“ข้าก็ว่าแปลก แม้แต่ฝ่าบาทองค์ปัจจุบันยังมีสามวังหกตำหนัก
เซียนฉี่หลินเป็นถึงเซียน จะมีภรรยาแค่สองคนได้อย่างไร”
ฮ่องเต้: “……”
คณบดี ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรให้ท่านไม่พอใจไม่ใช่เหรอ ข้าไม่เคย
ตัดงบประมาณของวิทยาลัยไท่เสวียพวกท่านเลย
“เซียนน้อย นี่มันเรื่องอะไรกัน?” ลู่หยางสงสัยอย่างยิ่ง ในขณะที่
คณบดีแปลภาษายุคโบราณทีละตัวอักษร ลู่หยางได้อ่านจบไปนาน
แล้ว
ตำราโบราณเล่มไหนกล้าเขียนว่าเซียนฉี่หลินมีภรรยาสามคน
ถือว่าเอ้าหลิงกับเจียงเหลียนอี้เป็นตุ๊กตาดินหรืออย่างไร?
“เป็นตำราปลอมหรือ?”
“ไม่ได้ปลอมนะ หนังสือเล่มนี้เป็นของยุคโบราณจริงๆ น่าจะเป็น
เสือน้อยเขียนเองล่ะมั้ง”
เซียนอมตะเดาถูก ตำราโบราณเล่มนี้เป็นสิ่งที่จิ่นไฉเหวยเขียน
ในยุคโบราณ ใครมาตรวจสอบก็ต้องบอกว่าเป็นของจริง
ปัญหาเดียวคือ ไม่มีใครกำหนดว่าสิ่งที่บันทึกในตำราโบราณ
จะต้องเป็นเรื่องจริงเสมอไป
ลู่หยางรู้สึกอย่างจริงใจว่าการเป็นนักประวัติศาสตร์นั้นยาก ด้าน
หนึ่งมีเซียนอิงเทียนที่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาภาพลักษณ์ อีกด้านมีจิ่น
ไฉเหวยที่แต่งประวัติศาสตร์เพื่อผลประโยชน์ของตน ใครมาศึกษาก็
ต้องงงงวย
โชคดีที่เขามีเซียนอมตะ รู้ความจริงทั้งหมดของประวัติศาสตร์
ยุคโบราณ… ไม่ใช่! โชคดีบ้าบออะไร จะไม่รู้เลยดีที่สุด!
หนึ่งในเป้าหมายที่จิ่นไฉเหวยมาที่วิทยาลัยไท่เสวียคือการแพร่
ข่าวลือ แม้นางจะสู้เอ้าหลิงและเจียงเหลียนอี้ไม่ได้ แต่สามารถ
ได้เปรียบในด้านความคิดเห็นสาธารณะได้
หลังจากหลอกคณบดี จิ่นไฉเหวยก็มองลู่หยางอย่างระแวดระวัง
คนชื่อลู่หยางนี้ไม่ธรรมดา คงรู้ว่าตนกำลังโกหก
ขณะที่คณบดีกำลังศึกษาตำราโบราณ จิ่นไฉเหวยแยกเขี้ยวเสือ
น้อย แสยะเขี้ยวขู่เซียนอมตะ ไม่ให้นางเปิดเผยความจริง
“เซียนฉี่หลินมีภรรยาอีกคนจากตระกูลฉงฉีจริงๆ”
เซียนอมตะทำผิดปกติ ไม่ได้เปิดโปงคำโกหกของจิ่นไฉเหวย แต่
กลับช่วยนาง ทำให้ลู่หยางรู้สึกแปลกใจมาก
“เซียนน้อย เจ้านี่…”
“เป็นอะไรไป เสือน้อยพูดไม่ผิดนะ เซียนฉี่หลินเคยยอมรับแล้ว”
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?!”
“นั่นเป็นตอนที่เซียนฉี่หลินยังไม่ได้แต่งงานกับพวกหลิงน้อยและ
เหลียนอี้ล่ะมั้ง พวกนางสองคนบังคับถามเซียนฉี่หลินว่า เซียนฉี่หลิน
ชอบใครกันแน่ จะแต่งใครเป็นภรรยา”
“เซียนฉี่หลินกอดพวกนางทั้งสองไว้ พูดว่าข้าชอบพวกเจ้าทั้ง
สองคน ดังนั้นพวกเจ้าทั้งสองคนล้วนเป็นภรรยาของข้า”
“ตามตรรกะนี้ เซียนฉี่หลินก็ชอบเสือน้อยด้วย โดยธรรมชาติ
เสือน้อยก็เป็นภรรยาของเซียนฉี่หลินด้วยสิ” เซียนอมตะไม่เคยพูด
เหลวไหล นางพูดล้วนมีหลักฐาน และมีตรรกะที่เข้มแข็ง
“ดังนั้นเซียนฉี่หลินมีภรรยาเยอะพอสมควร มีทั้งฉงฉีน้อย,
จิ้งจอกเก้าหาง และอื่นๆ”
ลู่หยางรู้สึกว่าโชคดีที่เซียนฉี่หลินบรรลุขั้นเซียนไปแล้ว หาก
เซียนฉี่หลินเป็นเพียงกึ่งเซียน ก็คงจะเหมือนกับเจ้าของแก่นทองรัง
แห่งรัก ลงเอยด้วยการถูกแยกชิ้นส่วน
“ต่อมา ข้ารู้สึกว่าเซียนฉี่หลินชอบคนมากมาย ก็อยากรู้ว่าเซียน
ฉี่หลินมีคนที่ชอบมากที่สุดหรือไม่ เหมือนกับที่ข้าจัดอันดับสิบความ
งามยุคโบราณ แม้ว่าทุกคนจะสวยมาก แต่ก็ต้องมีลำดับก่อนหลัง”
“ข้าจึงรวบรวมภรรยาของเขามาไว้ด้วยกัน ถามเซียนฉี่หลินว่า
เจ้าชอบใครมากที่สุด”
“เซียนฉี่หลินตื่นเต้นจนสั่นไม่หยุด ข้าเห็นเขาสั่นหนักมาก จึง
มัดเขาไว้กับเก้าอี้ มัดให้แน่น เขาถึงไม่สั่นอีก”
“อาจเป็นเพราะเซียนฉี่หลินชอบทุกคนเท่าๆ กันมั้ง จนสุดท้าย
เขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่าชอบใครมากที่สุด”
เซียนอมตะส่ายหน้าอย่างเสียดาย ไม่พอใจกับผลลัพธ์นี้
“หลังจากที่ข้าจากไป ได้ยินว่าเซียนฉี่หลินถูกตี ร้องเสียงดังมาก
อาจเป็นความหวานชื่นเล็กๆ น้อยๆ ของสามีภรรยาก็ได้ อย่างไรก็
เป็นเรื่องส่วนตัว ข้าไม่ได้ไปทำความเข้าใจละเอียด”
จิ่นไฉเหวยไม่รู้ความคิดของเซียนอมตะ แต่จากการที่ช่วยนาง
โกหก ก็ถือว่าเป็นคนรุ่นหลังที่ไม่เลว วันหน้าอาจให้การสนับสนุน
อย่างเต็มที่