ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 253 รวมพลัง
ไอสังหารอันไร้ขอบเขตแผ่กระจายออกจากตัวของหลิวอู๋เสีย
ตั้งแต่สมัยโบราณกาล สมบัติเป็นของผู้แข็งแกร่ง!
“หลิวอู๋เสีย ข้ายินดีมอบโอสถระดับห้าเพื่อแลกกับดอกเพลิงโลหิตมารคราม”
เซวียนหยวนหลีเดินออกมาพร้อมกับขวดกระเบื้องเคลือบในมือ เตรียมทำการแลกเปลี่ยน
ดอกเพลิงโลหิตมารครามไม่มีประโยชน์กับคนส่วนใหญ่
“ไม่แลก!”
คำตอบที่ชัดเจนและเด็ดขาด ทำเอาเซวียนหยวนหลีแทบสำลัก ด้วยฐานะและชื่อเสียง เขาสามารถบดขยี้หลิวอู๋เสียได้ง่าย ๆ หลิวอู๋เสียเป็นเพียงศิษย์ตัวเล็กในสำนักศึกษาจักรวรรดิเท่านั้น
เซวียนหยวนหลีสีหน้าเย็นชาลง คำตอบนี้ทำให้เขาเสียหน้าอย่างมาก
“หลิวอู๋เสีย เจ้ารู้หรือไม่ว่าการปฏิเสธข้าจะนำมาซึ่งผลลัพธ์เช่นใด!”
เซวียนหยวนหลีฉายแววฆ่าฟันออกมา
หากเขาได้ดอกเพลิงโลหิตมารครามมา ด้วยเครือข่ายและทรัพยากรที่มีอยู่ มันไม่ใช่เรื่องยากในการหลอมโอสถเสริมสร้างไขกระดูกสักเม็ด ด้วยวัยเพียงยี่สิบเจ็ดปีและอยู่ในระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ เขาจะเป็นบุคคลชั้นแนวหน้าของราชวงศ์ต้าเยี่ยน
“เจ้าอยากฆ่าข้า?”
หลิวอู๋เสียเผยรอยเยาะเย้ย เซวียนหยวนหลีมีพลังแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็แข็งแกร่งกว่าจางซู่ลี่เล็กน้อยเท่านั้น หากยังไม่บรรลุระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ ก็อย่าหวังมาเทียบรัศมี
“ทุกท่าน ผู้ใดฆ่าเขาและนำดอกเพลิงโลหิตมารครามมาให้ข้าได้ ข้าขอมอบโอสถระดับห้าสามเม็ดและหินวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อนเป็นรางวัล”
เซวียนหยวนหลีรู้ดี ลำพังเขาเพียงคนเดียวไม่ใช่คู่มือของหลิวอู๋เสีย วิธีที่ดีที่สุดคือร่วมมือกับคนอื่น
สองกำปั้นย่อมสู้สี่กำปั้นไม่ได้ หลิวอู๋เสียแข็งแกร่งแล้วยังไง เขามันตัวคนเดียว
ยอดฝีมือจำนวนมากเช่นนี้ หากผลัดกันรุมโจมตีย่อมฆ่าเขาได้แน่
หลิวอู๋เสียเองยังต้องใจเต้นกับรางวัลอันมหาศาลเช่นนี้ โอสถระดับห้าสามเม็ดและหินวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อน นับเป็นข้อเสนอที่ใจกว้างอย่างมาก
ปรมาจารย์หลอมโอสถไม่เคยขาดแคลนทรัพยากร จริงอย่างที่เขาคิด!
“ทุกท่านยังยืนเฉยทำไม รีบฆ่าเขาแล้วแบ่งหินวิญญาณกันเถอะ”
หินวิญญาณเป็นทรัพยากรที่หายากเสมอมา หลิวอู๋เสียฆ่าผู้คนมามากมาย แต่เขามีหินวิญญาณติดตัวเพียงเจ็ดหมื่นกว่าก้อนเท่านั้น
ทันใดนั้น!
เสียงตะโกนโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า!
แปลกนัก ฟ้าร้องคำราม แต่ฝนกลับไม่ตก ราวกับไม่มีใครอยากเป็นผีที่ตายแทน
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง แต่กลับไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้ามา
หลิวอู๋เสียยกยิ้มมุมปาก ราวกับกำลังเย้ยหยันคนกลุ่มหนึ่งที่ไร้ซึ่งความสามัคคี แต่กลับคิดจะลงมือฆ่าเขา ช่างน่าขันสิ้นดี
“พวกขยะ!”
เมื่อพวกเขาไม่ขยับเขยื้อน หลิวอู๋เสียจึงเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวก่อน ราวกับเสือที่พุ่งเข้าหาฝูงแกะ ดาบเสียเหรินในมือปลดปล่อยพลังดาบอันไร้เทียมทานออกมา
คมดาบฟาดฟันลงมาอย่างไร้ซึ่งสัญญาณเตือน ทุกคนตกอยู่ในสถานการณ์คับขันโดยไม่ทันตั้งตัว
เพียงแค่การปะทะกันครั้งแรก!
เลือดเนื้อกระจายไปทั่ว ผู้ฝึกตนที่อยู่ใกล้ ๆ ลอยกระเด็นไปในอากาศ ร่างกายแหลกสลายเป็นชิ้น ๆ เกลื่อนกลาดไปทั่ว
คมดาบนี้แฝงไปด้วยเจตจำนงอันสูงส่ง
คมดาบนี้เปล่งประกายเจิดจรัสของจักรพรรดิเซียน!
คมดาบนี้แฝงไปด้วยเสียงกระซิบแห่งความตาย!
“ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง…”
เลือดสาดกระเซ็นกลายเป็นละอองเลือดโปรยปรายลงสู่ทะเลสาบหวังซาน
ผืนน้ำใสสะอาดราวกับถูกย้อมไปด้วยเลือด ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
ร่างกายระเบิดออก อวัยวะภายในกระจัดกระจาย ราวกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
เสียงกรีดร้องเจ็บปวดปะปนไปกับเสียงคำรามโกรธเกรี้ยว ดังกึกก้องไปทั่ว
กลุ่มคนไร้ซึ่งความสามัคคี!
ต่างคนต่างเหยียบย่ำกัน พวกเขาไม่ได้มาจากที่เดียวกัน เพียงแต่ร่วมมือกันชั่วคราวเพื่อผลประโยชน์อันน้อยนิดเท่านั้น
เซวียนหยวนหลีตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“ทุกคนอย่าตื่นตระหนก กระจายตัว!”
เซวียนหยวนหลีตะโกนก้อง บอกให้ทุกคนกระจายตัวปิดล้อมหลิวอู๋เสียเอาไว้ และค่อย ๆ บั่นทอนปราณแท้ของเขา
ผู้คนต่างถอยห่างออกไป รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงคมดาบมรณะ
ระลอกคลื่นอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมออกไปทุกทิศทุกทาง ราวกับสายน้ำที่ไหลบ่า สนามรบยังคงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ยังคงมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์กระจัดกระจายเต็มบนพื้น พวกเขายังไม่ตายในทันที
วงล้อมขยายกว้างขึ้น หลิวอู๋เสียยืนอยู่ใจกลางวงล้อม มีศพนอนเกลื่อนกลาดกว่าสามสิบศพรอบตัว
เพียงดาบเดียวฆ่าคนไปสามสิบคน น่ากลัวมาก!
สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ติ๋ง ติ๋ง…”
ดาบเสียเหรินกลายเป็นดาบเลือด ทั่วทั้งเล่มถูกปกคลุมไปด้วยเลือด
“หลิวอู๋เสีย เจ้าฆ่าน้องชายข้า ข้าจะฆ่าเจ้า!”
หลายคนมาเป็นคู่ มีทั้งพ่อลูก พี่น้องและสหาย
ชายคนที่พูดอยู่ในวัยสามสิบปี เส้นเลือดผุดขึ้นบนใบหน้า ท่าทางดุดันราวกับสัตว์ร้าย อยากจะพุ่งเข้ากัดกินหลิวอู๋เสียทั้งเป็น
หลิวอู๋เสียไม่สนใจเสียงตะโกน สายตาจ้องมองไปที่ใบหน้าของเซวียนหยวนหลี
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้านี่คนเดียว
“เซวียนหยวนหลี เจ้าสมควรตาย!”
หลิวอู๋เสียเดินทีละก้าวไปหาเซวียนหยวนหลี ฆ่าเขาเสียก็จะไม่มีความแค้นนี้อีก
แรงผลักดันในร่างกายเพิ่มขึ้นทีละนิด ระดับพลังยังคงถูกควบคุมไว้ที่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสี่ ไม่จำเป็นต้องปลดปล่อยพลังยุทธ์ที่แท้จริงออกมา
พลังชำระไขกระดูกขั้นสี่เพียงพอที่จะจัดการกับขยะพวกนี้
“พวกเราร่วมมือกัน กำจัดปีศาจตนนี้ เขาเสียสติไปแล้ว”
เซวียนหยวนหลีชักกระบี่ยาวออกมา พลางตะโกนเรียกทุกคนให้ร่วมมือกันจัดการหลิวอู๋เสีย
ที่แปลกก็คือครั้งนี้ไม่มีใครพูด ส่วนใหญ่เลือกที่จะถอยหลัง พวกเขากลัวแล้ว
ไม่อยากเป็นผีที่ตายแทน สมบัติล้ำค่าก็จริง แต่ต้องมีชีวิตรอดจึงจะได้ใช้
มีเพียงยี่สิบกว่าคนเท่านั้นที่ร่วมมือกับเซวียนหยวนหลี บีบให้หลิวอู๋เสียจนมุม
ถูกด่าว่าเป็นปีศาจ หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มเยาะ ไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรือเซียน สุดท้ายก็มีจุดจบเหมือนกัน
“ตายซะ!”
เท้าเหยียบเพลงเท้าเจ็ดดารา ปรากฏเงาเจ็ดเงาบนพื้น หลิวอู๋เสียเร่งความเร็วถึงขีดสุด กลายเป็นเงาหลายเงาพุ่งเข้าหาพวกเซวียนหยวนหลี
ฆ่าพวกมันให้หมด แล้วหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อหลอมดอกเพลิงโลหิตมารคราม จากนั้นอาศัยโอสถชำระไขกระดูกทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ดให้จงได้
มีเวลาเพียงยี่สิบวัน หลิวอู๋เสียไม่อาจรีรอได้อีกต่อไป ตอนนี้ล่วงเลยมาแปดวันแล้ว เกือบจะครึ่งหนึ่งของเวลาทั้งหมด
ยันต์ระดับสี่ที่เซวียซื่อหงใช้ หลิวอู๋เสียตระหนักถึงอันตรายดังกล่าว
ความแข็งแกร่งเท่านั้นคือทุกสิ่ง
แสงดาบวูบวาบ!
ยี่สิบกว่าคนยังไม่ทันได้ตอบสนอง แสงดาบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาเสียแล้ว ไม่มีโอกาสในการตอบโต้ด้วยซ้ำ
“ชิ้ง!”
คนแรกระเบิดออก ร่างกายกลายเป็นเศษเนื้อสับ ถูกคมดาบตัดขาดเป็นชิ้น ๆ
แก่นแท้ในร่างกาย ไหลรินไม่หยุด รวมเข้ากับติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์
คนที่เหลืออีกราวร้อยคนถอยห่างออกไปไกลกว่าร้อยหมี่ จ้องมองการสังหารหมู่ที่ดำเนินต่อไปอย่างไม่วางตา
ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว ราวกับยมทูตกลับมาเยือน
แรงผลักดันอันน่าสะพรึงกลัวกดข่มคนยี่สิบคนจนไม่อาจเงยหน้าขึ้นได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการต่อต้าน
“เป็นไปไม่ได้ พลังของเจ้า… เป็นไปได้อย่างไรที่จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”
เซวียนหยวนหลีเสียใจอย่างสุดซึ้ง เขากวัดแกว่งกระบี่ยาวในมือไปมา แต่กลับไม่สามารถฉีกกระชากคมดาบของหลิวอู๋เสียได้ ทั้งสองมีพลังต่างกันราวฟ้ากับดิน
การสังหารหมู่ยังคงดำเนินต่อไป จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทุกครั้งที่ภาพติดตามารวมกัน ชีวิตหนึ่งจะถูกพรากไป
“หมัดทรราช!”
วิชาดาบปลิดชีพยังมิเพียงพอ พลังอันแข็งแกร่งดุจทรราชกวาดต้อนลงมาจากฟากฟ้า ราวกับโทสะของเทพสายฟ้า
คลื่นพลังน่าสะพรึงกลัวกวาดต้อนศพบนพื้นดิน ถูกบดขยี้เป็นเศษเนื้อในพริบตา
หมัดเดียวดูดกลืนพลังปราณในรัศมีหลายหมื่นหมี่ หมัดทรราชบรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้ว
“อ๊าาาา…”
เสียงกรีดร้องน่าสยดสยองดังก้อง ชายห้าคนที่พุ่งเข้ามายังไม่ทันตอบสนอง ร่างกายก็ระเบิดออก ถูกหมัดทรราชบดขยี้เป็นจุณ
สิบก้าวฆ่าหนึ่งชีวิต!
พันลี้ไร้ผู้ต่อต้าน!
หมัดทรราชก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นเหมือนดังพายุรุนแรงพัดผ่าน ต่อหน้ากระแสลมหมัดรุนแรง กลุ่มคนที่อยู่ห่างออกไปร้อยหมี่ยืนหยัดแทบไม่อยู่
“ปัง ปัง ปัง…”
เสียงระเบิดดังต่อเนื่องกลางอากาศ เพียงพริบตาเดียว ก็มีคนถูกฆ่าไปอีกเจ็ดแปดคน
ในบรรดายี่สิบคนที่ปิดล้อมเขา บัดนี้บาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่ง ส่วนคนที่เหลือต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ต้องการหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ไม่อยากอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว
น่ากลัว!
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ไม่เคยพบเห็นมารร้ายที่โหดเหี้ยมเช่นนี้มาก่อน ราวกับราชาปีศาจจากยุคดึกดำบรรพ์ กินคนโดยไม่คายแม้แต่กระดูก
เลือดไหลนองรวมตัวกันเป็นสายธาร ไหลลงสู่ทะเลสาบหวังซาน
เซวียนหยวนหลีถอยหลังไปทีละก้าว ทีละก้าว หากถอยอีกเพียงก้าวเดียวก็คงจะตกลงไปในทะเลสาบ
ดาบเสียเหรินฟาดฟันออกไป พลังดาบว่องไวปานสายฟ้าแลบ คนสุดท้ายที่เหลือถูกลำแสงดาบตัดขาดเป็นสองท่อน มีเพียงเซวียนหยวนหลีเท่านั้นที่รอดชีวิต ยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่ริมทะเลสาบ
ดวงตาทั้งสองข้างดั่งกระบี่คมกริบจ้องตรงไปยังเซวียนหยวนหลี เซวียนหยวนหลีตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
เขาก้าวเดินเข้าไปทีละก้าว ทีละก้าว เซวียนหยวนหลีหลบสายตาอย่างหวาดผวา เท้าทั้งสองข้างก้าวลงไปในน้ำจนมิด
“หลิวอู๋เสีย อย่าเข้ามา!”
ตื่นตระหนก!
ใบหน้าของเซวียนหยวนหลีเผยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด เขายังไม่อยากตาย
เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ไม่มีใครทำใจให้สงบได้
ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ ล้วนมีความรู้สึกหวาดกลัว
“หากไม่ใช่เพราะคำพูดของเจ้า พวกเขาก็คงไม่ต้องตาย เจ้าคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด!”
ดาบเสียเหรินชี้ตรงไปยังเซวียนหยวนหลี ทุกคำพูดเปรียบเสมือนเสียงดนตรีที่ปลิดชีพ ทิ่มแทงเข้าไปในร่างของเซวียนหยวนหลี
ผู้คนในระยะไกลพากันนิ่งเงียบ สิ่งที่หลิวอู๋เสียพูดนั้นถูกต้อง เพราะความโลภทำให้หลงกลเซวียนหยวนหลี จนลงมือโจมตีหลิวอู๋เสีย
“หลิวอู๋เสีย ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดอย่าฆ่าข้าเลย”
เซวียนหยวนหลีคุกเข่าลง ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว ผู้แข็งแกร่งระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงสุด… ตอนนี้กลับคุกเข่าขอร้องชีวิต
น่าขันสิ้นดี!
“ถ้าไม่ฆ่าเจ้า ข้าจะเผชิญหน้ากับผู้ที่ตายไปแล้วได้อย่างไร?”
เขาหันไปทางซากศพที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นดิน คนเหล่านั้นตายเพราะเซวียนหยวนหลี ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้
ใบหน้าของเซวียนหยวนหลีซีดเผือดเหมือนคนตาย
เขาก้าวเข้าสู่สนามรบเขาหมางซานด้วยความทะเยอทะยาน ขอเพียงได้ผลไม้วิญญาณหายากมาครอบครอง ก็บรรลุระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้
ทุกครั้งที่เขาหมางซานเปิดออก จะมีผู้ฝึกตนระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ปรากฏตัวขึ้นมากมาย
น่าเสียดาย!
เขาไม่มีคุณสมบัติ
“หลิวอู๋เสีย เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดจาให้ดูดีหรอก ดอกเพลิงโลหิตมารคราม เจ้าเก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ แต่กลับไม่ยอมมอบมันออกมา ความตายของพวกเขาล้วนเกิดจากเจ้าทั้งสิ้น”
เซวียนหยวนหลีโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ลุกขึ้นยืนจากพื้นดิน ใบหน้าบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว
หมดหวังก่อนตาย!
ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังคำรามบ้าคลั่ง
ไม่มีใครสงสารเขา ไม่มีใครเห็นใจกับเขา นี่คือโลกแห่งการฝึกฝน ความเป็นจริงโหดร้ายเช่นนี้เอง
“เจ้าช่างน่าสงสารนัก!”
หลิวอู๋เสียส่ายศีรษะ ใบหน้าเผยความรู้สึกสงสารออกมาเล็กน้อย
เซวียนหยวนหลีมีพรสวรรค์ไม่เลว หากฝึกฝนอย่างตั้งใจ ก่อนอายุสี่สิบปีคงบรรลุระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ แต่เขากลับเลือกเส้นทางที่เสี่ยงอันตราย
ขอเพียงบรรลุระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้ ก็จะเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถห้าดาว กลายเป็นบุคคลที่เฉิดฉายของราชวงศ์ต้าเยี่ยน
แต่เขากลับทำลายอนาคตของตัวเอง
ปรมาจารย์หลอมโอสถห้าดาว สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม
หลิวอู๋เสียบรรลุระดับปรมาจารย์หลอมโอสถห้าดาวมานานแล้ว จึงหัวเราะเยาะเซวียนหยวนหลีว่าเป็นแค่คนน่าสงสาร แต่หารู้ไม่ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า
“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาหัวเราะเยาะข้าว่าน่าสงสาร เจ้าคิดว่าตัวเองจะรอดชีวิตออกไปจากสนามรบเขาหมางซานได้งั้นหรือ? อย่าฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไปเลย ต่อให้เจ้าได้ดอกเพลิงโลหิตมารครามมาครอบครอง ก็มีแต่ทางตายเท่านั้น”
เซวียนหยวนหลีอยู่ในสภาพคลุ้มคลั่ง เสียสติไปแล้ว
“น่าเสียดายที่เจ้าไม่มีวันได้เห็นวันนั้น!”
ไม่รู้ว่าเขาจะรอดชีวิตออกไปได้หรือไม่ อย่างน้อยเซวียนหยวนหลีก็ไม่มีวันได้เห็นวันนั้น
เพราะ!
หลิวอู๋เสียไม่มีทางปล่อยให้เขามีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้
– โปรดติดตามตอนต่อไป –