ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 122 อินทรีเหล็กมาเยือนถึงประตู
อวี๋อีฝานยืนอยู่หน้าเรือน ใบหน้าเปลี่ยนสีไปทีละน้อย แววตาฉายแววโหดเหี้ยม
ตั้งแต่เด็กจนโต เขาเติบโตมาท่ามกลางเสียงสรรเสริญเยินยอ เขาเป็นลูกชายของเจ้าเมืองฮวา เมื่อเขาเกิดมา ตระกูลใหญ่ทั้งหลายในเมืองฮวาต่างก็มาแสดงความยินดี
เมื่ออายุสามขวบ เขาแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันโดดเด่นด้านการฝึกฝนพลังยุทธ์ เหนือกว่าคนอื่น ๆ ในรุ่นเดียวกัน
เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ เขายอมพลาดการสอบคัดเลือกของสำนักศึกษาจักรวรรดิหลายครั้ง รอคอยมาหลายปี สุดท้ายก็ถูกหลิวอู๋เสียแย่งชิงแสงสีทั้งหมดไป
ทั้งหมดนี้เขาทนได้
แต่วันนี้
สิ่งที่เขาคิดว่าจะสำเร็จอย่างราบรื่นกลับถูกตบหน้าอย่างไร้ปรานี
แม้ว่าจะเป็นศิษย์อักษรลึกล้ำ แต่หากเขาต้องการ เขาก็จะต้องร่วมมือกับเขา
“นายน้อย จะให้พวกเราทุบประตูเรือนแล้วจับเขาออกมาทุบตีสักครั้งดีหรือไม่”
ศิษย์สองคนที่อยู่ข้างหลังเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น พวกเขาเป็นคนที่เจ้าเมืองฮวาฝึกฝนมาอย่างดี จงรักภักดีต่อเจ้าเมืองฮวา การที่นายน้อยของเขาถูกดูหมิ่น พวกเขาจึงเต็มใจที่จะยืนหยัดต่อสู้แทน
“ไม่จำเป็น พวกเราไปกันเถอะ”
อวี๋อีฝานสูดหายใจเข้าลึกพลางกดข่มอารมณ์โกรธ หากสามารถแก้ปัญหาด้วยการลงมือได้ เขาก็คงลงมือไปแล้วเมื่อครู่นี้
“นายน้อย พวกเราจะปล่อยให้มันผ่านไปแบบนี้หรือ?”
ชายที่อยู่ด้านขวารู้สึกไม่สบอารมณ์นัก
“ปล่อยมันผ่านไป?”
หางตาของอวี๋อีฝานวาววับด้วยความเยือกเย็น แน่นอนว่าเขาไม่สามารถปล่อยมันผ่านไปได้ สำหรับสิ่งที่เขาคิด มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด
ชายสามคนออกจากลานเรือนของหลิวอู๋เสีย ลานเรือนก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง
ใกล้ถึงวันปีใหม่เข้ามาทุกที อีกสิบกว่าวันเท่านั้น เหล่าศิษย์ต่างก็รีบกลับมาเพื่อเฉลิมฉลองการเริ่มต้นของปีใหม่
ชั่วเวลาเพียงไม่กี่วัน สำนักศึกษาจักรวรรดิก็เต็มไปด้วยความคึกคัก ทั่วทุกแห่งประดับประดาด้วยโคมไฟและธงฉลุ
หลิวอู๋เสียนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในห้อง เวลาผ่านไปทีละวินาที ในวันนี้คงจะไม่สงบสุขแน่
ปัง!
ประตูลานเรือนระเบิดออก เศษไม้จำนวนมากพุ่งกระจายกลางอากาศ สร้างความตกใจให้กับลานเรือนข้างเคียง
ใครที่กล้าใจกล้าขนาดนั้น กล้าบุกเข้ามาในเขตแดนของผู้อื่น
หลิวอู๋เสียลืมตาขึ้น ใบหน้าของเขาไม่มีสีหน้าใด ๆ เย็นชาจนน่ากลัว ทะเลวิญญาณสีทองค่อย ๆ สงบลง ปรากฏวังวนสีทองขึ้นตรงหน้าเขา พลังปราณรอบตัวถูกดูดกลืนเข้าไปโดยวังวน
“มาแล้วหรือ!”
เขาลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปที่ประตูห้อง ห้าคนที่มีท่าทางน่ากลัวยืนอยู่ในลานเรือน ชายสี่หญิงหนึ่ง
แต่ละคนอายุประมาณยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปี สวมเสื้อคลุมยาวสีฟ้า ล้วนเป็นศิษย์อักษรดิน
ทุกคนดูเหนื่อยล้า ดูเหมือนจะเพิ่งกลับมาไม่นานและรีบมาที่นี่ทันที
“เจ้านี่เอง หลิวอู๋เสีย!”
ชายที่อยู่ตรงกลางมีดวงตาคมกริบ ทันทีที่หลิวอู๋เสียปรากฏตัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นก็มองมาที่เขา ชายสามหญิงหนึ่งนั้นล้วนแต่แข็งแกร่งมาก เป็นผู้ฝึกตนระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นเก้า
“ข้าเอง!”
หลิวอู๋เสียพยักหน้า ใบหน้าเรียบเฉยไม่มีความผันผวนใด ๆ สายตาที่เย็นชามองผ่านพวกเขาทั้งห้าคน ก่อนจะหยุดที่ใบหน้าของชายหนุ่มผู้มีดวงตาเหยี่ยว
ด้านนอกลานเรือน ผู้คนมากมายมารวมตัวกัน แต่ไม่มีใครกล้าก้าวเข้ามา ประตูลานเรือนพังไปแล้ว จึงไม่รบกวนพวกเขาในการชม
“ข้านามเถี่ยอิง ฉายาอินทรีเหล็ก ข้าเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้ ได้ยินว่าเจ้าฆ่าเจียงหัว รีบคุกเข่าลงเดี๋ยวนี้ โขกศีรษะขอขมา แล้วข้าจะพิจารณาให้เจ้าตายอย่างสบาย ๆ”
ชายหนุ่มผู้มีดวงตาเหยี่ยวพูดนามของตนตรง ๆ หากเดาถูก พวกเขาทั้งห้าคนก็น่าจะเป็นศิษย์ระดับสูงห้องสาม
พวกเขาอ้างว่าต้องการแก้แค้นให้เจียงหัว แต่แท้จริงแล้วกลับได้รับคำสั่งจากเกาอิงจางให้มาฆ่าหลิวอู๋เสีย เพื่อระบายความแค้นในใจ
เหล่าผู้อาวุโสในสำนักยังไม่เคลื่อนไหว พวกเขาจึงต้องลงมือเอง
“เกาอิงจางส่งพวกเจ้ามาใช่ไหม?!”
หลิวอู๋เสียถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“กล้าดีนัก กล้าขานนามอาจารย์ที่ปรึกษาออกมา วันนี้ข้าจะสั่งสอนไอ้หนูที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอย่างเจ้าแทนอาจารย์ที่ปรึกษาเกาให้หนัก ๆ เอง!”
เถี่ยอิงไม่ได้ลงมือ แต่ชายหนุ่มอีกคนพูดแทน หน้าผากของเขาแบนราบ ชีวิตของเขาช่างแสนลำบาก เห็นได้ชัดว่าต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายตั้งแต่เด็ก
ความจริงก็เป็นเช่นนี้ คนผู้นี้นามหยวนเช่า พ่อแม่เสียชีวิตเมื่อเขาอายุได้สี่ขวบ และได้รับการเลี้ยงดูจากเพื่อนบ้าน
พ่อแม่บุญธรรมของเขามีลูกสาวคนเดียว อายุน้อยกว่าเขาสองปี เรียกขานเป็นพี่ชายน้องสาว สองคนยังนับว่าเป็นคู่รักในวัยเด็ก ไม่รู้เดียงสากันทั้งคู่
ในโอกาสที่ไปเที่ยวเล่นคราหนึ่ง น้องสาวของเขาได้พบกับชายหนุ่มผู้มีความสามารถในเมืองเดียวกัน ทั้งสองคนรู้สึกถูกชะตากันตั้งแต่แรกเห็น น้องสาวของเขามองหยวนเช่าเป็นพี่ชายมาตลอด และไม่เคยมีความรู้สึกรักใคร่แบบชายหญิงต่อกัน
อีกฝ่ายมาสู่ขอ และพ่อแม่บุญธรรมก็เห็นด้วย แต่ในวันแต่งงาน… หยวนเช่าได้กระทำสิ่งที่สร้างความโกรธแค้นให้ทุกคน
เขาใช้สุราฤทธิ์แรงมอมพ่อบุญธรรม แล้วอาศัยกำลังที่เหนือกว่าทุบตีแม่บุญธรรมจนสลบ สุดท้ายก็พรากความบริสุทธิ์ของน้องสาว
ไอ้คนเลวแบบนี้ ไม่น่าจะถูกยอมรับในสำนักศึกษาจักรวรรดิเลย ต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์ป่า สัตว์ร้ายเท่านั้นถึงจะทำเรื่องแบบนี้ได้
เมื่อพ่อแม่บุญธรรมตื่นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์นี้ พวกเขาทุบตีหยวนเช่าจนสาหัส แต่ถึงกระนั้น เหตุการณ์นี้ก็ได้เกิดขึ้นไปแล้ว หากแพร่งพรายออกไป ครอบครัวของพวกเขาก็คงไม่มีหน้าที่จะอยู่ได้อีก จึงเลือกที่จะปกปิดเอาไว้
จำใจต้องยกเลิกงานแต่งงาน แล้วยกลูกสาวให้หยวนเช่า เรื่องนี้ค่อย ๆ แพร่งพรายออกไปหลังจากที่เข้าสู่สำนักศึกษาจักรวรรดิ
หยวนเช่าที่ร่างกายเหมือนเสือพุ่งเข้ามา ซัดหมัดเข้าใส่หน้าหลิวอู๋เสีย
เขาเป็นคนโหดเหี้ยมจริง ๆ คิดจะฆ่าหลิวอู๋เสียด้วยหมัดเดียว
แรงหมัดที่กดขี่ข่มเหงก่อให้เกิดระลอกคลื่นอันน่าสะพรึงกลัวที่ระเบิดไปทุกทิศทาง ก่อเกิดเป็นคลื่นน้ำวนแผ่กระจายออกไป
หมัดเข้าใกล้หลิวอู๋เสียเข้าไปทุกที แต่หลิวอู๋เสียยังคงยืนอยู่บนบันไดไม่ขยับเขยื้อน ไม่คิดต่อต้านด้วยซ้ำ
ระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นเก้า ไม่สามารถคุกคามเขาได้แม้แต่น้อย
ม่านตาภูตจับจ้องหยวนเช่า ตอนที่หมัดกำลังจะเข้าใกล้หลิวอู๋เสียอีกไม่กี่นิ้ว เขาก็ยกเท้าขวาขึ้นทันที
ไม่มีสัญญาณใด ๆ ฉากประหลาดนี้ทำให้เถี่ยอิงและอีกสามคนกรีดร้องออกมา
ตอนที่เท้าขวายกขึ้น หยวนเช่ารู้แล้วว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ก็ไม่ทันแล้ว จังหวะที่ร่างกายของเขาขาดการควบคุม เท้าขวาก็ปรากฏขึ้นที่ท้องของเขา
จังหวะที่พอดี ไม่พลาดเป้าแม้แต่น้อย!
ปัง!
ร่างของหยวนเช่ากลายเป็นดาวตก กระเด็นออกไปจากอากาศ ตกลงไปตรงที่สามพี่น้องแมงป่องพิษนอนเมื่อครู่พอดิบพอดี
จากนั้น!
ตันเถียนปริแตก เสียงดังเหมือนเปลือกไข่ถูกเหยียบจนแตกแตกทีละน้อย ปราณแท้ไหลทะลักออกมา
หลิวอู๋เสียไม่ได้ฆ่าเขาโดยตรง แต่ปล่อยให้เขาลิ้มรสความขมขื่นของการเป็นคนไร้ค่า นับแต่นี้ไป เขาจะต้องโดนคนอื่นหัวเราะเยาะ และใช้ชีวิตอยู่กับความเสียใจ
“โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย! ตันเถียนของข้า!”
หยวนเช่ากรีดร้องอย่างโหยหวน ตลอดหนึ่งปีกว่าที่เขาอยู่ในสำนักศึกษาจักรวรรดิ เขาทำเรื่องเลวร้ายมามากมาย สร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนมากมาย
การสูญเสียพลังยุทธ์ หมายความว่าในอนาคตเขาจะถูกคนรังแก ผู้ที่ถูกเขารังแกจะจัดการกับเขาทีละคน จนกว่าเขาจะมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน
สายตาของเถี่ยอิงฉายแววเย็นชา เขารู้ดีถึงพลังของหยวนเช่า แม้ว่าจะไม่เท่าเขา แต่ก็ไม่น่าจะโดนเตะจนกลายเป็นคนไร้ค่าได้
“หลิวอู๋เสีย เจ้ากล้ามาก กล้าทำลายพลังยุทธ์ของศิษย์ระดับสูงห้องสามของพวกเรา ข้าจะจัดการเจ้าให้สิ้นซาก!”
เถี่ยอิงคำรามโหดเหี้ยม พร้อมกับพาอีกสองชายหญิงพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสีย
พวกเขาไม่ได้พูดอะไรมาก เป้าหมายของพวกเขาง่ายมาก ฆ่าหลิวอู๋เสีย แล้วล้างแค้นให้หยวนเช่า
หลิวอู๋เสียไม่ได้คิดจะโต้เถียงอะไรเลย ทางที่ดีที่สุดคือทำให้พวกเขากลัวจนไม่กล้ามายุ่งกับเขาอีก
ทั้งสี่คนเข้าโจมตีพร้อมกัน พลังที่รุนแรงพัดเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ใบไม้ที่ร่วงหล่นบนพื้นถูกพัดขึ้นสู่อากาศ ก่อตัวเป็นพายุ
พายุบดบังสายตาของผู้คน ทำให้มองไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนสนามรบ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลิวอู๋เสียอยู่กลางพายุ พายุสามารถกลืนกินเขาได้ทุกเมื่อ
เถี่ยอิงปรากฏตะขอเหล็กคู่หนึ่งออกมา ตะขอเหล็กเปล่งแสงเย็นยะเยือก คนที่จะใช้อาวุธแบบนี้มักมีจิตใจโหดเหี้ยม ตะขอเหล็กนี้หากเกี่ยวโดนร่างกาย จะทำให้เนื้อฉีกเป็นชิ้น ๆ
ชายอีกสองคนถือกระบี่ยาวปิดทางหนีของหลิวอู๋เสีย ทั้งสามคนฝึกฝนร่วมกันมาเป็นเวลานาน จึงมีเคล็ดวิชาร่วมกัน ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นหนึ่งของพวกเขาเพียงพอที่จะรับมือกับหลิวอู๋เสียได้อยู่แล้ว
หยวนเช่าพลาดท่าเพราะความประมาท จึงทำให้หลิวอู๋เสียฉวยโอกาสได้
หญิงสาวเพียงคนเดียวถือดาบคู่ ประสานมือเข้าด้วยกัน นางใช้เพลงดาบฝูงนกนางแอ่นอย่างงดงาม
อาณาเขตอันกดดันปกคลุมหลิวอู๋เสียไว้ ถ้าพลาดพลั้ง เขาจะโดนพวกเขารุมสังหารจนตาย
“ด็กคนนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย โดนสี่คนรุมล้อมแบบนี้ คงไม่มีทางรอดแน่”
เหล่าศิษย์ที่รวมตัวกันอยู่ด้านนอกต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
สามพี่น้องแมงป่องพิษนั้นแข็งแกร่งมาก แต่เมื่อเทียบกับพวกเถี่ยอิงแล้วช่างต่างกันลิบลับ
ที่น่ากลัวก็คือพวกเถี่ยอิงใช้ค่ายกลร่วมกัน ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
“เด็กคนนี้เพิ่งเข้าเรียนได้สองวันเท่านั้น แต่ก่อเรื่องมากมายขนาดนี้”
หลิวอู๋เสียยังไม่ได้มีโอกาสใช้ทรัพยากรใด ๆ เมื่อเข้าสู่สำนักศึกษาจักรวรรดิ เอาแต่สร้างปัญหามากมาย
เห็นได้ชัดว่าทั้งสี่คนกำลังโจมตีหลิวอู๋เสีย ทว่าเหตุการณ์แปลกประหลาดก็เกิดขึ้น
ร่างกายของหลิวอู๋เสียค่อย ๆ จางหายไป หายไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย
สีหน้าของพวกเถี่ยอิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย หลิวอู๋เสียเร็วเกินไป แม้แต่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นหนึ่งยังตามไม่ทัน
“ตั้งค่ายกล!”
เถี่ยอิงตะโกนสั่ง ทั้งสี่คนยืนประจำตำแหน่งทันที ตั้งค่ายกลล้อมหลิวอู๋เสียไว้
“ค่ายกลซื่อเซี่ยง!”
หลิวอู๋เสียหัวเราะอย่างร้ายกาจ เมื่อเทียบกับเขาในด้านค่ายกล พวกเขายังเด็กเกินไป
“เจ้ารู้ค่ายกลซื่อเซี่ยงด้วย!”
เถี่ยอิงเผยสีหน้าประหลาดใจ พวกเขาใช้เวลาหลายปีกว่าจะฝึกฝนค่ายกลซื่อเซี่ยงสำเร็จ โชคดีที่ได้ขุดพบค่ายกลนี้ในสุสานโบราณ
เสียหายจนแทบจะอ่านไม่ออก หลังจากพวกเขาศึกษาค้นคว้ามาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี ในที่สุดก็สามารถสร้างค่ายกลซื่อเซี่ยงขึ้นมาได้
ค่ายกลซื่อเซี่ยงที่แท้จริงนั้นสามารถแปลงร่างเป็นสี่สัญลักษณ์ สี่กลยุทธ์ สี่พลังฟ้าดินได้
พวกเขารู้เพียงค่ายกลซื่อเซี่ยงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พูดอย่างตรงไปตรงมาคือ พวกเขาไม่รู้อะไรเลย
แม้เพียงความรู้เล็กน้อยนี้ก็เพียงพอที่จะจัดการคนธรรมดาได้
“พี่ใหญ่เถี่ยอิง เหตุใดจึงต้องเสียเวลากับไอ้หนูนี่ มันแปลกประหลาดเหลือเกิน เราลงมือจัดการมันซะ แล้วชิงโอสถและเคล็ดวิชาก็พอ รวมถึงสิทธิ์การฝึกฝนในถ้ำเพลิงตะวันด้วย”
หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มพูดขึ้น นางโหดเหี้ยมยิ่งกว่าชายหนุ่มเสียอีก
“เสี่ยวเหยียนพูดถูก พวกเราฆ่าเขาก่อน!”
ชายหนุ่มอีกสองคนเห็นด้วย ฆ่าหลิวอู๋เสียก่อนแล้วค่อยแบ่งของกัน
ค่ายกลเปิดใช้งานในทันที ปรากฏวังวนประหลาดขึ้นข้างกายพวกเขาแต่ละคน นี่คือทักษะค่ายกล
อาศัยพลังจากฟ้าดินมาเสริมพลังเข้าไปยังใจกลางค่ายกล กลายเป็นพลังโจมตีอันทรงพลัง
“ฆ่าข้างั้นหรือ?” หลิวอู๋เสียยิ้มเยาะ “แค่พวกขยะอย่างพวกเจ้าน่ะหรือ?”
ร่างของเขากลายเป็นเงาพุ่งทะลุค่ายกลซื่อเซี่ยงออกมา
– โปรดติดตามตอนต่อไป –