ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 251 เล่ห์กลซ้อนเล่ห์
กระดิ่งสะกดวิญญาณ!
ตามชื่อที่บ่งบอก มันสามารถสะกดวิญญาณและจิตใจของผู้คนได้
หลิวอู๋เสียเคยพบกับกระดิ่งอัญเชิญและกระดิ่งเรียกวิญญาณ แม้จะไม่เคยเห็นกระดิ่งสะกดวิญญาณมาก่อน แต่ผลกระทบหลักก็คล้ายคลึงกัน
ดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัวลงทีละน้อย ความเร็วในการเคลื่อนไหวช้าลงเรื่อย ๆ พวกจางซู่ลี่ทั้งห้าคนปรากฏรอยยิ้มโหดร้าย กระดิ่งสะกดวิญญาณในมือของพวกเขาสั่นแรงขึ้น
เสียงดนตรีราวกับเพลงเรียกวิญญาณ ทำให้คนรอบข้างที่มารวมตัวกันง่วงนอน พวกเขาได้รับผลกระทบเช่นกัน
เนื่องจากอยู่ไกล ผลกระทบจึงไม่ชัดเจนนัก
“อย่าเพิ่งฆ่าเขา พวกเราต้องดึงวิญญาณของเขาออกมา ช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่เดือน พลังยุทธ์ของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าต้องมีเคล็ดลับอะไรบางอย่าง”
จางซู่ลี่พูด ห้ามไม่ให้ฆ่าหลิวอู๋เสียในตอนนี้
การผงาดขึ้นของหลิวอู๋เสียนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับมากเกินไป
มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วภายนอก บอกว่าเขามีปีศาจชราอยู่ในร่าง พลังยุทธ์จึงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
“ตกลง พวกเรารีบหน่อย!”
อาจารย์ที่ปรึกษาหลายคนตื่นเต้น พวกเขายังร่ายรำด้วยท่าทางแปลก ๆ อย่างเป็นจังหวะ เมื่อรวมกับเสียงกระดิ่ง ผลลัพธ์ที่ได้จึงทรงพลังยิ่งขึ้น
หลิวอู๋เสียเซไปเซมาเหมือนคนเมา ดวงตาทั้งสองข้างค่อย ๆ ปิดลง
จนกระทั่งหลิวอู๋เสียไม่ขยับเขยื้อน จางซู่ลี่จึงหยุดและเก็บกระดิ่งในมือ
การใช้เทคนิคสะกดวิญญาณเป็นบททดสอบพลังวิญญาณอย่างมาก ทั้งห้าคนใช้พลังวิญญาณเกือบหมด
“พลังวิญญาณของเด็กคนนี้แข็งแกร่งจริง ๆ ถ้าเป็นระดับพลังชำระไขกระดูกทั่วไป คงไม่มีทางทนทานต่อกระดิ่งสะกดวิญญาณได้ถึงสิบลมหายใจ”
พวกเขาอาศัยกระดิ่งสะกดวิญญาณ ฆ่ายอดฝีมือมานับไม่ถ้วน ไม่เคยมีใครรอดพ้นไปได้เกินสิบลมหายใจ
หลิวอู๋เสียยืนหยัดมาได้นานถึงหนึ่งถ้วยชา เล่นเอาพวกเขาเหนื่อยหอบ
“จบแล้วหรือ?”
เหล่าผู้คนที่มุงดูอยู่ไกล ๆ ต่างพากันเข้ามาใกล้ อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
หลิวอู๋เสียยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หลับตาลง ไม่สนใจเสียงพูดคุยรอบข้าง
“กระดิ่งสะกดวิญญาณร้ายกาจยิ่งนัก เมื่อก่อนเคยปราบปรามผู้แข็งแกร่งระดับพลังครึ่งก้าวแก่นวิสุทธิ์มาแล้ว”
เซวียซื่อหงก้าวออกมา ไม่มีใครรู้จักกระดิ่งสะกดวิญญาณนี้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว
แม้แต่ระดับครึ่งก้าวแก่นวิสุทธิ์ยังไม่อาจต้านทานได้ แล้วหลิวอู๋เสียจะรอดพ้นได้อย่างไร?
“เขาจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่?”
ทุกคนยังคงไม่วางใจ กระดิ่งสะกดวิญญาณควบคุมจิตใจของมนุษย์ ไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องฟื้นขึ้นมา
ทุกคนต่างสงสัย แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ยืนอยู่ห่างจากหลิวอู๋เสียสิบหมี่
“ฮึ่ม! กระดิ่งสะกดวิญญาณที่ข้าหลอมขึ้นมา ไม่เคยพลาดเป้าหมาย ไม่เกินหนึ่งวันหนึ่งคืน เขาไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้”
จางซู่ลี่ส่งเสียงเยาะเย้ยเย็นชา ไม่พอใจกับข้อสงสัยของคนรอบข้าง
“หนึ่งวันหนึ่งคืน เพียงพอที่พวกเราจะค้นวิญญาณและจิตใจของเขา ค้นหาความลับในตัวเขา”
อาจารย์ที่ปรึกษาหลายคนค่อย ๆ บีบเข้ามา พวกเขาน่าจะฝึกฝนวิชาจิตวิญญาณมาแล้ว คล้ายกับม่านตาภูตของหลิวอู๋เสีย สามารถดึงความทรงจำจากทะเลวิญญาณของอีกฝ่ายได้
วิชานี้ในพิภพเซียนเรียกว่า ‘วิชาค้นวิญญาณ’ ชั่วร้ายอย่างยิ่ง ผู้ที่ถูกค้นวิญญาณจะเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส ซ้ำยังถูกพรากโอกาสกลับชาติมาเกิดใหม่
มีเพียงพวกนอกรีตเท่านั้นที่ใช้วิชานี้ เป็นสิ่งที่คนในวิถีธรรมไม่ยอมรับ
เว้นแต่จะต้องรับมือกับคนชั่วร้ายอุกฉกรรจ์ จึงจะใช้วิชาค้นวิญญาณ
“ไม่ต้องรีบร้อน เอาถุงเก็บของบนตัวเขามาก่อน!”
จางซู่ลี่ไม่รีบร้อนที่จะค้นวิญญาณและจิตใจของหลิวอู๋เสีย ขอเพียงได้ผลทองคำมาช่วยให้เขาบรรลุระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ก่อน
ต่อให้หลิวอู๋เสียฟื้นขึ้นมา ด้วยระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ก็สามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายดาย
แม้อาจารย์ที่ปรึกษาอีกสี่คนจะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดความเห็นของจางซู่ลี่
เมื่อได้ความลับในตัวของหลิวอู๋เสียมาแล้ว พวกเราก็จะแบ่งปันกัน ส่วนผลทองคำนั้นช่างไร้ประโยชน์สำหรับพวกเขาสี่คน ยากที่จะทะลวงสู่ระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้
มีเพียงจางซู่ลี่ที่มีรากฐานลึกซึ้งที่สุด มีความหวังในการทะลวงพลังมากที่สุด หากใช้กับพวกเขาก็เท่ากับเป็นการสิ้นเปลือง
กลางลานประลอง!
หลิวอู๋เสียก้มหน้าลงตลอดเวลา มองไม่เห็นใบหน้าของเขา ผ่านไปเนิ่นนานก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
หากมีใครซุ่มมองอยู่บนพื้นดินคงเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของหลิวอู๋เสียแน่นอน
อาจารย์ที่ปรึกษาสี่คนเดินตรงไปยังหลิวอู๋เสีย หนึ่งในนั้นยื่นมือออกไปคว้าถุงเก็บของที่เอวของหลิวอู๋เสีย
ขณะที่มือขวากำลังจะสัมผัสกับถุงเก็บของ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
“ดาบฆ่า!”
เจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัวกวาดออกไป โดยมีหลิวอู๋เสียเป็นศูนย์กลาง
อาจารย์ที่ปรึกษาสี่คนต้องการจะหดมือกลับ แต่ก็สายเกินไปแล้ว เกิดขึ้นเร็วเกินไป
เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับสายฟ้าที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ไม่มีใครมองเห็นชัดเจน ดาบเสียเหรินปรากฏขึ้นในมือของหลิวอู๋เสียตั้งแต่เมื่อใด
ชั่วขณะนั้น!
ศีรษะที่สูงศักดิ์เงยขึ้น เจตจำนงสังหารอันน่าตกตะลึงรวมตัวกันเป็นทะเลแม่น้ำกว้างใหญ่
ทะเลสาบหวังซานสัมผัสได้ถึงเจตจำนงสังหารของหลิวอู๋เสีย ผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง
ผู้ชมที่ยืนอยู่ห่างออกไปสิบหมี่ต่างพากันหนีไปคนละทิศละทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพลังดาบกวาดโดน
เร็วเกินไป!
เร็วเสียจนความคิดตามไม่ทัน ศีรษะสีแดงสดสี่หัวลอยขึ้นไป ก่อนจะตกลงไปในทะเลสาบหวังซาน
เลือดทำให้พื้นผิวทะเลสาบกลายเป็นสีแดง มีกลิ่นเลือดที่หายใจไม่ออก
ศพไร้ศีรษะสี่ศพล้มลงกับพื้นอย่างอ่อนปวกเปียก ร่างกายเหี่ยวแห้งลงทีละน้อย ถูกติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ดูดซับพลังทั้งหมดไป
ตั้งแต่เริ่มต้น!
จนถึงจบ!
ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที!
จางซู่ลี่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงห้าก้าว แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้ แม้เขาต้องการหยุด ก็สายเกินไปแล้ว
เลือดหยดไหลตามปลายดาบเสียเหรินลงบนพื้น ซึมซาบลงสู่ผืนดิน
ชั่วพริบตา ผู้คนรอบข้างก็หายวับไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงหลิวอู๋เสียและจางซู่ลี่ยืนอยู่ที่เดิม
คนอื่น ๆ ถอยไปอยู่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบหวังซาน ยิ่งอยู่ห่างจากหลิวอู๋เสียได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี ชายผู้นี้น่ากลัวยิ่งนัก
เพียงดาบเดียวฆ่ายอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงถึงสี่คน ถึงแม้จะลอบโจมตี แต่คนทั่วไปก็ไม่อาจทำได้!
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ เขาเพิกเฉยต่อกระดิ่งสะกดวิญญาณ ไม่ได้หมดสติแม้แต่น้อย ตั้งใจแสร้งทำเป็นหมดสติเพื่อล่อลวงศัตรู จากนั้นจึงจู่โจมอย่างกะทันหัน จนจางซู่ลี่และคนอื่น ๆ ตั้งตัวไม่ทัน
นี่คือกลอุบายของหลิวอู๋เสีย ใช้เล่ห์กลโต้ตอบเล่ห์กล
เซวียซื่อหงสีหน้ามืดมนจนน่ากลัว คิดว่าหลิวอู๋เสียต้องตายแน่นอน ใครจะคิดว่าเขาทำลายกระดิ่งสะกดวิญญาณ ดวงตาฉายแววฆ่าฟันเข้มข้น
“เจ้า… เจ้าไม่ได้หมดสติ!”
จางซู่ลี่มีท่าทีตื่นตระหนก พูดจาวกวนไปมา นิ้วชี้ไปที่หลิวอู๋เสียราวกับเห็นผี
กระดิ่งสะกดวิญญาณที่เขาหลอมขึ้นมานั้นแม่นยำสมบูรณ์ ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว
วันนี้เกิดอะไรขึ้น กระดิ่งสะกดวิญญาณถึงได้ไร้ผล
“เป็นเพียงกลเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น!”
หลิวอู๋เสียเยาะเย้ย ผลของกระดิ่งสะกดวิญญาณก็เหมือนกับดาบโลหิตที่เหยียนจวินใช้ เป็นการล่อลวงศัตรูเป็นหลัก
ครั้งที่แล้วไม่ทันระวัง จึงถูกเหยียนจวินฉวยโอกาส
ความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นครั้งเดียวก็เกินพอ
เมื่อใช้ม่านตาภูต การโจมตีพลังวิญญาณใด ๆ ก็ไม่ส่งผลต่อเขา ทำลายได้อย่างง่ายดาย
จางซู่ลี่ตื่นตระหนก มือที่ถือกระบี่สั่นเทา เหลือเขาเพียงคนเดียว แน่นอนว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิวอู๋เสีย
“หลิวอู๋เสีย ข้าผิดไปแล้ว ไม่ควรทำเช่นนี้ พิจารณาจากที่ครั้งหนึ่งข้าเคยเชิญเจ้าเข้าร่วม ขอให้เรื่องนี้จบลงเพียงเท่านี้เถอะ”
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงมาก พร้อมกับท่าทางที่ดูเหมือนกำลังอ้อนวอน หวังว่าหลิวอู๋เสียจะไม่เอาเรื่อง
วันนั้นที่เมืองหลวง เขาได้เชิญหลิวอู๋เสียให้เข้าร่วมสำนักศึกษาเทียนมู่
หลังจากที่ถูกหลิวอู๋เสียปฏิเสธ เขาจึงส่งยอดฝีมือหลายสิบคนไปดักโจมตีหลิวอู๋เสียระหว่างทาง แต่กลับถูกหลิวอู๋เสียฆ่าจนหมดสิ้น
จางซู่ลี่เจ็บแค้นอยู่ในใจ อยากจะฆ่าหลิวอู๋เสียให้ตายตกไปเสีย แต่ก็ไม่มีโอกาส
“รองอาจารย์ใหญ่จาง ท่านเป็นถึงรองอาจารย์ใหญ่ เช่นนั้นแล้วจะมาเสแสร้งพูดจาเช่นนี้ทำไม ระหว่างเรา ตายได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”
หลิวอู๋เสียพูดเย้ยหยัน
ทั้งสองฝ่ายไม่ตายไม่เลิกราต่อกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งขอความเมตตา
“เจ้าจะฆ่าข้าให้ตายจริงหรือ?”
จางซู่ลี่ฉายแววเย็นเยียบ กระบี่ยาวในมือเปล่งประกายแสงกระบี่น่าสะพรึงกลัวออกมา
หลิวอู๋เสียไม่ได้ตอบคำถาม สายตาอธิบายทุกอย่างแล้ว
ไม่ตายไม่เลิกรา!
เขารับมือยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้ากว่าสิบคนได้อย่างง่ายดาย แล้วจางซู่ลี่เพียงคนเดียวจะไปเหลืออะไร? ดาบเดียวก็เพียงพอที่จะฆ่าแล้ว
จางซู่ลี่เคลื่อนไหว กระบี่ยาวในมือราวกับงูพิษ กลายเป็นภาพติดตาพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสีย เร็วยิ่งกว่าสายฟ้า
จู่โจมด้วยกระบี่ดุดัน ปล่อยพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดออกมา
เขามีโอกาสเพียงครั้งเดียว ปราณแท้อันน่าสะพรึงกลัวไหลทะลักเข้าสู่กระบี่ยาว แทงทะลุอากาศ ก่อตัวเป็นกระแสอากาศสองสายพุ่งไปด้านข้าง
กระบี่เข้าใกล้หลิวอู๋เสียทีละน้อย หลิวอู๋เสียยกดาบเสียเหรินขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับละมั่งสะบัดเขา ไร้ซึ่งร่องรอยให้ติดตาม
นี่คือความแข็งแกร่งของวิชาดาบปลิดชีพ ไร้กระบวนท่า แต่เหนือกว่ากระบวนท่าใด ๆ !
เมื่อกระบี่ยาวอยู่ห่างจากหลิวอู๋เสียเพียงหนึ่งหมี่ หลิวอู๋เสียก็เคลื่อนไหว
ร่างกายกลายเป็นเพียงภาพติดตา หายวับไปกับตา ปรากฏขึ้นด้านหลังของจางซู่ลี่
ทุกคนเดาว่าเขาอาศัยวิชาตัวเบา จึงฆ่ายอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้าได้
หลิวอู๋เสียไม่จำเป็นต้องเปิดเผยความแข็งแกร่งทั้งหมด ปล่อยให้หลายคนเข้าใจผิดไปแบบนี้จะดีกว่า สามารถแสร้งเป็นหมูกินเสือ โจมตีพวกเขาแบบไม่ทันตั้งตัว
ดาบเสียเหรินฟาดฟัน!
“ฉับ!”
ร่างของจางซู่ลี่เซถลาไปข้างหน้าหลายก้าว ก่อนจะล้มลงไปในทะเลสาบหวังซาน
เลือดพุ่งกระเซ็น เลือดย้อมทั่วทั้งทะเลสาบ
ศพลอยอยู่บนผิวน้ำ ไม่มีใครกล้าเก็บกู้ รองอาจารย์ใหญ่สำนักศึกษาเทียนมู่ ชายวัยกลางคนที่ใช้ชีวิตอย่างประณีต บัดนี้ตายแล้ว
หลังจากฆ่าจางซู่ลี่ สายตามองไปที่เซวียซื่อหง
เขาเป็นศิษย์ตระกูลเซวีย จะปล่อยเขาไปไม่ได้เด็ดขาด
สามารถได้ยินจากปากของเขาได้ว่าตระกูลเซวียจะวางกับดักอะไรต่อไป
ร่างกายเคลื่อนไหว ปรากฏขึ้นต่อหน้าเซวียซื่อหง ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ดาบเสียเหรินของหลิวอู๋เสียก็มาถึงแล้ว
ไม่ให้เวลาเขาได้ตอบสนอง พูดจบก็ลงมือทันที!
ฝูงชนแตกกระจายอีกครั้ง หลิวอู๋เสียลงมือฆ่าเด็ดขาด ใครบ้างจะไม่หวาดกลัว
“หลิวอู๋เสีย เจ้ามันอวดดี!”
เซวียซื่อหงโกรธมาก ร่างกายถอยกลับอย่างรวดเร็ว ดาบเสียเหรินแนบชิดร่างของเขาราวกับเงาตามตัว ไม่อาจกำจัดได้
“วันนี้ข้าจะอวดดี เจ้าจะทำอะไรข้าได้!”
ไม่จำเป็นต้องสุภาพกับศิษย์ตระกูลเซวีย เมื่อนึกถึงการกระทำของตระกูลเซวียในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เจตจำนงสังหารในตัวหลิวอู๋เสียก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
ดาบเสียเหรินอยู่ใกล้คอของเซวียซื่อหงมากขึ้นเรื่อย ๆ ห่างกันเพียงเชียะเดียว อีกไม่นานก็จะฟันลงมา
“หลิวอู๋เสีย แม้ว่าเจ้าจะฆ่าข้า เจ้าก็ต้องตายในสนามรบเขาหมางซาน”
เซวียซื่อหงหวาดกลัว ดวงตาแข็งกร้าว ร่างกายพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสียอย่างกะทันหัน แสงสว่างวาบขึ้นจากอกของเขา
“ไม่ดีแน่!”
หลิวอู๋เสียร้องออกมาในใจ ร่างกายถอยกลับอย่างรวดเร็ว กระตุ้นกระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้า ราวกับนกกระเรียนบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
“หลิวอู๋เสีย เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก ข้าจะสู้ตายไปพร้อมกับเจ้า!”
ฆ่าหลิวอู๋เสียไม่ได้ งั้นก็ใช้ยันต์วิญญาณระเบิดเจ้าซะเลย!
จู่ ๆ ก็มียันต์วิญญาณปรากฏขึ้นบนร่างของเซวียซื่อหง
วันนั้นที่หลิวอู๋เสียใช้ยันต์วิญญาณฆ่าฉินลี่ได้ โลกภายนอกต่างพากันคิดว่าเป็นเพราะฟ้าผ่าห้าสาย และหลิวอู๋เสียก็ชนะไปอย่างหวุดหวิด
ยันต์วิญญาณขยายใหญ่ขึ้นท่ามกลางสายลม กลายเป็นลำแสงวิญญาณไล่ตามหลิวอู๋เสียไป
“ตูม!”
ตอนที่อยู่ห่างจากหลิวอู๋เสียเพียงไม่กี่หมี่ ยันต์วิญญาณก็ระเบิดขึ้น คลื่นพลังอันรุนแรงทำให้ร่างของหลิวอู๋เสียตกลงมาจากอากาศพร้อมกับกระอักเลือด
แรงสะท้อนกลับที่รุนแรงยิ่งกว่าพุ่งลงสู่พื้น เซวียซื่อหงซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดถูกกระแทกปลิวไปในอากาศ
– โปรดติดตามตอนต่อไป –