ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 285 หลอมรวมกระดูกมังกร
ยืนขาเดียวดุจไก่ทอง!
หลิวอู๋เสียเหยียบมีดสั้นเล่มหนึ่งไว้ใต้ฝ่าเท้า เผชิญหน้ากับพายุอันรุนแรง ร่างกายของเขาไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่ พายุก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ผู้คนต่างก็ล้มเลิกกลางคันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้คนที่ฆ่าคนจากจักรวรรดิเฮยฉู่ดึงดูดสายตาแห่งความเกลียดชังนับไม่ถ้วน
ระหว่างจักรวรรดิใหญ่หลายแห่ง พวกเขามีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจักรวรรดิเฮยฉู่กับจักรวรรดิชิงสง ที่มักจะเรียกขานกันว่าพี่น้อง จักรวรรดิทั้งสองต่างก็ไม่แตกต่างกัน
หลิวอู๋เสียมิเพียงแต่ฆ่าอู๋คังแห่งจักรวรรดิชิงสงเท่านั้น เมื่อครู่นี้ยังฆ่าคนของจักรวรรดิเฮยฉู่อีกด้วย เรียกได้ว่าศัตรูอยู่รอบด้าน
อาศัยช่วงเวลาที่หลิวอู๋เสียกำลังต่อสู้ มีผู้คนกว่าสิบคนเข้าใกล้ตำแหน่งของกระดูกมังกร ขอเพียงเปิดผนังหิน กระดูกมังกรก็จะปรากฏออกมา
มือทั้งสองข้างสลับกัน มีดสั้นในมือถูกแทงเข้าไปในหน้าผาหินครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายของหลิวอู๋เสียเคลื่อนไหวราวกับเดินอยู่บนพื้นราบ ผ่อนคลายและเป็นอิสระ
“ไอ้หนู เจ้ามันสมควรตาย กล้าดียังไงถึงฆ่าคนของจักรวรรดิเฮยฉู่!”
มีไอเย็นยะเยือกพุ่งเข้ามาจากด้านบนเหนือศีรษะของหลิวอู๋เสีย เป็นคนผู้นี้ที่พูดตำหนิเขา ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งหลิวอู๋เสียจากการฆ่าคนได้
“อยากจะแก้แค้น ก็ลองชั่งน้ำหนักความแข็งแกร่งของตัวเองดูให้ดีเสียก่อน”
หลิวอู๋เสียไม่ได้สนใจคำข่มขู่ เขายังคงปีนขึ้นไปเรื่อย ๆ ระยะห่างระหว่างเขากับบุคคลผู้นั้นเหลือเพียงสิบก้าวเท่านั้น
ม่านตาภูตถูกใช้ออก ทะลุผ่านผนังหินชั้นแล้วชั้นเล่า กระดูกสันหลังของมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่หนาเท่าถังน้ำปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิวอู๋เสีย
ช่างใหญ่โตอะไรเช่นนี้!
เสียงราวกับมังกรน้ำ หลิวอู๋เสียใช้ปลายเท้าทั้งสองข้างแตะเบา ๆ บนผนังหิน ร่างของเขาลอยขึ้นไปในอากาศสูงกว่าห้าหมี่ เร็วกว่าความเร็วของระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสี่เสียอีก
สิ่งที่ต้องแข่งขันคือความเร็ว ใครได้กระดูกมังกรไปก่อน ของก็จะเป็นของคนนั้น
“รีบขวางเขาไว้!”
เหล่าอัจฉริยะจากจักรวรรดิเฮยฉู่หลายคนร่วมมือกัน สร้างแนวป้องกันขัดขวางไม่ให้หลิวอู๋เสียปีนขึ้นไป
หลิวอู๋เสียถูกปิดกั้นเส้นทาง หากต้องการปีนขึ้นไปต่อ ต้องผ่านด่านนี้ไปให้ได้
ทว่าเหล่าจักรวรรดิอื่นต่างก้าวไปก่อนหนึ่งก้าว ใกล้จะถึงตำแหน่งของกระดูกมังกรแล้ว
“ห้ามให้คนของจักรวรรดิเหยียนหุยสมหวังเด็ดขาด!”
คนจากจักรวรรดิชิงสงทั้งห้าคน รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว สกัดกั้นยอดฝีมือของจักรวรรดิเหยียนหุย
ในสนามแบ่งออกเป็นหลายค่าย เหล่าอัจฉริยะจากจักรวรรดิเหล่านี้ล้วนมีฝีมือไม่ธรรมดา ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีโชคมากกว่ากัน
ระหว่างที่กำลังพูดคุยกัน คนของจักรวรรดิอันเทาก็มาถึง บุกตะลุยไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจากอีกมุมหนึ่ง
หลิวอู๋เสียไม่สนใจคนอื่น เหล่ายอดฝีมือทั้งห้าของจักรวรรดิเฮยฉู่พุ่งเข้าหาเขาแล้ว
ตอนนี้ไม่เหมาะที่จะต่อสู้กับยอดฝีมือของจักรวรรดิเฮยฉู่ รอให้ได้กระดูกมังกรมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ทันใดนั้น มีดสั้นในมือก็หลุดออกจากมือ กลายเป็นดาวตกพุ่งเข้าไปในหน้าผา ห่างจากหลิวอู๋เสียประมาณสิบหมี่
ทุกคนต่างงุนงงกับการกระทำนี้
การสูญเสียมีดสั้นไปหนึ่งเล่ม เท่ากับการละทิ้งจุดยืนหนึ่งจุด การใช้มีดสั้นเพียงเล่มเดียวปีนขึ้นไปนั้นยากมาก
“แค่พวกเจ้าก็อยากจะจับข้า!”
ร่างกายออกห่างจากหน้าผา พลังวิเศษอันน่าสะพรึงกลัวพลุ่งพล่าน ปราณแท้ไท่หวงที่ชวนหายใจไม่ออกแปลงเป็นปีกมารสีดำสองข้าง แบกร่างของหลิวอู๋เสียให้บินขึ้นไป
ไม่ใช่ว่าเหล่าอัจฉริยะมิเคยคิดถึงการใช้ปราณแท้ในการบิน แต่ปราณแท้ของพวกเขานั้นคงอยู่ได้ไม่นาน
ต่อให้ปราณแท้คงอยู่ได้นาน เมื่อขึ้นไปถึงระดับความสูงร้อยหมี่ หากพลาดพลั้งถูกพายุพัดหายไปก็ได้
สถานที่แห่งนี้อยู่ในตำแหน่งพิเศษ ด้านข้างเป็นหน้าผาสูงตระหง่าน พายุพัดผ่านมาจากอีกด้านหนึ่ง หลิวอู๋เสียกำลังเอาชีวิตเข้าเสี่ยง
บนแท่นศิลานั้น เหล่าทูตทั้งสิบเผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“เจ้าเด็กนี่มันบ้าไปแล้ว!”
เจียงไคเฉิงใช้คำว่าบ้ามาเปรียบเปรยหลิวอู๋เสีย คงมีเพียงเขาเท่านั้นที่กล้าทำเรื่องบ้าบิ่นเช่นนี้
“ข้าชอบใจยิ่งนัก ชายผู้นี้เหมาะสมกับวิหารเสียซินของเรายิ่งนัก!”
ดวงตาของเซี่ยงหรงจวินเปล่งประกาย เขาคิดว่านิสัยของหลิวอู๋เสียเหมาะสมกับวิหารเสียซินเป็นอย่างยิ่ง
สุดยอดอัจฉริยะทั้งห้าจากจักรวรรดิเฮยฉู่ที่ขวางทางหลิวอู๋เสียต่างมีสีหน้าตกตะลึง
หลิวอู๋เสียกางปีกทั้งสองข้างออกต่อหน้าทุกคน จากนั้นก็ร่อนลงในระยะสิบหมี่
จากการคำนวณโดยใช้ม่านตาภูต พบว่าพายุที่นี่จะอ่อนกำลังลงทุกสิบนาที และจะคงอยู่ราวสิบลมหายใจ
หลิวอู๋เสียฉวยโอกาสในตอนที่พายุอ่อนกำลัง แล้วรีบบินจากไป
เขาร่อนลงบนมีดสั้นที่อยู่ห่างออกไปสิบหมี่อย่างมั่นคง
ยอดฝีมือระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสี่ไม่กล้าเสี่ยงเคลื่อนที่ในแนวนอนเป็นระยะทางไกลขนาดนี้
หลังจากสลัดหลุดจากคนของจักรวรรดิเฮยฉู่ หลิวอู๋เสียก็เร่งความเร็วขึ้นทันที คนของจักรวรรดิอันเทากำลังจะพบกับกระดูกมังกรแล้ว
ปราณแท้ไท่หวงหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย ปีกทั้งสองข้างของเขากลายเป็นรูปร่างที่แท้จริง ราวกับนกกระเรียนเซียนที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
“เจ้าเด็กนี่ต้องการทำอะไรกัน แย่งชิงอาหารจากมือของสี่จักรวรรดิใหญ่ หรือว่าเบื่อชีวิตกันแน่”
ผู้คนมากมายที่ยืนอยู่ด้านล่างอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
ร่างกายเคลื่อนไหวเร็วขึ้น เขารีบไปที่นั่นก่อนจักรวรรดิเฮยฉู่ อัจฉริยะทั้งสี่จากจักรวรรดิชิงสงกระตุ้นวิชายุทธ์อันแข็งแกร่งออกมาฟาดฟันใส่หลิวอู๋เสีย
หลิวอู๋เสียอาศัยปีกทั้งสองข้างหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว วิชายุทธ์เหล่านั้นพุ่งเข้าใส่ผนังหิน ทิ้งร่องรอยคมกระบี่เอาไว้มากมาย
กระดูกมังกรอยู่ห่างจากหลิวอู๋เสียไปทางด้านหน้าเพียงห้าหมี่ เผยให้เห็นส่วนเล็ก ๆ ของกระดูกสันหลัง
ด้วยส่วนเล็กนี้เองที่ปลดปล่อยอำนาจมังกรออกมา ดึงดูดให้ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่
จักรวรรดิอันเทามาถึงอีกฝั่งหนึ่งแล้ว พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับหลิวอู๋เสียและมุ่งหน้าไปยังกระดูกมังกรพร้อมกัน
จักรวรรดิเฮยฉู่และจักรวรรดิชิงสงนั้นล้าหลังไปก้าวหนึ่งแล้ว พวกเขากำลังเร่งปีนขึ้นมาจากด้านล่าง
หลิวอู๋เสียต้องไปถึงก่อนเป็นอันดับแรก ยอดฝีมือทั้งห้าจากจักรวรรดิอันเทานั้นแข็งแกร่งอย่างมาก โดยเฉพาะสองคนในนั้นที่ทะลวงระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสี่แล้ว
ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายใกล้กันมาก หลิวอู๋เสียต้องการที่จะได้มันมาครอบครองช่างยากเย็นแสนเข็ญ
ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ คนของจักรวรรดิอันเทาก็ยิ่งเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา สองคนพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสีย ส่วนอีกสามคนที่เหลือพุ่งเข้าหากระดูกมังกร
หลิวอู๋เสียคาดการณ์ไว้แล้วว่าจักรวรรดิอันเทาต้องใช้วิธีนี้ พวกเขาใช้สองคนเพื่อปิดกั้นคนของจักรวรรดิอื่น แล้วปล่อยให้คนที่เหลือคว้าเอากระดูกมังกรไป นับเป็นแผนการที่ดีจริง ๆ
“ฟาดฟัน!”
ทันใดนั้น!
ดาบเสียเหรินฟาดฟันลงไปอย่างรุนแรง พลังดาบอันบ้าคลั่งกวาดล้างผนังหิน
“เจ้าหนู เจ้ามันรนหาที่ตาย!”
คนของจักรวรรดิอันเทาโกรธจัด หากหน้าผาถูกทำลาย กระดูกมังกรก็จะตกลงไปที่พื้น พวกเขาจะได้มันมาหรือไม่ยังไม่แน่นอน เพราะพวกเขาไม่สามารถบินได้
“เคร้ง เคร้ง เคร้ง…”
ผนังหินระเบิดอย่างต่อเนื่องโดยมีหลิวอู๋เสียเป็นศูนย์กลาง เศษหินก้อนใหญ่ร่วงหล่นลงมา จักรวรรดิชิงสงและจักรวรรดิเฮยฉู่ที่อยู่ด้านล่างจึงต้องเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่
ถ้าไม่หลบ หินก้อนใหญ่เหล่านี้ก็จะพุ่งชนพวกเขา
ถ้าหลบ เท่ากับยอมแพ้การแย่งชิงกระดูกมังกร
“ปัง!”
หินก้อนใหญ่ขนาดเท่าอ่างล้างหน้ากระแทกเข้าที่ศีรษะของอัจฉริยะคนหนึ่งของจักรวรรดิเฮยฉู่ หินแตกเป็นเสี่ยง เลือดไหลทะลักออกมาจากศีรษะ ย้อมใบหน้าของเขาให้แดงฉาน
“บ้าเอ๊ย! ตายแน่ ๆ!”
อัจฉริยะของจักรวรรดิเฮยฉู่โกรธจนตะโกนออกมา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ความเร็วในการแตกออกของผนังหินยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
“พวกเจ้าดูสิ กระดูกมังกรปรากฏแล้ว!”
ผนังหินระเบิดออก เผยให้เห็นกระดูกมังกรยาวกว่าสองหมี่แก่สายตาของทุกคน ทว่ามันยังไม่เผยโฉมออกมาทั้งหมด
“รีบเก็บมัน!”
หนึ่งในสมาชิกของจักรวรรดิอันเทาตะโกนลั่น ผนังหินกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ พวกเขาอาศัยจังหวะที่บินอยู่ เอื้อมมือออกไปคว้ากระดูกมังกร
“ฮึ่ม!”
หลิวอู๋เสียส่งเสียงเย็นชา หมัดขวาฟาดเข้าใส่ผนังหินอย่างรุนแรง ปราณแท้ที่บรรจุอยู่ในหมัดทรราชสั่นสะเทือนยอดเขาทั้งลูก
“ไม่ดีแน่!”
ก้อนหินนับไม่ถ้วนบนยอดเขาส่งเสียงดังครืนครั่น ราวกับแผ่นดินไหว หินถล่มลงมาอย่างบ้าคลั่ง เหล่าอัจฉริยะของจักรวรรดิอันเทาจำต้องล่าถอย มิฉะนั้นคงถูกก้อนหินยักษ์ทับตาย
ผนังหินแตกออกเป็นรอยแยกยาวหลายสิบหมี่ กระดูกมังกรแทรกตัวออกมาจากรอยแยก ร่วงหล่นลงไปตามหน้าผา
ผู้คนที่อยู่ด้านล่างต่างคลุ้มคลั่ง ไม่คิดว่าโชคลาภจากสวรรค์จะตกลงมาถึงมือพวกเขา
เหล่าอัจฉริยะของจักรวรรดิเฮยฉู่โกรธจนตะโกนลั่น มองกระดูกมังกรร่วงหล่นผ่านไปต่อหน้าต่อตา แต่กลับทำอะไรไม่ได้
กระดูกมังกรตกลงมาด้วยความเร็วสูง ในไม่นานก็ใกล้ถึงพื้น
ทันใดนั้นกลับปรากฏหลุมดำกลืนกินกระดูกมังกรเข้าไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือร่องรอย
ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ลงมือในวินาทีสุดท้าย
ต่อหน้าต่อตาผู้คนนับไม่ถ้วน กระดูกมังกรหายวับไป
“เจ้าเด็กน้อย ข้าจะฆ่าเจ้า!”
จักรวรรดิเฮยฉู่ จักรวรรดิชิงสง จักรวรรดิเหยียนหุยและจักรวรรดิอันเทาร่วมมือกันโดยปริยาย พวกเขาพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสีย หวังจะฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ
ดังพายุสี่ลูกพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสียพร้อมกัน
หลิวอู๋เสียปล่อยปราณแท้ไท่หวง ปีกคู่บนหลังสะบัดเบา ๆ ร่างกายลอยขึ้นไปในอากาศ ทิ้งระยะห่างจากผนังหิน สี่จักรวรรดิพลาดโจมตีเป้าหมาย กระแทกเข้ากับผนังหินอย่างจัง
ส่งผลให้ก้อนหินจำนวนมากตกลงมาอีกครั้ง พวกเขาจึงจำใจต้องกลับลงไปด้านล่าง
หลิวอู๋เสียไม่ได้ร่วงหล่นลงไป เขาใช้กระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้าทิ้งหุบเขาไว้เบื้องหลัง เหล่าผู้คนด้านล่างติดตามไปอย่างไม่ลดละ
ชั่วขณะที่เท้าทั้งสองข้างแตะพื้น เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ไม่กล้าแม้แต่จะหยุดพักชั่วครู่ ที่นี่มีเหล่ายอดฝีมือมากเกินไป ขอเพียงเขาสามารถทะลวงผ่านระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสองได้ เขาก็ไม่ต้องหวั่นเกรงคู่ต่อสู้ใด ๆ อีกต่อไป
หลิวอู๋เสียเร่งความเร็วถึงขีดสุด ร่างของเขาดูราวกับดาวตกพุ่งทะยานออกไป ค่อย ๆ สลัดการไล่ล่าด้านหลัง
หลังจากไล่ตามมาเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม หลิวอู๋เสียก็อ้อมผ่านยอดเขาหลายลูก ในที่สุดก็สลัดพวกเขาจนหลุด
เขารีบเข้าสู่สถานที่ปลอดภัย ร่างของเขาเปรียบเสมือนภูเขาไฟขนาดมหึมาที่จวนจะปะทุ
กระดูกมังกรสลายตัวทันทีที่เข้าสู่ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ ปลดปล่อยพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ของเหลวสีทองนับไม่ถ้วนลอยอยู่เหนือติ่งเทพ
ระดับพลังยุทธ์ใกล้จะระงับไว้ไม่อยู่ หากไม่รีบหาสถานที่ทะลวงพลังยุทธ์โดยเร็ว จะเกิดปัญหาใหญ่แน่ ๆ
ไม่ต้องรอให้หลิวอู๋เสียควบคุมติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ ของเหลวนับไม่ถ้วนก็ไหลทะลักเข้าสู่โลกไท่หวง
ฉากที่น่าตกตะลึงปรากฏขึ้น แก่นวิสุทธิ์สีทองกลายร่างเป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์สีทอง กลืนกินของเหลวทั้งหมดเข้าไปราวกับวาฬที่กำลังดูดน้ำทะเล
หลิวอู๋เสียยืนตะลึงอยู่กับที่ สมองล่องลอยไปไกล ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่นอกเหนือการควบคุม
เคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์เริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่ง
การก่อตัวของแก่นวิสุทธิ์สีทองมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับเคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายของเขาล้วนมีต้นกำเนิดมาจากเคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์
ขณะที่เคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์มีต้นกำเนิดมาจากติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ พวกมันต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน
หลังจากฆ่ากงซิงและคนอื่น ๆ เขาก็ได้รับหินวิญญาณจำนวนมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพยากรอีกต่อไป
พลังปราณใต้ดินไหลทะลักเข้าสู่ร่างกาย พลังยุทธ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทะลวงธรณีประตูระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นหนึ่ง มุ่งตรงไปยังระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสอง
ในเวลาเพียงเจ็ดวัน จากระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้าสู่ระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นสอง หลิวอู๋เสียรู้สึกราวกับฝันไป
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คนนับไม่ถ้วนยอมเสี่ยงชีวิตเข้าร่วมสงครามร้อยดินแดน
ขอเพียงรอดชีวิตออกไปได้ นับจากนี้ไปมังกรหลับใหลจะทะยานสู่ฟ้า
ถึงไม่อาจเข้าสู่พิภพบำเพ็ญเพียรได้ เมื่อกลับสู่โลกภายนอกก็จะเป็นผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน เป็นใหญ่เป็นโตในแผ่นดิน เสวยสุขสมบูรณ์พูนผล
ไม่ว่าจุดจบแบบใด ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้คนมากมายใฝ่ฝัน
ยิ่งใกล้ครบเจ็ดวัน ก็ยิ่งมีผู้คนทยอยออกจากสนามรบหลงหยาง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันจัดอันดับ
วันสุดท้าย การแย่งชิงพลังมังกรเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดุเดือดเลือดพล่าน หลิวอู๋เสียไม่ได้เข้าร่วม แต่ทุ่มเทฝึกฝนเพื่อยกระดับพลัง
จนกระทั่งถึงยามพลบค่ำของวันสุดท้าย ฐานพลังของเขาจึงเสถียร สงครามร้อยดินแดนเดินทางมาถึงบทสรุป จากนี้ไปคือการแย่งชิงสิทธิ์เข้าสู่พิภพบำเพ็ญเพียร
มีเพียงร้อยอันดับแรกเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมสิบสุดยอดสำนัก
– โปรดติดตามตอนต่อไป –