ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 280 ฆ่าต่อเนื่อง
กระบี่เดียวไม่อาจฆ่าหลิวอู๋เสียได้ อู๋คังถูกเยาะเย้ยจึงตะโกนด้วยความโกรธ
“งั้นเจ้าก็รีบฆ่าเขาดูสิ!”
เหลียนหยวนโจวหัวเราะเยาะต่อเนื่อง ในระยะไกลยังมีผู้คนอีกมากมายที่กำลังมุ่งหน้ามา หากไม่รีบฆ่าหลิวอู๋เสีย เรื่องคงจะยุ่งยากมากขึ้น
พลังมังกรมีเพียงสองเส้น แต่กลับมีคนมากมายที่หมายปอง
ตามจำนวนพลังมังกรในปีก่อน ๆ พลังมังกรที่ปรากฏขึ้นจะไม่เกินสามพันเส้น
ผู้เข้าร่วมมีเกือบหกพันคน ตกคนละไม่ถึงหนึ่งเส้น ยิ่งไปกว่านั้นจะต้องได้รับพลังมังกรสองเส้นจึงจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขันจัดอันดับสุดท้ายได้
การแข่งขันนั้นรุนแรงจนยากที่จะจินตนาการ
อู๋คังโกรธเกรี้ยว กำกระบี่แน่นด้วยมือทั้งสองข้าง คลื่นพลังงานรอบ ๆ พุ่งสูงขึ้นเป็นชั้น ๆ
แรงผลักดันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ อู๋คังทุ่มสุดตัว ร่างกายกลายเป็นดาวตกพุ่งวาบราวกับแสงจ้า ปรากฏขึ้นห่างจากหลิวอู๋เสียสามหมี่
“ตัดลมกรด!”
พลังที่ทำให้หายใจไม่ออกพุ่งเข้าใส่ หลิวอู๋เสียรู้สึกกดดันอย่างมาก
ในการฆ่าบรรพชนตระกูลเซวีย เขาอาศัยม่านตาภูตจึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
ฝ่ามือเดียวส่งม่อชงกระเด็นไปไกล เพราะเขาเพิ่งจะบุกทะลวงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้ไม่นาน ฐานพลังยังไม่คงที่
อู๋คังมาจากจักรวรรดิชิงสง ฐานพลังคงที่และบุกทะลวงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้ตั้งแต่หนึ่งปีก่อนแล้ว ความแข็งแกร่งจึงน่าสะพรึงกลัว ยิ่งใหญ่กว่าเซวียซื่อสงกว่าหนึ่งเท่าตัว
คลื่นความร้อนที่ปั่นป่วนราวกับเปลวไฟแห่งโทสะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งฟ้าดิน
ท้องฟ้าทั้งผืนถูกปกคลุมไปด้วยพลังกระบี่ไร้ขอบเขต หลิวอู๋เสียจมดิ่งลงสู่มหาสมุทรแห่งพลังกระบี่
ทั้งหกคนที่รวมตัวกันอยู่ด้านข้างรีบถอยหลังต่อเนื่อง ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“นั่นคือกระบวนท่าที่ร้ายกาจที่สุดของศิษย์พี่อู๋คัง เจ้าหนูนั่นตายแน่!”
เหล่าศิษย์จากจักรวรรดิชิงสงหลายสิบคนที่อยู่ที่นี่มีระดับพลังอย่างต่ำคือระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ อู๋คังเป็นเพียงหนึ่งในนั้น ความแข็งแกร่งยังคงต่ำอยู่
ส่วนอีกไม่กี่คนที่อยู่กับเขามาจากอาณาจักรรอง พวกเขาติดตามอู๋คัง เพียงเพื่อหวังจะได้ลิ้มรสเศษอาหารที่เหลืออยู่ก็พอใจแล้ว
“ดาบปลิดชีพ!”
เผชิญหน้ากับการโจมตีที่รุนแรงของกระบวนท่าตัดลมกรด หลิวอู๋เสียไม่อาจหลบเลี่ยงได้ อู๋คังมีพลังวิเศษแข็งแกร่งมาก เขาใช้ความคิดควบคุมกระบวนท่าตัดลมกรด
เขาสามารถโจมตีจากมุมต่าง ๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ตามที่ต้องการ
ขณะที่ดาบเสียเหรินฟาดฟันลงมา ท้องฟ้าและผืนดินพลันแปรปรวน พลังดาบอันไร้ปรานีปกคลุมรัศมีหลายร้อยหมี่
“แย่แล้ว!”
อู๋คังอุทานออกมา พลังกระบี่ทั้งหมดสลายไปดังน้ำแข็งละลาย พริบตาเดียว กระบวนท่าตัดลมกรดก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
พลังดาบที่รุนแรงและไร้เทียมทานปล่อยเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม ดังก้องไปทั่วทั้งท้องฟ้า
เหลียนหยวนโจวที่ยืนอยู่ด้านข้างหน้าเปลี่ยนสี นี่มันวิชาดาบอะไรกัน? ทำไมถึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้?
“เคร้ง!”
“ตูม!”
คลื่นพลังปะทะดุจดังคลื่นมารที่โถมกระหน่ำไปทั่วทุกทิศทาง เหล่าผู้ฝึกตนระดับพลังครึ่งก้าวแก่นวิสุทธิ์ล้วนทนไม่ไหว ถูกลูกหลงจนกระเด็นออกไปพร้อมกับอาเจียนเป็นเลือด
คมดาบอันน่าสะพรึงกลัวพาดผ่านร่างของอู๋คัง สายฝนสีเลือดสาดกระเซ็น
หลิวอู๋เสียระดมปราณแท้ไท่หวงเจ็ดส่วน หวังจะใช้ดาบนี้คร่าชีวิตศัตรู
“เป็นไปได้ยังไง!”
อู๋คังคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล เขาคือผู้ฝึกตนระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ เขามาจากจักรวรรดิชิงสง
ร่างกายถอยร่นไปด้านหลังอย่างต่อเนื่อง ดาบปลิดชีพของหลิวอู๋เสียราวกับเงาตามตัว ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหวหลบเลี่ยงอย่างไร วิชาดาบยังคงติดหนึบ หากเขาเสียสมาธิไปครู่หนึ่ง ศีรษะคงหลุดออกจากบ่าไปแล้ว
“เหลียนหยวนโจว เจ้ายังยืนโง่อยู่อีกทำไม? รีบลงมือ!”
อู๋คังร้องขอความช่วยเหลือ หากอีกฝ่ายไม่ลงมือ เขาคงต้องตายอยู่ที่นี่ และสุดท้ายก็ไม่มีใครได้พลังมังกรไปครอบครอง
เหลียนหยวนโจวเองก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์เช่นกัน หากอู๋คังตาย เขาเพียงลำพังคงยากที่จะจัดการกับหลิวอู๋เสีย
กระบี่ยาวราวกับอสรพิษ เหลียนหยวนโจวถือกระบี่ยาวพุ่งโจมตีด้านหลังของหลิวอู๋เสีย ทั้งสองโจมตีเขาจากทั้งหน้าและหลัง
หลิวอู๋เสียยังคงมุ่งฆ่าอู๋คังต่อไป แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของเหลียนหยวนโจว ในที่สุดเขาก็จำใจต้องดึงดาบเสียเหรินกลับ
“ตูม!”
ราวกับแผ่นดินถล่มทลาย ขณะที่หลิวอู๋เสียดึงดาบเสียเหรินกลับ เหลียนหยวนโจวก็ฟาดกระบี่ลงบนพื้น สร้างหลุมลึกขนาดสิบหมี่ปรากฏขึ้น
กระบี่เล่มนี้เองที่ช่วยชีวิตอู๋คังไว้ได้
อู๋คังรอดตายหวุดหวิด ดวงตาฉายแววตกตะลึงปนหวาดกลัว
หากไม่มีกระบี่เล่มสุดท้ายของเหลียนหยวนโจว ตอนนี้เขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว
บนแท่นศิลา ทูตทั้งสิบมีสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย แม้แต่ยวี่เทียนอี้ก็เช่นกัน
พวกเขาคาดว่าหลิวอู๋เสียจะสามารถรับมือกับผู้ฝึกตนระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้ แต่ไม่คิดว่าเขาเกือบจะฆ่าผู้ฝึกตนระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นหนึ่งด้วยดาบเดียว
แก่นวิสุทธิ์ขั้นหนึ่งฆ่าแก่นวิสุทธิ์ขั้นสองนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ระดับพลังชำระไขกระดูกฆ่าระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นหนึ่งได้ นี่สิที่ไม่ธรรมดา
การฆ่าข้ามระดับพลัง ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์
“เหลียนหยวนโจว ปราณแท้ของคนผู้นี้แข็งแกร่งกว่าระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ทั่วไปมาก วิชายุทธ์ของเขาก็เทียบเท่าระดับดิน เราต้องระวังให้ดี”
อู๋คังพูดด้วยความหวาดหวั่น
ต้องรีบยุติการต่อสู้โดยเร็ว ผู้คนเริ่มเข้ามาใกล้ทางนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ต้องรีบจัดการหลิวอู๋เสียให้เร็วที่สุด
เหลียนหยวนโจวพยักหน้า ไม่อาจประเมินความแข็งแกร่งของหลิวอู๋เสียตามสามัญสำนึกได้
ทั้งสองคนโจมตีหลิวอู๋เสียจากทางด้านหน้าและด้านหลัง การเผชิญหน้ากับคนเดียวคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่การรับมือกับสองคนพร้อมกันนั้นไม่ง่ายเลย
พวกเขาต้องการปิดฉากการต่อสู้โดยเร็ว หลิวอู๋เสียเองก็คิดเช่นเดียวกัน
เมื่อใช้ม่านตาภูต ทุกการเคลื่อนไหวของทั้งสองคนล้วนอยู่ในสายตาของหลิวอู๋เสีย เขาพบจุดอ่อนและช่องโหว่ในวิชายุทธ์ของพวกเขาแล้ว
หากเป็นการต่อสู้แบบปกติ คงต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วยามจึงจะรู้ผลแพ้ชนะ
ดาบเสียเหรินพุ่งตรงไปยังอู๋คังอย่างฉับพลัน อาจเป็นเพราะผลกระทบจากการโจมตีเมื่อครู่ อู๋คังจึงหวาดกลัวอยู่บ้าง เขาไม่กล้ารับดาบนั้นตรง ๆ จึงเลือกที่จะเคลื่อนตัวหลบไปด้านข้าง
หลิวอู๋เสียแสยะยิ้ม นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ
ความหวาดกลัวในใจของอู๋คังได้ก่อตัวขึ้นแล้ว การจัดการเขานับจากนี้ไปคงง่ายขึ้นมาก
หลิวอู๋เสียอาศัยกระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้า หลบหลีกการโจมตีของเหลียนหยวนโจวอย่างต่อเนื่อง เขาไม่คิดปะทะกับเหลียนหยวนโจวตรง ๆ ในตอนนี้
วิธีที่ดีที่สุดคือการแยกพวกเขาออกจากกัน แล้วค่อยจัดการทีละคน
ดาบเสียเหรินราวกับเงาตามติด เกาะติดร่างของอู๋คังไม่ปล่อย เขาโกรธจัด หลิวอู๋เสียจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา ยิ่งทำให้เขารู้สึกอับอายมากขึ้น
“เจ้าหนู อย่าคิดว่าข้ากลัวเจ้า!”
อู๋คังตัดสินใจครั้งใหญ่ เมื่อมีเหลียนหยวนโจวคอยช่วยเหลืออยู่ด้านข้าง เขาก็ไม่ต้องกังวลมากนัก เขาพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสียอย่างรวดเร็ว ความเร็วของทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะนั้นเอง เหลียนหยวนโจวก็โจมตีจากทางด้านหลังของหลิวอู๋เสียในระยะหนึ่งหมี่
ทั้งสองประสานงานกันหลายครั้ง จนเกิดเป็นความเข้าใจอันแนบแน่น
“พวกขยะไร้ค่า ข้าไม่จำเป็นต้องให้พวกเจ้าหวาดกลัวข้า!”
หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มเย็นชา ดาบเสียเหรินสลับไปมาระหว่างมือซ้ายและขวา เจตจำนงหมัดอันบ้าคลั่งพุ่งออกมาดุจอสูรร้ายที่พวยพุ่งราวกับเกลียวคลื่น ปรากฏเป็นวังวนขนาดมหึมา
“ไม่ดีแล้ว!”
อู๋คังตื่นตระหนกอย่างที่สุด เขาเคยพลาดท่าครั้งหนึ่งแล้ว ไม่อยากต้องมาพลาดท่าอีกเป็นครั้งที่สอง
เขาคิดว่าหลิวอู๋เสียอาศัยเพียงวิชาดาบที่น่าเกรงขาม ขอเพียงควบคุมวิชาดาบของหลิวอู๋เสียได้ การฆ่าหลิวอู๋เสียคงเป็นเรื่องง่ายดาย
แต่ความจริงกลับตบหน้าเขาอย่างแรง วิชาดาบปลิดชีพนั้นทรงพลัง และพลังของหมัดทรราชก็ไม่ได้อ่อนด้อย
ดุจดั่งคลื่นความร้อนที่ไหลบ่า พลังของหมัดทรราชทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปถึงขั้นสูงสุด แปรเปลี่ยนเป็นปากขนาดมหึมาของอสูรร้ายตะกละตะกลามคำรามออกมา
“อ๊าาา!”
อู๋คังร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาถูกปากของอสูรร้ายกลืนกินเข้าไป นี่คือการเปลี่ยนแปลงของติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์
หลิวอู๋เสียใช้หมัดทรราชเป็นเครื่องกำบังแอบกระตุ้นติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ ภายนอกดูเหมือนเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของวิชาหมัด ไม่เกี่ยวกับติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เหลียนหยวนโจวไม่ทันได้ตอบสนอง
หลังจากฆ่าอู๋คังแล้ว หลิวอู๋เสียไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาพลิกตัวกลางอากาศ
“วิชาดาบปลิดชีพ กระบวนท่าที่สอง!”
เจตจำนงดาบอันน่าหายใจไม่ออกแผ่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ ก่อเกิดคลื่นขนาดมหึมาซัดเข้าใส่เหลียนหยวนโจวจนจมหายไป
การรับมือกับคนเพียงคนเดียว หลิวอู๋เสียมีโอกาสชนะสมบูรณ์ เกือบจะเป็นการบดขยี้แบบข้างเดียว
“ไอ้หนู ข้าจะสู้ตายกับเจ้า!”
เหลียนหยวนโจวไม่มีทางถอยแล้ว เขาฟาดฟันกระบี่ที่แข็งแกร่ง ฉีกเส้นทางออกไปได้ทางหนึ่ง ก่อนจะล่าถอยไปในระยะไกล
ปากบอกว่าจะสู้ตาย แต่ความจริงแล้วกำลังหาทางหนี
“เหอะ ตายซะ”
คลื่นยักษ์ซัดสาดลงมา ปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของเหลียนหยวนโจว
“ฉึก ฉึก ฉึก…”
พลังดาบฉีกกระชากการป้องกันของเขา ร่างกายปรากฏบาดแผลนับไม่ถ้วน เลือดไหลอาบร่าง
ดาบเสียเหรินก็หลุดมือลอยออกไป พลังวิเศษไหลเข้าสู่ดาบ ราวกับดาบบิน มันหมุนวนกลางอากาศ ก่อนจะตัดศีรษะของเหลียนหยวนโจวออกจากบ่า
ฉากนี้!
สร้างความตกตะลึงให้กับทูตทั้งสิบที่อยู่บนแท่นศิลา พวกเขามองหน้ากัน ดวงตาฉายแววไม่อยากจะเชื่อ
“ระดับพลังชำระไขกระดูก พลังวิเศษ!”
ซีเจี้ยนพึมพำกับตัวเอง ราวกับพูดให้ตัวเองฟัง และราวกับพูดให้คนอื่นฟัง
สิ่งนี้ล้มล้างความรู้ความเข้าใจทั้งหมด ระดับพลังชำระไขกระดูกสามารถสร้างสะพานเชื่อมพลังวิเศษได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
“ทำให้พวกเรามองเขาใหม่จริง ๆ เจ้าหนูคนนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย!”
เซี่ยงหรงจวินเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา เลียริมฝีปาก ความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้แผ่ออกมา
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป!
หลังจากฆ่าอู๋คังและเหลียนหยวนโจวแล้ว หลิวอู๋เสียก็ไม่หยุดพัก ร่างของเขาราวกับดาวตกแยกออกเป็นสาม
ยอดฝีมือระดับพลังครึ่งก้าวแก่นวิสุทธิ์ทั้งห้าคนที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่ทันได้หลบหนี ร่างกายก็แยกออกจากกัน
หลิวอู๋เสียรีบเก็บถุงเก็บของ แล้วหายไปจากตรงนั้น
ร่างของอู๋คังและเหลียนหยวนโจวถูกติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์กลืนกินไปแล้ว กลายเป็นของเหลวจำนวนมาก
ยิ่งขัดเกลาระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทะลวงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้เร็วเท่านั้น
จากการคำนวณของหลิวอู๋เสีย อย่างน้อยต้องกลืนกินยอดฝีมือระดับพลังแก่นวิสุทธิ์สิบคน หรือดูดซับพลังมังกรสิบเส้นจึงจะมีโอกาส
ไม่นานหลังจากหลิวอู๋เสียจากไป คนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ มองดูศพทั้งห้าพลางขมวดคิ้ว
“แปลก ที่นี่มีร่องรอยการต่อสู้ของระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ แล้วทำไมถึงไม่มีศพของระดับพลังแก่นวิสุทธิ์”
ผู้คนมากมายที่รีบรุดมาต่างก็เผยสีหน้าฉงน
ไม่มีผู้ใดอธิบายได้ นอกจากสิบคนที่ยืนอยู่บนแท่นศิลา ทั้งหมดราวกับเป็นปริศนา
เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว!
ผู้คนจำนวนไม่น้อยได้รับพลังมังกร ในยามค่ำคืน การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ฝึกตนที่ได้รับพลังมังกรกลายเป็นเป้าหมายการไล่ล่าของทุกคน
หลิวอู๋เสียนั่งอยู่บนก้อนหินก้อนใหญ่ มองไปยังที่ไกล
ถึงจะเป็นยามค่ำคืน รัศมีสีทองสองสายด้านหลังของเขายังคงปรากฏชัดเจน แม้จะอยู่ห่างออกไปกว่าหมื่นหมี่ก็ยังมองเห็น
ไม่นานหลังจากที่เขานั่งลง ก็มีเสียงแหวกอากาศดังมาจากระยะไกล พุ่งตรงมายังทิศทางของเขา
“น่ารำคาญจริง ๆ!”
หลิวอู๋เสียบ่นพึมพำ ไม่มีเวลาพักผ่อนด้วยซ้ำ
เป็นเช่นนี้เอง ใช้เวลาทั้งคืนในการไล่ตาม
เมื่อเผชิญหน้ากับระดับพลังแก่นวิสุทธิ์จำนวนมาก เขาอาศัยความเร็วหลบหนี แต่หากพบเจอระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ที่อยู่คนเดียว เขาจะลงมือฆ่า
ก่อนฟ้าสาง หลิวอู๋เสียฆ่ายอดฝีมือระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ไปแล้วห้าคน
ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์รวบรวมของเหลวไว้กว่าสองหมื่นหยด
โดยไม่รู้ตัว เขาได้เข้าสู่ส่วนลึกของสนามรบหลงหยาง สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่นี่แตกต่างจากพื้นที่โดยรอบ เมื่อมองออกไปจะเห็นพื้นดินเป็นหลุมเป็นบ่อ
ราวกับถูกอุกกาบาตชนจนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ หลุมที่ใหญ่ที่สุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าหมื่นหมี่ หลุมที่เล็กที่สุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่หมี่
ความลึกก็ไม่เท่ากัน บางหลุมลึกหลายสิบหมี่ บางหลุมลึกเพียงไม่กี่หมี่
หลุมแบบนี้มีอยู่ไม่ต่ำกว่าหมื่นหลุม เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ
ทันทีที่เขาเดินทางมาถึง เปลวไฟมารก็ลุกโชนรุนแรง หลุมแต่ละหลุมที่นี่ล้วนเป็นร่องรอยจากสงครามมังกรในอดีต
– โปรดติดตามตอนต่อไป –