ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 965 จุดประสงค์ของหวงโต้วโต้วสีเทา
ในเรื่องของข่าวลือ ชั่วขณะนี้ยังหาตัวผู้ก่อเรื่องไม่พบ เซียนอิงเทียนจึงวางเรื่องนี้ไว้ก่อน เตรียมจะเล่าเรื่องที่เซียนอมตะไม่รู้
“จิงหง เจ้าออกไปก่อน หากเจ้ารู้เรื่องที่ข้าจะเล่าต่อไป จะมีอันตรายถึงชีวิต”
“เจ้าค่ะ อาจารย์”
จิงหงเชื่อฟัง ออกจากโลกเล็กของแหวนโบราณไป
“และสหายน้อยลู่หยาง เจ้าก็ออก……”
“ถ้าเจ้าหมายถึงเรื่องของตัวข้าอีกคน ลู่หยางคนนี้รู้แล้ว”
เซียนอมตะคิดว่าลู่หยางไม่จำเป็นต้องออกไป
เซียนอิงเทียนเข้าใจทันที “จริงด้วย เจ้าน่าจะรู้เรื่องนี้ หากเจ้าไม่รู้ก็คงไม่ถูกเซียนดับสูญโจมตีถึงสองครั้ง”
“ตอนที่พวกเจ้าได้พบกับเอ้าหลิงและเจียงเหลียนอี้ สหายน้อยลู่หยางคงอยู่ในขั้นสร้างแก่นตอนต้น คงผ่านสายฟ้าพิบัติและได้พบวิญญาณเซียนที่ข้าทิ้งไว้ เรื่องราวตั้งแต่เซียนอมตะดับสูญจนถึงการสถาปนาราชวงศ์ซินฮั่ว พวกเจ้าคงรู้หมดแล้ว”
“เรื่องนี้ข้าไม่จำเป็นต้องเล่าอีก งั้นเริ่มเล่าจากปลายสมัยราชวงศ์ซินฮั่วเถอะ”
“ตอนที่พวกเราคิดว่าฟื้นคืนชีพเจ้าสำเร็จแล้ว หลังจากได้ติดต่อกันถึงพบว่า ผู้ที่ฟื้นคืนชีพไม่ใช่เจ้าทั้งหมด แต่เป็นเจ้าในช่วงที่มีรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าแห่งการดับสูญ แต่การฟื้นคืนชีพถือว่าเป็นเรื่องดี พวกเราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ยังเล่าเรื่องราวมากมายหลังจากการบรรลุเป็นเซียนให้เจ้าคนนั้นฟัง”
“เจ้าคนนั้นก็เหมือนกับเจ้าตัวจริง มีพรสวรรค์เหนือผู้คน ความเร็วในการบำเพ็ญน่าตกใจ ไม่นานก็ผ่านพิบัติแห่งการเป็นเซียน บรรลุผลของการบำเพ็ญดับสูญ นางตั้งสมญานามให้ตัวเองว่าเซียนดับสูญ”
“พวกเราฟื้นคืนชีพเจ้า จริงๆ แล้วยังมีความคิดที่จะอาศัยพลังของเจ้าเพื่อเอาชนะผู้อยู่เบื้องหลัง”
“เมื่อตอนต่อสู้ระหว่างพวกเราและผู้อยู่เบื้องหลัง พบว่าผู้อยู่เบื้องหลังแข็งแกร่งมาก ด้านพลังต่อสู้ไม่ด้อยกว่าเจ้าเลย แทบจะเดินถึงที่สุดในระดับ ‘เซียน’ แล้ว”
“ตามการคาดการณ์ของข้า ผลของการบำเพ็ญของผู้อยู่เบื้องหลังมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเป็นผลของการบำเพ็ญสายใยโชคชะตา ยากแก่การจัดการมาก”
“เพราะความคิดที่จะเอาชนะผู้อยู่เบื้องหลังนี้เอง ทำให้สถานการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้”
“เซียนดับสูญเชื่อว่า หากต้องการเอาชนะผู้อยู่เบื้องหลัง จำเป็นต้องบรรลุถึงระดับที่สูงกว่าเซียน นั่นคือ ‘หลุดพ้น’ เท่านั้น”
ลู่หยางจำได้ว่าเซียนอมตะเคยพูดถึงระดับที่สูงกว่าเซียน นี่คือระดับที่ไม่เคยมีใครบรรลุถึง มีอยู่แค่ในทฤษฎีเท่านั้น คือ “หลุดพ้น” และ “รู้แจ้ง”
“การบรรลุหลุดพ้น จำเป็นต้องตัดขาดสายใยโชคชะตาทั้งหมด ทุกคนที่รู้ว่านางมีตัวตนอยู่ ล้วนมีสายใยโชคชะตากับนาง”
ลู่หยางพยักหน้า ตอนที่พบกับอาจารย์หลวงแห่งต้าอวี๋คนที่สอง เซียนอมตะเคยพูดถึงเนื้อหาคล้ายกันนี้
“ดังนั้น การที่เซียนดับสูญจะบรรลุหลุดพ้น จึงต้องฆ่าทุกคนที่รู้จักนาง รวมถึงทุกคนในราชวงศ์ซินฮั่ว และรวมถึงพวกเราทั้งสี่คนด้วย”
“ในช่วงแรกของการต่อสู้ เนื่องจากเซียนดับสูญเพิ่งบรรลุเป็นเซียนไม่นาน พลังในการต่อสู้ยังไม่โดดเด่นนัก แต่เมื่อนางฆ่าคนมากขึ้นเรื่อยๆ พลังในการต่อสู้ก็พุ่งสูงขึ้น จนไม่มีใครสามารถต้านทานได้”
“หากพวกเราทั้งสี่คน บวกกับคนที่แม้จะไม่มีพลังต่อสู้แต่ก็นับว่าเป็นเซียนอย่างเซียนผู้บันทึกฝั่งซ้าย ห้าเซียนร่วมมือกัน ก็เพียงพอที่จะปราบเซียนดับสูญได้”
“พวกเจ้าคงเคยได้ยินวิญญาณเซียนของข้าพูดถึงเรื่องที่เซียนแห่งกาลเวลาถูกลอบสังหาร ผู้ที่ทำได้ มีเพียงผู้อยู่เบื้องหลังเท่านั้น”
ลู่หยางพยักหน้า มีเพียงผู้อยู่เบื้องหลังระดับนี้เท่านั้นที่สามารถลอบสังหารเซียนแห่งกาลเวลาได้
“ข้าได้ยินวิญญาณเซียนของท่านปรมาจารย์เซียนอิงเทียนเล่าว่า หลังจากท่านปรมาจารย์เซียนแห่งกาลเวลาดับสูญ พวกท่านที่เหลืออีกสี่เซียนไม่ร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูอีก เพราะเหตุใด?”
ตอนนั้นลู่หยางรู้สึกแปลกใจ รู้สึกว่าตรงกลางขาดบางอย่างไป
“วิญญาณเซียนของข้าไม่รู้เรื่องราวระหว่างกลาง ดังนั้นเมื่อเล่าจึงไม่ค่อยต่อเนื่องกันนัก”
“ตอนนั้นพวกเราคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ผู้อยู่เบื้องหลังจะลอบโจมตี จึงออกแบบกำแพงกำบังชุดหนึ่ง แกนหลักของกำแพงกำบังก็คือพวกเราทั้งสี่คน”
“หากใครก็ตามในพวกเราถูกบุคคลภายนอกโจมตี อีกสามคนจะถูกส่งตัวไปยังสถานที่เกิดเหตุทันที รวมพลังต่อต้านศัตรู”
พูดถึงตรงนี้ เสียงของเซียนอิงเทียนยิ่งทุ้มต่ำลง “แต่เมื่อเซียนแห่งกาลเวลาถูกโจมตี กำแพงกำบังกลับไม่ทำงาน”
“นี่แสดงว่าคนที่ลอบโจมตีเซียนแห่งกาลเวลาไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นหนึ่งในพวกเราสามคน!”
“ด้วยความสามารถของผู้อยู่เบื้องหลัง มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ก่อนจะเกิดเรื่องเซียนแห่งกาลเวลา ผู้อยู่เบื้องหลังได้ยึดครองร่างของคนใดคนหนึ่งในพวกเราสามคนไปแล้ว!”
ลู่หยางและเซียนอมตะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ต่างก็ตกใจพร้อมกัน
“หากตอนนั้นพวกเราเลือกที่จะร่วมมือกันจัดการเซียนดับสูญ ก็จะต้องถูกผู้อยู่เบื้องหลังลอบโจมตีแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น ไม่มีใครรอดชีวิต!”
“ดังนั้น เมื่อตระหนักถึงปัญหานี้ ข้า เฉียนหลิน จิ้วชง พวกเราทั้งสามก็ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันอีกต่อไป แม้แต่จะพบเจอกันก็ไม่ทำ ต่างคนต่างต่อสู้”
“และเซียนดับสูญ เพื่อจะบรรลุหลุดพ้น ก็ตามหาร่องรอยของพวกเราตลอด”
“บางทีเมื่อนางฆ่าข้า เฉียนหลิน จิ้วชง เอ้าหลิง ไม่มีใครรู้ว่านางมีตัวตนอยู่ ก็จะเป็นเวลาที่นางบรรลุหลุดพ้น”
“เซียนดับสูญดูเหมือนจะสามารถตามหาตำแหน่งของคนที่รู้ว่านางมีตัวตนอยู่ผ่านสายใยโชคชะตา”
“แล้วพวกเราก็พบว่า หากซ่อนตัวในพื้นที่ระดับ ‘โลกเล็ก’ เซียนดับสูญก็จะไม่สามารถหาพวกเราพบ”
“ข้าจำได้ว่าเอ้าหลิงซ่อนตัวอยู่ในไข่มุกมังกรใช่ไหม ภายในไข่มุกมังกรเป็นพื้นที่ระดับโลกเล็ก เมื่อเอ้าหลิงออกจากไข่มุกมังกร เซียนดับสูญก็ตามหาไปทันที”
พื้นที่ในกระบี่ชิงเฟิงของลู่หยางก็อยู่ในระดับโลกเล็กเช่นกัน
โลกเล็กส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ก็คือดินแดนลับระดับสูงสุด
อย่างเช่นแหวนโบราณ ไข่มุกมังกร กระบี่ชิงเฟิง ล้วนเป็นอาวุธเซียน หายากมาก
“การซ่อนตัวในโลกเล็ก ไม่เพียงร่างกายต้องซ่อนอยู่ในโลกเล็ก แม้แต่จิตก็ไม่อาจส่งออกไปด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้เซียนดับสูญรับรู้”
“เมื่อข้าซ่อนตัวในดินแดนลับแห่งหนึ่ง ได้รู้เรื่องราวภายนอกผ่านผู้บำเพ็ญที่บุกเข้ามาในดินแดนลับเท่านั้น แต่ดินแดนลับไม่ได้เปิดตลอดเวลา ผู้บำเพ็ญรู้ไม่ครบถ้วน”
“ดังนั้นข้าจึงหลอมแหวนโบราณที่มีโลกเล็กอยู่ภายในนี้ ให้ผู้บำเพ็ญที่บุกเข้ามาในดินแดนลับเก็บแหวนโบราณไป ข้าชี้แนะการบำเพ็ญให้ผู้บำเพ็ญ เพื่อเป็นการตอบแทน ผู้บำเพ็ญคนนั้นต้องเล่าทุกสิ่งที่เห็นและได้ยินให้ข้าฟัง”
“ข้าได้รู้จากผู้บำเพ็ญคนนั้นว่า ในโลกภายนอกมีผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนผู้หนึ่ง พลังในการต่อสู้เหนือผู้อื่น ดวงวิญญาณสามารถต่อสู้ได้ด้วยตนเอง ที่หน้าอกยังมีแผ่นไม้อันหนึ่ง ฟังแล้วคล้ายกับผู้บำเพ็ญที่เซียนอมตะฝึกสอนมาก”
“และก่อนหน้านี้ผ่านช่องทางข้ามกาลเวลา แม้จะไม่สามารถเห็นลักษณะของผู้บำเพ็ญที่ยืนอยู่ข้างเจ้า แต่ก็รู้สึกได้ว่าที่หน้าอกเขามีแผ่นไม้จากต้นไม้แห่งสวรรค์”
“ข้าคิดว่าเจ้า เซียนอมตะฟื้นคืนชีพแล้ว จึงตามไปดู”
“แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่านั่นเป็นกับดักที่เซียนดับสูญวางไว้!”
“ตอนนั้นเซียนดับสูญแข็งแกร่งเกินจะเทียบได้ ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ หลังจากต่อสู้กันพักหนึ่ง ข้าบาดเจ็บสาหัสและหนีไป”
“แต่ข้าบาดเจ็บหนักเกินไป กลิ่นอายของผลของการบำเพ็ญดับสูญอาละวาดในร่างของข้า เพื่อเอาชีวิตรอด ข้าใช้ความพยายามสุดชีวิตใช้วิธีสลายศพหลุดพ้น”
“สิ่งที่สำเร็จคือแม้ข้ายังคงบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ขจัดกลิ่นอายดับสูญออกไปได้ ไม่มีปัญหาถึงชีวิต แต่สิ่งที่ล้มเหลวคือข้าสูญเสียร่างกาย ร่างกายเกิดสติรู้คิด ต้องการกลืนกินข้า”
“ข้าจำต้องหนี ซ่อนตัวในโลกเล็กของแหวนโบราณเพื่อรักษาบาดแผล พร้อมกันนั้นก็ตามหาผู้บำเพ็ญที่เหมาะสม ให้เขาเล่าเรื่องราวในโลกภายนอกต่อไป”
“สามแสนปีผ่านไป แหวนโบราณตกมาอยู่กับจิงหงเด็กคนนี้”