ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 248 ผลทองคำ
ข้อมูลเหล่านี้สำคัญกับหลิวอู๋เสียมาก
สนามรบเขาหมางซานไม่มีวันสงบสุข บรรดาผู้คนที่ต้องการฆ่าเขามีไม่น้อย
ยังไม่ต้องกังวลเรื่องอ๋องยงเสียนในตอนนี้ สิ่งที่หลิวอู๋เสียกังวลคือหากวันหนึ่งเขาฝึกฝนจนบรรลุแล้ว อ๋องยงเสียนจะต้องกลับมาเพื่อกำจัดทุกอย่าง รวมถึงราชวงศ์ต้าเยี่ยนแน่นอน
ทางที่ดีที่สุดคือหลิวอู๋เสียต้องเข้าสู่พิภพบำเพ็ญเพียรโดยเร็ว แล้วฆ่าอ๋องยงเสียนซะ
เมื่อออกมาจากหอตันเป่า ท้องฟ้าก็มืดแล้ว
เขากลับไปยังเขตอักษรฟ้า บรรยากาศเงียบสงัด พอถึงเวลาออกจากปิดด่าน เขาก็พบว่าศิษย์อักษรฟ้าจำนวนมากไม่อยู่แล้ว พวกเขาเข้าสู่สนามรบเขาหมางซานก่อนเวลา
แม้ว่าจะไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วมสงครามร้อยดินแดน แต่การใช้โอกาสนี้ฝึกฝนตัวเองก็ไม่เสียหาย
ที่สำคัญสนามรบเขาหมางซานเปิดเพียงครั้งเดียวในรอบสิบปี ข้างในมีสมบัติมากมาย หากได้สมุนไพรวิญญาณระดับห้ามาครอบครองสักสองสามต้น ก็ร่ำรวยไม่รู้เรื่องแล้ว
เดิมทีตั้งใจจะไปพบสวีหลิงเสวี่ย แต่พอคิดถึงแม่มดแก่ไป๋หลี่ชิงคนนั้น ก็หมดสนุกขึ้นมาทันที
ฟ้าสางแล้ว!
หลิวอู๋เสียออกเดินทางแต่เช้า สนามรบเขาหมางซานไม่ไกลเท่าไหร่ ใช้เวลาเดินทางประมาณสองวัน
ที่นั่นมีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี มองจากข้างนอกไม่เห็นข้างในเลย ทุก ๆ สิบปีหมอกจะจางหายไปประมาณยี่สิบวัน
เขาเดินทางอย่างไม่รีบร้อน สองวันต่อมาก็มาถึงสนามรบเขาหมางซาน
เมื่อมาถึง เขาก็เข้าใจว่าทำไมถึงเรียกว่าเขาหมางซาน
เทือกเขาทั้งหมดดูเหมือนงูหลามยักษ์ที่เลื้อยอยู่บนพื้นดิน บริเวณทางเข้ามีผู้คนจำนวนมากรวมตัวกัน รอให้หมอกจางจึงจะเข้าไปได้
ผู้ที่รอดชีวิตจากสนามรบเขาหมางซานจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมสงครามร้อยดินแดน
มีเพียงผู้ที่ได้รับผลการแข่งขันที่ดีในสงครามร้อยดินแดนเท่านั้น จึงจะเข้าตาสำนักต่าง ๆ ได้ เป็นศิษย์ในพิภพบำเพ็ญเพียรและทะยานสู่ท้องฟ้า
ในที่สุดหลิวอู๋เสียก็เข้าใจว่าสิบปีฝนดาบเล่มเดียวเป็นเช่นไร!
ราชวงศ์ต้าเยี่ยนมีอัจฉริยะมากมาย ยอดฝีมือที่มาถึงแล้วมีจำนวนกว่าห้าพันคน ทำเอาเขาตกใจมาก
ทุกคนล้วนเป็นระดับพลังชำระไขกระดูกทั้งสิ้น พลังยุทธ์ต่ำสุดคือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสอง
ยังมีผู้เฒ่าอีกหลายคน พวกเขาไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วมสงครามร้อยดินแดน การไปที่สนามรบเขาหมางซานมีจุดประสงค์เดียวคือการปล้นและแสวงโชค
เมื่อหลิวอู๋เสียปรากฏตัวก็สร้างความตื่นตระหนกไปทั่ว
เพียงสิบกว่าวัน หลิวอู๋เสียมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วราชวงศ์ต้าเยี่ยน
“น้องหลิว ไม่เจอกันนานเลย!”
เงาร่างที่คุ้นเคยหลายคนเดินเข้ามาหาเขา เป็นจั่วหง เหยียนหรูอวี้และคนอื่น ๆ
ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดเป็นศิษย์อักษรฟ้าแล้ว ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นต้นพอ ๆ กับจี้หยาง
“พี่จั่ว แม่นางเหยียน!”
หลิวอู๋เสียประสานมือคำนับทีละคน ทุกคนเป็นสหายเก่ากัน พูดคุยถูกคออย่างรวดเร็ว
“น้องหลิว ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่มาร่วมแล้วเสียอีก เจ้าไม่เคยออกจากประตูเลย พวกเราก็เลยมาก่อนก้าวหนึ่ง”
จั่วหงพูดคุยกับหลิวอู๋เสียด้วยท่าทีนับถือ นับตั้งแต่แยกทางกันที่เมืองฉาน พวกเขาก็ไม่ใช่คนในโลกเดียวกันอีกต่อไปแล้ว
หลิวอู๋เสียยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา เพียงแต่ใช้จิตสำนึกกวาดมองไปรอบ ๆ
แน่นอนว่าเขาเห็นคนรู้จักมากมาย ยอดฝีมือตระกูลเซวีย ยอดฝีมือตระกูลไป๋และศิษย์อักษรฟ้าจากสำนักศึกษาจักรวรรดิ
ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่สะดุดตามาก นั่นคือศิษย์จากสำนักศึกษาเทียนมู่
แม้สำนักศึกษาเทียนมู่จะถูกยุบไปแล้ว แต่ศิษย์เหล่านี้ก็ยังคงอยู่ ความแค้นต่อหลิวอู๋เสียยังคงอยู่เช่นกัน
“น้องหลิว เจ้าต้องระวังตระกูลเซวียด้วย”
เหยียนหรูอวี้ลดเสียงลงกะทันหัน มีเพียงไม่กี่คนที่ได้ยิน
นางเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเหยียน แน่นอนว่าต้องได้ยินข่าวลือมาบ้างว่าตระกูลเซวียคิดใช้โอกาสนี้ฆ่าหลิวอู๋เสีย
“ขอบคุณแม่นางเหยียนที่เตือน!”
ถึงจะรู้ว่าตระกูลเซวียได้วางกับดักไว้แล้ว แต่หลิวอู๋เสียก็ยังคงรู้สึกขอบคุณความหวังดี
หลังจากพูดคุยกันสักพัก ก็ใกล้ถึงเวลาเปิดทางเข้าแล้ว
“น้องหลิว เจ้ารู้จักสนามรบเขาหมางซานมากน้อยแค่ไหน?” จั่วหงถาม
นอกจากคนรุ่นก่อน ๆ แล้ว คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่เพิ่งเคยเข้าสู่สนามรบเขาหมางซานเป็นครั้งแรก ถือว่าไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมภายในนั้นเลย
“ไม่รู้เลย!”
นับตั้งแต่ออกจากการปิดด่านจนมาถึงที่นี่ หลิวอู๋เสียแทบจะไม่ได้หยุดพักเลย ไม่มีเวลาศึกษาเกี่ยวกับสนามรบเขาหมางซานแม้แต่น้อย
“ที่นี่มีข้อมูลอยู่ชุดหนึ่ง และยังมีแผนที่ภูมิประเทศโดยละเอียด ข้าจดจำไว้ในใจหมดแล้ว มอบให้น้องหลิว หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเจ้า พวกเรามีพลังยุทธ์ต่ำต้อย เมื่อเข้าไปแล้ว ก็ทำกิจกรรมรอบนอกก็พอ อย่าได้ลึกไปกว่านี้ เชื่อกันว่าภายในนั้นมีงูหลามยักษ์ที่เติบโตเต็มวัย พลังยุทธ์เทียบเท่ากับระดับพลังแก่นวิสุทธิ์”
จั่วหงรู้จักความสามารถของตัวเองดี พวกเขามีเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นต้น พลังยุทธ์อยู่ในระดับล่างสุด การได้ฝึกฝนรอบนอกก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว
ยกเว้นหลิวอู๋เสียแล้ว แทบจะไม่มีใครเหนือกว่าพวกเขาในเรื่องหลอมโอสถ แต่ในเรื่องวิถียุทธ์ พวกเขากลับอยู่ในระดับกลางเท่านั้น
“ขอบคุณพี่จั่ว!”
ข้อมูลนี้สำคัญกับหลิวอู๋เสียมาก การเข้าไปแบบมืดแปดด้านมีโอกาสสูงที่จะหลงทาง
น่ากลัวที่สุดคือการหลงเข้าไปในดินแดนต้องห้ามบางแห่ง ตายไปก็ไม่รู้ว่าตายยังไง
“ระหว่างเรายังต้องเกรงใจกันอีกหรือ? ที่ใดที่ข้าทำเครื่องหมายสีแดงเอาไว้ เจ้าอย่าได้เข้าไปเชียว อันตรายมาก”
จั่วหงเตือน บนแผนที่ทำเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจน
เพียงแค่กวาดตามอง พื้นที่สนามรบเขาหมางซานทั้งหมดก็ปรากฏแก่สายตา หลิวอู๋เสียผงะเล็กน้อย พื้นที่สนามรบเขาหมางซานกว้างใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ แถมภูมิประเทศยังซับซ้อนอีก
ยี่สิบวันคงไม่พอจะไปทุกที่ได้แน่
“พี่จั่ว แล้วที่ทำเครื่องหมายสีฟ้าพวกนี้คืออะไรหรือ?”
หลิวอู๋เสียถามขึ้น นอกจากเครื่องหมายสีแดงบนแผนที่แล้ว ยังมีเครื่องหมายสีฟ้าอีกมากมาย
“สถานที่เหล่านี้อาจมีสมบัติล้ำค่าปรากฏ เมื่อสิบปีก่อนมีคนมากมายเห็นสมุนไพรวิญญาณปรากฏ และผลไม้วิญญาณด้วย เวลาผ่านไปสิบปี สมุนไพรวิญญาณและผลไม้วิญญาณเหล่านี้คงใกล้สุกงอมเต็มที่แล้ว”
คนที่เข้าไปเมื่อสิบปีก่อนนำข้อมูลเหล่านี้ออกมา ทำให้คนที่เข้าไปในอีกสิบปีต่อมาสามารถค้นหาสมบัติล้ำค่าได้ทันที
“ในสนามรบเขาหมางซาน นอกจากงูหลามยักษ์แล้ว คงมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกมากมายใช่หรือไม่”
หลิวอู๋เสียจำเป็นต้องรู้ข้อมูลมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้ถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว
“นอกจากงูหลามยักษ์แล้ว ยังมีสัตว์ร้ายอีกมากมาย พวกมันอาศัยอยู่ที่นั่นมาโดยตลอด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือวิญญาณนักรบโบราณ”
ผู้ที่พูดในครั้งนี้คือเหยียนหรูอวี้ นี่คือสาเหตุหลักที่พวกเขาไม่กล้าเข้าสู่ส่วนลึก
งูหลามยักษ์ที่โตเต็มวัยนั้นเทียบเท่ากับระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ สัตว์ร้ายก็มีพลังแข็งแกร่ง แถมยังมีวิญญาณนักรบที่ปรากฏตัวอย่างลึกลับ หากเผลอเพียงนิดเดียว อาจตายแบบไม่เหลือซากได้
“วิญญาณนักรบ!”
หลิวอู๋เสียปรากฏแววตาแปลกประหลาด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องแบบนี้
“เปิดแล้ว พวกเรารีบเข้าไปเถอะ!”
เสียงดังโหวกเหวกดังมาจากทางเข้า ขัดการสนทนาระหว่างพวกเขา ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่สนามรบเขาหมางซาน
“พวกเราก็เข้าไปเถอะ!”
กู่หย่งซวงแสดงท่าทางใจร้อน รอไม่ไหวที่จะเข้าไป หากโชคดีอาจจะเจอสมบัติล้ำค่าอยู่นอกเขตก็ได้
พวกเขาจะก้าวข้ามระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับโอกาสในครั้งนี้
ช่วงอายุทองของการบำเพ็ญเพียรอยู่ที่สิบห้าถึงสามสิบห้าปี
อีกสิบปีข้างหน้า พวกเขาก็จะเลยวัยทองไปแล้ว นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด
สนามรบเขาหมางซานมีทางเข้าเพียงทางเดียว คล้ายกับหุบเขา ผู้คนต่างก็เข้าไปในหุบเขานี้
ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาก็มีคนเข้าไปแล้วหลายพันคน ผู้คนบริเวณทางเข้าน้อยลงเรื่อย ๆ
หมอกยังไม่จางหายไปโดยสิ้นเชิง บริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยหมอกหนา
“น้องหลิว ขอให้ท่านประสบความสำเร็จ พวกข้าจะรออยู่ที่นี่”
หลังจากเข้าสู่สนามรบเขาหมางซานแล้ว จั่วหงก็หยุดลงกะทันหัน พวกเขามีพลังยุทธ์ต่ำเกินไป การเข้าไปมีแต่เส้นทางตาย พวกเขาไม่อยากเป็นภาระให้หลิวอู๋เสีย
“ตกลง งั้นพวกเราก็แยกทางกันตรงนี้เถอะ!”
หลิวอู๋เสียไม่ได้ฝืนใจ การพาพวกเขาไปด้วยก็ไม่สะดวกจริง ๆ เวลาจำกัด เขาต้องรีบทะลวงระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงให้ได้ภายในยี่สิบวัน
เผชิญหน้ากับระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ จะได้ควบคุมสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น แม้ไม่มีลายเซียน เขาก็สามารถฆ่าคนเหล่านั้นได้
เขากลายเป็นดาวตกพุ่งเข้าไปในส่วนลึกของสนามรบเขาหมางซาน
มีคนเข้ามาห้าพันกว่าคน เหมือนกับเอาน้ำหนึ่งแก้วเทลงในทะเลสาบ บางคนก็มาเป็นกลุ่ม บางคนก็มาคนเดียว มุ่งหน้าไปยังทุกทิศทุกทาง
ทุกคนที่เข้ามามีเป้าหมายของตัวเอง หลิวอู๋เสียก็เช่นกัน
ครึ่งชั่วยามต่อมา เขาก็หยิบแผนที่ออกมาเปรียบเทียบตำแหน่ง สถานที่ที่มีเครื่องหมายสีฟ้าที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปเพียงระยะทางหนึ่งก้านธูปไหม้
ระหว่างทาง หลิวอู๋เสียพบว่ามีคนสะกดรอยตามมาตลอด แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร พวกเขาไม่ลงมือ หลิวอู๋เสียก็จะไม่ลงมือฆ่าพวกเขาก่อน
สิ่งสำคัญตอนนี้คือยกระดับพลังยุทธ์
เขาเก็บแผนที่เข้าไปในอกเสื้อ จากนั้นก็ใช้กระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้า ร่างกายลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศราวกับนกกระเรียนเซียน เพียงหนึ่งก้านธูปไหม้ก็มาถึงจุดหมายแล้ว
เบื้องหน้าปรากฏหุบเขาขนาดเล็ก มีสัตว์อสูรขนาดเล็กไม่กี่ตัวกำลังออกหาอาหารอยู่รอบ ๆ
ทันทีที่หลิวอู๋เสียมาถึง ก็มีร่างของคนอีกหลายคนร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว พวกเขามีระดับพลังยุทธ์ไม่ต่ำเลยทีเดียว
ทุกคนต่างจ้องมองกันและกันอย่างระแวดระวัง
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีเสียงแหวกอากาศดังมาจากที่ไกลออกไป อีกเจ็ดแปดคนร่วงหล่นลงมาพร้อมกัน
ชั่วพริบตา สถานที่แห่งนี้มีคนมารวมตัวกันกว่ายี่สิบคน
“ที่นี่แหละ ข้างในมีผลทองคำอยู่หนึ่งผล ทุกคนต่างก็มีโอกาสเท่าเทียมกัน!”
ชายหนุ่มที่อยู่ทางขวาของหลิวอู๋เสียพูดขึ้น เขามีอายุประมาณสามสิบปี ดวงตากวาดมองไปรอบ ๆ และหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสียครู่หนึ่ง
“อู๋เฮ่อพูดถูก ทุกคนต่างก็มีโอกาสเท่าเทียมกัน” คนอื่น ๆ ต่างก็เห็นด้วย
ชายหนุ่มที่พูดเมื่อครู่ชื่ออู๋เฮ่อ เขามีระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้า เขาไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วมสงครามร้อยดินแดน จึงคิดจะใช้โอกาสในสนามรบเขาหมางซานทะลวงสู่ระดับพลังแก่นวิสุทธิ์
หลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันออกไป พวกเขากระจายตัวออกไปทั่วหุบเขาเพื่อตามหาผลทองคำ
หลิวอู๋เสียไม่ได้ขยับไปไหน เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม
เขากระตุ้นม่านตาภูต กวาดสายตามองไปทั่วทั้งหุบเขา ทุกตารางนิ้วล้วนอยู่ในสายตา
เขาค้นหาไปทั่วทั้งหุบเขาแล้ว แต่ก็ไม่พบร่องรอยของผลทองคำเลย
หรือว่าจะมีคนเก็บผลทองคำไปก่อนหน้านี้แล้ว?
ทันใดนั้น!
ดวงตาของหลิวอู๋เสียก็เบิกกว้างขึ้น ที่ด้านขวาของหุบเขามีถ้ำขนาดไม่ใหญ่นัก รังสีอันตรายแผ่ออกมาจากในถ้ำ
ชายหนุ่มหลายคนกำลังเดินเข้าไปใกล้ถ้ำทีละก้าว หลิวอู๋เสียอยากจะร้องห้าม แต่ก็สายเกินไปแล้ว
“โฮก!”
เสียงคำรามน่าสะพรึงกลัวดังกึกก้อง ก้อนหินนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาจากยอดเขา ผู้คนไม่กี่คนที่อยู่ใกล้ที่สุดถึงกับแก้วหูแตก สูญเสียการได้ยินไปในทันที
จากนั้น!
หัวสีทองขนาดมหึมาก็โผล่ออกมาจากในถ้ำ น่ากลัวอย่างที่สุด
“งูหลามทองคำ!”
ทุกคนตกตะลึงอย่างมาก มันคืองูหลามทองคำที่เติบโตเต็มวัย ใกล้จะบรรลุระดับพลังแก่นวิสุทธิ์แล้ว
ร่างกายที่ใหญ่โตยาวกว่าร้อยหลี่
มันตื่นขึ้นเพราะกลิ่นอายของมนุษย์
มีคนจำนวนมากกลายเป็นอาหารของงูหลามและสัตว์อสูรพวกนี้
“นี่มันงูหลามทองคำที่โตเต็มวัย ถึงจะไม่มีผลทองคำ แก่นพลังภายในของงูหลามทองคำตัวนี้ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ข้าทะลวงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้”
อู๋เฮ่อตื่นเต้นดีใจ งูหลามทองคำมีค่าไปทั้งตัว แก่นพลังภายในอัดแน่นไปด้วยพลังของงูหลาม เลือดก็มีพลังของมังกร หากผู้ฝึกตนนำไปหลอมรวมย่อมได้รับประโยชน์มหาศาล
ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์สั่นไหวอย่างอดรนทนไม่ได้ อยากจะบินออกมาจัดการงูหลามทองคำตัวนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
ม่านตาภูตยังคงแทรกซึมเข้าไป เข้าไปในส่วนลึกตามทางเดินในถ้ำ ต้นไม้สีทองเล็ก ๆ ต้นหนึ่งดึงดูดความสนใจของหลิวอู๋เสีย
“ผลทองคำ!”
หลิวอู๋เสียอุทานเบา ๆ มันกำลังจะสุกงอมเต็มที่แล้ว
– โปรดติดตามตอนต่อไป –