ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 156 อาวุธลึกล้ำ
ปราณกระบี่แผ่ปกคลุมราวกับแม่น้ำลำธาร ทะเลสาบและมหาสมุทรทั่วทั้งเวทีประลอง
วิชากระบี่ขุนเขานทีสามารถดึงพลังของภูเขาและแม่น้ำมาใช้ได้
นับว่าวิชากระบี่ขุนเขานทีเป็นสุดยอดในบรรดาวิชายุทธ์ระดับลึกล้ำทั้งหลาย
“น่าสนใจไม่เลว!”
หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มจาง ๆ ตรงมุมปาก การต่อสู้แบบนี้น่าสนใจกว่าเยอะ หากคู่ต่อสู้ของเขาอ่อนแอเกินไป การฆ่าอีกฝ่ายก็ไม่ต่างอะไรกับทำให้มือเปื้อนเลือดเปล่า ๆ
เมื่ออานุภาพกระบี่ก่อรูปสมบูรณ์ ไป๋อวี่ก็ฟาดฟันลงมาอย่างรวดเร็ว เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ปราณกระบี่บีบอัดอากาศโดยรอบ ส่งเสียงดังเปรี๊ยะปร๊ะราวกับประทัด
“วิชายุทธ์แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!”
เหล่าศิษย์ที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างพากันลุกขึ้นยืน ไม่กล้ากะพริบตา กลัวว่าจะพลาดชมการต่อสู้ครั้งนี้
คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวกวาดเอาเศษหินบนพื้นลอยขึ้น ราวกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก นี่คือกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของไป๋อวี่
ไม่มียั้งมือ ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา ปราณแท้ไร้ขีดจำกัดกลายเป็นกรงขัง หลิวอู๋เสียไม่มีที่ว่างให้หลบหลีกอีกต่อไป
“ตูม ตูม ตูม…”
สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ปรากฏรอยแตกจำนวนนับไม่ถ้วนรอบ ๆ เวทีประลอง หินสีเขียวอมฟ้าแตกออกเป็นเสี่ยง ไม่อาจต้านทานคลื่นความร้อนที่ปะทุออกมาได้
หลิวอู๋เสียยืนอยู่ตรงขอบเวทีประลอง มีโอกาสที่จะถูกกลืนกินเข้าไปได้ทุกเมื่อ
ขณะที่กระบี่ฟาดฟันลงมา ไป๋ฉยงก็คลายมือออก มุมปากเผยรอยยิ้มเย็นชา
ไม่มีใครรอดจากกระบี่เล่มนี้ไปได้ นอกเสียจากว่าจะบรรลุระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสอง
“แข็งแกร่ง แข็งแกร่งเกินไปแล้ว มองไม่เห็นพื้นที่ต่อสู้เลย!”
เหล่าศิษย์ที่อยู่ใกล้ ๆ พากันขยี้ตา พื้นที่บริเวณกลางเวทีประลองถูกเมฆสีดำปกคลุม ปราณกระบี่กลายเป็นภูเขาลูกใหญ่
ม่านกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวฉีกกระชากเวทีประลองมุมหนึ่ง มันระเบิดข้างกายของหลิวอู๋เสีย เศษหินปลิวว่อน
“เจ้าเด็กนี่ทำอะไรอยู่ ทำไมถึงยังไม่ตอบโต้!”
ม่านกระบี่พุ่งเข้ามาใกล้ หากหลิวอู๋เสียไม่ตอบโต้คงต้องตายสถานเดียว
ยิ่งเข้ามาใกล้ร่างกายก็ยิ่งสั่นคลอน เหมือนจะถูกม่านกระบี่กลืนกินเข้าไปได้ทุกเมื่อ
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าหลิวอู๋เสียคิดอะไรอยู่ ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่การเปลี่ยนแปลงบนเวทีประลอง
“หลิวอู๋เสีย ตายซะเถอะ!”
ร่างของไป๋อวี่พุ่งออกมาจากม่านสีดำในทันใด กระบี่ยาวในมือเล็งไปที่คอของหลิวอู๋เสีย พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะชั่วร้าย ระยะห่างสิบหมี่มาถึงในพริบตาเดียว
ม่านตาของหลิวอู๋เสียสะท้อนกระบี่ยาวที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ปราณกระบี่อันหนาวเหน็บกรีดเสื้อคลุมของหลิวอู๋เสียขาดวิ่น
“ฆ่าข้างั้นรึ? ก็ลองดูสิ!”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น ดาบสั้นในมือถูกยกขึ้นในทันใด ไม่มีใครมองเห็นชัดเจนว่าหลิวอู๋เสียชักดาบออกมาอย่างไร
หรือควรจะพูดว่าหลิวอู๋เสียไม่ได้ชักดาบออกมา แต่ดาบกลับปรากฏขึ้นแล้ว
เขาฝึกฝนวิชาดาบถึงขั้นสูงส่งจนยากจะหยั่งถึง ทุกครั้งที่ดาบสั้นฟาดฟันล้วนไร้ร่องรอยให้คาดเดา
ขณะที่ชักดาบสั้นออกมา ปราณกระบี่รอบ ๆ ก็แตกกระจายเป็นเสี่ยง คลื่นปราณกระบี่ถูกทำลายอย่างราบคาบ
“นี่…”
เหล่าศิษย์ที่ยืนอยู่รอบเวทีประลองตกตะลึงจนพูดไม่ออก ปราณกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย
“เจตจำนงดาบ นี่มันเจตจำนงดาบ”
เจตจำนงดาบน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วท้องฟ้า บดขยี้พลังโจมตีทั้งหมดลงอย่างราบคาบ
ทุกคนต่างหวาดกลัวยิ่ง เข้าใจเจตจำนงดาบตั้งแต่อายุยังน้อยจริงหรือ?
อัจฉริยะหลอมโอสถ อัจฉริยะวิถียุทธ์ อัจฉริยะวิชาตัวเบา พรสวรรค์มากมายหลอมรวมอยู่ในร่างของคนคน เดียว จิตใจของทุกคนต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก
พวกเขายอมรับผลลัพธ์นี้ไม่ได้ หลิวอู๋เสียแข็งแกร่งถึงจุดที่ไม่ต้องใช้ดาบก็เอาชนะผู้ที่ถือดาบได้แล้ว
ไป๋อวี่หวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด พอคิดจะถอนกระบี่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เจตจำนงดาบอันเข้มข้นผนึกร่างของเขาเอาไว้แล้ว
เหมือนคมมีดน้ำแข็งอันเย็นเยียบไร้เมตตาจดจ่ออยู่ตรงหน้าผากของเขา พร้อมที่จะฟาดฟันลงมาทุกเมื่อ
เมฆดำสลายหายไป เสียงกึกก้องบนเวทีประลองค่อย ๆ เบาลง วิชาดาบของหลิวอู๋เสียเหมือนสายลมกระโชกแรง พัดพาเมฆดำจนสลายหายไป เหลือไว้เพียงท้องฟ้าที่สดใส
“อย่าฆ่าข้า!”
ไป๋อวี่หวาดกลัวจนกระบี่ยาวในมือร่วงหล่นลงบนพื้น วิชากระบี่ขุนเขานทีมาเร็วไปเร็วเสียเหลือเกิน
ดาบสั้นได้ลากผ่านเป็นเส้นโค้งที่งดงามในเสี้ยววินาที
“ฉัวะ!”
ศีรษะขนาดใหญ่ลอยขึ้นไปบนฟ้า เลือดสดย้อมท้องฟ้าจนแดงฉาน
เวลาเหมือนหยุดนิ่ง ทุกคนลืมหายใจ ลืมพูดจา ทุกสายตามองไปยังเวทีประลองที่ว่างเปล่าอย่างเงียบงัน
หลิวอู๋เสียจากไปแล้ว ทิ้งให้เพียงไป๋อวี่ที่ยืนอยู่บนเวทีประลองอย่างโดดเดี่ยว
ร่างกายยืนอยู่กลางเวทีประลอง ส่วนศีรษะลอยไปอยู่อีกด้านหนึ่ง คอยมองดูกันและกัน
ดาบเดียว!
เพียงดาบเดียวเท่านั้น!
ฆ่าระดับพลังชำระวิญญาณขั้นหนึ่งอย่างง่ายดายและตรงไปตรงมา
“วิชาดาบช่างน่ากลัวจริง ๆ!”
ทุกคนหายใจไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะรู้สึกตัว เสียงสูดลมหายใจก็ดังทั่วท้องฟ้า
ทุกคนมองหลิวอู๋เสียด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงและความหวาดกลัว
ดวงตางดงามของสวีหลิงเสวี่ยฉายแววประหลาดใจ คนผู้นั้นไม่ใช่คนไร้ค่า เขาแข็งแกร่งกว่าใคร ๆ
“หลิวอู๋เสีย เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เสียงตะโกนเย็นชาขัดจังหวะหลิวอู๋เสีย เขาเพิ่งลงจากเวทีได้ไม่นาน กำลังเดินไปยังบริเวณชั้นเรียนระดับสูงห้องเจ็ด เขาก็ถูกใครบางคนหยุดไว้
เขาค่อย ๆ หันหลังกลับ ร่างของใครบางคนพุ่งลงมาจากเขตพื้นที่อักษรลึกล้ำ มุ่งตรงไปยังเวทีประลองอีกแห่งหนึ่ง
“เซวียผิ่นจือ ในที่สุดเจ้าก็ยอมปรากฏตัวแล้ว!”
ระหว่างสอบคัดเลือกของสำนักศึกษา เซวียผิ่นจือจงใจหาเรื่องเขาหลายครั้ง เกือบเอาชีวิตไม่รอดก็หลายหน ความแค้นนี้ถูกเก็บกดอยู่ในใจของหลิวอู๋เสียมาโดยตลอด
วันนี้โอกาสมาถึงแล้ว เดิมทีเขายังไม่ได้คิดจะท้าทายตระกูลเซวีย แต่เซวียผิ่นจือกลับก้าวออกมาเสียเอง ช่วยเขาตัดปัญหาไปได้มาก
“หลิวอู๋เสีย เจ้าคิดจะฆ่าข้ามาตลอด และข้าก็คิดจะฆ่าเจ้ามาตลอดเช่นกัน วันนี้เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ!”
ทุกคนต่างเข้าใจกันดี ทั้งสองคนอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายคามือ
ครั้งนี้ทุกคนกลับสงบอย่างน่าประหลาด ไม่มีใครเยาะเย้ยหลิวอู๋เสีย เขาฆ่าระดับพลังชำระวิญญาณได้ในการโจมตีเดียว แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่ทุกคนจะเคารพเขาแล้ว
“ดี!”
คำพูดเพียงคำเดียวแสดงถึงสภาวะจิตใจของหลิวอู๋เสียในตอนนี้ ไม่มีจิตสังหาร มีแต่ความสงบนิ่งจนน่ากลัว เขาค่อย ๆ ก้าวเดินขึ้นไปบนเวทีประลอง
ไป๋ฉยงอุ้มร่างของไป๋อวี่ลงมา ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้น อยากจะพุ่งขึ้นไปบนเวทีประลองและฆ่าหลิวอู๋เสียในทันที
เซวียผิ่นจือก้าวขึ้นไปก่อน เขาไม่อาจขึ้นไปไล่เซวียผิ่นจือลงมาได้
ทั้งสองคนก้าวขึ้นไปบนเวทีประลอง ดวงตาอัดแน่นจิตสังหารที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในมือของเซวียผิ่นจือปรากฏกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง
“อาวุธลึกล้ำ!”
ทันทีที่กระบี่ยาวปรากฏขึ้น เสียงอุทานก็ดังขึ้นรอบทิศ
เขายังเป็นแค่ระดับพลังชำระวิญญาณตัวเล็ก ๆ จะไปหาอาวุธลึกล้ำมาจากที่ไหนกัน? มีเพียงระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสูงเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติในการสร้างมันขึ้นมาได้
หรืออีกอย่างก็คือ… เขาใช้แต้มศึกษาจำนวนมากขอร้องให้ปรมาจารย์หลอมอาวุธสร้างกระบี่เล่มนี้ขึ้นมา
หลิวอู๋เสียขมวดคิ้ว เขาเคยพบเจอกับอาวุธวิญญาณ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องต่อสู้กับอาวุธลึกล้ำ ดาบสั้นในมือด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
หากเขาต่อสู้กับอาวุธลึกล้ำโดยประมาท ดาบสั้นคงแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ดาบสั้นเล่มนี้อยู่กับเขามาหลายเดือนแล้ว เขามีความรู้สึกผูกพันกับมันอยู่บ้าง
ในตอนที่หลิวอู๋เสียฆ่าไป๋อวี่ เซวียผิ่นจือรู้สึกหวาดกลัว
แต่เมื่อเซวียรุ่ยยินยอมที่จะให้เขายืมใช้อาวุธลึกล้ำ ความกล้าก็กลับคืนมา
อาวุธลึกล้ำมีอานุภาพกดดันตามธรรมชาติ ไม่ว่าหลิวอู๋เสียจะฝึกฝนวิชายุทธ์จนแข็งแกร่งเพียงใด แต่หากเขาใช้อาวุธลึกล้ำในการกดดัน โอกาสชนะก็มีมากขึ้น
“อาวุธลึกล้ำ คงยืมเขามาสินะ!”
เซวียผิ่นจือเป็นคนแบบไหน หลิวอู๋เสียรู้ดีแก่ใจ เพียงแค่ศิษย์สาขาย่อยของตระกูลเซวีย เขาไม่อาจซื้อหาอาวุธลึกล้ำได้อย่างแน่นอน
เซวียผิ่นจือหน้าแดงก่ำด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว
“ฮึ่ม ถึงยืมเขามาก็แล้วอย่างไร ขอแค่ฆ่าเจ้าได้ก็พอ!”
เซวียผิ่นจือได้ลิ้มรสชาติวาจาของหลิวอู๋เสียมาแล้ว ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีกต่อไป เขายกกระบี่ยาวในมือขึ้นกวัดแกว่งเบา ๆ อากาศเกิดระลอกคลื่นแผ่ออกมา
สมกับเป็นอาวุธลึกล้ำ พลังปราณแท้ที่ได้รับพรนั้นมีมากกว่าอาวุธวิญญาณถึงสิบเท่า หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน การมีอาวุธลึกล้ำอยู่ในมือก็ทำให้เซวียผิ่นจืออยู่ในสถานะไร้พ่าย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังอยู่ในระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสอง สูงกว่าไป๋อวี่ หลายคนแอบคาดเดาว่าหลิวอู๋เสียจะต้านทานได้กี่กระบวนท่าโดยไม่พ่ายแพ้
สายลมหนาวเหน็บพัดผ่านลานประลอง พัดจนอาภรณ์ของทั้งสองส่งเสียงดัง ครั้งนี้หลิวอู๋เสียไม่ได้ชักดาบสั้นออกมา
“ชักกระบี่!”
คำพูดสามคำแสนเย็นชานับเป็นการอนุญาตให้เซวียผิ่นจือลงมือได้ หลิวอู๋เสียคิดจะใช้มือเปล่ารับกระบวนท่าของเขา
“หยิบอาวุธของเจ้าออกมา ข้าไม่ฆ่าคนที่ไร้อาวุธในมือ”
เซวียผิ่นจือให้หลิวอู๋เสียหยิบอาวุธออกมา มุมปากเผยรอยยิ้มเยาะเย้ย
แสงกระบี่พุ่งผ่าน พลังกระบี่ส่องประกายระยิบระยับ ทุกครั้งที่คมกระบี่พุ่งออกไป อากาศโดยรอบก็จะระเบิดออก
“ฆ่าเจ้า ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธ!”
หลิวอู๋เสียส่ายหน้า การฆ่าคนไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธเสมอไป เด็ดบุปผาก็ฆ่าคนได้ พัดใบไม้ก็ฆ่าคนได้
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะสนองให้!”
เซวียผิ่นจือได้ยินดังนั้นก็ดีใจยิ่งนัก ร่างกายพุ่งทะยานขึ้นไปในอากาศ กระบี่ยาวในมือฟาดฟันลงมา คลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวก่อให้เกิดลมพายุหมุน
อาวุธลึกล้ำปลดปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่ พลังกระบี่ห่อหุ้มทั่วทั้งผืนฟ้า หลิวอู๋เสียไม่อาจหลบเลี่ยงได้
กระบวนท่าเดียวปิดตายเส้นทางหลบหนีทั้งหมด หลิวอู๋เสียไม่มีอาวุธป้องกันตัว อาศัยเพียงมือเปล่าต่อสู้กับเซวียผิ่นจือ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
สวีหลิงเสวี่ยขมวดคิ้วแน่น รู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย
“ศิษย์น้องหญิงสวีเป็นกังวลเรื่องเขาหรือ? หากจำเป็น ข้ายินดีไกล่เกลี่ยเรื่องบาดหมางระหว่างพวกเขาเอง”
หวังเหยียนหลงพูดขึ้น มุมปากเผยรอยยิ้มจาง
สวีหลิงเสวี่ยหันกลับมามองหวังเหยียนหลง “ขอบคุณสำหรับน้ำใจของศิษย์พี่หวัง ข้ารู้จักนิสัยเขาดี เขาไม่ยอมให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องของเขาเด็ดขาด”
ด้วยความเข้าใจที่นางมีต่อหลิวอู๋เสีย หากเข้าไปขัดขวางในตอนนี้ กลับจะยิ่งทำให้หลิวอู๋เสียโกรธมากขึ้น
ที่สำคัญ สวีหลิงเสวี่ยไม่ต้องการเข้าใกล้หวังเหยียนหลงมากเกินไป
หลิวอู๋เสียมีจิตใจที่หยิ่งทะนง หากรู้ว่าภรรยาของตนวิงวอนผู้อื่นเพื่อปกป้องตัวเอง สู้ฆ่าเขาทิ้งเสียยังจะดีกว่า
นับตั้งแต่เข้าพิธีวิวาห์ หลิวอู๋เสียก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่คนไร้ความสามารถที่อ่อนแอคนเดิมอีกต่อไป
“ข้าคิดมากไปเอง บุคคลต่ำต้อยเช่นนี้ย่อมไม่อยู่ในสายตาของน้องหลิวอยู่แล้ว”
หวังเหยียนหลงนัยน์ตาฉายแววเย็นยะเยือก
การต่อสู้บนเวทีดำเนินอย่างดุเดือด เหล่าศิษย์ห้องเจ็ดใจจดใจจ่อกับการต่อสู้ เงยหน้ามองทุกการเปลี่ยนแปลงบนเวทีประลอง
“พวกเจ้าเลิกดูได้แล้ว เจ้าหนูนั่นตายแน่!”
เสียงยั่วยุดังมาจากห้องหก หากหลิวอู๋เสียตาย พวกเขาก็จะกรูกันเข้าไปยึดครองพื้นที่ของตัวเองกลับคืนมา แล้วจึงกำจัดคนในห้องเจ็ด
“พวกเจ้ารอดูเถอะ เดี๋ยวก็รู้ว่าพี่ใหญ่หลิวแข็งแกร่งขนาดไหน!”
ซงหลิงกินไก่ย่างขาใหญ่ในมือ ปากเปื้อนน้ำมัน แม้เขาจะไม่ได้เห็นหลิวอู๋เสียฆ่าว่านหรงเจ๋อและเถียนฉีซาด้วยตาตัวเองที่เมืองชางหลัน เขาได้ยินเรื่องนี้จากปากคนอื่นมานานแล้ว
ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นเก้ายังไม่ใช่คู่มือของพี่ใหญ่หลิว แล้วขยะเช่นนี้จะไปเหลืออะไร?
“ใกล้ตายแล้วยังปากแข็งอีก!”
ศิษย์ห้องหกไม่สนใจซงหลิง สายตาหันกลับไปที่เวทีประลอง
ปราณกระบี่ก่อเกิดเป็นเส้นสายมากมาย ราวกับใยแมงมุมที่ทอดยาวลงมาคลุมพื้นที่เบื้องล่าง
สมกับเป็นอาวุธลึกล้ำ หลังจากได้รับพรจากปราณแท้ พลังของมันก็เพิ่มขึ้นหลายครั้ง
“หลิวอู๋เสีย รับความตายซะ!”
เซวียผิ่นจือคำรามลั่น ร่างพุ่งทะยานลงมา อาวุธลึกล้ำฉีกกระชากจนเกิดเป็นช่องว่าง แสงกระบี่พุ่งตรงไปยังเบื้องหน้าหลิวอู๋เสีย
แสงกระบี่ที่รุนแรงก่อเกิดเป็นสายฝนกระบี่นับไม่ถ้วนตกลงบนพื้นเสียงดังฉ่า
“เจ้าอ่อนแอเกินไป อาวุธลึกล้ำอยู่ในมือเจ้าไม่อาจแสดงพลังได้แม้แต่หนึ่งส่วน!”
หลิวอู๋เสียกระตุ้นเพลงเท้าเจ็ดดารา ร่างกายหายวับไปจากจุดเดิม เขามือขวายกขึ้นพุ่งตรงไปยังลำคอของเซวียผิ่นจือ
– โปรดติดตามตอนต่อไป –