ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 145 เย้ยหยัน
เมื่อน้ำแข็งปกคลุมศีรษะ สีหน้าและร่างกายของทั้งสามคนก็หยุดนิ่งในวินาทีสุดท้าย
ดวงตายังคงเบิกกว้าง ราวกับว่าสีหน้าทั้งหมดนั้นยังคงมีชีวิตอยู่
พวกเขาไม่ตาย แต่ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้
ถึงจะได้รับการช่วยเหลือก็เป็นเพียงแค่คนไร้ค่า ไขกระดูกถูกปราณน้ำแข็งแทรกซึม ทุกครั้งที่ลมพัดและฝนตก พวกเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
ส่วนตันเถียนนั้นแตกสลายไปนานแล้ว ถูกแทงทะลุด้วยปราณน้ำแข็ง
เหลือเพียงรูปปั้นน้ำแข็งสามรูป หลิวอู๋เสียหายตัวไปจากจุดนั้นและปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่หอหลอมโอสถ
ห้องหลอมโอสถเรียงรายเป็นแถวใต้ภูเขา เปลวไฟพิภพถูกนำเข้ามา ขยายเป็นห้องหลอมโอสถขนาดต่าง ๆ
ห้องหลอมโอสถแต่ละห้องใช้แต้มศึกษาไม่เท่ากัน ยิ่งระดับสูงก็ต้องจ่ายมากขึ้น
แบ่งออกเป็นสี่ระดับ ห้องหลอมโอสถระดับหนึ่ง ห้องหลอมโอสถระดับสอง ห้องหลอมโอสถระดับสามและห้องหลอมโอสถระดับสี่
ไม่ยากที่จะเข้าใจ ระดับหนึ่งสอดคล้องกับปรมาจารย์หลอมโอสถหนึ่งดาว แล้วก็ไล่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ
ยิ่งระดับต่ำ พื้นที่ห้องหลอมโอสถก็จะยิ่งเล็กลง
เบื้องหน้าคือโถงใหญ่ หากต้องการเข้าไปในห้องหลอมโอสถจะต้องจ่ายแต้มศึกษาจำนวนหนึ่ง หลังจากได้รับกุญแจแล้วจึงจะเข้าไปได้
ทรัพยากรทุกชนิดของสำนักศึกษา นอกจากหินวิญญาณสองสามก้อนที่ได้รับในแต่ละเดือนแล้ว ทั้งหมดต้องแลกด้วยแต้มศึกษา
โถงนั้นกว้างขวาง มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่าพันตารางหมี่ เมื่อก้าวเข้ามาก็ไม่เงียบเหงาอย่างที่คิด ไม่นึกเลยว่าปรมาจารย์หลอมโอสถของสำนักศึกษาจักรวรรดิจะมีไม่น้อย
มีคนยืนอยู่ในโถงประมาณหกสิบคน พวกเขาน่าจะเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถ ตัดสินจากลมปราณส่วนใหญ่เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถหนึ่งดาว สองดาวมีค่อนข้างน้อย
สำหรับสามดาวนั้นมีคุณสมบัติที่จะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาได้แล้ว อัจฉริยะอย่างจี้หยางหายากที่จะพบเจอในรอบร้อยปี
ส่วนปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว… ทั่วทั้งราชวงศ์ต้าเยี่ยนนั้นไม่เกินสองมือ น้อยจนน่าสงสาร
หลิวอู๋เสียเดินฝ่าฝูงชนไปอย่างไม่สะดุดตา ปรมาจารย์หลอมโอสถส่วนใหญ่เป็นศิษย์อักษรลึกล้ำ มีศิษย์อักษรดินน้อยมาก
มีช่องทั้งหมดห้าช่อง หลิวอู๋เสียเดินไปที่ช่องที่ใกล้ที่สุด
“ข้าต้องการห้องหลอมโอสถระดับสี่!”
เสียงไม่ดัง แต่ก็เข้าหูของใครหลายคน ห้องหลอมโอสถทั่วไปไม่มีประโยชน์สำหรับหลิวอู๋เสีย ห้องหลอมโอสถแต่ละระดับนั้นเข้มงวดมาก
เขาเข้าไปในห้องหลอมโอสถระดับสาม แต่กลับไม่สามารถหลอมโอสถระดับสี่ได้เลย
ผู้อาวุโสผู้รับผิดชอบซึ่งมีอายุราวห้าสิบกว่าปีเงยหน้าขึ้นมองหลิวอู๋เสียอย่างฉงน
สำนักศึกษาจักรวรรดิมีห้องหลอมโอสถระดับสี่เพียงห้องเดียว และไม่ได้เปิดใช้งานมาเป็นเวลานานแล้ว ถือว่าดีมากแล้วที่ห้องหลอมโอสถระดับสามเปิดใช้งานหนึ่งหรือสองครั้งต่อปี
“เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ?”
ผู้อาวุโสไม่แน่ใจนัก คิดว่าตัวเองคงจะฟังผิดไป จึงให้หลิวอู๋เสียพูดอีกครั้ง
“ข้าต้องการห้องหลอมโอสถระดับสี่ สองวัน”
หลิวอู๋เสียพูดเสียงดังขึ้น คราวนี้ทุกคนต่างได้ยินกันทั้งหมด โดยเฉพาะคำว่า ‘ห้องหลอมโอสถระดับสี่’ ที่ดังราวกับระเบิดที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางฝูงชน
สายตากว่าสิบคู่จับจ้องไปที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสียด้วยความประหลาดใจ
“เหลวไหล เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นที่ไหนกัน? รีบไสหัวไปซะ อย่ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่”
ผู้อาวุโสตวาดลั่น สั่งให้หลิวอู๋เสียรีบออกไปเสีย คิดว่าเขากำลังสร้างความวุ่นวาย
ห้องหลอมโอสถระดับสี่ ครั้งสุดท้ายที่เปิดก็คือตอนที่อาจารย์ใหญ่หลอมโอสถ นั่นเป็นเรื่องของหนึ่งปีก่อน และก็ถูกปล่อยทิ้งร้างมาจนถึงตอนนี้
“ฮี่ฮี่…”
เสียงหัวเราะและเสียงเยาะเย้ยดังมาจากรอบทิศทาง
“เจ้าเด็กนี่โผล่มาจากไหนกัน ขอใช้ห้องหลอมโอสถระดับสี่ตั้งแต่แรกเลย น่าขันสิ้นดี”
ชายหนุ่มชุดคลุมยาวสีม่วงเยาะเย้ย สายตาเต็มไปด้วยความเย็นชา
“ดูจากท่าทางแล้วอายุไม่น่าจะเกินสิบเจ็ดสิบแปดปี คงยังไม่ถึงขั้นเป็นศิษย์หลอมโอสถด้วยซ้ำ เด็กเมื่อวานซืนอย่างนี้ก็กล้ามาทำเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถ”
คำพูดดูถูกเหยียดหยามดังมาจากทุกสารทิศ โถมเข้าใส่หลิวอู๋เสียราวกับคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง
หลิวอู๋เสียไม่ได้สนใจคำดูถูกเหยียดหยามจากรอบข้าง พวกนี้ก็แค่กลุ่มมดปลวกเท่านั้น
หากไม่มีกุญแจ เขาก็ไม่สามารถเข้าไปในห้องหลอมโอสถระดับสี่ได้ สมุนไพรวิญญาณมากมายที่พกติดตัวมาล้วนสดใหม่ ไม่อาจเก็บรักษาไว้ได้นานนัก เวลาของเขามีน้อยเต็มที
“ท่านผู้อาวุโส ข้าจะเข้าไปในห้องหลอมโอสถระดับสี่ได้อย่างไร?”
หลิวอู๋เสียพยายามระงับโทสะในใจ หากข้างนอกไม่มีนักฆ่าจากหอฆ่า เขาก็คงไปหลอมโอสถที่หอตันเป่าแล้ว สภาพแวดล้อมที่นั่นเหมาะกับการหลอมโอสถยิ่งกว่าสำนักศึกษาจักรวรรดิเสียอีก
การเดินทางไปกลับใช้เวลาอีกหนึ่งวัน หลิวอู๋เสียไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้
“ไม่มีวิธีอื่น เจ้าต้องพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว มิเพียงแต่จะไม่เสียแต้มศึกษา สำนักศึกษายังจะมอบรางวัลเพิ่มเติมให้กับเจ้าอีกด้วย”
ผู้อาวุโสพูดจบก็ไม่สนใจหลิวอู๋เสียอีก ทุกคนที่เข้าไปในห้องหลอมโอสถจะต้องแสดงป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถที่ออกโดยสมาคมนักหลอมโอสถเสียก่อน
บนป้ายนั้นจะระบุระดับของปรมาจารย์หลอมโอสถ ข่าวที่หลิวอู๋เสียกลายเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวยังไม่ถึงสำนักศึกษาจักรวรรดิ
ขณะที่กำลังจะหยิบป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถออกมา ก็มีเสียงดังโหวกเหวกดังมาจากด้านหลัง มีผู้คนหลายสิบคนมารวมตัวกันอย่างกะทันหัน
“ศิษย์พี่จี้หยาง! เขา… เขามาที่นี่ด้วย!”
เสียงร้องด้วยความตกตะลึงดังขึ้น ทั้งโถงใหญ่พลุ่งพล่านไปด้วยความตื่นเต้น ทุกคนมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ เสียงประจบสอพลอดังขึ้นไม่หยุด
หลิวอู๋เสียมองตามฝูงชนไปก็เห็นร่างที่คุ้นเคย เป็นจี้หยาง รองชนะเลิศงานชุมนุมโอสถ
หลิวอู๋เสียไม่มีวันลืมคืนนั้น จี้หยางกับซ่างกวนไฉข่มขู่เขา หากเขาไม่ยอมทำตามก็จะถูกกำจัด
หลังจากงานชุมนุมโอสถสิ้นสุดลง พวกมันสองคนก็ส่งอวิ๋นหลานกับหนานกงฉีมาซุ่มโจมตีเขาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
จี้หยางยกยิ้มมุมปาก ด้านหลังมีชายหญิงคู่หนึ่งคล้ายเป็นผู้คุ้มกันติดตามมา แต่ดูเหมือนจะเป็นลูกน้องมากกว่า
เขายืดตัวตรง มีรอยยิ้มเย่อหยิ่งอยู่ตลอดเวลา ปรมาจารย์หลอมโอสถหญิงหลายคนแทบคลั่งจนอยากจะพุ่งเข้าหา
“ศิษย์พี่จี้หยาง ขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว!”
เมื่อไม่กี่วันก่อน จี้หยางเพิ่งผ่านการสอบปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว
หลังกลับจากเมืองฉานไม่นาน จี้หยางก็เริ่มปิดด่าน ฝึกฝนจนบรรลุระดับพลังชำระไขกระดูก จากนั้นจึงเดินทางไปยังสมาคมนักหลอมโอสถเพื่อเลื่อนระดับเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว
หลังจากพลังยุทธ์เสถียรแล้ว เขาจึงมาที่ห้องหลอมโอสถเพื่อเตรียมหลอมโอสถระดับสี่สองสามเม็ด
“สมกับเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวที่อายุน้อยที่สุดในราชวงศ์ต้าเยี่ยนของพวกเรา ช่างน่ายินดีอย่างยิ่ง ในงานชุมนุมโอสถของราชวงศ์ต่าง ๆ ครั้งหน้า ราชวงศ์ต้าเยี่ยนของพวกเราต้องได้ครองตำแหน่งผู้นำแน่นอน”
การบ่มเพาะพลังไม่อาจขาดโอสถได้ โอสถของราชวงศ์ต่าง ๆ จึงมักถูกจัดอยู่ในอันดับแรกเสมอ ปรมาจารย์หลอมโอสถทุกคนจึงเป็นที่ต้องการตัว
แม้ระดับพลังของจี้หยางจะไม่ใช่ระดับพลังชำระไขกระดูกที่อายุน้อยที่สุด แต่หากกล่าวถึงทักษะหลอมโอสถในราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้ว เขานับเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวที่อายุน้อยที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
เพียงแค่ฉายานี้ก็ทำให้เขาเหนือกว่าผู้อื่นแล้ว
“ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติ ข้ายังมีธุระ วันหลังหากมีโอกาส ข้าจะจัดชุมนุมโอสถ เชิญชวนสหายทุกท่านมาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนทักษะหลอมโอสถด้วยกัน”
จี้หยางประสานมือคารวะรอบทิศ จากนั้นจึงเดินตรงไปยังหน้าต่าง
“ศิษย์พี่จี้หยางช่างสมเป็นแบบอย่างของพวกเรา จะจัดชุมนุมโอสถด้วย ข้าจะต้องไปร่วมงาน สนทนาแลกเปลี่ยน พัฒนาทักษะหลอมโอสถแน่นอน”
เสียงประจบสอพลอต่างดังขึ้นอีกครั้ง หากเป็นคนทั่วไปจัดชุมนุมโอสถเช่นนี้ คงถูกคำพูดถากถางจนตาย
แต่จี้หยางนั้นแตกต่าง เขาเป็นถึงปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวย่อมมีคุณสมบัติเพียงพอ
เขาใช้วิธีสร้างความสัมพันธ์ได้อย่างชำนาญ เพียงคำพูดไม่กี่คำก็รวบรวมความจงรักภักดีจากผู้คนมากมายได้
เมื่อพูดจบ เขาก็เดินออกจากฝูงชนพร้อมกับชายหญิงหนึ่งคู่ ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าต่าง
“คุณชายจี้หยาง ท่านมาแล้ว ห้องหลอมโอสถระดับสี่เตรียมไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว เชิญเข้าไปได้เลย”
ผู้อาวุโสผู้รับผิดชอบห้องหลอมโอสถเดินออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบ ใช้สรรพนามเรียกขานที่ให้เกียรติ มุมปากของเขายิ้มจนแทบจะถึงใบหู
“ขอบคุณผู้อาวุโสปี้ขอรับ!”
จี้หยางโค้งคำนับเล็กน้อย บนใบหน้าไม่ได้แสดงความซาบซึ้งมากนัก เพียงการทำตามมารยาทเท่านั้น
หยิ่งผยอง!
เย็นชา!
ผู้อาวุโสปี้หยิบกุญแจออกมาจากในลิ้นชักเตรียมมอบให้กับจี้หยาง ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนเย็นชาขัดจังหวะ “ช้าก่อน!”
ทุกคนมองไปยังต้นเสียง จากนั้นก็หัวเราะเยาะ
“เจ้าหนูนี่ต้องการทำอะไร ขัดขวางศิษย์พี่จี้หยางเข้าห้องหลอมโอสถระดับสี่”
กลุ่มคนเหล่านี้ต่างประจบจี้หยาง เลียแข้งเลียขา ยกย่องสรรเสริญ ส่วนด้านหลิวอู๋เสียกลับถูกเยาะเย้ยถากถาง ดูถูกเหยียดหยามสารพัด
ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
คนที่พูดคือหลิวอู๋เสีย เขาเป็นคนมาถึงก่อน ห้องหลอมโอสถระดับสี่มีเพียงห้องเดียว สมควรต้องให้ความเคารพกับคนที่มาก่อนมาหลัง
จี้หยางหันกลับมา สายตาเย็นเยียบหรี่ลง
หลิวอู๋เสียไม่สนใจจี้หยาง สายตามมองตรงไปที่ผู้อาวุโสปี้
“เจ้าหนู ข้าให้เจ้าไสหัวไปไกล ๆ แล้ว เจ้ายังอยู่ที่นี่อีก”
ผู้อาวุโสปี้มีสีหน้าไม่พอใจ บอกให้หลิวอู๋เสียรีบไป อย่าได้มาขายหน้าอยู่ที่นี่ เขามีท่าทางรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไมเขาเข้าไปได้ ข้าถึงเข้าไปไม่ได้?”
จิตสังหารรุนแรงพวยพุ่งออกมาจากดวงตาของหลิวอู๋เสีย ร่างของผู้อาวุโสปี้ตกใจกลัวจนเกือบเซถลา
“เจ้าหนูนี่บ้าไปแล้วหรือ? คิดจะเทียบกับศิษย์พี่จี้หยางได้หรือ? คนเขาเป็นถึงปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว ยอดอัจฉริยะแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยน ตอนที่ศิษย์พี่จี้หยางเริ่มหลอมโอสถ เขายังกินนมอยู่เลย”
ชายหนุ่มชุดสีม่วงเดินออกมาจากฝูงชน หลิวอู๋เสียไม่ใช่คนแปลกหน้า ไป๋ฉยงและคนอื่น ๆ เคยเยาะเย้ยหลิวอู๋เสียเช่นกัน
จี้หยางไม่พูดอะไร เพียงมองหลิวอู๋เสียด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองคนไม่ถือว่าเป็นคนแปลกหน้า แค่ไม่เคยพูดคุยกันแม้แต่คำเดียว
เรื่องที่เกิดขึ้นในงานชุมนุมโอสถ รวมถึงการข่มขู่ในค่ำคืนนั้น หลิวอู๋เสียยังคงนิ่งเงียบตลอดเวลาที่ผ่านมา
สำหรับหลิวอู๋เสียแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นความอัปยศอดสู ไม่เคยมีใครกล้าขัดขวางความต้องการของเขาเช่นนี้มาก่อน
เพราะหลิวอู๋เสียปรากฏตัว เขาจึงต้องชะลอการทะลวงผ่านระดับพลังชำระไขกระดูกออกไป เดิมทีเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เขาควรจะกลายเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวแล้ว
การเสียเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ๆ ทำให้เขาแทบจะกรีดเลือดสาบานว่าจะต้องฆ่าหลิวอู๋เสียให้จงได้
หลิวอู๋เสียไม่ได้สนใจคำพูดเสียดสีรอบข้าง เขารอคำตอบจากผู้อาวุโสปี้
“เจ้าหนู อย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาสเจ้า มีเพียงปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวเท่านั้น ถึงจะเข้าห้องหลอมโอสถระดับสี่ได้ เจ้าเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวหรือไม่!”
ผู้อาวุโสปี้พูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวอายุไม่ถึงยี่สิบปี ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันไม่เคยปรากฏมาก่อน
จี้หยางอายุเพียงยี่สิบกว่าปีก็บรรลุถึงขั้นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวแล้ว นับว่าเป็นความสามารถที่น่าภาคภูมิใจในราชวงศ์ต้าเยี่ยน ไม่แปลกที่เขาจะทำท่าทีเย็นชาใส่หลิวอู๋เสีย
“ท่านหมายความว่า… ขอเพียงข้าบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว ข้าก็สามารถเข้าห้องหลอมโอสถระดับสี่ได้งั้นหรือ?”
หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก เดิมทีเขากำลังจะหยิบป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถออกมาอยู่แล้ว แต่กลับถูกขัดจังหวะโดยการปรากฏตัวของจี้หยาง
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้ ดวงตาของจี้หยางก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที เขารู้ซึ้งถึงฝีมือการหลอมโอสถของหลิวอู๋เสียเป็นอย่างดี บุคคลผู้นี้ยากที่จะคาดเดา
ในงานชุมนุมโอสถ อีกฝ่ายยังอยู่ในระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสาม แต่กลับหลอมโอสถระดับสามออกมาได้
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว การที่เขาก้าวข้ามไปเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้
ไม่นานเขาก็ส่ายหัว ปฏิเสธความคิดนี้ออกไป หากไม่บรรลุถึงระดับพลังชำระไขกระดูกก็ไม่มีทางหลอมโอสถระดับสี่ได้อย่างแน่นอน
“ขอเพียงเจ้าเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว ข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะขัดขวางเจ้า”
ผู้อาวุโสปี้ไม่รู้จักหลิวอู๋เสีย และยิ่งไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว จึงกล้าพูดจาดูถูกเช่นนี้ ทั้งหมดก็เพื่อเอาใจจี้หยาง
– โปรดติดตามตอนต่อไป –