ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 262 การฆ่าเริ่มต้นขึ้น
ฝ่ามือยักษ์ที่แปรเปลี่ยนรูปร่างมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ปกคลุมดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า บดบังสายตาของทุกคน
ฝ่ามือยักษ์ปกคลุมรัศมีหลายร้อยหมี่ ราวกับเมฆดำที่กำลังกดทับลงมา
ธงค่ายกลสิบผืนใกล้จะพังทลายได้ทุกเมื่อ
พวกจั่วหงรวมตัวกัน สายตาเผยความหวาดกลัว ยันต์วิญญาณร้อยแผ่นรวมพลังกันเทียบเท่ากับการโจมตีของระดับพลังแก่นวิสุทธิ์หนึ่งครั้ง
บนม่านป้องกันปรากฏรอยร้าวนับไม่ถ้วน ราวกับใยแมงมุมที่หนาแน่นแผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง
สีหน้าของเซวียซื่อโฉวมืดมนน่ากลัวยิ่งนัก ยันต์วิญญาณมีเวลากำหนด พลังงานภายในถูกใช้หมดเมื่อไหร่ พลังก็จะอ่อนแอลง กลายเป็นผงธุลีสลายหาย
“ทุกคน รีบส่งปราณแท้เข้าไป!”
เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีทางถอย ต้องฆ่าหลิวอู๋เสียให้ได้
นำโดยเซวียซื่อโฉว แต่ละคนเร่งถ่ายเทปราณแท้เข้าสู่ฝ่ามือยักษ์
“ฮึ่ม แค่นี้เองหรือ!”
หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ค่ายกลเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ยันต์วิญญาณของพวกเขาก็ถึงขีดจำกัดแล้ว
หินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ร่วงหล่นลงไปรอบ ๆ ธงค่ายกลสิบผืน
พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวไหลทะลักเข้าสู่ค่ายกล รอยแตกบนม่านป้องกันค่อยๆ สมานตัวอย่างรวดเร็ว
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนในตระกูลเซวียตื่นตะลึง
ทั้งสองฝ่ายต่างเผชิญหน้ากัน ฝ่ามือยักษ์ที่ก่อตัวจากยันต์วิญญาณยังคงกดขยี้ลงมาต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่อาจฉีกทำลายค่ายกลของหลิวอู๋เสียได้ หากเป็นแบบนี้ต่อไปย่อมไม่เป็นผลดีแน่
“เซวียซื่อโฉว พวกเราควรทำอย่างไรดี!”
คนอื่น ๆ เริ่มตื่นตระหนก พลังของยันต์วิญญาณกำลังลดลง อย่างมากที่สุดก็คงต้านทานได้เพียงสิบลมหายใจ
นี่เป็นไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา
เซวียซื่อโฉวเผยสีหน้าเด็ดเดี่ยว เอื้อมมือเข้าไปในอกเสื้อ
ทุกคนพากันกลั้นหายใจ เหล่ายอดฝีมือที่รวมตัวกันมีจำนวนถึงเจ็ดแปดร้อยคน ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เกินไป
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว แม้ต้องเผชิญหน้ากับยันต์วิญญาณกว่าร้อยแผ่น เขายังคงต้านทานเอาไว้ได้”
ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ฉินลี่ร่วมมือกับยอดฝีมือจากตระกูลฉิน ตระกูลเหยียนและตระกูลอื่น ๆ รีบรุดมาที่นี่อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง ตระกูลเซวียลงมือโจมตีไปก่อนแล้ว
“มาดูกันว่าเขาจะต้านทานได้นานแค่ไหน ตระกูลเซวียคงไม่น่าจะมีเพียงแค่นี้ พวกเขาต้องมีไพ่ตายอื่นอีกแน่”
ข่าวที่ว่าตระกูลเซวียต้องการใช้ประโยชน์จากสนามรบเขาหมางซานฆ่าหลิวอู๋เสียแพร่สะพัดไปนานแล้ว พวกเขาคงไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้
“เว้นแต่พวกเขาจะมียันต์วิญญาณระดับห้า มิเช่นนั้นการจะฆ่าหลิวอู๋เสียไม่ใช่เรื่องง่าย”
เมื่อยันต์วิญญาณระดับสี่ถูกต้านทานได้ มีเพียงยันต์วิญญาณระดับห้าเท่านั้นที่จะมีโอกาส
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบทิศ ทุกคนต่างลุ้นระทึกจนตัวโก่ง ราชวงศ์ต้าเยี่ยนผ่านเรื่องราวมาเนิ่นนาน แต่ก็ไม่เคยพบเจอกับการต่อสู้ที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
เซวียซื่อโฉวค่อย ๆ ดึงมือขวาออกมาจากอกเสื้อ ยันต์วิญญาณขนาดเท่าฝ่ามือปรากฏขึ้น
ทันทีที่ยันต์วิญญาณแผ่นนั้นปรากฏขึ้น ดวงตาของหลิวอู๋เสียก็เบิกกว้าง เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย ยันต์วิญญาณระดับห้า!
เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ!
ตระกูลเซวียยังคงซ่อนไม้ตายเอาไว้
ยันต์วิญญาณระดับห้า มีเพียงเซวียซื่อโฉวเท่านั้นที่รู้ หากไม่ถึงคราวจำเป็น พวกเขาจะไม่มีทางนำออกมาใช้เด็ดขาด ยันต์วิญญาณระดับห้ามีค่ามหาศาล
มันเป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลเซวีย
“หลิวอู๋เสีย เจ้ากล้าดียังไงถึงฆ่าน้องชายข้า ข้าจะบดขยี้เจ้าให้แหลกเป็นผุยผง!”
เซวียซื่อโฉวพูดขึ้นเป็นครั้งแรก ดวงตาฉายแววเจตจำนงสังหารน่าสะพรึงกลัว ยันต์วิญญาณระดับห้าในมือลอยขึ้นไปบนอากาศ
รวมเข้ากับยันต์วิญญาณระดับสี่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“ตูม!”
เสียงฟ้าร้องคำราม เสียงลมพายุโหมกระหน่ำ
ลมพายุไร้ที่สิ้นสุดก่อตัวขึ้นจากทุกทิศทุกทาง ก้อนหินและต้นไม้ต่างถูกบดขยี้จนแหลกสลาย กลายเป็นส่วนหนึ่งของยันต์วิญญาณ
ฝ่ามือยักษ์ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นดาบศึกขนาดมหึมาฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง
“พลังน่าสะพรึงกลัวนัก นี่คือพลังของยันต์วิญญาณระดับห้าอย่างนั้นรึ!”
ทุกคนต่างตื่นตระหนก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นยันต์วิญญาณระดับห้า
มีเพียงหลิวอู๋เสียเท่านั้นที่รู้ เขาใช้ยันต์ห้าอัสนีฆ่าฉินลี่ในการต่อสู้ จนถึงตอนนี้ โลกภายนอกยังคงคิดว่าฉินลี่ตายเพราะถูกฟ้าผ่า
“แกร็ก!”
รอยแตกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนม่านป้องกัน มันถูกดาบศึกฟาดฟันจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ระลอกคลื่นก่อตัวเป็นลมพายุพัดกระหน่ำไปทั่วแท่นสูง จั่วหงและคนอื่น ๆ ลอยขึ้นไปในอากาศ ร่างกายไม่อาจควบคุมได้
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พลังอันแข็งแกร่งคงฉีกกระชากร่างของพวกเขาเป็นชิ้น ๆ
หลิวอู๋เสียยืนอยู่กลางแท่นสูง ดวงตาฉายแววเคร่งขรึม
เขาสะบัดมือทั้งสองไปในอากาศ ตราประทับที่มองไม่เห็นปรากฏขึ้นต่อหน้า มันคือลายเซียนที่ไม่สมบูรณ์
“ไป!”
ลายเซียนที่ไม่สมบูรณ์ถูกส่งเข้าไปในค่ายกล
สถานการณ์พลิกผัน รอยแตกที่ปรากฏขึ้นถูกปิดลงในทันที
“พรวด…”
การวาดลายเซียนทำให้ถูกฟ้าดินลงโทษ เลือดสดไหลทะลักออกมาจากปาก หลิวอู๋เสียหน้าซีดเผือด
เขากลืนโอสถหนึ่งกำมือลงท้อง อาการบาดเจ็บไม่ร้ายแรง
เคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์ทำงาน พลังยันต์วิญญาณที่ไหลบ่าเข้ามาถูกกลืนกินและหลอมรวมเข้ากับโลกไท่หวง
ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์สูบกลืนได้ทุกสิ่ง สสารใด ๆ ก็สามารถกลืนกินเข้าไปได้
ภาพเหตุการณ์ในสนามรบไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้ ยอดฝีมือระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ของราชวงศ์ต้าเยี่ยนไม่เคยต่อสู้กันเองด้วยซ้ำ
การต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงเกินระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ไปไกลแล้ว
“เซวียซื่อโฉว เจ้าคิดว่าอาศัยยันต์วิญญาณระดับห้าจะระเบิดพวกเราจนตายได้รึ!”
หลิวอู๋เสียเช็ดคราบเลือดมุมปาก ทั่วร่างแผ่เจตจำนงสังหารน่าหวาดหวั่น
ใช้ลายเซียนหนึ่งเส้นต้านทานยันต์วิญญาณระดับห้า คุ้มค่าแล้ว
ปราณแท้ไท่หวงควบแน่นเป็นปีกคู่หนึ่ง พยุงร่างของหลิวอู๋เสียค่อย ๆ ลอยขึ้นไป
“เขาต้องการทำอะไรกันแน่ หรือว่าต้องการต้านทานยันต์วิญญาณระดับห้าตรง ๆ!”
ทุกคนต่างตกตะลึง ขอเพียงหลิวอู๋เสียหลบอยู่ในม่านป้องกัน รอจนพลังยันต์วิญญาณหมดไปก็จะเป็นฝ่ายชนะ
หลิวอู๋เสียไม่ใช่คนยอมนั่งรอความตาย จัดวางค่ายกลก็เพื่อปกป้องพวกจั่วหง
“ดาบปลิดชีพ!”
ด้วยการฟาดดาบเพียงครั้งเดียว ท้องฟ้าสั่นสะเทือนรุนแรง พลังดาบอันไร้ความปรานีฉีกทึ้งม่านป้องกัน ฟันลงบนฝ่ามือยักษ์
“โครม!”
ราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เกิดเป็นคลื่นพลังที่น่าตกใจไหลบ่าไปทุกทิศทุกทาง ราวกับมีลมพายุพัดผ่าน สถานที่ที่พัดผ่านล้วนกลายเป็นซากปรักหักพัง
ยอดฝีมือตระกูลเซวียกว่าร้อยคนยืนอยู่โดยรอบลานกว้าง
พลังบ้าคลั่งสะท้อนกลับ
“พรวด พรวด…”
เลือดสดพุ่งกระฉูด คนตระกูลเซวียครึ่งหนึ่งถูกซัดกระเด็นออกไป พวกเขานอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น
เพียงดาบเดียวสั่นสะเทือนผู้คนกว่าเจ็ดสิบคน ความแข็งแกร่งของหลิวอู๋เสีย ทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง
เซวียซื่อโฉวหน้าเปลี่ยนสี หลิวอู๋เสียทะลวงผ่านยันต์วิญญาณระดับห้าได้จริง ๆ เขาปรากฏตัวด้านนอกค่ายกล
ราวกับเสือเข้าฝูงแกะ การสังหารหมู่ครั้งยิ่งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้น
เซวียฉยงอวี่คือเป้าหมายแรกของเขา เมื่อครู่เขายังพูดอยู่เลยว่าจะทำให้เขาตายทั้งเป็น
ดุจดั่งภูตผี หลิวอู๋เสียปรากฏกายต่อหน้าเซวียฉยงอวี่อย่างน่าอัศจรรย์ เซวียฉยงอวี่อยากจะตอบโต้ก็สายเกินไปแล้ว
มือขวาของหลิวอู๋เสียบีบคอเขาแน่น ยกตัวของเขาขึ้นทั้งร่าง
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา เซวียฉยงอวี่ยังไม่ทันได้ตอบโต้ ร่างกายก็ควบคุมไม่ได้เสียแล้ว
อยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก หลิวอู๋เสียบีบคอเขาแน่น ใบหน้าแดงก่ำราวกับตับหมู
“ซู่ ซู่ ซู่…”
หลิวอู๋เสียไม่ได้ฆ่าเขาทันที หลังจากที่ทำลายตันเถียนของเขาแล้ว ก็ใช้ดาบเสียเหรินฟันลงไปหลายร้อยครั้ง
ชั่วพริบตา เนื้อหนังบนร่างของเซวียฉยงอวี่ก็หายไปจนหมด เหลือเพียงโครงกระดูก
พันบาดแผล!
หลิวอู๋เสียใช้วิธีที่โหดร้ายที่สุด นอกจากศีรษะแล้ว ทั่วทั้งร่างก็ไม่เหลือส่วนใดที่สมบูรณ์
ไม่มีทางที่จะตายไปได้สักระยะหนึ่ง วิธีการฆ่าที่ไร้มนุษยธรรมนี้จะถูกใช้เมื่อความโกรธถึงจุดสูงสุดเท่านั้น
หลิวอู๋เสียโกรธการกระทำของตระกูลเซวียอย่างถึงที่สุด
คนอื่น ๆ ในตระกูลเซวียต่างก็หน้าซีดเผือด บางคนถึงกับคิดจะหนี ยันต์วิญญาณลอยอยู่กลางอากาศ แต่น่าเสียดายที่หลิวอู๋เสียกระโดดออกจากวงล้อมไปแล้ว
ค่ายกลกับยันต์วิญญาณต่างก็ทำลายล้างกัน จั่วหงและคนอื่น ๆ ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
“ฆ่า!”
การฆ่าเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ดาบเสียเหรินฟาดฟันลงมา คนของตระกูลเซวียกว่าร้อยคนไม่อาจหลบเลี่ยงได้
นี่คือคมดาบไร้ความปรานี คมดาบยมทูต
“อ๊าาา…”
เลือดผสมกับเสียงกรีดร้องดังก้อง บนพื้นมีศพนอนเกลื่อนกลาดไปทั่ว
กระบวนท่าเดียว!
ฆ่าคนของตระกูลเซวียไปมากมาย สมองของแต่ละคนระเบิด นี่มันวิธีฆ่าคนแบบไหนกัน น่ากลัวยิ่งนัก
“แข็งแกร่ง แข็งแกร่งเกินไป หลิวอู๋เสียคงจะทะลุระดับพลังแก่นวิสุทธิ์แล้วกระมัง!”
ผู้คนในระยะไกลรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน ตกตะลึงกับหลิวอู๋เสีย
“เป็นไปไม่ได้ บนร่างของเขาไม่มีความผันผวนของพลังแก่นวิสุทธิ์ เห็นได้ชัดว่าปราณแท้และวิชายุทธ์เหนือกว่าคนทั่วไปมาก”
ในไม่ช้าก็ถูกคนอื่น ๆ ปฏิเสธ ความลับบนร่างของหลิวอู๋เสีย ทุกคนรู้เพียงแค่เก้าดาราตะวันสาดส่อง
นอกจากนั้นไม่รู้อะไรเลย!
การฆ่ายังคงดำเนินต่อไป ตระกูลเซวียตกอยู่ในความโกลาหล เมื่อสูญเสียปราณแท้ที่ค้ำจุน ยันต์วิญญาณก็เริ่มอ่อนแอลงเรื่อย ๆ
“เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร!”
ชายคนหนึ่งของตระกูลเซวียเผยรอยยิ้มขมขื่น มองดูสหายร่วมรบตายไป ใจรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก
ทุกคนต่างรู้สึกหนักใจ หลิวอู๋เสียเหมือนเครื่องบดเนื้อ กระดูกปลิวว่อนไปทั่วเส้นทาง
“ล้อมโจมตีพร้อมกัน!”
เซวียซื่อหงคำรามลั่น ปรี่เข้าใส่เป็นคนแรก กระบี่ยาวในมือวาดเป็นเงากระบี่
คนอื่น ๆ ต่างสู้ตาย ลืมอันตรายไปสิ้น
วันนี้หากไม่ฆ่าหลิวอู๋เสีย รอจนเขากลับไปยังเมืองหลวง คงเป็นฝันร้ายของตระกูลเซวียอย่างแน่นอน
“พวกเจ้าอ่อนแอเกินไป!”
ทุกครั้งที่ฆ่าคนได้หนึ่งคน แก่นแท้ในร่างของพวกเขาก็จะถูกติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์กลืนกิน ของเหลววิญญาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
รอจนกลับไปยังสำนักศึกษาจักรวรรดิ อาศัยแก่นแท้ทองคำก็ทะลวงระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นแปด
ตระกูลเซวียมีระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ปกป้อง เขาต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อยกระดับพลัง
“คลิก!”
“คลิก!”
ความตายยังคงดำเนินต่อไป หลิวอู๋เสียไม่ได้ต่อสู้กับเซวียซื่อหงตรง ๆ อาศัยวิชาตัวเบาหลบหลีกง่ายดาย เลือกเล่นงานเฉพาะผู้ที่มีพลังอ่อนแอกว่า
คมดาบแต่ละครั้งปลิดชีพได้หลายชีวิต
ยันต์วิญญาณที่อยู่บนท้องฟ้าเริ่มเลือนหายไป
“ตูม!”
ยันต์วิญญาณระเบิดออก พลังงานสุดท้ายถูกใช้จนหมดสิ้น ก่อให้เกิดคลื่นพลังมหาศาลที่พุ่งลงสู่พื้นดิน
ร่างของหลิวอู๋เสียพุ่งทะยานราวกับดาวตก หลบหลีกจากจุดศูนย์กลางของแรงระเบิด
“อย่า!”
เหล่าศิษย์ตระกูลเซวียไม่มีโชคเช่นนั้น คลื่นพลังที่ก่อตัวจากยันต์วิญญาณโถมเข้าใส่พวกเขา ร่างของพวกเขาลอยขึ้นไปในอากาศ
หลายคนถูกบดขยี้จนแหลกสลายในทันที ไม่เหลือแม้แต่เลือดสักหยด ภาพนี้น่าสยดสยอง
เวลาผ่านไปเพียงสิบลมหายใจ จากศิษย์ตระกูลเซวียกว่าร้อยคน บัดนี้เหลือเพียงหยิบมือ ส่วนใหญ่ถูกหลิวอู๋เสียฆ่าสิ้น
เลือดไหลลงมาตามดาบเสียเหริน พื้นดินกลายเป็นทะเลเลือดไปแล้ว
คนเหล่านั้นที่อยู่ห่างไกลต่างก็งุนงง ลืมแม้กระทั่งจะพูด
“หลิวอู๋เสีย เจ้ามันปีศาจ!”
ชายชราคนหนึ่งของตระกูลเซวียสาปแช่งเสียงดัง ไม่สามารถอธิบายอารมณ์ของเขาในขณะนี้เป็นคำพูดได้
คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือของตระกูลเซวีย หากพวกเขาตายไปจำนวนมาก มันจะเป็นความเสียหายร้ายแรงต่อตระกูลเซวีย
เป็นไปได้ว่ามันจะตกอยู่ในความสิ้นหวัง และถูกตระกูลใหญ่ตระกูลอื่นแซงหน้าไป
หลิวอู๋เสียเดินทีละก้าวเข้าหาคนที่เหลือโดยไม่พูดอะไรมาก เจตจำนงสังหารควบแน่นเป็นสสาร
“ระเบิดตัวเอง พวกเราใช้ร่างกายระเบิดฆ่ามัน!”
ชายชราหลายคนพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสียอย่างกะทันหัน ร่างของพวกเขาเริ่มพองโต ปราณแท้ถูกส่งไปยังจุดชีพจรทั่วร่างกาย เตรียมระเบิดร่างกายเพื่อสร้างคลื่นกระแทกฆ่าหลิวอู๋เสีย
– โปรดติดตามตอนต่อไป –