ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 217 ยันต์วิญญาณระดับห้า
สี่วันต่อมา ทั้งสามคนเดินทางเข้าสู่เมืองหลวง
เหลือเวลาอีกเพียงสามวันก่อนถึงวันประลองกับฉินลี่
ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ การทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกย่อมเป็นไปไม่ได้ การก้าวข้ามระดับพลังขั้นใหญ่ จำเป็นต้องสะสมพลังภายในให้เพียงพอก่อน จึงจะสามารถฝ่าฟันไปได้
“หลิงเสวี่ย เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้ากับประมุขปี้จะไปที่หอตันเป่าสักหน่อย”
ณ ถนนสิบหลี่ ทั้งสามคนแยกทางกัน สวีหลิงเสวี่ยเดินทางกลับสำนักศึกษาจักรวรรดิเพียงลำพัง
หลังจากผ่านไปหลายถนน ทั้งสองคนก็เดินทางมาถึงหอตันเป่า
การกลับมาของหลิวอู๋เสียสร้างความตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก เรื่องราวของหอซิงอวิ๋นแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงตั้งนานแล้ว
วันนั้น หลิวอู๋เสียพลิกสถานการณ์กลับมาได้สำเร็จ เขาเปิดโปงแผนร้ายของหอซิงอวิ๋น หอตันเป่าจึงรอดพ้นจากวิกฤติมาได้
เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องหลายสิบคนต่างมารุมล้อมคำนับเขา หลิวอู๋เสียในตอนนี้คือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของหอตันเป่า
เมื่อทราบว่าหลิวอู๋เสียเดินทางกลับมาแล้ว ปรมาจารย์เม่ารีบวางงานในมือลงทันที แล้วพุ่งตัวออกจากห้องโถงใหญ่ เหล่าปรมาจารย์หลอมโอสถคนอื่น ๆ ต่างก็ทยอยตามกันออกมาต้อนรับ
ปี้กงอวี่ไม่คิดว่าหลิวอู๋เสียจะมีฐานะสูงส่งเช่นนี้ในหอตันเป่า เหล่าปรมาจารย์หลอมโอสถทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างให้ความเคารพหลิวอู๋เสียราวกับเทพเจ้า
“อู๋เสีย คุณหนูใหญ่สั่งเอาไว้ว่าหากเจ้ากลับมาแล้ว ให้รีบไปพบนางทันที”
ปรมาจารย์เม่าพูดอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เสียเวลา
“ตกลง ข้าจะไปพบคุณหนูใหญ่ ส่วนท่านประมุขปี้ ต่อไปนี้ก็เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่าเราแล้ว ต่อไปนี้พวกเจ้าก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันให้มากขึ้น”
หลิวอู๋เสียกำชับก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นเก้า
สาวใช้เชิญให้หลิวอู๋เสียรออยู่ที่ห้องโถง จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องด้านในเพื่อแจ้งมู่เยว่อิ่ง
หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง มู่เยว่อิ่งก็เดินออกมาจากหลังม่าน ใบหน้าซีดเซียวราวกับเพิ่งฟื้นไข้ สาวใช้ต้องช่วยพยุงนางเดินมาเอนกายลงบนเตียงอย่างยากลำบาก
“พี่สาวมู่ ท่านบาดเจ็บ!”
หลิวอู๋เสียผุดลุกขึ้นยืนทันที เขามองทะลุมู่เยว่อิ่งด้วยม่านตาภูต พบว่าอวัยวะภายในของนางมีร่องรอยของการเคลื่อนไหว ยังไม่หายดี และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือบนหลังของนางมีรอยฝ่ามือประทับอยู่ เกือบจะทำลายเส้นชีพจรของนางไปแล้ว
“ไม่ตายหรอก”
หลังจากที่มู่เยว่อิ่งเอนกายลง บนใบหน้าก็ปรากฏความเจ็บปวดแวบหนึ่ง คงเป็นเพราะไปโดนบาดแผลเข้า
อาการบาดเจ็บของนางหนักกว่าที่หลิวอู๋เสียคิดเอาไว้มาก คนอื่นอาจจะดูไม่ออกถึงความแข็งแกร่งของมู่เยว่อิ่ง แต่หลิวอู๋เสียรู้ดีว่านางก้าวข้ามระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ไปนานแล้ว ใครกันที่สามารถทำร้ายนางได้ถึงเพียงนี้?
“ใครกันที่ทำท่าน!”
หลิวอู๋เสียเบิกตากว้าง ไม่ยากเลยที่จะคาดเดาได้ว่านางต้องได้รับบาดเจ็บจากการออกไปช่วยเขาตามหากระดาษยันต์ระดับห้า
“เรื่องนั้นไว้ทีหลังเถอะ นี่คือกระดาษยันต์ระดับห้าที่เจ้าต้องการ มีแค่นี้ เจ้าทนใช้ไปก่อนเถอะ”
มู่เยว่อิ่งหยิบกระดาษยันต์ที่ขาดวิ่นออกมาจากอกเสื้อ มันขาดหายไปมุมหนึ่ง คาดว่าน่าจะถูกฉีกออกไปตอนที่แย่งชิงกันมา
กระดาษยันต์มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของผู้ใหญ่เล็กน้อย เป็นสีเหลืองทอง ด้านบนปกคลุมไปด้วยลายวิญญาณจาง ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างกระดาษยันต์ แต่ละแผ่นล้วนมีมูลค่ามหาศาล
กระดาษยันต์ระดับห้าแผ่นเดียว หากนำไปขายในราชวงศ์ต้าเยี่ยนก็ขายได้ในราคาสูงลิ่ว
หลิวอู๋เสียรับกระดาษยันต์มา บนนั้นยังคงมีรอยเลือดติดอยู่ เขายกขึ้นมาถือไว้ รู้สึกราวกับมีน้ำหนักนับพันจิน มุมปากเผยรอยขมขื่นออกมา
นี่คือสิ่งที่มู่เยว่อิ่งเสี่ยงชีวิตไปแย่งชิงมาให้เขา เกือบจะเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก
ความรักและบุญคุณนี้ เขาจะจดจำไว้ในใจตลอดไป
“พี่สาวมู่ ท่านไม่จำเป็นต้องทุ่มเทให้ข้ามากขนาดนี้ก็ได้”
หลิวอู๋เสียทรุดตัวลงนั่ง เขาสังเกตเห็นมานานแล้วว่ามู่เยว่อิ่งคอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ
“เพราะเจ้าสมควรได้รับการสนับสนุนจากข้า กระดาษยันต์ขาดไปหน่อย เจ้าพอจะใช้ได้หรือไม่”
มู่เยว่อิ่งกลับมาทำตัวเป็นปกติ พยายามพยุงตัวขึ้นนั่ง พูดคุยกับหลิวอู๋เสียอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าจึงดูดีขึ้นมาก
“ไม่มีปัญหา!”
หากเป็นผู้อื่นจารึก กระดาษยันต์ที่ขาดมุมไปจะไม่สามารถจารึกยันต์วิญญาณระดับห้าที่สมบูรณ์ได้
แต่สำหรับหลิวอู๋เสียแล้ว นี่ไม่ใช่ปัญหา เขาสามารถชดเชยได้ด้วยวิธีอื่น พลังของยันต์วิญญาณระดับห้ายังคงอยู่เช่นกัน
“เรื่องที่หอซิงอวิ๋น ขอบใจเจ้ามากที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ช่วยกอบกู้ความเสียหายให้กับหอตันเป่า คาดว่าตอนนี้เจ้าคงถูกคนของสำนักชิงหงจับตามองแล้ว รอให้แผลของข้าหายดีก่อน ข้าจะช่วยเจ้ากำจัดคนของสำนักชิงหงให้เอง”
มู่เยว่อิ่งปรากฏแววตาสังหารแวบหนึ่ง นางไม่คิดเลยว่าช่วงเวลาไม่กี่วันที่นางจากไป ปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งหอตันเป่าจะเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเงื้อมมือของหอซิงอวิ๋น
หลิวอู๋เสียไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอันใด การทำลายเรื่องดี ๆ ของหอซิงอวิ๋น ย่อมเป็นการตัดช่องทางทำเงิน พวกเขาย่อมต้องหาทางแก้แค้นเป็นธรรมดา เขาไม่กลัวคนอื่น แต่คนที่น่ากังวลที่สุดก็คือทูตจากสำนักชิงหง
ฝีมือยากจะหยั่งถึง ไม่ด้อยไปกว่ามู่เยว่อิ่งเลย ต้องระวังตัวให้มาก
“พี่สาวมู่ ทูตจากหอซิงอวิ๋นผู้นี้เป็นใครกันแน่?”
หลิวอู๋เสียถามด้วยความอยากรู้ วันนั้นเขาใช้ม่านตาภูต สังเกตเห็นยอดฝีมือซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ มาโดยตลอด ไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็นหน้า
“น่าจะเป็นแค่ผู้ช่วยของสำนักชิงหง บุคคลตัวเล็กเท่านั้น”
ผู้ช่วยตัวเล็กของสำนักชิงหง หากอยู่ในราชวงศ์ต้าเยี่ยนย่อมเป็นบุคคลที่เทียบเท่ากับจ้าวแห่งผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่ราชวงศ์ต้าเยี่ยนเองก็ไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัว
“ข้าคงไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของพี่สาวมู่แล้ว รอข้าจัดการเรื่องการต่อสู้กับฉินลี่เสร็จ แล้วข้าจะมาเยี่ยมพี่สาวมู่ใหม่”
หลิวอู๋เสียลุกขึ้นยืน เขายังต้องสลักยันต์วิญญาณระดับห้า เวลาเหลือน้อยเต็มที อีกสามวันก็ถึงวันต่อสู้แล้ว
“จำคำพูดของพี่สาวเอาไว้ เจ้าต้องมีชีวิตรอดกลับมาให้ได้ ร่างกายของพี่สาวมีบาดแผล ไม่สามารถไปให้กำลังใจเจ้าที่นั่นได้”
มู่เยว่อิ่งกำชับ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้หลิวอู๋เสียมีชีวิตรอดกลับมาให้ได้
หลังออกมาจากที่พักของมู่เยว่อิ่ง หลิวอู๋เสียรู้สึกหนักอึ้งในใจ
มู่เยว่อิ่งทำเพื่อเขามากมาย แต่ไม่เคยร้องขอสิ่งตอบแทนใด ๆ เลย ไม่ยากเลยที่จะคาดเดาได้ว่านางต้องการดึงตัวเขาเข้าร่วมสำนักเทียนเป่า
สำนักที่ยิ่งใหญ่หลายแห่งมักลงมายังโลกมนุษย์เพื่อค้นหาต้นกล้าอัจฉริยะ
เมื่อกลับมาถึงเขตหลอมโอสถ ปรมาจารย์เม่าและคนอื่น ๆ ได้จัดพิธีต้อนรับขึ้นอย่างเรียบง่าย สาเหตุแรกคือการขอบคุณหลิวอู๋เสีย สาเหตุที่สองคือการต้อนรับปี้กงอวี่เข้าร่วมหอ
หลังจากพูดคุยกันอย่างคร่าว ๆ แล้ว ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าอีกสามวันข้างหน้าหลิวอู๋เสียยังมีการต่อสู้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน จึงไม่กล้ารบกวนเวลาของเขา
เขาเดินเข้าไปในห้องหลอมโอสถ!
หลิวอู๋เสียปิดประตูหิน ปล่อยให้ตัวเองถูกปิดล้อมอยู่ภายในเพียงลำพัง สามวันต่อจากนี้ เขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในนี้
การสลักยันต์วิญญาณระดับห้าไม่อาจผิดพลาดแม้แต่น้อย สำนักศึกษาจักรวรรดิมีผู้คนพลุกพล่าน ปากต่อปาก เกรงว่าข้อมูลจะรั่วไหลออกไป ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดอาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
เขานั่งขัดสมาธิบนเบาะนั่ง หลับตาครุ่นคิด การสลักลายวิญญาณจำเป็นต้องบรรลุถึงขั้นจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย ปล่อยวางทุกสิ่ง จิตใจว่างเปล่า… จึงจะสามารถทำได้
แตกต่างจากการหลอมอาวุธและการหลอมโอสถโดยสิ้นเชิง
การหลอมอาวุธสลักลายอาวุธ การหลอมโอสถสลักลายโอสถ ลายวิญญาณลักษณะนี้มีขนาดใหญ่แกะสลักได้ง่ายกว่า
ส่วนลายยันต์วิญญาณนั้นแตกต่างออกไป ที่หนาที่สุดก็เพียงแค่ไม้ตะเกียบ ที่บางที่สุดเทียบได้กับเส้นผม การแกะสลักจึงมีความยากลำบากอย่างมาก
พักผ่อนไปหนึ่งวันหนึ่งคืน บาดแผลในร่างกายก็ฟื้นตัวเกือบทั้งหมดแล้ว
สำนักศึกษาจักรวรรดิ
ช่วงนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษ เรื่องการต่อสู้ระหว่างหลิวอู๋เสียกับฉินลี่แพร่สะพัดไปทั่วราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้ว
เพียงไม่กี่วัน ห้าตระกูลใหญ่ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากทุกสารทิศต่างยื่นคำขอเข้าร่วมสำนักศึกษาจักรวรรดิ เพื่อชมการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่หาชมได้ยากในรอบพันปี
จำนวนคนมีมากเกินไป สำนักศึกษาจักรวรรดิจึงสร้างเทียบเชิญหนึ่งพันใบ แจกจ่ายให้กับบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงในราชวงศ์ต้าเยี่ยน
ศิษย์ที่ออกไปฝึกฝนภายนอกพากันรีบกลับมา เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสอันดีนี้
แม้แต่บรรดาอาจารย์ที่ปิดด่านฝึกตนมาเป็นเวลานานต่างเลือกที่จะออกมา ท้าทายรองอาจารย์ใหญ่ของสำนักศึกษาจักรวรรดิ… นับเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
ในวันประลองเป็นตาย สำนักศึกษาจะหยุดการเรียนการสอนทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับศิษย์ในการรับชม
หลิวอู๋เสียไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย เขาดื่มด่ำอยู่ในโลกของตัวเอง
กระดาษยันต์ระดับห้าลอยอยู่ตรงหน้าเขา พลังลึกลับบางอย่างพยุงมันเอาไว้ทำให้ไม่ตกลงมาเสียที
มือทั้งสองข้างประสานกัน นิ้วชี้ข้างขวาตวัดเบา ๆ เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นในอากาศ ลายวิญญาณที่แปลกประหลาดปรากฏขึ้นบนกระดาษยันต์
ลายวิญญาณเป็นสิ่งลี้ลับ มองไม่เห็นตัวตน จำเป็นต้องอาศัยกระดาษยันต์เป็นสื่อในการรองรับ
บนกระดาษยันต์สีทองปรากฏลวดลายจาง ๆ คล้ายกับเส้นลมปราณที่พาดผ่านกระดาษยันต์ ดูมีชีวิตชีวาอย่างน่าอัศจรรย์
ลายวิญญาณเปรียบเสมือนน้ำทะเล หากต้องการเก็บรักษาไว้ จำเป็นต้องมีภาชนะ
กระดาษยันต์ก็เปรียบเสมือนภาชนะ บรรจุลายวิญญาณฟ้าดินเหล่านี้ รวบรวมเป็นยันต์วิเศษอันหาที่เปรียบมิได้
การวาดลายวิญญาณก็มีเคล็ดลับ ยันต์ระดับหนึ่งจำเป็นต้องวาดลายวิญญาณสิบเส้น ห้ามผิดพลาดจึงจะถือว่าสำเร็จ
ยันต์ระดับห้าจำเป็นต้องแกะสลักหลายร้อยลาย และจะต้องไม่เกิดปรากฏการณ์ที่ลายวิญญาณต่อต้านกัน
ยกตัวอย่างเช่น การสลักยันต์ไฟ หากปรากฏลายวิญญาณน้ำขึ้นมา นอกจากจะกลายเป็นของเสียแล้ว ยังอาจทำร้ายตัวเองได้
ยันต์มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน เช่น ยันต์ล่องหน ยันต์เคลื่อนย้าย ยันต์ไฟ ยันต์ชำระล้าง ยันต์ห้าธาตุ เป็นต้น
ปรมาจารย์ยันต์หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อฝึกฝนวิธีการสลักยันต์เพียงหนึ่งสองชนิดก็ถึงขีดจำกัดแล้ว เช่นเดียวกับปรมาจารย์หลอมโอสถ ใช้เวลาทั้งชีวิตก็รู้วิธีการหลอมโอสถเพียงไม่กี่ชนิด
ยันต์ที่หลิวอู๋เสียกำลังแกะสลักในครั้งนี้ เรียกว่ายันต์ห้าอัสนี ขณะที่ร่ายออกมาจะดึงดูดสายฟ้าทั้งห้าจากฟ้าดิน ฉากนั้นต้องอลังการอย่างแน่นอน
สายฟ้าทั้งห้าผ่าลงมา!
ไม่มีใครทนทานต่อสายฟ้าที่ผ่าลงมาจากฟากฟ้าได้
หากต้องการฆ่าฉินลี่ หลิวอู๋เสียจำเป็นต้องโจมตีให้ถึงตายในครั้งเดียว ไม่อาจให้โอกาสเขาได้โต้กลับ
เวลาผ่านไปครึ่งวันกว่า ๆ ลายวิญญาณกว่าร้อยเส้นก็ปรากฏขึ้นบนกระดาษยันต์
ความเร็วในการแกะสลักของหลิวอู๋เสียช้าลงเรื่อย ๆ บนกระดาษยันต์แทบจะเต็มไปด้วยลายวิญญาณ แต่ละเส้นล้วนมีวิถีการเคลื่อนไหวของตัวเอง
ในตอนแรก วิธีการยังค่อนข้างไม่คล่องแคล่ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป วิธีการก็ยิ่งชำนาญมากขึ้น ความเร็วในการแกะสลักก็ค่อย ๆ เร็วขึ้น
กระดาษยันต์ขาดหายไปมุมหนึ่ง ไม่สามารถรองรับลายวิญญาณได้ทั้งหมด หลิวอู๋เสียวาดลายวิญญาณแปรผันฟ้าถึงห้าสิบลาย คล้ายกับใยแมงมุมที่หนาแน่น เพื่อเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป
มหาวิถีสี่สิบเก้า แปรผันฟ้าเติมเต็มอีกหนึ่ง
มหาวิถีฟ้าดินเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดทั่วทั้งใต้หล้านี้เข้าใจลายวิญญาณเช่นนี้
เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวันก่อนการประลอง ผู้คนมากมายต่างรีบรุดหน้าไปยังสถานที่จัดงานล่วงหน้าหนึ่งวันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่ดีที่สุด
เหล่าผู้แข็งแกร่งที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานต่างก็มีที่นั่ง ส่วนศิษย์ของสำนักศึกษาจักรวรรดิต้องแย่งชิงกันเอง
เพียงชั่ววันเดียว เกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นหลายครั้ง ศิษย์ระดับสูงแย่งชิงตำแหน่งของศิษย์ระดับต่ำ
ในท้ายที่สุด ฝ่ายบริหารของสำนักศึกษาต้องออกมาจัดการแบ่งเขตและสร้างแท่นขึ้นมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการรับชม เพียงแต่ระยะห่างค่อนข้างไกล
ตรงกลางมีการสร้างเวทีประลองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าหนึ่งร้อยหมี่ ซึ่งขยายใหญ่ขึ้นจากเดิมมาก เพื่ออำนวยความสะดวกในการต่อสู้
ใกล้ถึงเวลาที่กำหนดไว้ในอีกยี่สิบวัน เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง ลานประลองเป็นตายก็เต็มไปด้วยผู้คน เสียงอึกทึกครึกโครมดังมาแต่ไกล
ที่พักของฉินลี่!
หวังเหยียนหลงมาแสดงความเคารพตามปกติ หลังจากฟื้นฟูร่างกายเป็นเวลายี่สิบวัน อาการบาดเจ็บก็หายดีขึ้นมาก เขายังใช้โอกาสที่ได้รับบาดเจ็บนี้บุกทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้า นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้าย
“อาจารย์ ใกล้ถึงเวลาแล้ว!”
การประลองในวันนี้ มิเพียงแต่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของรองอาจารย์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังต้องล้างแค้นให้กับกัวจงที่ตายไปด้วย
“ไปกันเถอะ!”
ฉินลี่จัดเสื้อผ้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นจึงพาหวังเหยียนหลงไปยังลานประลองเป็นตาย
หอตันเป่า!
หลิวอู๋เสียยังไม่ออกจากการฝึกฝน มีผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่ข้างนอก ปรมาจารย์เม่าก็ได้รับเชิญเช่นกัน แต่เขายังไม่รีบไปที่สำนักศึกษาจักรวรรดิ เขายืนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องหลอมโอสถ
เมื่อลายวิญญาณสุดท้ายตกลงบนกระดาษยันต์ ห้องหลอมโอสถทั้งห้องก็ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องออกมาจากยันต์วิญญาณ
– โปรดติดตามตอนต่อไป –