ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 120 แมงป่องพิษ
หลิวอู๋เสียพาซงหลิงกลับไปที่พัก จัดการให้พักอยู่ห้องข้าง ๆ จากนั้นก็กลายเป็นศิษย์ชั้นสูงชั้นเจ็ด
ข่าวการฆ่าเจียงหัวแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วทั่วทั้งสำนักศึกษา
เมื่อจั่วหงเพิ่งเลิกเรียนไม่นาน ก็ได้รับข่าว มุมปากปรากฏรอยยิ้มขมขื่น “เด็กนี่ช่างรนหาที่ตายจริง ๆ!”
ศิษย์อักษรอักษรลึกล้ำตายไปสามคน และศิษย์อักษรอักษรดินตายไปสิบเจ็ดคน สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้บริหารระดับสูงของสำนักศึกษาอย่างมาก เรื่องนี้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสำนักศึกษาจักรวรรดิ
เกาอิงจางรีบไปหาผู้บริหารระดับสูงทันที เพื่อขับไล่หลิวอู๋เสียออกจากสำนักศึกษา
แต่กลับถูกปฏิเสธ อาจารย์ใหญ่ปิดด่านกักตัวแล้ว สามรองอาจารย์ใหญ่เป็นผู้รับช่วงต่อทั้งหมด สุดท้ายก็ผลัดกันโยนกันไปมา สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป
เรื่องนี้มีเงื่อนงำหลายประการ ปกติแล้วแม้ว่าหลิวอู๋เสียจะมีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม แต่เนื่องจากร่างกายของเขา จึงไม่สามารถพัฒนาได้สูงมากนัก ทำไมผู้บริหารระดับสูงของสำนักศึกษาจึงปกป้องเขาอย่างถึงที่สุดเช่นนี้
จัดแจงให้ซงหลิงพักเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งยาวิเศษให้เขาบางส่วน เพื่อเพิ่มขอบเขตให้เขาเร็วขึ้น ความช่วยเหลือจากเขานั้นจำกัด
ก๊อก ก๊อก…
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก หลิวอู๋เสียกำลังพักผ่อนอยู่ เตรียมตัวเดินทางไปถ้ำเพลิงตะวันในวันพรุ่งนี้ จึงจะฟื้นฟูพลังกาย พลังวิญญาณและพลังปราณให้ดีที่สุด
เปิดประตูอย่างไม่พอใจ พบว่ามีชายสามคนยืนอยู่ข้างนอก สวมชุดคลุมยาวสีน้ำเงินล้วน เป็นศิษย์อักษรอักษรดิน ที่หลิวอู๋เสียไม่รู้จัก
“พวกเจ้ามาหาใคร?”
หลิวอู๋เสียทักทายก่อนแล้วจึงถาม
“ได้ยินมาว่าเจ้าสอบผ่านสามด่านได้อันดับหนึ่ง เรายินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อยาวิเศษและเคล็ดวิชายุทธ์ของเจ้า”
ชายตรงกลางพูดตรง ๆ เลยว่ามาหาอะไร พวกเขาต้องการรางวัลของหลิวอู๋เสีย
หลิวอู๋เสียยังไม่ได้ดูยาวิเศษและเคล็ดวิชายุทธ์ที่อาจารย์ใหญ่ให้เลย แต่คาดว่าคุณภาพไม่ต่ำ จึงทำให้ทั้งสามคนต้องการได้มันมาครอบครอง
“โอ้ แล้วพวกเจ้าคิดว่าจะจ่ายเงินเท่าไรหรือ?” หลิวอู๋เสียถามด้วยรอยยิ้ม ขณะนี้เขายังไม่ขาดยา ยังมียาวิญญาณทองคำสิบกว่าเม็ด ยาหยวนหยางและยาวิญญาณฟ้าหลายร้อยเม็ด ถ้าสามารถแลกเป็นเงินจำนวนมากได้ ก็พอจะทำได้ แบบนี้ก็สามารถใช้เงินแลกหน่วยคะแนนศึกษาได้
หน่วยคะแนนศึกษาเท่านั้นที่สามารถใช้เข้าสถานที่ฝึกฝนต่าง ๆ ได้ เช่น ห้องฝึกฝน ห้องสร้างอาวุธและห้องหลอมโอสถ
ทั้งหมดนี้ต้องใช้คะแนนศึกษาจำนวนมาก จึงลองใช้ยาแลกหน่วยคะแนนศึกษาดู
“สิบเหรียญทองดีหรือไม่!” ชายกลางพูดด้วยรอยยิ้มเย็น คิดจะแลกรางวัลของหลิวอู๋เสียด้วยสิบเหรียญทอง โอสถหนึ่งเม็ด และเคล็ดวิชายุทธ์หนึ่งเล่ม
คำตอบนี้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวอู๋เสียแข็งทื่อ เขาคิดว่าทั้งสามคนจะมาแลกเปลี่ยนกับเขาอย่างจริงใจ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะคิดปล้นเขา
สิบเหรียญทองซื้อโอสถเสริมพื้นฐานได้ไม่ถึงหนึ่งเม็ด คิดจะซื้อโอสถล้างกระดูกระดับสี่เม็ด และเคล็ดวิชายุทธ์ระดับลึกล้ำเล่มหนึ่ง คิดว่าหลิวอู๋เสียเป็นบ้ารึไร
“พวกเจ้าแน่ใจนะ?” หลิวอู๋เสียถามอย่างไม่แน่ใจว่าพวกเขาพูดราคาผิดหรือ
โอสถล้างกระดูกเม็ดหนึ่ง ในตลาดราคาสูงถึงหนึ่งล้านกว่าเหรียญทอง เคล็ดวิชายุทธ์ระดับลึกล้ำเล่มหนึ่ง สูงถึงสองล้านเหรียญทอง
โอสถและเคล็ดวิชายุทธ์ที่สำนักมอบให้ มีคุณภาพสูงกว่าของที่ขายในตลาดมาก
พวกเขาคิดจะซื้อด้วยสิบเหรียญทอง หลิวอู๋เสียคิดว่าตัวเองหูฝาด
ขายสองสิ่งนี้แลกหน่วยคะแนนศึกษาคืนให้หลี่เซิงเซิง เขาไม่อยากติดหนี้ใคร
“แน่ใจสิ สิบเหรียญทอง!” ชายกลางยิ้มเยาะอย่างโหดเหี้ยม พวกเขาทั้งสามคนอยู่ในระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นแปด หลิวอู๋เสียเพิ่งอยู่ในระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นห้า
เหตุการณ์ในโถงอาหาร หลายคนคิดว่าหลิวอู๋เสียใช้กลยุทธ์โจมตี สามคนนี้ไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ จึงยิ่งไม่เชื่อว่าหลิวอู๋เสียจะเอาชนะยอดฝีมือระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นแปดได้
“ถ้าข้าไม่ขายล่ะ?” หลิวอู๋เสียยิ้มออกมา ยิ้มอย่างสดใส ดวงตามองผ่านพวกเขาทั้งสาม แววตาลึกล้ำแฝงไปด้วยกลิ่นอายสังหาร
เมื่อเช้าเพิ่งฆ่าคนไปยี่สิบคน ไม่ได้ทำให้คนกลัวจนไม่กล้ามาหาเรื่องอีก ยังคงมีคนมาหาเรื่องอีก
“ไอ้หนู ข้าแนะนำให้เจ้ามอบยาออกมาเสียดี ๆ อย่าให้เราต้องลงมือ” ชายหนุ่มด้านขวาตะโกนออกมาเสียงดัง สร้างความตกใจให้กับผู้คนในบริเวณใกล้เคียง ต่างพากันเปิดประตูออกมามอง
เมื่อครู่ยังพูดจาดีอยู่ดี ๆ กลับเปลี่ยนหน้าเป็นหน้าหมาทันที สามคนนี้เปลี่ยนหน้าเร็วกว่าพลิกหนังสือเสียอีก พูดจาไม่เข้าหูก็พร้อมจะลงมือทันที
มีศิษย์ออกมาสิบกว่าคน ต่างทำหน้าเฉยเมย ราวกับว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
“นั่นสามพี่น้องแมงป่องพิษ พวกนั้นโหดเหี้ยมมาก เจ้าหนูนี่อันตรายแล้ว” มีคนรู้จักพวกเขาสามคน หลายคนเรียกพวกเขาว่าสามพี่น้องแมงป่องพิษ พวกนั้นทำเรื่องแย่ ๆ แบบนี้มาตลอดหลายปี
ชายหนุ่มตรงกลางชื่อหงเซียจื่อ (แมงป่องแดง) ชายหนุ่มด้านซ้ายชื่อเฮยเซียจื่อ (แมงป่องดำ) ชายหนุ่มด้านขวาชื่อตู๋เซียจื่อ (แมงป่องพิษ) สามคนนี้ไม่ใช่พี่น้องกัน เพียงแต่มีนิสัยคล้ายกัน จึงมารวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ
ตู๋เซียจื่อจ้องมองหลิวอู๋เสียด้วยสายตาเย็นยะเยือก มุมปากแต้มยิ้มเยือกเย็น
“ถ้าข้าไม่มอบออกมา พวกเจ้าคิดจะลงมือทำลายข้า แล้วแย่งยากับเคล็ดวิชาไปหรือ?” หลิวอู๋เสียมองด้วยสายตาเย็นชา ฆ่าคนอย่างเจียงหัวพวกนั้นต้องวางแผนให้ดี แต่พวกนี้สามคนฆ่าได้ทันที แม้แต่อาจารย์ใหญ่จะตามหาก็ยังมีเหตุผลมากมายให้แก้ตัว
“ก็รู้ดีนี่!” หงเซียจื่อไม่ปฏิเสธความหมายของคำพูดหลิวอู๋เสีย ถ้าไม่มอบออกมา ก็ต้องทำลายเจ้า
สี่คนจ้องมองกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการปะทะ
“น่าเสียดายที่พวกเจ้าจะต้องผิดหวัง เพราะข้าจะไม่มอบโอสถให้พวกเจ้าหรอก”
หลิวอู๋เสียโบกมือขึ้น ทำท่าทางเหมือนจนปัญญา หันหลังเดินเข้าไปในลานเรือน ไม่อยากเสียเวลากับพวกนี้อีกต่อไป
ทำให้ทั้งสามคนโกรธจัด ร่างของพวกเขาพุ่งออกไปขวางทางหลิวอู๋เสีย
“พวกเจ้าจะลงมือจริงหรือ?”
ความโกรธแค้นที่รุนแรงราวกับมีตัวตนแผ่ซ่านลงมา กดทับอยู่บนหัวของทั้งสามคน ทำให้ทั้งสามคนหน้าซีดเผือด
มาถึงขั้นนี้แล้ว แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่สามารถถูกหลิวอู๋เสียขู่ให้ถอยกลับไปได้ โอสถระดับสี่นั้นมีค่ามากกว่าหนึ่งล้านเหรียญทอง พวกเขาต้องใช้เวลานานมากกว่าจะหามาได้
ความโกรธพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงหนึ่งดังขึ้น กระบี่งูแมงป่องสามเล่มปรากฏขึ้นในมือของพวกเขา ชี้ไปที่หลิวอู๋เสีย
หลิวอู๋เสียยังคงนิ่งเฉย มุมปากของเขาแฝงไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ช่างน่าขันที่สวะพวกนี้กล้ามาหาเรื่องเขา
“พี่ใหญ่ เราฆ่าเขาดีหรือไม่ หรือจะทำลายพลังปราณของเขาดี?”
ตู๋เซียจื่อมองไปที่พี่ใหญ่ของเขา น้ำเสียงแข็งกร้าว ถามความเห็นของเขา กระบี่งูแมงป่องในมือของเขาส่งกลิ่นเหม็นน่าขยะแขยง
“ทำลายพลังปราณของเขา ตัดแขนขาของเขา แล้วโยนเขาไปที่ถนนสายยาวสิ มีคนจัดการทุกอย่างให้เราเอง”
หงเซียจื่อพี่ใหญ่ของกลุ่มแมงป่องจ้องเขม็ง ลงมือก่อน กระบี่งูแมงป่องในมือของเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงลมพัดแรง พลังของทั้งสามคนไม่เบาเลย
พวกเขาพูดว่าลงมือก็คือลงมือ เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีการเตรียมการมาอย่างดี ไม่ได้มีแค่เรื่องโอสถเท่านั้น
หลิวอู๋เสียก็เดาได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าต้องมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังควบคุมพวกเขา และใช้พวกเขามากำจัดเขา
เมื่อทั้งสามคนลงมือ หลิวอู๋เสียก็หายตัวไปจากตรงนั้น ราวกับผีร้าย ดาบสั้นของเขาถูกชักออกมา
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
สามรังสีดาบว่องไวราวกับคลื่นลมพัด ฟาดฟันทั่วทั้งลานเรือน ต้นไม้อายุนับร้อยปีภายในถูกปกคลุมด้วยรังสีดาบว่องไวจนส่งเสียงดังสนั่น
รังสีดาบที่รุนแรงจนน่าหวาดหวั่นทำให้ทั้งสามคนถึงกับยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่สามารถขยับได้
คนภายนอกไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน มองผ่านกำแพงก็มองไม่เห็น ทำได้เพียงได้ยินเสียงกรีดร้องสามครั้ง
“อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก!”
ร่างสามคนที่พุ่งเข้าใส่ถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป กระแทกเข้ากับมุมกำแพงอย่างแรงจนหินก้อนใหญ่แตกกระจาย นอนอยู่บนพื้นร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
บริเวณท้องน้อยของแต่ละคนมีเลือดไหลออกมา โดนรังสีดาบฟันเข้าอย่างจัง
ปราณแท้จำนวนมากไหลทะลักออกมาจากท้องน้อย รังสีดาบอันน่ากลัวฉีกทำลายแก่นแท้ของพวกเขาออกจนปรากฏรอยยาวหลายนิ้ว ในอนาคตแก่นแท้ของพวกเขาไม่สามารถรวบรวมปราณแท้ได้อีกต่อไป
เมื่อเวลาผ่านไป ปราณแท้ในแก่นแท้ของพวกเขาค่อย ๆ ลดลง นอนอยู่บนพื้นเหมือนหมาตาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
บนมหาทวีปเจินอู่ คนที่ไม่สามารถฝึกฝนปราณแท้ได้นั้นไร้ค่ายิ่งกว่าขยะ มีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น
“เป็นไปไม่ได้ ไอ้หนูระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นห้าอย่างเจ้าจะเอาชนะเราได้ในดาบเดียวได้อย่างไร?”
หงเซียจื่อคำรามอย่างโกรธแค้น ไม่ยอมรับผลลัพธ์นี้ หากเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่าน อาจจะยอมรับได้
พวกเขาไม่ได้เห็นเลยว่าหลิวอู๋เสียออกมืออย่างไร ต่อสู้จบลงแล้ว แพ้อย่างน่าอับอาย
“ข้าไม่ชอบพูดจาไร้สาระ บอกข้ามา ใครส่งพวกเจ้ามา?”
หลิวอู๋เสียไม่ต้องการเสียเวลา พูดตรง ๆ เลยว่าเพิ่งจบเรื่องกับชั้นเรียนระดับสูงห้องสาม พวกนี้มาหาเขาทันที ความเร็วนี้เร็วเกินไป
ทั้งสามคนหน้าซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความชั่วร้ายและเสียใจเล็กน้อย
“เจ้าหนู ถึงแม้เจ้าจะทำลายวรยุทธ์ของพวกเราไป แต่อีกไม่นานจะมีคนมาแก้แค้นให้พวกเรา”
ทั้งสามคนปากแข็งมาก ไม่ยอมปริปากบอกใครว่าใครเป็นคนสั่งให้พวกเขามา
“เป็นตระกูลเซวียที่ส่งพวกเจ้ามาใช่หรือไม่!”
หลิวอู๋เสียตอบแทนพวกเขา นอกเสียจากตระกูลเซวียแล้ว เขาก็คิดไม่ออกเลยว่าใครจะลงมือกับเขาเร็วขนาดนี้
จริงอย่างที่คาดไว้
เมื่อสิ้นเสียง ร่างกายทั้งสามคนก็กระตุกเล็กน้อย แสดงว่าหลิวอู๋เสียเดาถูก
“หึ แม้จะเดาถูก แต่กเจ้าก็ทำอะไรไม่ได้หรอก ไม่เกินสามวัน กเจ้าจะต้องตายแน่”
เฮยเซียจื่อกัดฟันแน่น ลุกขึ้นจากพื้นด้วยสีหน้าโกรธแค้น แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
ดูเหมือนว่าตระกูลเซวียไม่เพียงแต่จะส่งทั้งสามคนมาเท่านั้น ยังมีแผนอีกหลายอย่างในภายหลัง จนกระทั่งฆ่าหลิวอู๋เสียได้ จึงต้องระมัดระวังไว้
“ไสหัวไปเถอะ กลับไปบอกตระกูลเซวียว่าอย่าส่งพวกลิ่วล้อมาอีก”
เขากับตระกูลเซวียไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ สัญญาหนึ่งปีได้ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว จำเป็นต้องเร่งมือแล้ว
ไม่ได้ฆ่าทั้งสามคน เพราะยังต้องการให้พวกเขาไปส่งข่าวให้ตระกูลเซวีย
ทั้งสามคนคลานออกไปจากลานเรือนหลิวอู๋เสีย ศิษย์สิบกว่าคนที่ยืนอยู่ด้านนอกต่างพากันตกตะลึง
ตอนเข้าไปยังดูดีอยู่เลย แต่พอออกมา พลังปราณก็หายไปหมด
เรื่องยุ่ง ๆ จบลงอย่างรวดเร็ว หลิวอู๋เสียก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ตระกูลเซวียส่งคนมาลองเชิงอยู่เรื่อย ๆ ก็เป็นเรื่องปกติ
พวกเขาไม่สามารถประเมินพลังของเขาได้ จึงทำได้เพียงลองเชิงทีละขั้น เพื่อค้นหาจุดอ่อนของเขา
กำลังปิดประตูเรือนเพื่อพักผ่อนทั้งวัน ก็มีเงาคนคุ้นตาปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิวอู๋เสีย เดินเข้ามาหาเขาทีละก้าว
หลิวอู๋เสียมั่นใจว่าคนคนนี้มาหาเขา จึงยืนอยู่หน้าประตู รอให้เขาเดินเข้ามาใกล้
“พี่หลิวฝีมือดีจริง ข้าผู้แซ่อวี๋ขอนับถือ!”
อวี๋อีฝานนำศิษย์สองคนมาปรากฏตัวอยู่หน้าประตูลานเรือนของหลิวอู๋เสีย หลังจากที่เพิ่งส่งสามพี่น้องแมงป่องพิษไป เขาก็มาที่นี่ทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า หลิวอู๋เสียจึงแคลงใจ
“ตระกูลเซวียส่งเจ้ามาเหมือนกันหรือ?”
หลิวอู๋เสียถามอย่างคลุมเครือ ยังไม่แน่ใจ เพราะด้วยพรสวรรค์ของอวี๋อีฝานแล้ว ไม่น่าที่จะยอมสวามิภักดิ์ต่อตระกูลเซวีย
– โปรดติดตามตอนต่อไป –