ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 244 เยียวยารักษา
หลิวอู๋เสียพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จักรพรรดิฉายแววดีใจออกมาเล็กน้อย
ส่วนเฉินยวี่เซิง เหวินเซียงและคนอื่น ๆ ต่างก็ร้อนใจเหมือนมดบนกระทะร้อน
หลายปีมานี้ มีข่าวลือมากมายว่าที่องค์จักรพรรดิไม่ยอมสถาปนารัชทายาทสักที เป็นเพราะปัญหาสติปัญญาขององค์ชายทั้งสอง
กดดันมานานหลายปี จนเกือบจะกดไว้ไม่อยู่แล้ว วันนี้ในที่สุดก็จุดชนวนขึ้นมา
“หลิวอู๋เสีย วันนี้ต่อให้เจ้าพูดเก่งแค่ไหน คนตายก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้หรอก ข้าอยากดูนักว่าองค์ชายทั้งสองจะพูดถึงวิธีปกครองประเทศได้อย่างไร?”
เซวียชุนอวี่เยาะเย้ย นี่ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขได้ด้วยวิชาแพทย์หรือวรยุทธ์
สติปัญญาเป็นรากฐานมาตั้งแต่กำเนิด ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ด้วยกำลังจากภายนอก
หลิวอู๋เสียคิดจะทำให้องค์ชายทั้งสองกลายเป็นคนฉลาดขึ้นมาในระยะเวลาอันสั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
“เพราะแบบนี้ ข้าถึงหัวเราะเยาะพวกเจ้าที่เป็นแค่กบก้นบ่อ”
คำพูดนี้ช่างดูถูกเหยียดหยาม เซวียชุนอวี่โกรธจนแทบจะระเบิดออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะสู้หลิวอู๋เสียไม่ได้ คาดว่าคงลงมือเช่นพี่น้องตระกูลฉี ท้าทายหลิวอู๋เสียไปแล้ว
“หลิวอู๋เสีย เจ้าอย่ามาอ้อมค้อมอีกเลย ในเมื่อเจ้าบอกว่าองค์ชายทั้งสองฉลาดแกมโกง งั้นเจ้าก็พิสูจน์ให้พวกเราดูสิ”
เสนาบดีกรมทหารคิดแผนการล้ำลึก ไม่ตื่นเต้นเหมือนเซวียชุนอวี่
พูดไปก็เท่านั้น เจ้าต้องเอาหลักฐานออกมา
“ถูกต้อง ถ้าเจ้าไม่มีหลักฐานมายืนยัน นั่นก็แปลว่าเจ้าพูดจาเหลวไหล เป็นความผิดฐานหลอกลวงฝ่าบาท”
เสนาบดีกรมอาญารีบเสริม กระตุ้นให้หลิวอู๋เสียพูดต่อ อย่ามัวเสียเวลา
“ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายกันนัก ข้าก็จะสนองให้” ดวงตาของหลิวอู๋เสียฉายแววดูถูกออกมา “พวกเจ้าก็น่าจะสืบประวัติของข้ามาอย่างละเอียดแล้ว ตอนครึ่งปีก่อน ข้ายังเป็นแค่คนไร้ค่าอยู่เลย แล้ววันนี้ล่ะ?”
หลิวอู๋เสียพูดจบ เซวียชุนอวี่ก็สะดุ้งไปทั้งตัว
ใครบ้างจะไม่รู้เรื่องราวของหลิวอู๋เสีย ครึ่งปีก่อนเขายังเป็นเพียงขยะไร้ค่า แต่เพียงครึ่งปี เขากลับพัฒนาขึ้น หรือว่าองค์ชายทั้งสองจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขา
ดวงตาคู่งามของสวีหลิงเสวี่ยเผยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน นางก็อยากรู้ว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้
“หลิวอู๋เสีย พวกเราไม่มีอารมณ์จะฟังเรื่องราวของเจ้า วันนี้พวกเรากำลังถกเถียงกันว่าองค์ชายทั้งสองจะสามารถแสดงวิถีทางในการปกครองบ้านเมืองได้หรือไม่ หากไม่ได้ ก็ขอให้เจ้าหุบปากเสีย”
เซวียชุนอวี่ตำหนิ ไม่อยากฟังเรื่องเก่า ๆ
“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวข้า แต่ให้พูดถึงผู้อาวุโสหวงฝู่อี้ในช่วงวัยเยาว์ ท่านชอบเล่นสนุกสนาน เป็นคุณชายที่เอาแต่ใจ นอกจากกิน ดื่ม เล่น เลี้ยงแล้ว ก็ไม่รู้อะไรเลย แม้แต่ตัวหนังสือตัวโต ๆ ก็ยังอ่านไม่ออก สติปัญญาต่ำเตี้ย ใครจะไปคิดว่าสิบปีต่อมา หวงฝู่ปอี้จะกลายเป็นจอหงวนอันดับหนึ่งของราชวงศ์ต้าเยี่ยน ข้าเชื่อว่าทุกคนที่นี่ต้องเคยได้ยินเรื่องราวของผู้อาวุโสหวงฝู่อี้”
ร้อยปีก่อน ราชวงศ์ต้าเยี่ยนมีอัจฉริยะปรากฏขึ้น ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ คนผู้นั้นคือหวงฝู่อี้
เล่ากันว่าในวัยเยาว์ เขามักถูกเพื่อน ๆ ล้อเลียนว่าเป็นคนโง่ เป็นคนปัญญาอ่อน ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเขาจะลุกขึ้นมาขยันหมั่นเพียร จนกลายเป็นจอหงวนผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยน ผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านวิถียุทธ์และเวทมนตร์
ห้าสิบปีก่อน หวงฝู่อี้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เรื่องราวของเขายังคงเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังเสมอมา
เมื่อเด็กคนใดดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง พ่อแม่มักจะพูดว่า ‘บางทีเขาอาจจะเป็นหวงฝู่อี้คนต่อไปก็ได้’
คนเช่นหวงฝู่อี้มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
ดวงตาของจักรพรรดิเผยความหวังออกมา หากองค์ชายทั้งสองสามารถฟื้นฟูสติปัญญาได้จริง ๆ หลิวอู๋เสียจะเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดของราชวงศ์ต้าเยี่ยน
“หลิวอู๋เสีย เจ้าพูดไปก็ไล่เลียงแต่เรื่องในอดีต ตอนนี้พวกเรากำลังพูดถึงสติปัญญาขององค์ชายทั้งสองต่างหาก”
เซวียชุนอวี่แค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ไม่ว่าหลิวอู๋เสียจะพูดจาอย่างไร ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงจุดจบในวันนี้ได้
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสีย รอดูว่าเขาจะแก้ไขวิกฤติในครั้งนี้อย่างไร
“ขอเวลาให้ข้าครึ่งชั่วยาม ข้าจะทำให้องค์ชายทั้งสองเปลี่ยนไปเป็นคนละคน”
ครั้งที่แล้วที่เข้าวัง ม่านตาภูตได้ตรวจสอบปัญหาขององค์ชายทั้งสองแล้ว พบว่ามีเส้นชีพจรในสมองอุดตันอยู่สองสามเส้น จึงเป็นสาเหตุให้พวกเขามีปัญหาเรื่องสติปัญญา
ความจุสมองขององค์ชายทั้งสองมากมายมหาศาล ขอเพียงเปิดเส้นชีพจร พวกเขาจะกลายเป็นบุคคลที่โดดเด่น เหนือกว่าคนส่วนใหญ่ในที่นี้แน่นอน
“หลิวอู๋เสีย เจ้าคิดว่าการถ่วงเวลาคือการแก้ปัญหาหรือ?!”
เซวียชุนอวี่ไม่ยินยอม คิดว่าหลิวอู๋เสียกำลังถ่วงเวลา
“พวกเจ้าไม่มั่นใจในตัวเองถึงเพียงนี้หรือ? แม้แต่เวลาครึ่งชั่วยามก็ไม่กล้าให้ข้า แค่ความสามารถเท่านี้ยังคิดจะก่อกบฏ พูดว่าพวกเจ้าเป็นกบก้นบ่อก็ยังยกย่องเกินไป”
หลิวอู๋เสียพูดจารุนแรง อ๋องยงเสียนโกรธจนปลายจมูกกระตุก
การให้เวลาครึ่งชั่วยามเป็นการพิสูจน์ ความใจแคบเช่นนี้ไม่คู่ควรกับการเป็นจักรพรรดิในอนาคต
ทุกสายตามองไปที่อ๋องยงเสียน เขาควบคุมทุกอย่างในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรมทหาร กรมอาญา หรือกรมคลัง ขุนนางส่วนใหญ่ล้วนสวามิภักดิ์ต่อเขาทั้งสิ้น
เขาพยักหน้า เป็นสัญญาณว่าจะให้เวลาหลิวอู๋เสียครึ่งชั่วยาม
“หลิวอู๋เสีย คำพูดของเจ้าเป็นตัวแทนของฝ่าบาทได้หรือไม่ หากครึ่งชั่วยามผ่านไป องค์ชายทั้งสองยังคงไม่อาจกล่าวถึงวิธีการปกครองประเทศได้ หมายความว่าสามารถสถาปนารัชทายาทองค์ใหม่ได้แล้วใช่หรือไม่”
หากรอแล้วไม่ยอมรับ ก็เท่ากับเสียเวลาให้หลิวอู๋เสียไปครึ่งชั่วยามเปล่า ๆ
“วันนี้ทุกสิ่งที่คุณชายหลิวทำ ล้วนเป็นตัวแทนของราชวงศ์ต้าเยี่ยน!”
จักรพรรดิตรัสออกมาแล้ว เขาสามารถยอมรับผลลัพธ์ได้ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม
เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีทางถอยหลังอีกต่อไป
“กางม่าน!”
หลิวอู๋เสียออกคำสั่ง บรรดานางกำนัลและขันทีนับสิบคนนำม่านกั้นออกมา ก่อตัวเป็นม่านบังตา ราวกับกำแพง กั้นการติดต่อกับด้านล่าง
องค์ชายทั้งสองยังคงกินอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อไม่มีอะไรให้ดูจึงลุกขึ้นจากที่นั่ง
“น้องสาม ทำไมไม่สู้กันต่อล่ะ!”
องค์ชายใหญ่ดึงชายแขนเสื้อของเฉินรั่วเยียนเบา ๆ
“อู๋เสีย เจ้ารักษาโรคของพวกเขาได้จริงหรือ?”
จักรพรรดิทรงเดินเข้ามา ใบหน้าเคร่งขรึม ตัวเขาไม่ได้แยแสตำแหน่งจักรพรรดิ แค่ไม่ต้องการเห็นชีวิตผู้คนล้มตาย
สวีหลิงเสวี่ยลุกขึ้นยืนด้วยความสงสัย มนุษย์ถูกกำหนดสติปัญญาของมาตั้งแต่เด็ก แล้วจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?
เมื่อนึกถึงการกระทำของหลิวอู๋เสียในช่วงครึ่งปีมานี้ เขาสามารถเปลี่ยนแปลงคนได้จริง ๆ
“ตอนที่องค์ชายทั้งสองประสูติ ใครเป็นคนรับคลอด!”
หลิวอู๋เสียไม่ได้ตอบคำถามจักรพรรดิ แต่กลับตั้งคำถามแทน
หลังจากกั้นการติดต่อกับด้านล่างแล้ว มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างกัน
“หมอหลวงและนางผดุงครรภ์ในวัง!”
จักรพรรดิตอบโดยไม่ต้องคิด
“มีคนลอบทำร้ายองค์ชายทั้งสอง ตอนที่พวกเขาเกิด ทะเลวิญญาณได้รับการกระตุ้นจากภายนอก ทำให้เส้นเลือดลมอุดตัน จึงกลายเป็นแบบนี้”
หลิวอู๋เสียไม่ได้ปิดบัง จักรพรรดิสั่นสะท้าน ไอสังหารที่น่ากลัวแผ่ออกมาจากร่างกาย
“เช่นนั้นเอง ไม่คิดเลยว่าเขาจะวางแผนมาตั้งแต่สามสิบปีก่อน”
จักรพรรดิเผยรอยยิ้มขมขื่น ในเวลานั้นเขาเพิ่งขึ้นครองราชย์ไม่นาน ไม่คิดเลยว่าอ๋องยงเสียนจะวางแผนไว้แล้ว ให้องค์ชายทั้งสองประสูติมาเป็นเด็กปัญญาอ่อน
เฉินรั่วเยียนกับเฉินเล่อเหยาเป็นผู้หญิง จึงรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้
“พี่ใหญ่หลิว ท่านรักษาพี่ชายทั้งสองของข้าได้จริงหรือ?”
เฉินรั่วเยียนพูดถามด้วยแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง ดวงตางามคู่นั้นเผยให้เห็นถึงความคาดหวัง ราชวงศ์ต้าเยี่ยนไม่อาจทนทุกข์ทรมานได้อีกต่อไป
“ได้”
มีเวลาเพียงครึ่งชั่วยาม หลิวอู๋เสียต้องรีบเร่งมือ ยื่นมือออกไปแตะที่ลำคอขององค์ชายทั้งสอง องค์ชายทั้งสองค่อย ๆ หลับตาลง นอนราบลงบนพรมนุ่ม
“ครึ่งชั่วยามต่อจากนี้ ห้ามมีข้อผิดพลาดใด ๆ ทั้งสิ้น พวกเจ้าต้องเฝ้าที่นี่ ห้ามให้ใครรบกวนเด็ดขาด” หลิวอู๋เสียพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
การรักษาทะเลวิญญาณไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หากพลาดพลั้งแม้แต่น้อย มิเพียงจะไม่สามารถรักษาชีวิตขององค์ชายได้ แต่ยังจะถูกย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองอีกด้วย
“วางใจเถอะ ข้าได้จัดเตรียมบรรพชนอาวุโสสองคนเฝ้าอยู่ที่นี่แล้ว หากกล้าขยับ กำจัดทิ้งทันที”
จักรพรรดิกำหมัดแน่น เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด จึงต้องใช้บรรพชนอาวุโสถึงสองท่าน
หลิวอู๋เสียหยิบเข็มเงินออกมา เดินไปที่เบื้องหน้าองค์ชายใหญ่ แล้วใช้ม่านตาภูตสังเกตเห็นเส้นลมปราณเล็ก ๆ ที่หนาแน่นราวกับใยแมงมุม
หากพลาดแม้แต่น้อย มิเพียงแต่จะไม่สามารถรักษาองค์ชายได้ แต่จะทำให้เขากลายเป็นคนสมองพิการโดยสมบูรณ์
เขาดึงเข็มเงินเล่มแรกออกมา ใช้ร่วมกับปราณแท้ไท่หวงแทงเข้าไปในดวงตาขององค์ชายใหญ่
นอกจากจักรพรรดิแล้ว ทุกคนต่างเบือนหน้าหนี ไม่อาจทนมองดูต่อไปได้
ปราณธาตุไม้ไหลไปตามเข็มเงินเข้าสู่ทะเลวิญญาณขององค์ชายใหญ่ เข้าสู่บริเวณที่อุดตัน ปราณแท้ไม่อาจเคลื่อนที่ต่อไปได้
นี่เป็นกระบวนการที่ยาวนาน ทะเลวิญญาณขององค์ชายทั้งสองสะสมสิ่งสกปรกไว้มากมาย อีกทั้งยังได้รับความเสียหายตั้งแต่เด็ก เลือดคั่งราวกับก้อนเหล็กอยู่ภายใน ยากที่จะขจัดออกไปได้หมด
เวลาผ่านไปทีละนาที ผู้คนที่อยู่ด้านล่างต่างรอคอยด้วยความร้อนใจ
เวลาครึ่งชั่วยามนั้น พูดว่านานก็นาน พูดว่าสั้นก็นับว่าไม่สั้น
หยาดเหงื่อเย็นเฉียบไหลรินลงมาตามหน้าผากของหลิวอู๋เสียทีละหยด การฟื้นฟูทะเลวิญญาณเช่นนี้ นับเป็นบททดสอบพลังวิญญาณของเขาอย่างยิ่ง
เขามีทะเลวิญญาณสีทองแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้ แม้แต่ยอดฝีมือระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ทั่วไปก็ไม่อาจเทียบได้
สวีหลิงเสวี่ยหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดหยาดเหงื่อบนหน้าผากของหลิวอู๋เสียอย่างแผ่วเบา ทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยเข้าสู่จมูกของหลิวอู๋เสีย หอมนัก
เวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา…
เข็มเงินเล่มที่สองถูกแทงเข้าไปที่จุดเทียนหลิงขององค์ชายใหญ่ ขณะที่มันตกลงไป จักรพรรดิสั่นสะท้านจนเกือบจะล้มลง นี่คือจุดชีพจรของมนุษย์
ความหวังทั้งหมดฝากไว้ที่ตัวหลิวอู๋เสียเพียงผู้เดียว ไม่อาจเสียใจภายหลังได้
ต่อให้ต้องฆ่าองค์รัชทายาททั้งสองพระองค์ วันนี้เขาก็ต้องปกป้องหลิวอู๋เสียเอาไว้ให้ได้
พลังวิญญาณสีทองก่อตัวเป็นรูปหงส์เพลิง พุ่งทะยานเข้าสู่เส้นลมปราณขององค์ชายใหญ่ เร่งความเร็วในการทะลวง
เส้นลมปราณเล็ก ๆ ถูกเปิดออกทีละเส้น ทะเลวิญญาณราวกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้น มีพลังสายหนึ่งพุ่งออกมา ร่วมกับพลังวิญญาณของหลิวอู๋เสียเพื่อเปิดเส้นลมปราณ
นี่คือสิ่งที่ผู้คนเรียกว่าการเปิดจุดชีพจร!
“ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาขององค์ชายใหญ่แล้ว!”
หลิวอู๋เสียดึงเข็มเงินทั้งสองเล่มออก เส้นลมปราณเล็ก ๆ ที่เหลือต้องอาศัยพลังวิญญาณขององค์ชายใหญ่ในการทะลวง
เขาเดินไปที่เบื้องหน้าขององค์ชายรอง เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ เขาใช้เข็มเงินแทงเข้าไปในสมอง จากนั้นใช้ปราณธาตุไม้ฟื้นฟู
หลิวอู๋เสียกล้าทำเช่นนี้ได้ก็เพราะม่านตาภูต
หากเข็มเงินคลาดเคลื่อนไปแม้เพียงนิดเดียว สมองก็จะเป็นอัมพาต
เหลือเวลาอีกสิบนาทีก่อนจะครบครึ่งชั่วยาม เฉินรั่วเยียนกับเฉินเล่อเหยากอดกันกลม
ความสำเร็จหรือล้มเหลวขึ้นอยู่กับครั้งนี้ หากไม่สำเร็จ พวกเขาจะต้องเผชิญกับการแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งของอ๋องยงเสียน
“เสร็จแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ใกล้จะฟื้นแล้ว!”
หลิวอู๋เสียทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า มันอันตรายกว่าการฆ่าพี่น้องตระกูลฉีเป็นหมื่นเท่า
พลังวิญญาณในทะเลวิญญาณสีทองของเขาถูกใช้ไปเกือบเก้าส่วน ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบวันจึงจะฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์
ช่วงเวลานี้ไม่เหมาะกับการต่อสู้
เมื่อเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม องค์ชายใหญ่ก็ลืมตาขึ้น
ชั่วขณะที่ลืมตาขึ้น แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งออกมาจากดวงตา ดวงตาทั้งคู่เปี่ยมล้นชีวิตชีวา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จักรพรรดิบังคับให้พวกเขาจดจำความรู้มากมาย ซึ่งถูกเก็บไว้ในทะเลวิญญาณตลอดมา หลังจากที่เส้นชีพจรเปิดออก พลังวิญญาณก็ไหลเวียนราวมังกรที่กลับสู่ท้องทะเล ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าดิน
“คารวะเสด็จพ่อ!”
องค์ชายใหญ่คุกเข่าลงกะทันหัน เหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นในใจ ความทรงจำเหล่านี้ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต
– โปรดติดตามตอนต่อไป –